9 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขาทำกัน…ก่อนนอน

9 สิ่งที่คนประสบความสำเร็จเขาทำกัน…ก่อนนอน

ทุกวันนี้รอบตัวเรา เรามักจะเจอคนอยู่หลากหลายประเภท ทั้งคนดี คนไม่ดี คนล้มเหลว และ คนประสบความสำเร็จ ประเภทสุดท้ายเนี่ยมักจะโดนคนข้างๆอิจฉาตาร้อนเป็นพิเศษ เพราะไมว่าจะทำอะไร ชีวิตก็ดูดี๊ดีไปซะทุกอย่าง จนหน้าหมันไส้!! บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนพวกนั้นเขามีเคล็ดลับอะไร? แต่ได้ยินมาว่า พวกเขาเนี่ย “มักจะรู้จุดเริ่มต้นและจุดจบของตัวเอง” ทั้งในเรื่องความตั้งใจ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นเคล็ดลับที่อยู่ในกิจกรรมก่อนนอน และก็มีแต่คนประสบความสำเร็จในชีวิตเท่านั้น ที่จะรู้!!!


 1.อ่านก่อนนอน

 

image002
ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องเหมือนกันว่า “การอ่านหนังสือ” เป็นสิ่งสุดท้ายก่อนนอนนั้น เป็นสิ่งที่คนประสบความสำเร็จมักจะทำกัน เพราะการอ่านหนังสือนั้น ไม่ว่าจะเป็น นิตยสาร หรือ สื่อบนโลกอินเทอร์เน็ต ล้วนทำให้คุณตื่นมาพร้อมกับข่าวสารที่คุณอ่านไปเมื่อคืน และนำมันไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากคุณจะรับข่าวสารของทั้งวันตังแต่เช้ายันดึกผ่านสายตาของคุณก่อนนอน แค่นี้ก็ทำให้คุณเหนือกว่าคนอื่นในเช้าวันถัดไปแล้ว


2.จดก่อนนอน

image004
วันพรุ่งนี้ที่คุณตื่นนอน คุณยังต้องมีอะไรทำอะไรอีกเยอะแยะ และการจดว่า “วันพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง?” จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผนมากขึ้น และยังช่วยป้องกันการลืมสิ่งต่างๆที่สำคัญที่คุณจะต้องทำมันในวันรุ่งขึ้น การเสียเวลาหยิบปากกาเล็กน้อย จะทำให้คุณดำเนินชีวิตแบบรอบคอบ และไม่มีวันก้าวพลาดเหมือนคนอื่นนะค้า

 3.ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวก่อนนอน

image006
การใช้เวลาอยู่กับที่บ้าน คือ การเปิดโอกาสที่ให้ทุกคนในครอบครัวพูดคุยถึงเรื่องราวของตัวเองที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติ และมองหาข้อคิดดีๆจากเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งเรื่องราวที่ดีและร้าย เพื่อนำไปปรับปรุง แก้ไข และป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เรียกได้ว่าส่งผลดีทั้งผู้เล่าและผู้ฟังนั่นเอง นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขานอนหลับสบายอีกด้วย เพราะพวกเขาได้แบ่งปันเรื่องราวกับคนใกล้ตัวของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


4.ทบทวนก่อนนอน

 

image008
ก่อนนอน หากคุณลองมองย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ โดยบันทึกในไดอารี่สัก 3 ข้อ ว่า “วันนี้คุณได้ทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง?”  และนำหลักการคิดจาก 3 ข้อนั้น มาเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุณไม่สามารถทำให้มันสำเร็จได้ เพื่อเรียนรู้หลักการสู่ความสำเร็จ แต่ที่สำคัญกว่า คือ อารมณ์ในเชิงบวก ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณคิดถึงความสำเร็จที่คุณทำ จะทำให้คุณนอนหลับอย่างมีความสุขและตื่นมาเจอเช้าที่สดใสกว่าใครเพื่อน


