Marathon

วิ่งมาราธอน

 

“รู้ไหมว่ามันดียังไง และรู้ไหมว่าสุขใจเพียงใด รู้ไหมว่าชีวิตเก่าๆ ของฉันนั้นเปลี่ยนไปเท่าไหร่”
นั่นคือความรู้สึกของนักวิ่งมาราธอนคนหนึ่งที่บอกว่า เพลงเธอทั้งนั้น ของวงกรูฟไรเดอร์น่าจะเป็นนิยามของความรู้สึกที่เขามีต่อกิจกรรมสุดอินที่ชื่อว่า “มาราธอน”
และแน่นอนว่า คงไม่ใช่เพียงนักวิ่งคนนี้เท่านั้นที่มีความรู้สึกพิเศษกับการวิ่งมาราธอน เพราะถ้าเพื่อนๆลองสังเกตดูดีๆแล้ว จะพบว่าเพื่อนเราหลายคนในเฟซบุ๊คตื่นกระเสือกกระสนนอนแต่เช้าตรู่ตอนตี 1 ตี 2 (อย่างไม่เคยมีบันทึกมาก่อนในประวัติศาสตร์) เพื่อเตรียมตัวไปวิ่งในรายการต่างๆ

แล้วไอ้การวิ่งมันมีดียังไง แล้วกิจกรรมนี้จะเปลี่ยนเวลาว่างของคุณไปทางไหนบ้าง วิ่งไปดูกันเร็ว

เทรนด์สุดฮิต  

หรือที่มันฮิตซะฝุดๆขนาดนี้จะเป็นเพราะพี่นิคคุณจาก รักเจ็ดที ดีเจ็ดหนอืม…จะว่าไปก็มีอยู่หลายคนน้า….ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังน่ารักเรื่องนี้แต่เอาเข้าจริงๆ เจ้าการวิ่งเนี่ยมันเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกอยู่แล้วแหล่ะเพราะจำนวนผู้เข้าร่วม และ ผู้ที่สามารถวิ่งจนจบใน มาราธอน และ ฮาล์ฟ มาราธอน ตามเมืองใหญ่ๆของโลกไม่ว่าจะเป็นใน นิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว หรือ เบอร์ลิน ก็มีแต่เพิ่ม และเพิ่มขึ้นทุกปี…หรือเรียกง่ายๆว่าเป็น Global Trend นั่นแหล่ะแล้วอะไรล่ะที่ทำให้การวิ่งมาราธอนนั้นเป็นเทรนด์ วันนี้ทิคเก็ตเทลจะมาแชร์ให้ฟังนะจ๊ะ

เหตุผลที่ทำให้ใครๆก็ลุกมาก็วิ่ง

 


ไม่ว่าใคร ที่ไหน ก็วิ่งได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือกิจกรรม หรือกีฬาที่สะดวก และง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะเพียงแค่คุณมีรองเท้าคู่เดียว จะตัวคนเดียวหรือเป็นแก๊งค์ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน มันก็ไม่ยากเกินไปที่จะหาที่วิ่ง


แรงบันดาลใจเต็มไปหมด

คุณจะเห็นเซเล็บที่คุณชื่นชอบโพสท์ภาพของพวกเขาตอนที่กำลังวิ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คุณอยู่บ่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง ตลอดจนถึงรัฐมนตรีคนดังที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี รับรองว่าเพื่อนๆสามารถเจอภาพพวกเขาในชุดวิ่งได้เต็มอินเตอร์เน็ต

นอกจากนี้คุณยังมักจะได้ยินเรื่องราวจากคนรู้จักจนถึงใกล้ชิดว่า การวิ่งได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเค้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น จอย สาวรุ่นใหม่เจ้าของ Cafe Joy ที่บอกกับหนึ่งในทีมงานของเราว่า การวิ่งเปลี่ยนเธอจากสาวเซื่องๆ เซ็งๆ กลายเป็นคนที่กระชับกระเฉง และรู้สึกสดชื่น

