ยามว่าง Celeb Style – มาเรียม B5

อีกหนึ่งสาวเสียงเทพของวงการเพลงบ้านเรา  ได้มีโอกาสเจอทั้งที Tickettail เลยไม่พลาดที่จะชวนเธอมาพูดคุยให้หายคิดถึง

image009

 

Tickettail: มาเรียมเริ่มร้องเพลงตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า?

มาเรียม: ใช่ค่ะ จริงๆก็ร้องเพลงเล่นๆมาตั้งแต่เด็กๆ แต่มาเริ่มจริงจังตอน 9ขวบ เริ่มเข้าวงประสานเสียงที่โรงเรียน หลังจากนั้นก็เริ่มจริงจังกับการร้องเพลงมาตลอด

 

Tickettail: ทำไมถึงสนใจด้านการร้องเพลงครับ? ที่บ้านส่งเสริมอยากให้เรียน หรือว่าเราไปเห็นมาแล้วสนใจอยากเรียนเอง?

มาเรียม: สนใจเองค่ะ ต้องบอกก่อนว่าต้นตระกูลแบบรุ่นทวดเลยเนี่ย เป็นคนต่างจังหวัด เป็นระยอง คุณตาทวดกับคุณยายก็จะร้อง “แหล่” ได้ ที่เขาร้องกันในพิธีทำขวัญนาคน่ะค่ะ แต่พอมารุ่นแม่ก็ร้องไม่ได้เลย รุ่นเราเองก็ร้องไม่ได้ (หัวเราะ)

แต่ก่อนเราก็ชอบเต้นชอบเล่น ไม่ได้สนใจร้องเพลง แล้ววันหนึ่งครูก็มาถามในห้องน่ะค่ะว่ามีใครสนใจเข้าวงประสานเสียงมั้ย เราก็ยกมือ แต่ก็ไม่รู้ว่ายกทำไม (หัวเราะ) รู้สึกว่าสงสารครู อยากช่วย ยกมือไว้ก่อนก็ได้ แล้วด้วยความที่เรารักษาคำพูดมากตั้งแต่เด็ก เราก็เลยไปเทสต์เสียง เข้าวงประสานเสียง ฝึกร้องจริงจัง เพราะเราเข้ามาแล้ว เราอยู่กันเป็นวงน่ะค่ะ

 

Tickettail: แล้วเริ่มต้นเข้าวงการมาอย่างไรครับ?

มาเรียม: ก็มีไปประกวดร้องเพลงนะคะ แล้วตอน ม.4 ที่โรงเรียนเค้าต้องให้เลือกสายน่ะค่ะ พวกวิทย์-คณิต ศิลป์-ภาษา อะไรพวกนี้ แล้วตอนนั้นเรียมก็บอกแม่ว่า “หนูไม่อยากเรียนสักอย่างเลยค่ะ” คือ เราชอบภาษานะ แต่ศิลป์-ภาษาเขาก็ไม่ได้จริงจังกับภาษาขนาดนั้น เลยบอกแม่ว่า “หนูอยากเข้าโรงเรียนดนตรี”

ตอนแรกแม่จะส่งเข้านานาชาติ แต่เรายืนยันว่าเราจะเข้าโรงเรียนดนตรี เพราะเราชอบทางนี้ ก็เลยไปหาโรงเรียนที่เมืองนอก ประเทศอเมริกาก็ไม่มีนะ เค้าไม่รับนักเรียนต่างชาติตอนไฮสคูล ก็มีวันนึงไปสยาม เจอผู้หญิงฝรั่งสองคนกำลังหาซีดีเพลงอะไรไม่รู้ แล้วเค้าสื่อสารกับคนขายไม่รู้เรื่อง เค้าก็เลยร้องเพลงนั้นออกมาเลย แล้วมันเพราะมากๆ เรียมก็เลยหันไปหาเค้าแล้วบอกว่าร้องเพลงเพราะจัง เค้าก็บอกว่าเค้ามาจากออสเตรเลีย มาเล่นที่โรงแรมแถวนี้ เป็นวงผู้หญิงห้าคน เราก็ถามเค้าว่าที่ออสเตรเลียที่โรงเรียนดนตรีมั้ย แล้วเค้าก็เลยจดที่อยู่โรงเรียนมาให้เรา บอกว่าให้เราไปลองดู เราก็รีบกลับบ้านไปเสิร์ชเลย จำได้ว่าตอนนั้นเพิ่งได้คอมฯมา  เพิ่งหัดเล่นเน็ต เข้าเว็บ เราก็เสิร์ชหาข้อมูลติดต่อโรงเรียนเอง พ่อแม่ไม่รู้เรื่องเลย ทางนู้นก็ส่งเอกสารใบสมัครมาให้เยอะมาก แล้วต้องออดิชั่นด้วย ทำเทป ตรงจุดนี้ก็เลยเริ่มปรึกษาแม่ แม่ก็เริ่มมีส่วนร่วม (หัวเราะ) แล้วพอเข้าได้ก็ไปอยู่ออสเตรเลียตั้งแต่ตอนนั้น เรียนจบม.6 ด้านดนตรี มหาลัยก็ด้านดนตรี (หัวเราะ)