5.ทำสมาธิก่อนนอน

 

image010
การนั่งสมาธิ 10-15 นาที ก่อนอน เป็นอีกสิ่งที่ผู้คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเขาฮิตกัน (ดูจากอิคคิวซังเป็นตัวอย่าง 555) นอกจากจะช่วยทำให้สมองได้ผ่อนคลายแล้วนั้น ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย และเมื่อเราสบายกาย สบายใจ เมื่อนั้นเราก็จะนอนหลับง่ายและสบายมากขึ้น


6.วางแผนก่อนนอน

 

image012
หัวข้อนี้เหมาะกับคนที่บ้างานเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งสำคัญที่คนที่ประสบความสำเร็จเล็งเห็น คือ “การพักผ่อนอย่างเพียงพอ” แล้วผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่าการนอนหลับที่เพียงพอนั้น ควรจะเป็นเวลากลางคืน เพราะสิ่งเลวร้ายที่สุดของใครอีกหลายคนที่จะทำตอนตื่นนอนนั้นก็ คือ การกดปุ่มนาฬิกาปลุกให้หยุด และอีก 5 นาที มันก็จะดังต่อ (ม่ายยย…ฆ่าฉันเถอะ)


7.ถอดปลั๊กสับสวิตซ์ก่อนนอน

 

image013
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่ จะไม่คิดเรื่องงาน 1-2 ชั่วโมง ก่อนนอน เหตุผลส่วนใหญ่มาจาก เมื่อเราคิดเรื่องงานสิ่งที่ตามมาคือการอ่านอีเมล การตอบกลับอีเมล การวางแผนงาน และ บลาๆๆๆ และสิ่งเหล่านี้ก็จะกัดกินเวลานอนของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว (ฟังดูเหมือนเชื้อโรคอะไรสักอย่าง)คนบางคนเลยเลือกที่จะตัดขาดจากโลกการทำงาน ทันทีที่เขาปิดประตูห้องนอน


8.ชื่นชมก่อนนอน

 

image015
คนเราก็ต้องมีโมเม้นท์เข้าข้างตัวเองบ้าง อะไรบ้าง เป็นธรรมดา ไม่ผิดที่จะคิดถึงแต่สิ่งดีๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะ การที่คุณมานั่งเครียดกับสิ่งที่ผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มันจะทำให้คุณเครียดจนนอนไม่หลับ แล้วก็เป็นสาเหตุของการกหลับไม่สนิทเพราะความกะวนกะวายใจ และเมื่อถึงตอนเช้าคุณจะต้องเจอกับศึกหนักกับการขุนร่างไร้วิญญาณของคุณให้ลุกจากเตียงแสนนุ่มละมุน


9.ฝันถึงความสำเร็จก่อนนอน

 

image017
คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักจะเสียเวลา 2-3 นาทีก่อนนอน ในการวาดภาพความฝันถึง 2-3 สิ่งที่จะระสบความสำเร็จ เพื่อที่คุณจะได้ฝันหวาน หลับสนิท ชนิดที่ไม่อยากให้ใครปลุก พร้อมฟื้นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นกับหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมเผชิญความล่าช้า ที่คุณฝันไว้ว่ามันจะเกิดขึ้น

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่คนฉลาด คนเก่ง หรือคนมีความสามารภ เพียงแค่อย่างเดียว แต่พวกเขาต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ควบคู่กันไปด้วย และการนอนหลับนั้นก็มีผลกับสุขภาพกายโดยตรง เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญของคนที่ประสบความสำเร็จ ก็คือ “การพักผ่อนให้เพียงพอ”

สิ่งสุดท้ายที่คุณทำก่อนนอนนั้นมักจะส่งผลต่ออารมณ์และระดับพลังงานของในวันถัดไป พูดง่ายๆคือ ถ้าคุณอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ถามตัวเอง

…วันนี้คุณนอนหลับเพียงพอแล้วหรือยัง?…

 

อากาศร้อน

 

Disney: Did You Know? Part 2

เรื่องจริงที่คุณคิดไม่ถึงในการ์ตูน DISNEY ภาค 2

 