มากขึ้น จนใครๆพากันทึ่งในบุคลิคของเธอที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น


โลกนี้วิ่งง่ายขึ้น

เพราะปัจจุบันเมืองหลายเมืองรวมถึงกรุงเทพเอง ต่างให้ความสำคัญกับคนรักการวิ่งมากขึ้น และพยายามอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับนักวิ่งมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการแชร์สถาณที่ต่างๆที่เหมาะกับการวิ่งผ่านทาง โซเชี่ยลมีเดีย นั้นทำให้ การวิ่งไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


ทุกคนเท่าเทียม

เพราะการวิ่งไม่ใช่กีฬาที่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์เยอะเหมือนกิจกรรมอื่นๆเช่น เจ็ตสกี หรือว่า จักรยาน ดังนั้นกระเป๋าตุง หรือกระเป๋าแบนก็แทบจะไม่ได้เปรียบ เสียเปรียบกันมากนัก

ที่สำคัญการวิ่งมีพรสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้องในปริมาณที่น้อยมาก หากเทียบกับกีฬาชนิดอื่น เหมือนที่ ยศ หนุ่มพนักงานบริษัทที่รักการวิ่ง บอกกับทีมงานของเราว่า

“ผมว่าวิ่ง เป็นกีฬาที่คนไม่มีพรสววรค์อย่างผมก็เป็นผู้ชนะได้ ถ้าผมใส่ความตั้งใจไปมากพอ”


วิ่งสู่เป้าหมาย มาราธอน

แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นเป้าหมายของเพื่อนๆที่ชอบการวิ่งหลายๆคน นั้นก็คือ “มาราธอน” โดยในปัจจุบันการจัดการวิ่งมาราธอนเองก็มักจะมีรุ่นต่างๆกันไปเริ่มตั้งแต่ มินิมาราธอน ที่มีระยะทาง 11.550 กิโลเมตร ฮาล์ฟมาราธอน 21.100 กิโลเมตร จนถึงมาราธอนที่ระยะ 42.195 กิโลเมตรอันเป็นระยะที่นายทหารชาวกรีกผู้ส่งข่าวที่ชื่อว่า ฟิดิปปิเดซ ต้องวิ่งในการรบจากเมืองมาราธอนไปยังเอเธนส์

โดยในการแข่งขันในแต่ละประเภทก็จะมีการแบ่งรุ่นอายุที่แตกต่างกันไปซึ่งเสน่ห์ของการวิ่งมาราธอนนั้น อยู่ตรงที่เราสามารถแข่งกับตัวเองว่าเราสามารถไปได้ถึงเป้าหมายได้หรือไม่ หรือพูดง่ายๆว่าวัดใจตัวเองนั่นแหล่ะ

เหมือนอย่างที่ เบสท์ หนุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัวขาประจำของการวิ่งมาราธอนบอกกับเราตอนเข้าเส้นชัยว่า…

”วิ่งเนี่ย ความตั้งใจมันพังกันง่ายกว่าขี่จักรยานอีกนะ เพราะจักรยานเนี่ย ถึงเราหยุดถีบมันยังไหลไปอยู่ แต่วิ่งนี่เราหยุดก้าวขาเมื่อไหร่ เราหยุดทันที”

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลย…เราจะเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มตอนเข้าเส้นชัยเต็มไปหมดเพราะนั่น คือ รางวัลของการปฏิเสธที่จะหยุด

อืม…แล้วถ้าพยายามปฏิเสธแล้ว แต่มันวิ่งไม่ไหวจริงล่ะๆ?!?


วิ่งไม่ไหว…ไปไม่ถึงเส้นชัย…ไม่ตายหรอกเธอ

 

แล้วถ้าเกิดวิ่งไม่ไหว ตั้งแต่ยังไม่ใกล้เคียงเส้นชัยเอาซะเลยล่ะ จะเป็นอะไรมั้ย?

นี่น่าจะเป็นคำถามยอดนิยมที่ถูกถามมากที่สุด ซึ่งต้องบอกว่าจริงๆแล้วนักวิ่งมาราธอนหลายคนที่จบการแข่งขันไม่ได้วิ่งม้วนเดียวจบซะหน่อย เหนื่อยก็พักบ้าง เดินบ้าง พอมันกลับมาไหวก็ค่อยวิ่งต่ออีกครั้ง

อย่างที่บอกไปแล้ว ว่าการวิ่งมาราธอนนั้นไม่ได้เป็นการแข่งขันกับใคร แต่เป็นการแข่งขันกับตัวเอง เอาชนะใจตนเอง ดังนั้นอย่ากลัว และถ้าหากย่ำแย่ถึงขนาดเดินยังไม่ไหวจริงๆ รายการวิ่งมาราธอนก็จะมี ทีมแพทย์ และรถมารับคุณ แต่ความจริงก็คือถ้าคุณตั้งใจจริงแล้วเราเชื่อจริงๆว่าเส้นชัยอยู่ไม่ไกลเกินคุณหรอก

ถึงตรงนี้ ทิคเก็ตเทล เชื่อว่าเพื่อนๆคงได้ไอเดียกันแล้วว่า ไอ้เจ้ามาราธอนเนี่ย มันไม่ได้ยากและโหดอย่างที่คิด ที่สำคัญกว่านั้น มันยังเป็นกิจกรรมที่สามารถเปลี่ยนชีวิต คนหลายคนที่เข้ามาสัมผัสมันให้ดีขึ้นอีกด้วย

เอ้า!!!  โฆษณากันซะขนาดนี้แล้ว….ผูกเชือกรองเท้ากันรึยัง

 

TailTable

คือ...อะไร?!

การวิ่งที่มีระยะต่างๆ
มินิมาราธอน 11.550 กิโลเมตร
ฮาล์ฟมาราธอน 21.100 กิโลเมตร
มาราธอนที่ 42.195 กิโลเมตร

ดีตรงไหน IN...ได้ไง?!

1. ง่าย สะดวก ใครๆก็เล่นได้
2. กิจกรรมที่สนุกได้ทั้งครอบครัว
3. สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดี
4. ช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้เยี่ยม
5. ได้สังคมใหม่ๆ

มี...เพื่อใคร?!

1. ทุกคน
2. เพื่อนที่อยากท้าทายตัวเอง
3. ผู้ที่อยากเริ่มออกกำลังกายแต่ไม่รู้จะเล่นอะไร
4. เพื่อนๆที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

กลุ่ม...เป้าหมายไหน?!

เด็ก ผู้ใหญ่ ทุกเพศ ทุกวัย ที่อยากออกกำลังกาย

ที่เคยเข้าใจผิดไป!!!

1. กีฬาคนแก่...ไม่จริง เดี๋ยวนี้คนวิ่งมีทุกเพศทุกวัย
2. น่าเบื่อ ไม่สนุก ....ไม่สนุกแล้วคนเค้าจะวิ่งอะไรเยอะแยะ แถมจะฟังเพลงหรือคุยกันก็ได้นะ
3. วิ่งเมืองไทยร้อน...อาจจะเย็นไม่เท่าเมืองนอก ..แต่ในสวนส่วนใหญ่มักเต็มไปด้วยต้นไม้ และร่มรื่นกว่าที่อื่น
4. ฉันวิ่งไม่ได้หรอก.....คนที่วิ่งจนจบฟูลมาราธอนเกือบทุกคนก็คิดอย่างนี้มาก่อนแหล่ะ
5. อันตรายรึเปล่า เกิดเป็นลมไปทำไง โดยปรกติการจัดมาราธอนนั้นผู้จะต้องมีทีมแพทย์มาดูแลผู้เข้าร่วมรายการ และ ในความเป็นจริงเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องวิ่งทีเดียวให้ถึงเส้นชัย มันเดินได้ พักได้