Tickettail
: โรงเรียนที่นั่นมีคอร์สอะไรบ้างครับที่รู้สึกว่าดีจังเลย?

มาเรียม: ข้อดีของโรงเรียนแบบนั้นคือมันก็ไม่ได้ทิ้งการเรียนพื้นฐานอย่างอื่นพวกคณิตหรือภาษาหรือวิทย์ คือเราก็เรียนพวกนั้นได้ ไม่ใช่ว่าไม่เก่ง แต่เราชอบดนตรีมากกว่า โรงเรียนพวกนี้เค้าก็จะให้เรียนพวกวิชาพื้นฐานแค่ครึ่งวัน ส่วนเวลาที่เหลือก็ปล่อยให้เราซ้อมดนตรี ทำในสิ่งที่เราอยากทำ แต่ข้อเสียคือการแข่งขันมันสูงมาก แล้วตอนนั้นเราไม่รู้ อยู่เมืองไทยก็มีหลายคนชมว่าเราเก่ง แต่พอไปอยู่นู่นเราเทียบกับเด็กฝรั่งที่นู่นแทบไม่ได้เลย เพราะพวกเค้าเก่งมาก แต่มันก็ทำให้เราต้องรีบดีดตัวเองขึ้นมาให้เทียบกับเค้าให้ได้

image011 (3)


Tickettail
: ด้วยความแตกต่างทางกายภาพของคนเอเชียกับพวกฝรั่งเนี่ย มันทำให้เราเสียเปรียบอะไรเค้ามั้ยครับ ด้านการร้องเพลงอะไรพวกนี้?

มาเรียม: ก็จริงๆแล้วเรื่องกะโหลกอะไรอย่างนี้ มันมีความแตกต่างอยู่แล้ว การทำให้เสียงก้อง เรื่องจมูก อะไรทุกอย่าง แต่ถ้าเราตั้งใจ เราสามารถหาแนวที่เป็นเราได้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปโหวกเหวกแบบ Mariah Careyเราก็ต้องหาแนวที่เหมาะกับเราเข้ากับตัวเรามากที่สุด ซึ่งคนไทยติดอยู่อย่างนึงคือ ชอบเข้าใจว่าคนที่ร้องเพลงเสียงสูงและเสียงดังคือคนร้องเพลงเก่ง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ คนอย่างพี่ลุลาร้องแนวนั้นของเค้าก็เพราะ เพราะมันเป็นแนวเค้า เค้าไม่จำเป็นต้องไปโหวกเหวกแข่งกับใคร

ถ้าเราร้องเสียงดังเสียงสูงไม่ได้ ก็ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องหมดกำลังใจ เพราะนั่นอาจไม่ใช่ตัวตนของเรา เราควรจะหาเอกลักษณ์ของเราดีกว่า อย่าไปพยายามเหมือนใครอ่าค่ะ


Tickettail
: ถ้าคนทั่วไป น้องๆอะไรแบบนี้ สนใจอยากจะร้องเพลง มีคำแนะนำอะไรมั้ยครับ?