กลับมาสานต่อความฟิน เอาใจติ่ง Disney อีกครั้ง กับเรื่องจริงที่คุณไม่เคยคิดหรืออาจจะไม่ได้สังเกตุ ที่จะทำให้คุณรู้สึก “ว้าว นี่เราพลาดอะไรไปเนี่ย?” เตรียมดึงลิ้นชักความทรงจำแล้วร่วมลำลึกวันวานอันแสนเยาว์วัยไปพร้อมกับเรากันเล้ยยยยย

image002 (3)

1.Ariel เป็นเจ้าหญิง Disney คนเดียว(ในยุคแรก)ที่ไม่ใส่เครื่องประดับที่ผม

image003

2. Frozen และ Maleficent เป็นการ์ตูนที่แตกต่างจากเรื่องอื่น โดยการเสนอมุมมอง “ความรักไม่ได้มาจากผู้ชายเสมอไป”

image005

3.ใน “A Goofy Movie” Roxanne ได้ทำผมเลียนแบบ Ariel

image007

4.พระราชินีในเรื่อง Sleeping Beauty ไม่เคยบอกชื่อจริงๆของเธอในหนังเลย

image008

5.ถ้า Merida ไปยืดผม ผมของเธอจะยาวถึง 4 ฟุต

image010

6.เจ้าของเสียงพากย์ Eeyore คือคนเดียวกันกับคนที่พากย์เสียง Optimus Prime

image012

7.The Power Puff Girls มีรูปแบบมาจาก นางฟ้าทั้งสาม ใน Sleeping Beauty

image014

8.ในเรื่อง “UP” มีใครสังเกตุเห็นบ้างว่า บาทหลวง และ คุณหมอ คือ คนๆเดียวกัน

image016

9.Disney กำลังจะปล่อย เจ้าหญิงองค์ใหม่ นามว่า “Moana” ในปี 2018

image018

10. Ariel คือลูกสาวของ Triton บุตรของ Poseidon น้องชายของ Zues ผู้ที่เป็นพ่อของ Hercules ดังนั้น Ariel คือลูกพี่ลูกน้องของ Hercules

image020

11.Elsa ต้นฉบับจริงๆ เป็นตัวร้าย แต่หลังจากฟังเพลง “Let It Go” ทาง Disney จึงตัดสินใจเปลี่ยน พล็อตเรื่อง

image021

12.Rapunzel เป็นเจ้าหญิง Disney ที่มีดวงตากลมโตที่สุด

image023

13. Melody คือเจ้าหญิงดิสนีย์ที่ถูกลืม

image025

14. พ่อค้าที่ขายตะเกียง ก็คือ Genie ที่แปลงกายนั่นเอง

image027

15. Scar มีอายุน้อยกว่า Mufasa แต่เขากลับมีผมสีดำ ซึ่งจริงๆแล้ว Mufasa ควรจะมีผมที่ดำกว่า

หลังจากเพื่อนๆอ่านจบแล้วหลายคนคงจะอึ้งและรำลึกบางอย่างที่อยู่ในความทรงจำวัยเด็ก แล้วพูดในใจว่า “เออ จริงวะ” ทำไมไม่เคยนึกถึง เป็นเรื่องธรรมดาคะ เพราะการ์ตูน Disney แต่ละเรื่องมักจะทำให้ผู้ชม รู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์และสนุกไปกับมัน จนลืมรายละเอียดเล็กน้อยบางอย่าง แต่ถ้าบางคนยังไม่สะใจ ไปค้นแผ่นกลับมาเปิด เพื่อรำลึกความสนุกในวันวานอีกครั้งก็ไม่เลวนะคะ
อากาศร้อน

 

คลิกอ่าน: ภาคแรก

Disney…Did You know?

รื่องจริงที่คุณคิดไม่ถึงในการ์ตูน DISNEY ภาค 1

 

ตอนเด็กใครไม่ดูการ์ตูนนี้ว่าแปลก…แต่ถ้าใครไม่เคยดูการ์ตูน Disney นี้แปลกกว่า เพราะการ์ตูนสังกัดนี้เขาดังถล่มทลายจริงๆ ทำเอาเด็กๆติดกันงอมแงม ทั้งเนื้อเรื่องสนุก ตัวการ์ตูนน่ารัก ในเพลงจะเพราะอีก เรียกว่าเติมเต็มจินตนาการและความฝันให้เด็กสุด …เจ้าหญิงคู่เจ้าชาย เจ้าชายคู่เจ้าหญิง…อย่างนี้ท้างงวัน จะว่าไป เพื่อนลองคิดดูสิ แปลกมั้ย? “การ์ตูนดิสนีย์ ยิ่งเก่า ยิ่งมีค่า” หรือคนเราจะโหยหาอดีต ถ้าอย่างงั้นเราไปรำลึกความทรงจำกันหน่อยมั้ย? ยังจำกันได้อยู่รึป่าววว?

image001

1.   Frozen เป็นภาพยนตร์ Disney เรื่องแรก ที่สอนให้ผู้หญิงแก้ปัญหาด้วยตนเอง

“ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชายปกป้องดูแลเสมอ”

image003

2.   Aurora เป็นเจ้าหญิงใน Disney คนเดียวที่มีดวงตาสีม่วง

image005

3.   และ Aurora ยังเป็นเจ้าหญิงคนสุดท้ายที่ Disney สร้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “Walt Disney”

image007
4.   Mulan คือ เจ้าหญิงใน Disney คนที่สอง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหิมะ ถัดจาก Belle

image009

5.   Pocahontas เป็นเรื่องเดียวใน Disney ที่ไม่ได้จบแบบ แฮปปี้เอนดิ้ง

 image010
6.   ในเรื่อง Frozen ฉากนี้ Anna ยืนข้างๆโต๊ะที่เต็มไปด้วย Candies จากเรื่อง “Wrack-It-Ralph”
 image012

7.   ในเรื่อง Cars ในฉากที่กำลังเข้าพิท หากสังเกตดีๆจะเห็น Wall-E วิ่งตัดอยู่ด้านหลัง

image014

8.  ในเรื่อง Toy Story จะพบว่าตัวละครทุกตัวกระพริบตาได้ข้างเดียว

image016
9. Jasmine คือเจ้าหญิงใน Disney คนเดียว ที่จูบกับตัวร้าย

image018

10. ชายหญิงที่พากย์เสียงต้นตำรับของ Mickey และ Minnie ชีวิตจริงทั้งคู่ได้แต่งงานกัน

image019

11. Boo’s มีชื่อจริงว่า Mary ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นบนหัวกระดาษที่เธอเขียนไว้ด้วยลายมือของเธอเอง

image023
12. ในเรื่อง Toy Story 2 หากมองดีๆจะพบว่า หนังสือ ที่ Mrs.Potato Head อ่านอยู่นั้น คือหนังสือที่เล่าเรื่องชีวิตของ “A Bug Life”

image021

13. ทุกครั้งที่ Aladdin โกหก ขนนกของเขาจะม้วนงอลงมาที่หน้าของเขา


อากาศร้อน

โรงเรียนอนุบาลที่เจ๋งที่สุดใน 3 โลก

โรงเรียนอนุบาลที่เจ๋งที่สุดใน 3 โลก

มี TED Talk คลิปหนึ่ง ที่กำลังเป็นที่ฮือฮามากอยู่ในขณะนี้

คลิปนี้เป็นการพูด ของ “ทาคาฮารุ เทซึกะ” สถาปนิกชาวญี่ปุ่นบนเวที TED Kyoto ครับ

โดย ทาคาฮารุ ได้เล่าให้ฟังถึงแนวคิดการออกแบบโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ที่สร้างขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 2007

image002

“ทาคาฮารุ เทซึกะ” เล่าได้อย่าง…น่ารัก และ น่าสนใจอย่างมาก

สำหรับเพื่อนๆที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ

TKT และ เกิน 8 บรรทัด ขออนุญาตสรุปสาระที่ คุณทาคาฮารุ  ถ่ายทอดให้ฟังแบบง่ายๆ…ดังนี้
ทาคาฮารุ บอกว่า แนวคิดหลักที่เขาใช้ในการออกแบบโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ มีอยู่ 3 ข้อ

คือ

1. Circle กลมๆ

2. No Boundaries No control ไม่มีขอบเขต

3. Some amount of Danger  มีอันตรายบ้าง




1.“Circle”

ข้อแรกนี้ ทาคาฮารุ อธิบายว่าถ้าใครมีลูกจะต้องรู้ว่า

เด็กวัยนี้ชอบวิ่งวนไปวนมาเป็นวงกลม

 

วิ่งวนรอบตัวพ่อแม่บ้าง… วิ่งวนรอบโต๊ะบ้าง… วิ่งวนรอบตัวเองบ้าง…

เพราะฉะนั้น ทาคาฮารุ  เลยสร้างอาคารเรียนให้เป็นทรงกึ่งกลมกึ่งรีซะเลย

เพื่อให้ลูกลิงเล็กๆเหล่านี้วิ่งกันให้หนำใจ

image004

โดยเฉพาะชั้นสอง หลังคาที่เป็นเสมือนลู่วิ่งในสนามกีฬา

จะมีเด็กๆในโรงเรียนนี้วิ่งไล่กวดกันอยู่บนนั้นตลอดเวลา

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย

ที่นักเรียนที่นี่ จะมีระยะทางการวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 4 กิโลเมตร ต่อวัน

มากที่สุดถ้าเทียบกับโรงเรียนอนุบาลอื่นๆ

ซึ่งแน่นอนว่าการวิ่งเยอะขนาดนี้นั้น…ย่อมนำมาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรงด้วย

image006



2. “No Boundaries … No control”


จากรูปจะสังเกตได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะไม่มีการแบ่งเขตที่ชัดเจนระหว่าง
Indoor กับ Outdoor

แต่กลับผสานกันอย่างแยกไม่ออก

image008

นั่นเพราะครูใหญ่ และ ทาคาฮารุ เชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างมาให้ทนแดด ทนน้ำ

ผู้ใหญ่สุขภาพดีมากมาย ที่ออกไปเล่นสกี ปีนเขาในอุณหภูมิที่ติดลบ

ขณะที่อีกมากมายออกไปเล่นเซิร์ฟตัวเปียกๆ หรือเล่นกีฬากลางแดดจัดๆ ร้อนๆ

ก็ในเมื่อผู้ใหญ่ยังทำได้…แล้วเราจะไปห้ามเด็กๆทำไม

อาจจะไม่ต้อง Extreme เท่าผู้ใหญ่ …แต่ให้มีบ้างตามธรรมชาติ

การเอากำแพงกั้นระหว่าง Indoor กับ Outdoor ออก

ทำให้เด็กๆเหล่านี้วิ่งออกมารับแดด รับฝนกลางแจ้งได้ง่ายขึ้น

ซึ่งนอกจากจะไร้ ขอบเขตระหว่างกลางแจ้ง กับ ในร่มแล้ว

ห้องเรียนของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ยังไม่มี Boundaries อีกด้วย

 

image010
ทาคาฮารุ บอกว่าการที่เอาเด็กวัยนี้ไปใส่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนั้นอาจทำให้เด็กบางคนประหม่า อึดอัด หรือกระวนกระวายได้

ในขณะที่คุณครูใหญ่ของโรงเรียนนี้

(จากการบอกเล่าของ ทาคาฮารุ )

ให้นโยบายว่า…หากมีเด็กคนไหนที่เรียนๆอยู่แล้วอยากเดินออกจากห้อง

ก็ให้ปล่อยเค้าไป…อย่าไปห้ามเค้า

เพราะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าเด็กคนนั้นก็ต้องเดินกลับมาอยู่ดี…เพราะอาคารเป็นวงกลม (ฮา)

ส่วนประโยชน์ข้อสุดท้ายจากโครงสร้างของโรงเรียนที่ปราศจากขอบเขต

คือ ...“เสียง” … ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญกับเด็กๆ

ทาคาฮารุ อธิบายว่าเป็นที่รู้กันดีว่าเด็กหลับได้ดีกว่าเมื่อมีเสียง

หลักฐานง่ายๆคือถ้าเงียบแล้วหลับ เราจะร้องเพลงกล่อมเด็กกันทำไม (ผู้ถอดความ)
เขายังเล่าต่อว่า หากผู้ใหญ่หลายคนสามารถจีบ

และ พูดคุยกันได้อย่างมีสมาธิสุดๆ ในผับบาร์ที่เสียงดัง


เด็กที่โรงเรียนแห่งนี้ก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่า
เสียงดัง ไม่เป็นปัญหา แต่กลับช่วยสมาธิของพวกเขา

 

เหมือนดังครั้งหนึ่ง…ที่บรรพบุรุษของเราเคยเติบโตในป่าที่เต็มไปด้วยเสียงต่างๆมากมาย

 

image012



3. Some amount of Danger

ทาคาฮารุ ไม่ต้องการให้โรงเรียนนี้ปลอดภัยไปซะหมด

เขาออกแบบให้ มีเชือก…มีต้นไม้ให้เด็กๆได้ปีนป่าย

มีพื้นต่างระดับ…ที่ไม่สูงมากนักให้เด็กๆ ได้โดดขึ้นลง

มีชั้นแคบๆ เหมือนอุโมงค์ให้เด็กๆได้มุด ให้หัวโขกบ้าง

image014
อาจมีเจ็บตัวบ้าง เล็กๆน้อยๆ  แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้ไปด้วยเช่นกัน

เขาชื่อว่า การมีอันตรายบ้างเล็กน้อยๆในระดับที่พอเหมาะ
จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตและเรียนรู้


และที่สำคัญที่สุด มันสอนให้พวกเขารู้จักช่วยเหลือกันและกันเพื่อที่จะเอาชนะอันตรายเหล่านั้น

ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่ผู้ใหญ่บางคนในสังคมปัจจุบันไม่มี

image016

image018
สวยงามมั้ยเอ่ย…ภาพเด็กๆ ช่วยเหลือกันและกัน เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ

แต่ที่สวยงามไม่แพ้กัน คือคำพูดของ  “ทาคาฮารุ เทซึกะ”

ที่ปิดท้าย Presentation ของเขาในครั้งนี้อย่างกินใจว่า

 

“My point is ….do NOT control them, do NOT protect them too much.

They need to stumble sometimes.

They need to get some injuries.

And that make them learn how to live in this world”


ประเด็นสำคัญสำหรับผมคือ อย่าควบคุมพวกเขา อย่าปกป้องทนุถนอมพวกเขาเกินไป

พวกเขาจำเป็นที่จะต้องสะดุด และ ล้มลง เพื่อให้ได้แผลบ้าง

ซึ่งนั่นแหล่ะจะทำให้พวกเขาเรียนรู้วิธีที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้

และนั่นแหล่ะคือโรงเรียนอนุบาลของ “ทาคาฮารุ เทซึกะ”

 

image020

ชมคลิปพรีเซนเทชั่นของ  “ทาคาฮารุ เทซึกะ” สถาปนิกชาวญี่ปุ่นบนเวที TED Kyoto ได้ที่ VDO ข้างล่าง

[iframe id=”https://www.youtube.com/embed/J5jwEyDaR-0″]

ผู้ถอดความ และ TicketTail ขอขอบคุณข้อมูล ภาพประกอบจาก Youtube และ TedTalk
ดูความรู้เจ๋งๆอื่นๆ ได้ที่ https://www.ted.com/talks

About Author : Content Planer และ กรรมกรคอนเทนต์ ที่ชอบฝืน ดื้อเขียนเกิน 8 บรรทัด เข้ารวมทีม TKT เพราะเชื่อมั่นในเป้าหมายของ Co-Founders ที่อยากทำให้ tickettail.com เป็นมากกว่าแค่เว็บไซต์รวบรวม EVENTs แต่เป็นหางตั๋วที่นำ Users ทุกคนไปสู่ประสบการณ์มันส์ๆในชีวิต

โรงเรียนอนุบาลที่เจ๋งที่สุดใน 3 โลก