มาเรียม: ก็ไปหาที่เรียนเบื้องต้น หาครูดีๆ เรียนเรื่องเทคนิคพื้นฐานพวกนั้นได้ แต่เรียนพวกนั้นไม่ใช่การเรียนเพื่อหาตัวเรา เพราะแบบนั้นใครๆก็เรียนได้ แต่การเป็นตัวตนของเราได้ มันไม่มีใครสอนมาสอนเทคนิคการหาตัวตนของเราได้หรอก แต่อาจจะมีคนคอยแนะนำอะไรบ้าง เราก็ฟังไว้ค่ะ แต่อย่าไปเลียนแบบ เราต้องค่อยๆหาตัวตนของเราด้วยตัวเราเอง

อย่างตัวมาเรียมเอง คือตอนมหาลัยจะมีอยู่วิชานึงที่เค้าให้ร้องเพลงเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ เราก็เปล่งเสียงร้องของเราปกติโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่ามันเป็นเอกลักษณ์ จนอาจารย์ได้ยิน เค้าก็สั่งให้ทุกคนหยุด แล้วถามเราว่าเราร้องเสียงแบบนั้นบ่อยมั้ย เราก็ เอ๊ะ ไม่รู้เหมือนกัน… เค้าก็เลยแนะนำว่าตรงนั้นเป็นเอกลักษณ์ของเธอนะ เธอควรจะลองศึกษาดูนะว่าเธอทำอะไรกับเสียงตรงนั้นของเธอได้บ้าง

image004 (11)

 


Tickettail
: มาเรียมมีวิธีซ้อม มีวิธีดูแลตัวเองยังไงครับ?

มาเรียม: การดูแลตัวเองสำคัญเลยค่ะ ควรออกกำลังกาย แต่มาเรียมไม่มีเวลาออกกำลังกาย (หัวเราะและทำหน้ารู้สึกผิด) ก็ซ้อมร้องเพลง วอร์มเสียง ที่สำคัญคือต้องมีวินัย มาเรียมยอมรับว่าตัวมาเรียมเองขี้เกียจวอร์มเสียง ซึ่งไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างเลยค่ะ (หัวเราะ)

จริงๆสนับสนุนให้น้องๆหรือคนอื่นๆวอร์มเสียงอย่างสม่ำเสมอนะคะ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแอพพลิเคชั่นในไอโฟน มันยิ่งทำให้เราสะดวกขึ้น ก็แค่วอร์มเสียงไล่ตัวโน้ต อะไรแบบนี้ พยายามกำหนดเสียงไม่ให้มันแตก ให้มันเนียนระหว่างโทน มันสำคัญมากนะ


Tickettail
: ถามเรื่องร้องเพลงมาก็เยอะแล้ว ส่วนตัวมาเรียมเองมีกิจกรรมยามว่างที่ไม่ใช่แนวดนตรีมั้ยครับ?

มาเรียม: จริงๆแล้วก็น่าจะอยู่ในแนวดนตรีนั่นแหละ ชีวิตเราอยู่กับพวกนี้ ชอบดูคอนเสิร์ตดีๆของศิลปินที่เราชอบ ส่วนใหญ่ก็ไปฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ เดินเรื่อยเปื่อยอ่ะ นั่งรถไฟใต้ดินไปเดินเล่นแถวสาทร (หัวเราะ) ถ่ายรูปเล่น ดูเมือง ทำตัวเหมือนชาวต่างชาติเลย (หัวเราะ) ไปปลดปล่อยตัวเอง ให้เรามีอิสระมากขึ้น เพราะกรุงเทพฯคนเยอะแออัด เราก็เลยเดินเรื่อยเปื่อยแบบสบายๆช้าๆดีกว่า แล้วมองสังเกตคนอื่น แล้วมันจะทำให้เรามีสมาธิในการทำงานในการซ้อม

ส่วนหนังสือที่ชอบอ่านเพราะว่ามันจะเป็นการช่วยเราฝึกสมาธิเหมือนกัน มาเรียมชอบอ่านหลายแนว แต่จะชอบแนวเรื่องจริง non-fiction มากกว่า แล้วก็เรื่องพวกสงครามโลกครั้งที่ 2 เงี้ย ชอบมาก (หัวเราะ) อ่านประวัติศาสตร์ ชีวิตคนอื่นที่มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วเราอินกับมันมาก น้ำตานองหน้าก็มีค่ะ (หัวเราะ)

 

We Recommended

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *