คู่มือไปโจ๊ะให้เต็มคราบ กับงาน BMMF # 7 ฉบับสมบูรณ์ที่สุด

 

ในที่สุดเราก็เดินกันมาถึงจุดนี้สินะ… จุดที่ BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL โคตรอภิมหางานดนตรีแห่งสยามประเทศกลับมาแล้วววว เป็นครั้งที่ 7 วันที่ 19-20 ธันวาคม 2558 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มหกรรมโจ๊ะหมู่เพื่อบูชาวงการเพลงไทย” แม้ปีนี้จะย้ายบ้านจากเขาใหญ่เปลี่ยนโลเกชั่นมาจัดกันที่อำเภอแก่งกระจาน เพชรบุรี @ แก่งกระจาน คันทรี คลับ ก็เถอะ เพราะไม่ว่าจะโจ๊ะกันที่ไหน “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม รับประกันความมันกับบรรยากาศเจ๋งๆ

กิจกรรมสุดคูลแบบนี้มีหรือที่ TicketTail ตัวจริงเรื่องอีเว้นท์จะยอมพลาด ดังนั้นก่อนไปโยกหัวสายสะโพกตะโกนร้องโจ๊ะให้สะใจ เรามีไกด์ไลน์เล็กน้อยเพื่อเตรียมความพร้อมมาฝากกัน

 

Where is แก่งกระจาน คันทรี คลับ ?

บ้านหลังใหม่ในปีนี้ของ BMMF เป็นรีสอร์ทตากอากาศและสนามกอล์ฟซึ่งมีพื้นที่ (โคตร) กว้างใหญ่ ในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ริมชายขอบผืนป่าแก่งกระจาน ดินแดนเทือกเขาตะนาวศรี จึงรับรองว่าบรรยากาศเย็นสบาย จากรีสอร์ทไปเขื่อนแก่งกระจานประมาณ 7 กิโลเมตร ไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานประมาณ 9 กิโลเมตร

 

What is แก่ง + กระจาน ?

แต่เก่าก่อนรุ่นคุณทวดยังซิง แก่งกระจานเป็นชุมชนในป่า เป็นที่อยู่ของชาวกระเหรี่ยงกะหร่าง คนเหล่านี้หากินกับผืนน้ำ วิธีตกปลาจะใช้แผ่นเงินเล็กๆ ผูกกับเบ็ดเป็นเหยื่อล่อ เจ้านี่แหละเรียกว่ากระจาน ส่วนคำว่าแก่งคือเกาะแก่งน้อยใหญ่ของต้นแม่น้ำเพชรบุรีนั่นเอง แก่งกระจานแยกออกมาจากอำเภอท่ายางเมื่อปี 2531 เป็นกิ่งอำเภอ ก่อนจะยกระดับเป็นอำเภอในปี 2536

 

ไปยังไง ?

เรารู้ว่าป๋าเต็ดน่ะใจดี สรรหารถตู้บริการพิเศษสำหรับแฟนคลับ BMMF แต่ถ้าหากอยากเดินทางเองล่ะ ? ขับรถไปง่ายสุด มุ่งหน้าสู่อำเภอท่ายาง เพชรบุรี จากท่ายางใช้ทางหลวงหมายเลข 3499 เชื่อมต่อสู่อำเภอแก่งกระจานแบบรวดเดียวจบ ใกล้ที่หมายเข้าได้สองทางคือพอถึงวงเวียน (เรียกว่าวงเวียนวังจันทร์) ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าบริเวณหน้างาน กับจากวงเวียนให้ตรงไปตามทางเข้าเขื่อนแก่งกระจาน จะเจอทางเข้าผ่านรีสอร์ทอยู่ทางซ้ายมือ ระยะทางจากถนนเพชรเกษมสัก 30 กม. แนะนำแบบไม่ต้องผ่านบริเวณรีสอร์ทดีกว่า

ส่วนรถสาธารณะ จากกรุงเทพมีรถตู้สู่อำเภอแก่งกระจาน ผ่านแก่งกระจาน คันทรี คลับ ขึ้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่หากมาจากจังหวัดอื่นจะนั่งรถไฟ รถทัวร์ หรือซาเล้งก็ตามใจไปให้ถึงจังหวัดเพชรบุรี ต่อรถไปห้างบิ๊กซีริมถนนเพชรเกษม แล้วขึ้นรถตู้เข้าแก่งกระจานที่นั่น

 

นอนที่ไหน ?

ที่กางเต็นท์ในงานน่ะมีเพียบ แต่ถ้าไม่อยากนอนในงานหรือจองไม่ทันล่ะ…

กางเต็นท์ที่อุทยานฯ : อย่างที่รู้ว่างาน BMMF อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อช.แก่งกระจานไม่ไกลมาก (ถ้ามีรถนะ) อยากลองโดนบรรยากาศอุทยานฯ สักหน่อยไหม กางเต็นท์ได้เลยริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ศูนย์ฯ มีเต็นท์และเครื่องนอนมีให้เช่าครบ แต่จะขนไปเองก็ไม่ว่ากัน ห้องน้ำห้องท่าสะอาดสะอ้าน


ที่พักริมน้ำเพชร : แม่น้ำเพชรบุรีใต้เขื่อนแก่งกระจานมีที่พักให้เลือกตาลาย แยกคร่าวๆ ได้สองส่วน ส่วนแรกตรงใต้เขื่อนเป็นที่พักแบบวัยรุ่นหน่อย สภาพแบบบ้านๆ เน้นกิจกรรมเล่นน้ำครื้นเครงวี๊ดว๊ายกันไป แต่หากอยากหาบรรยากาศรีสอร์ทพักผ่อนสวยร่มรื่นให้ออกมานอกตัวอำเภอเล็กน้อย สามดาว สี่ดาว ติดแม่น้ำเลือกเอาเลย

รีสอร์ทริมอ่าง : แนวอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานมีที่พักพอสมควรเหมือนกัน ตั้งแต่แบบชาวบ้านทำเอง หรือรีสอร์ทเก๋ๆ บรรยากาศสโลว์ไลฟ์ผสมฮิปสเตอร์ ต้องการอย่างหลังแนะนำให้เลยจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ ไปสักหน่อย

 

เที่ยวไหนต่อ ?

ถ้าอยากมาแหกปากร้องเพลงและโจ๊ะพรึ่มๆ กันอย่างเดียวก็แล้วไป แต่หากคิดว่ามาแก่งกระจานแล้วต้องขอเที่ยวสักหน่อยก็ลองพิจารณาสถานที่พวกนี้ดูนะ TicketTail ขอแนะนำ

เขื่อนแก่งกระจาน (ห่างจาก BMMF 7 กม.) : คำว่าเขื่อนต้องหมายถึงสันเขื่อน จุดชมวิวนั่นแหละ ขับรถขึ้นโลดไปกระโดดถ่ายรูปให้หนำใจ แต่เก๋กว่าต้องล่องเรือเที่ยวเขื่อน ขึ้นไปเขื่อนปุ๊บจะมีคนเรือขี่มอ’ไซค์มาเสนอขายทันที ประมาณ 500-600 บาท (ถ้าไม่โดนอัพราคานะ) นั่งได้หลายคนอยู่


แม่น้ำเพชรบุรี (7 กม.) : บอกเลยใครอยากเห็นแม่น้ำใสๆ ไม่ใช่แบบเจ้าพระยา ที่นี่จะทำให้กรี๊ดแตก ว่ากันว่าแม่น้ำเพชรบุรีบริสุทธิ์จากป่าเขา จุดศูนย์รวมเล่นน้ำอยู่ตรงใต้เขื่อน ชูชีพ อุปกรณ์เล่นน้ำมีให้เช่าเพียบ ใครเคยไปแล้วจะรู้ว่าเย็นฉ่ำสะใจขนาดไหน ปล่อยตัวปล่อยใจลอยไปตามน้ำอย่างแจ่ม หรือไม่งั้นเลือกกิจกรรมล่องเรือยางไปตามแม่น้ำก็สนุกดี


ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อช.แก่งกระจาน (9 กม.) : นอกจากลานกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำอย่างที่บอก ที่นี่มีแลนด์มาร์คเป็นสะพานแขวน ถึงแม้ตอนนี้มันจะเจ๊งไม่สมประกอบและเดินข้ามได้แค่ครึ่งเดียว แต่ยังคุ้มค่ากับมาถ่ายรูปโพสโฟซ อัพไอจี อยู่นะ


เขาพะเนินทุ่ง (50 กม.) :
ไฮไลท์ระดับสิบกะโหลกของป่าแก่งกระจานต้องทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง ขึ้นไปเองต้องขับรถกระบะเท่านั้นเพราะเป็นถนนลูกรังพังๆ หากไม่มีรถให้ติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือตามรีสอร์ทที่พัก รถพาขึ้นคันละประมาณ 1,600 บาท นั่งได้เกือบสิบคน ขึ้นตั้งแต่ตีห้ากว่าจะถึงข้างบนเกือบเจ็ดโมง บอกนิดว่ามีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท (มีโปรโมชั่นวันจันทร์ถึงศุกร์ลด 50 เปอร์เซ็นต์) แพงอยู่แต่ขอบอกว่าฟินเว่อร์

โครงการชั่งหัวมัน (25 กม.) : กำลังฮิตระเบิดกับโครงการตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปั่นจักรยาน (ยืมฟรี) ชมสวน ชมฟาร์ม ตากแดด ถ่ายรูปเก๋ๆ กับทุ่งกังหันลม และวิวกว้างไกลสุดสายตาพาโนรามา บางคนอาจบอกว่าไม่เห็นมีอะไร แต่บางคนปลื้มปริ่มเหลือเกิน ว่ากันไปตามสไตล่ะนะ

 

รู้สักนิดก่อนคิดไปแก่ง

  • ในตัวอำเภอแก่งกระจานมีถนนหลักเพียงเส้นเดียว (เมื่อเลยวงเวียนเป็นต้นไป) ไม่มีทางเลี่ยง และยังเป็นถนนสองเลนวิ่งกันฝั่งละเลน เจองานใหญ่ขนาดนี้ขอบอกว่ามีเสียวรถติดยาว
  • จากวงเวียนวังจันทร์มีทางลัดออกไปอำเภอบ้านลาด ทางทิศเหนือเพื่อทะลุสู่ถนนเพชรเกษม หรือทางทิศใต้ไปอำเภอท่ายาง ลัดออกอำเภอหัวหิน ประจวบได้นะ
  • อากาศฤดูหนาวที่แก่งกระจานหนาวจับใจ ถ้าหมายถึงเข้าไปในป่าโน่นน่ะ แต่รอบนอกกลางคืนถือว่าแค่หนาวเย็นใช่ได้ไม่เข้าขั้นตัวแข็ง อุณหภูมิน่าจะอยู่ประมาณ 20 องศา
  • การเที่ยว อช.แก่งกระจาน ถ้าอยู่ในพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำเขาไม่ติดตังค์ แต่เมื่อเลยด่านตรวจสามยอดเพื่อขึ้นบ้านกร่างหรือเขาพะเนินทุ่ง จะมีค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 40 บาท วันจันทร์ถึงศุกร์ลด 50% จนถึงสิ้นปี ส่วนฝรั่งผู้ใหญ่ 300 เด็ก 200 บาท และไม่มีโปรลดราคานะ
  • ในเขตอุทยานฯ การขึ้นบ้านกร่าง แหล่งดูนกชื่อดัง เมื่อจ่ายตังค์แล้วสามารถขับรถขึ้นไปได้เลย ใหญ่เล็กได้หมด ระยะทาง 15 กม. ลาดยางตลอดสาย แต่หลังจากบ้านกร่างไปพะเนินทุ่งอีก 20 กิโลเมตร อย่างต่ำต้องเป็นรถกระบะหรือเอสยูวี เพราะถนนเป็นลูกรังล้วนๆ ถ้าไม่มีรถต้องติดต่อเช่ากับอุทยานฯ
  • จากบ้านกร่างขึ้นเขาพะเนินทุ่งเขามีกำหนดเวลาเป็นรอบเพื่อความสะดวก ขาขึ้น 5.30-7.30 กับ 13.00-15.00 และขาลง 9.00-10.00 กับ 16.00-17.00
  • การกางเต็นท์ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ริมอ่างเก็บน้ำ ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน


และนั่นคือข้อมูลสำหรับการเที่ยว  BMMF # 7 ให้เต็มเหนี่ยวมากยิ่งขึ้น ส่วนใครที่สงสัยหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็แอดมาคุยกับผู้เขียนได้ที่ นายสองสามก้าว ส่วนใครที่ไม่อยากพลาดอีเว้นท์มันส์ๆ กิจกรรมโดนๆ ก็อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ TicketTail ตัวจริงเรื่องอีเว้นท์

About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

Dream Castle Fest 2015 ความฝันเล็กๆ ของคนคิดใหญ่

Dream Castle Fest 2015 อีเว้นท์ดีๆที่ทุกอย่างต่างจัดสรรมาให้วัยมันส์ได้แลกเปลี่ยนไอเดียความคิดสร้างสรรค์ ทั้งศิลปินมืออาชีพทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก คนที่กล้าลงมือทำ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างลงตัว   ไม่ว่าจะเป็น งานอาร์ต งานฝีมือ งานกราฟฟิค ช่างภาพ ศิลปินนักร้อง ร้านค้า ร้านอาหาร จัดหนักจัดเต็มกับงานนี้

Dream Castle’Bicycle

ขนจักรยานมาเป็นคันๆ ให้ทุกคนได้เลือกสรรจับจองเป็นเจ้าของ ถูกใจตกลงลงตัว ปั่นกลับบ้านสบายใจเฉิบ แถมแต่ละคันดีไซน์มาอย่างสวยหรู และที่สำคัญราคามิตรภาพไม่มีอะไรจะแจ๋วไปกว่านี้ ยิ่งเดือนหน้ามีงานใหญ่อย่าง ปั่นเพื่อพ่อ ต้องรีบหามาไว้สักคัน

Dream Castle’Design

ด้วยสโลแกนของงาน “ความฝันเล็กๆ ของคนคิดใหญ่”การันตีถึงความคิดสร้างสรรค์ที่กลั่นกรองออกมาจากสมอง ผลผลิตความฝัน ทำให้งานแต่ละอย่างออกมาเนียบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น สายคล้องกล้อง,สายนาฬิกา หรือว่า เครื่องประดับ

Dream Castle’Fashion

 

เสื้อผ้าหน้าผม เป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้สำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องจัดให้แน่น ยิ่งตอนนี้เข้าหน้าหนาวแล้ว ต้องหา winter collection มาสวมใส่ แต่ละอย่างสุดแนวกิ๊บเก๋ ไม่ซ้ำใคร ให้อยากสวยอยากหล่อ ห้ามพลาดงาน Dream Castle Fest 2015

Dream Castle’Food

เรื่องกินเรื่องใหญ่ คำนี้ใช้ได้ทุกสถานการณ์ และที่งาน Dream Castle Fest 2015 ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง จัดมาทั้งของคาวของคาว เครื่องดื่ม แต่ละอย่างคัดมาอย่างดี เพื่อทุกคน เกิดหิวขึ้นมาจะพาลหมดอารมณ์ จะได้เดินชอปปิ้งอย่างมีความสุข

Mighty Wing BKK

Uncle Boss Sausage

BROWN n’ ROLL

Dream Castle’Mini concert

ภายในงานจะจัดสไตล์ American Indian สุดแสนจะเก๋ไก๋สไลเดอร์แล้ว ยังมีเสียงดนตรีจากบรรดาศิลปินนักร้อง มาขับกล่อมให้ทุกคนอิ่มเอิ่ม ไม่ว่าจะเป็น   jelly rocket ,แพรว คณิตกุล,พาย ชา , เอ้ The Voice, Yellow Fang, 15 th scenery , Plastic Plastic และ Hawa (Piece Peace) เป็นต้น

Dream Castle Fest 2015 จัดบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ที่ Motor Sports Land แดนเนรมิตรเก่า ตั้งแต่วันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2558 ตั้งแต่เวลา 14.30 น.-22.30 น. ที่สำคัญงานนี้เข้าฟรีนะจ๊ะ แถมยังมีรถบริการรับส่งฟรีจาก MRT พหลโยธิน อะไรจะเลิศอย่างงี้ ออกมาตามล่าความฝันด้วยกัน

Article by: นายชัดเจน

Credit:ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากออร์แกไนเซอร์งาน Dream Castle Fest 2015 และแฟนเพจของผู้ร่วมออกงานต่างๆ

จะอ้วนก็ต้องอ้วนให้สุด กับเมนู “สปาเกตตี้พอร์คบอลหมูชีสระเบิด”

ใครๆก็ทำได้ ตามสไตล์ Iammreview

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ
พบกับแอมเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องของกินมานำเสนอทุกท่านเช่นเคย เราจะอ้วนไปด้วยกัน โอเค้ เริ่มกันเลย ><

 

เตรียมปรุงหมูกันก่อน

เราใช้หมูบดครึ่งกินโล ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งสาลี 1 ช้อนพูนๆ แป้งมัน 1 ช้อนพูนๆ
ออริกาโน่(อยากได้หอมๆก็ใส่เยอะๆเลย) เกลือป่น(กะเอาตามฟิลลิ่ง)
ผงปรุงรส(ใครผมหนา อยากผมบางก็ใส่เยอะๆเลยจ้า 555)
เตรียมเสร็จก็คลุกเค้ลาส่วนผสมให้เข้ากันเร้ย

 

ขั้นตอนการทำ

ต่อมาก็มาเตรียมพระเอกของเรา มอสเซอเรลล่าชีส เจ้าเก่านั่นเอง

รอบนี้ลองซื้อมาแบบก้อนเลย


หั่นออกมาเป็นลูกเต๋าแบบนี้นะคะ (ปริมาณของเราที่เห็นนี่ แบ่งครึ่งมาจากก้อนใหญ่นะคะ ของจริงใหญ่เบิ้มกว่าลูกอมซูกัสอีกขอบอก)


จากนั้นก็จัดการนำหมูมา เอาชีสวาง แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆได้เลย


รอบนี้ไม่ใช่แค่ระเบิดปิงปองนะคะ ใหญ่เบิ้มแบบระเบิดตอปิโดเลยจ้า 5555555555555


ปั้นเสร็จก็จัดการทอดเลยจ้า ใส่น้ำมันเยอะๆหน่อยนะคะ เดี๋ยวหมูไม่สุก


รอจนสีน้ำตาลๆประมาณนี้ ก็ตักขึ้นมาพักไว้ก่อน


กรี๊ดดดดดดดดดดดด,, หน้าตาตอนทอดหมูเสร็จ
อารมณ์แบบว่า ฉันขอกินเลยได้ม๊าย ไม่ทงไม่ทำมันละสปาเก็ตตี้เนี่ย 5555555555
ไส้อะไรจะทะลักพร้อมเพรียงกันขนาดนั้น ><

ใจเย็นค่ะลูกๆ เดี๋ยวได้กินแน่ รอทำให้เสร็จทีเดียวก่อนสิโว้ย ใจเย็นๆ
สงบสติอารมณ์ไว้

อะแฮ่มๆ ขอพักเบรคโชว์หมูชีสระเบิดจิ๋วของเราบ้าง พอดีหมูเหลือ เลยมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆแทน
ตอนทอดยังไม่ทันเสร็จ หน้าตาก็ออกมาแบบนี้

ชีสสสสสสสส มันทะลักล๊าวววว

พอๆ เดี๋ยวไม่เสร็จพอดีวันนี้
ต่อมา มาดูฝ่ายซอสสปาเก็ตี้เราบ้าง

ซอสมะเขือเทศเข้มข้นต้องนี่เลย ^^


ผักที่ใส่ก็มี มะเขือเทศลูกปานกลาง 5 ลูก แครอทครึ่งลูก
หัวหอมใหญ่ 1 ลูก เห็ดหอมสด 5 ลูก กระเทียม 5 กลีบ
หั่นออกมาแบบนี้นะคะ


เริ่มแรก ใส่เนยลงในกระทะเลยฮ้ะะะะ


ตามด้วยกระเทียมลงไปผัด


ใส่ผักที่เหลือลงไปผัดเลย


ปรุงรสด้วย เกลือนิดหน่อย พริกไทย ออริกาโน่เพิ่มความหอมอีกนิด


พอผักเริ่มนิ่มก็ใส่ซอสลงไปผัดให้เข้ากัน


พอเริ่มเดือด ปุดๆ ก็ใส่หมูชีสระเบิดของเราลงไปเลย รอให้ซอสซึมเข้าหมูซักพักก็ปิดแก๊สได้เลย

เตรียมตักเส้นสปาเก็ตตี้ใส่จานได้เลย


ตักราดเลยฮะ อะ อะ อะ

เสร็จซะทีโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย

จัดแต่งให้สวยงาม รสชาติค่อยว่ากัน 55555

จะจิ้มระเบิดลูกไหนดี มันเยอะไปหมด ><

มาเริ่มควักไส้ออกมาดีกว่าาาาาาาาาาา

ยังๆ ไม่พอ ต้องเพิ่มเสตปในการยืด

อุ๊วววววววววววววว,, ชีสยืดได้

สำหรับคอลัมน์นี้ก็ขอจบการทำร้ายทุกคนแต่เพียงเท่านี้
คอลัมน์หน้าจะมาทำร้ายด้วยเมนูอะไรอีก รอติดตามกันด้วยนะค้า

อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

5 สถานที่นั่งจิบเบียร์รับลมหน้าหนาว

แม้ว่า กรุงเทพมหานคร จะไม่ค่อยมีลมหนาวพัดมาเท่าไร แต่สิ่งที่มาพร้อมกับหน้าหนาวเสมอคือเทศกาลเบียร์ทุกปี เรียกได้ว่า Drink  Drank Drunk กันแบบยาวๆ ตั้งแต่กลางเดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงปีใหม่โน่นเลย พร้อมกันนี้ เบียร์แต่ละค่ายต่างงัดกลเม็ดเด็ดออกมาใช้กันอย่างเต็มที่เพื่อดึงดูดลูกค้า แล้วทุกๆท่านคิดไว้หรือยังว่าจะไปนั่งสวยๆหล่อๆกันแถวไหน??? ถ้ายังวันนี้ Tickettail มีตารางลานเบียร์ในกรุงเทพมาอัพเดต อยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้างก็ไปดูกันเลย…

1.Central World

เบอร์หนึ่งของเทศกาลเบียร์ประเทศไทยไม่ทีที่ไหนยิ่งใหญ่เท่าที่ ลานอเนกประสงค์ ของห้าง เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว เพราะทุกปีมีการจัดงานยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมกับเบียร์รสชาติคุ้นคอพี่ไทย ไม่ว่าจะเป็น Heineken, Singha หรือ  Chang ที่มาเปิดความสุขให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงอซน,เบียร์สิงห์ 1 โซน และ เบียร์ ไฮเนเก้น 1 โซน

แต่ละค่ายขนเอาดารานักร้องมาเสิร์ฟความสุขให้กันทุกวัน เลือกกันได้เลยว่าอยากจะไปวันไหน  ข้อดีอีกอย่างของ เซนทรัลเวิร์ดคือ อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ไม่ต้องขับรถไป-กลับ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส คอยบริการกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

2.Susuki Avenue Rachayothin Singha Sky Park

ที่นี่เหมาะสำหรับคอ Singha ที่ชอบรสชาตินุ่มแต่หนักหน่วง ซึ่งถูกใจหลายๆคนแน่นอน บวกกับ บรรยากาศเลิศ 18 กะโหลก เพราะว่านั่งอยู่บนดาดฟ้า รับลมเย็นๆมองวิวสวยๆ มีดนตรีเล่นให้ฟัง เหมาะกะการสังสรรค์เป็นอย่างยิ่ง ชนแก้วมองดาวใต้ฟ้าชิลอย่างบอกใคร

Susuki Aveue Rachayothin  ตั้งอยู่ที่ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถือว่าเป็นทำเลที่ลงตัวเดินทางสะดวก นัดเพื่อนมาช้าดูหนังรอค่อยออกมาชนแก้วก็ยังทัน เพราะเปิดบริการตั้งแต่ 18:00 น. ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ลงตัวหมดกับลานเบียร์แห่งนี้จะรอช้าอยู่ทำไม ออกบ้านไปลุยกันดีกว่า!

3. Esplanade The Heineken Space

สำหรับคนชอบของนอกกับ The Heineken Space เตรียมความสนุกไว้รองรับกับลานเบียร์ ที่ห้าง Esplanade อยู่ใจกลางเมืองแหล่งชอปปิ้ง เดินกันมาเหนื่อยๆจากการเลือกซื้อของ แวะพักหาเบียร์เย็นๆดื่มกันก่อนกลับบ้าน หรือจะนัดเพื่อนมานั่งมอยเม้าท์เหมาะอย่างยิ่ง

ขอบอกว่าแต่ละทีสาวสวยหนุ่มหล่อมาให้เป็นอาหารตาเพียบ แถมมีศิลปินดารามากันแทบทุกวัน อย่างงี้จะพลาดได้ไง ทั้งบรรยากาศดีเบียร์ลื่นคอ ต้องจัดให้หนัก

4.ASIATIQUE The Riverfront Chang Live Park

อีกนึงสถานที่ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงChang Live Park เพราะว่าบรรยากาศสุดจริงๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำกับวิวงามๆ จิบเบียร์เย็นๆ อีกทั้งปีนี้ทาง ช้าง ได้ออกแคมเปญจัดหนักจัดเต็มความสนุก ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี,อาหาร หรือ เครื่องดื่ม

แถมที่  ASIATIQUE The Riverfront โลเคชั่นเลอค่าสุด เพราะว่ามีร้านค้าให้เดินเล่นมากมาย เมื่อยขาเมื่อไร นั่งที่ลานเบียร์ Chang Live Park  เป็นอะไรที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เสียเวลาทำไม ออกมาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงดีกว่า

5.HOBS

ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับ HOBS หรือ House Of Beers เป็นเหมือนสวรรค์ของคอเบียร์อย่างแท้จริง เพราะว่ามีเบียร์จากต่างประเทศมาให้ลิ้มลองกันให้เพียบหลากหลายยี่ห้อ ที่คุ้นสำหรับคอบ้านเราจะเป็น Stella Artois, Hoegaarden หรือ Leffe

แถมบรรยากาศไม่ต้องพูดถึง เหมาะแต่การนั่งชิลเป็นอย่างยิ่ง อาหารอร่อย เพราะทางร้านจะเน้นที่เหมาะกับการทานคู่กับเบียร์ ลงตัวอะไรอย่างงี้ สะดวกสาขาไหน จัดไปอย่าให้เสีย

 

Article by: นายชัดเจน

เครดิตภาพ:therichest,Mysinghaclub,The Heineken Space,Chang Live Park,HOBS Facebook

3 สิ่งที่คุณควรรู้ เรื่องบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อ

หากสินค้าที่คุณเป็นเจ้าของนั้นมีบริการหลังการขายที่ดีแล้ว รับรองว่านั่นจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นในการเลือกสินค้าซักชิ้น สิ่งที่คุณควรพิจารณานอกจากตัวสินค้าเองแล้ว บริการหลังการขาย และ ศูนย์บริการ ก็เป็นปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจด้วย
แต่คำถามคืออะไรบ้างล่ะ ที่ควรพิจารณา วันนี้เราจะพาคุณไปดู 3 ข้อที่คุณควรรู้ ในการตัดสินใจว่า บริการหลังการขายของค่ายไหน ที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น

1. คุณภาพศูนย์บริการ



คุณภาพของศูนย์บริการเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง คุณภาพในที่นี้หมายรวมถึง คุณภาพทั้งสถานที่ และ ตัวบุคลากรที่ให้บริการ คุณคงไม่อยากต้องไปนั่งรอในศูนย์บริการเก่าๆ ที่พนักงานหน้าบึ้งตึง และ บริการอย่าเชื่องช้าหรอก เพราะนั่นหมายความว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียไปทั้งวัน


2. จำนวนของศูนย์บริการ

จำนวนของศูนย์บริการที่มากขึ้นย่อมหมายถึงความสะดวกสบายที่มากขึ้น หลายครั้งที่การเดินทางในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่น่าบันเทิงซักเท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าถ้าสินค้าที่คุณใช้นั้นมีศูนย์บริการใกล้บ้าน ติดกับที่ทำงาน หรือ สถานที่ที่คุณมักต้องไปทำธุระบ่อยๆ เปิดโอกาสให้คุณสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้โดยไม่ต้องกระทบการดำเนินชีวิตตามปรกติของคุณ


3. บริการเสริมอื่นๆ


เนื่องจากในปัจจุบันนั้นการบริการหลังการขายไม่จำเป็นต้องจบแค่ในศุนย์บริการเท่านั้น คุณควรตรวจสอบดูว่า ศูนย์บริการหล่านั้น มีบริการอื่นๆ มาทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นไหม เช่น Call Center 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันของ SAMSUNG, Home Delivery Service ของ SONY
หรือ แม้แต่บริการที่เข้ากับยุค Digital Economy อย่าง Live Chat หรือ Remote Service ของ SAMSUNG นั้นก็เป็นเรื่องที่เหมาะกับ Lifestyle ของคุณ


และนั่นคือ
3 เรื่องหลักๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับศูนย์บริการของสินค้าอิเล็กโทรนิคต่างๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อความสบายใจ และสะดวกสบายของคุณเอง

 

คลิกเพื่อขยายตาราง

5 สถานที่ใช้ชีวิตโรแมนติกนอนเต็นท์รับลมหนาว… หาสาวมานอนกอด

ลมหนาวพัดแผ่วมาแล้ว… ใครยังสัมผัสไม่ได้แสดงว่าความรู้สึกค่อนข้างช้า! เข้าสู่หน้าหนาวแบบนี้เรียกว่าเป็นเทศกาลเที่ยวเขาเที่ยวดอย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ ควงหวานใจไปนอนเต็นท์สัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โอบกอดกันให้อิ่มอุ่นหัวใจ แค่คิดก็โรแมนติกแล้วใช่ไหมล่ะ

แต่นั่นแหละเพราะรู้ว่าสำหรับบางคนบางคู่ที่เวลาน้อยนิด การงานกองโตกระดิกตัวลำบาก การเที่ยวภาคเหนือย่อมไม่ใช่เรื่องสะดวกสักเท่าไหร่ ดังนั้น TicketTail ตัวจริงเรื่องอีเวนท์ กับกระผม นายสองสามก้าว จึงอยากแนะนำสถานที่กางเต็นท์รับลมหนาวใกล้กรุงไม่ต้องเดินทางไกล มีเวลาแค่คืนเดียวก็โฉบเฉี่ยวไปสัมผัสความโรแมนติกของเหมันต์ฤดูได้เหมือนกัน

บอกเลยว่าใครควงคู่รักไปนอนกอดกันอุ่นๆ แบบนี้… ฟินอย่างถึงที่สุด

1.สังขละบุรี กาญจนบุรี

จุดกางเต็นท์ : จุดชมวิวเทศบาลตำบลวังกะ และที่พักที่เปิดให้บริการ

 

สังขละบุรีขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุงเพราะเดินทางสะดวก มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยว วิถีชีวิตชาวบ้านชาวมอญยังค่อนข้างเข้มแข็ง ตบท้ายด้วยความโด่งดังและสวยงามของสะพานมอญ แม้ว่าสิ่งที่หายไปคือความเงียบสงบแบบดั้งเดิม แต่ในภาพรวมสังขละยังคงน่าเที่ยวโดยเฉพาะฤดูหนาวซึ่งอากาศดี เย็นยะเยือก ปราศจากมลพิษ

แทบทุกรายที่ไปเที่ยวสังขละกลับมาต้องติดอกติดใจ ตอนเช้าเดินทอดน่องบนสะพานมอญ ใส่บาตรตามวิถีมอญ ตกสายไปกราบสักการะหลวงพ่ออุตตมะกับเจดีย์พุทธคยา ที่วัดวังก์วิเวการาม พอบ่ายคล้อยค่อยล่องเรือเที่ยวโบสถ์จมน้ำหรือเมืองบาดาล ซึ่งคือวัดวังก์วิเวการามหลังเดิมที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม และจะโผล่ให้เห็นเฉพาะช่วงน้ำในเขื่อนลดระดับเท่านั้น

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : หมอกขาวยามเช้าที่สะพานมอญ

 

2.วังน้ำเขียว นครราชสีมา

จุดกางเต็นท์แนะนำ : ลานกางเต็นท์ผาเก็บตะวัน และที่พักที่เปิดให้บริการ

ไม่เกินสิบปีที่ผ่านมานี้เองที่วังน้ำเขียวโด่งดังกลายเป็นเมืองตากอากาศยอดฮิต มีปีหนึ่งพีกมากถึงกระทั่งวันปีใหม่รถติดยาวเหยียด สถานที่เที่ยวทุกแห่งแน่นขนัด เพราะผู้คนแห่กันไปสัมผัสแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก (คำโฆษณาชวนเชื่อของเขา) จนกระทั่งใครต่อใครไปกันเยอะแล้ว ความนิยมจึงค่อยๆ ลดลงจนมาอยู่ในระดับกำลังดีเหมือนปัจจุบัน

ขายดีที่สุดของวังน้ำเขียวต้องหน้าหนาวนี่แหละ เพราะมีป่าใหญ่หลายผืนโอบล้อมทุกด้านทำให้อากาศดี หนาวเย็น แจ่มใสตลอดทั้งวัน การท่องเที่ยวนอกจากพวกสถานที่ชิคๆ ชิลๆ ของเอกชน และบรรดาร้านกาแฟ รีสอร์ทสวยๆ สไตล์ยุโรป ที่เหลือคือการเที่ยวเชิงเกษตร ชมไร่ ชมฟาร์ม สวนดอกไม้ เหมาะมากกับคนมีเวลาไม่เยอะแต่อยากออกมาสัมผัสชีวิตกลางแจ้งสักวันสองวัน

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ชมพระอาทิตย์ตกผาเก็บตะวัน

 

3.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี

จุดกางเต็นท์แนะนำ : ลานกางเต็นท์เขื่อนแก่งกระจาน บ้านกร่างแคมป์ และพะเนินทุ่งแคมป์

อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นั่นแหละคำจำกัดความสั้นๆ ของแก่งกระจาน และคำว่าแก่งกระจานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน แต่เป็นการบุกทะลวงเข้าไปในอุทยานฯ ดื่มด่ำกับป่าไม้เขียวขจี อากาศดีรอบกาย ฟังเสียงนกเสียงสัตว์ป่าดังแว่วตามแนวพงไพร เข้าป่าขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าบริสุทธิ์ขนาดไหน

ลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ มีสามระดับ ด้านล่างคือริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน เข้าถึงสะดวก ขั้นต่อมาคือหน่วยพิทักษ์ฯ บ้านกร่าง แหล่งดูนกยอดนิยม เดินทางไม่ยากด้วยรถยนต์ และสุดท้าย สูงที่สุด ไกลที่สุด ลำบากที่สุด แต่ก็สวยที่สุดเช่นกันคือหน่วยพิทักษ์ฯ เขาพะเนินทุ่ง ต้องใช้รถกระบะใหญ่หรือโฟร์วีล (สามารถจ้างรถที่อุทยานฯ) เป็นสุดยอดจุดชมทะเลหมอกโซนภาคกลาง-ตะวันตก บอกเลยว่าหน้าหนาวบนเขาพะเนินทุ่งจะทำให้คุณอยากได้ใครสักคนมานอนกอด

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง

 

4.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

จุดกางเต็นท์ : ลานกางเต็นท์ลำตะคอง และลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้

คงไม่มีใครไม่รู้จักเขาใหญ่ ป่ามรดกโลก เพราะครองแชมป์อุทยานแห่งชาติซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในแต่ละปีมายาวนานแบบผูกขาด ยิ่งหน้าหนาวลมเย็นพัดผ่านเป็นอะไรที่เหมาะมากกับการเที่ยวเขาใหญ่ อากาศดี น้ำตกยังคงมีน้ำพอสมควร ธารน้ำใสแจ๋ว ที่สำคัญคือบริเวณลานกางเต็นท์ไม่มีเจ้าทากดูดเลือดที่ปกติจะยั้วเยี้ยในหน้าฝนมาคอยกวนใจอีกแล้ว

ไปเขาใหญ่ขับรถเที่ยวสบายเพราะถนนหนทางสะดวกทุกจุด ชอบน้ำตกมีน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก ชอบชมวิวมีผาเดียวดาย อ่างเก็บน้ำสายศร ชอบเดินศึกษาธรรมชาติมีเส้นทางหนองผักชี และผากล้วยไม้ อีกทั้งตลอดเวลาบนเขาใหญ่คุณยังมีโอกาสพบสัตว์น้อยใหญ่ตั้งแต่ผีเสื้อยันโขลงช้าง ใครอยากได้ฟีลลิ่งเที่ยวป่าอีกแบบอย่าพลาดการส่องสัตว์ตอนกลางคืนกับรถนำเที่ยวของอุทยานด้วยล่ะ

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ผืนป่าเขาใหญ่สีขาวตอนเช้า

 

5.สวนผึ้ง ราชบุรี

จุดกางเต็นท์ : เขากระโจม ห้วยคอกหมู และที่พักที่เปิดให้บริการ

เมืองประเภทฮิป ชิค คูล ของเหล่าหนุ่มสาว เพียบพร้อมด้วยที่เที่ยวสร้างสรรค์ให้เก๋ไก๋สไตล์ต่างประเทศ ฟาร์มแกะมากมาย และร้านกาแฟน่ารัก เที่ยวกันแต่ละครั้งต้องเตรียมเมมโมรี่กับแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปไปให้พร้อม ซึ่งทั้งหมดนั่นเติบโตขึ้นมาด้วยปัจจัยสำคัญอันดับแรกคือที่นี่เป็นเมืองอากาศดีใกล้กรุงเทพ

คำว่าอากาศดีเกิดขึ้นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนผึ้งเป็นป่า ป่าชายแดนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี หน้าหนาวอาจมีอุณหภูมิกลางคืนต่ำลงแตะเลขตัวเดียว ซึ่งหากใครอยากสัมผัสธรรมชาติแบบเจ๋งๆ ดังว่าให้ตรงดิ่งไปเลยบนเขากระโจม กับห้วยคอกหมู (ต้องว่าจ้างรถโฟร์วีลจากผู้ประกอบการ) สองขุนเขาซึ่งเป็นเขตชายแดนไทย-พม่า เป็นหน่วยทหาร ตชด. นั่นจึงจะเรียกว่าการเข้าถึงสวนผึ้งที่แท้จริงแบบไม่ต้องง้อเจ้าแกะขนปุย

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ทะเลหมอกเขากระโจม


About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอีเวนต์ดีๆ หรือกิจกรรมโดนๆ อย่าลืม Stay Tuned ที่เว็บไซต์ TicketTail.com ตัวจริงเรื่องอีเวนต์

::: ฉีกกฎเมนูมาม่าแบบเดิมๆ ด้วยเมนู “มาม่าไข่ข้น ราดซอสต้มยำกุ้ง” By Iammrerview :::

ใครๆก็ทำได้ ตามสไตล์ Iammreview

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ
พบกับแอมเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องของกินมานำเสนอทุกท่านเช่นเคย เราจะอ้วนไปด้วยกัน โอเค้ เริ่มกันเลย ><

ห่างหายจากการรีวิวไปพักใหญ่ หลายๆคนอาจลืมกันไปแล้ว TT
วันนี้มาเตือนความจำกันหน่อย ปล่อยเมนูใหม่กันซักเมนู ด้วยเมนูทำง่าย วัตถุดิบหาได้โคตรจะง่ายเช่นเคย มาม่าเจ้าเก่านั่นเอง !!!!!
จุ๊บๆจุ๊บๆจุ๊บๆ
วันนี้จะมาทำมาม่าอะไรดี ตอนแรกคิดอยู่นาน แต่การทำอาหารมันต้องใช้ฟิลลิ่ง
ชอบนู่นชอบนี่ก็เอามาปนกันมั่วๆไปเรื่อย เดี๋ยวมันก็เกิดเมนูใหม่เอง
เราชอบกินไข่ ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น จัดมาให้หมด ได้ทั้งนั้นอะ บวกกับเราชอบกินเผ็ดโดนัทพิซซ่าซูซิแฮมเบอร์เกอร์บะหมี่กาแฟอมยิ้มเค้ก

วันนี้เสนอเมนู “มาม่าไข่ข้น ราดซอสต้มยำกุ้ง” แปลกแต่ทำได้จริง ก็แล้วกันโน้ะ

มาเริ่มเตรียมวัตถุดิบกันก่อน
1.มาม่าลวก ครึ่งซอง
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3.เห็ดหอมหั่น
4.เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว พริก กระเทียม มะเขือเทศ หอมแดง ต้นหอม)
5.เนย
6.น้ำพริกเผา / น้ำปลา / น้ำตาลทราย
7.นมคาร์เนชั่น
8.กุ้ง

มาเริ่มทำกันเลย

ตอกไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน

ใส่นมคาร์เนชั่น 3 ช้อน

ใส่เห็ดหอม

นำมาม่าลวกใส่ชาม คนให้เข้ากัน

ตั้งกระทะ ใส่เนย

เทไข่ลงในกระทะ ไม่ต้องกลับด้านนะคะ เดี๋ยวมาม่าจะหลุด 555

ตักขึ้นมาพักไว้ในจาน

ตั้งกระทะ ใส่พริกกระเทียมลงไป

ตามด้วย หอมแดง ตะไคร้ มะเขือเทศ ใบมะกรูด ต้นหอม

ผัดรวมให้เข้ากัน

ใส่พริกเผาลงไป 1 ช้อน น้ำปลาครึ่งช้อน น้ำตาลทรายครึ่งช้อน (ถ้าเริ่มแห้งติดกระทะ ใส่น้ำต้มสุกลงไปนิดนึงนะคะ)

บีบมะนาวลงไปครึ่งลูก

ใส่นมคาร์เนชั่น 2 ช้อน

ใส่กุ้งสดลงไป แล้วผัดให้เข้ากัน

เสร็จแล้ววววววววววว

ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แต่งหน้าซักนิด ด้วยมะนาวฝาน กับ พาสเล่ย์ (เหลือในตู้พอดี 555)
เพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกิน
เพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุก
อะ ดูภาพเพิ่มเติมเพื่อเรียกน้ำย่อยกันหน่อยละกัน

ใครลองทำแล้วผลเป็นยังไงมาแชร์กันด้วยน้า ^^ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ กระทู้หน้าจะมาทำเมนูอะไรรอติดตามด้วยนะคะ
ไม่อยากพลาดเมนูเด็ดๆ ก็กดไลค์เพจ Iammreview ได้เลย

อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

TKT TGIF : 5 สุดยอดร้านอาหารสุดชิลริมแม่น้ำ

คิดไม่ออกว่าจะไปไหนดีกับ วันศุกร์แห่งชาติต้นเดือนแบบนี้ TGIF thank god it’s Friday By TicketTail  : Your lifestyle Calendar เริ่มเข้าหน้าหนาวแบบนี้ขอพาทุกคนไปนั่งชิลกินลมชมบรรยากาศเลิศๆ ริมแม่น้ำ คัดมาเด็ดๆ 5 ร้าน โปร่งโล่งสบาย เหมาะอย่างยิ่งกับการออกไป ซ่าส์กับเพื่อนๆ หรือ สวีทหวานเจี๊ยบกับคู่คนรู้ใจ

1.The Deck by Arun Residence

บรรยากาศโรแมนติกเหลือรับประทาน วิวสวยงามเลอค่ายิ่งนัก ร้านติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามเป็นวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร งดงามยิ่งยามต้องแสงจันทร์ ใครชอบถ่ายรูปขอแนะนำเลยว่าห้ามพลาด รับรอง Like กระจาย ทานอาหารอร่อยๆจิบเครื่องดื่มเย็นๆพร้อมกับซึมซับบรรยากาศดีๆอะไรจะสุขปานนั้น

Location:36-38 :ซอยประตูนกยูร ถนนมหาราช

เบอร์โทร:02-221-9158

เวลาเปิดปิด:08:00-22:00 น.

www.facebook.com/Arunresidencehotel/

2.Buritara wine bar & restaurant

ถ้าคิดถึงร้านริมแม่น้ำเชื่อว่า ชื่อ Buritara wine bar & restaurant จะต้องอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะทั้งสไตล์การตกแต่งร้าน รวมทั้งบรรยากาศ เข้ากันได้อย่างลงตัว นั่งชิลๆโซนOut door สัมผัสลมๆเย็น ฟินเว่อร์! ที่สำคัญเมนูที่ร้านมีให้เลือกเยอะมาก และอร่อยทุกอย่างอันนี้คอนเฟิร์มใครยังไม่เคยไป รับประกันถ้าไปแล้วจะต้องติดใจ และไปอีกแน่นอน

Location:762/2 พระรามที่ 3 บางโพงพาง ยานาวา

เบอร์โทร:02-682-9457-8

เวลาเปิดปิด:17.00-00.00 น.

www.facebook.com/BuriTaraRestaurant/

3.Olive Tree Restaurant

เป็นอีกร้านริมแม่น่้ำที่บรรยากาศสุดพิเศษ ด้วยความที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านวังหลัง ทำให้ได้เห็นวิวสวยๆ โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเม้ามอยท์กันไป ดูเรือลำน้อยใหญ่แล่นผ่านไปมา อีกอย่างที่เด็ดดวงพวงมาลัยไม่แพ้บรรยากาศคืออาหารเพราะเสิร์ฟอาหารไทย และยุโรปต้นตำรับ ทำสดใหม่ทำให้รสชาติอร่อยติดลิ้น

Location:342 ซอยวัดระฆัง ชั้น 2 บ้านวังหลัง

เบอร์โทร:02-866-0867

เวลาเปิดปิด:06.30 น.-22.00 น.

www.facebook.com/OliveTreeWanglang/

4.ศาลารัตนโกสินทร์ 

ด้วยการตกแต่งร้านแบบสบายๆ บวกกับ บรรยากาศริมแม่น้ำ ยิ่งทำให้ปล่อยอามรณ์ ผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งสัปดาห์ ยิ่งตอนเย็นๆมาชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น มันช่างเพอร์เฟ็ค เมนูอาหารทีทางร้านเสิร์ฟมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับการมานั่งทานมื้อค่ำพร้อมกับสังสรรค์กับเพื่อนๆเป็นอย่างยิ่ง รับรองไม่ผิดหวัง

Location:ซ.ท่าเตียน ถ.มหาราช

เบอร์โทร:02-622-1388

เวลาเปิดปิด:ทุกวัน มื้อเช้า 07:00 – 10:30,มื้อเที่ยง11:00 – 16:30,มื้อค่ำ 17:00 – 22:00

5.เสวย ท่ามหาราช

เรื่องรสชาติอาหารไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าอร่อยทุกเมนู อร่อยทุกสาขา ด้วยมาตราฐานการคัดสรรวัตถุดิบ เพราะการปรุงพิถีพิถันอย่างยิ่งแต่ที่สาชา ท่ามหาราช แตกต่างจากสาขาอื่นๆ เพราะว่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบรรยากาศไม่ถึงพูดถึง สุดติ่งกระดิ่งแมว  มีทั้งโซน indoor กับ outdoor แต่ช่วงเวลาแบบนี้กำลังเข้าหน้าหนาว ต้องออกมารับลมข้างนอกสิจ๊ะ ถึงจะได้บรรยากาศ

Location:ท่ามหาราช พระบรมมหาราชวัง พระนคร

เบอร์โทร:02-024-1317

เวลาเปิดปิด:11:00 น.-22:00 น.

http://www.savoey.co.th/savoey-maharaj/


Article by นายชัดเจน

เครดิตภาพ:The Deck by Arun Residence,Buritara wine bar & restaurant,Olive Tree Restaurant,sala rattanakosin restaurant,Savoey Facebook

 

 

5 สุดยอดร้านบุฟเฟ่ต์อิ่มพุงกาง… ราคาสบายกระเป๋า

สวัสดีค่ะ พบกับ Iammreview และ TicketTail ตัวจริงเรื่อง Event  กันอีกแล้วนะคะ ช่วงต้นเดือนเงินเดือนออกแบบนี้ มันต้องฉลองกันซะหน่อยแล้ว จะกินข้าวราดแกงก็ดูจะธรรมดาเกินไป ต้นเดือนแบบนี้ต้องบุฟเฟ่ต์สิ จะมัวรออะไร… แต่ถ้ากินแพงไปก็กลัวจะกระเป๋าแฟบก่อนสิ้นเดือนอีก วันนี้เราเลยมีบุฟเฟ่ต์ร้านดีร้านเด็ดทั้งปิ้งย่าง และชาบู มาฝาก ที่สำคัญราคาย่อมเยาว์สบายกระเป๋าเฟร่อมาฝาก ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มที่ร้านแรกกันก่อนเลยดีกว่า

1.Best Beef @BTS อ่อนนุช

ร้านอาหารประเภทจิ้มจุ่มและเนื้อย่างกระทะร้อน บรรยากาศในร้านเป็นแบบเปิดโล่ง โปร่งสบาย หอมกรุ่นไปด้วยเนื้อย่าง ใครที่ชอบทานเนื้อไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับร้านนี้ !!! เพราะเมนูเนื้อที่หลากหลายรอให้ทุกคนได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ทางร้านได้คัดสรรและพิถีพิถันคุณภาพคุ้มราคาไม่ว่าจะเป็น ทั้งเนื้อวัว (เสือร้องไห้ เนื้อหนอก เนื้อลาย เนื้อลูกวัว) เนื้อหมู (หมูสไลด์ หมูหมัก เบคอน ตับหมู ลิ้นวัว) เนื้อไก่ และซีฟู้ด (กุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ ปลาดอลลี่) อาหารทานเล่นก็มีเพียบไม่ว่าจะเป็นเฟรนซ์ฟรายด์ ไก่ทอด หรือใครหิวๆก็มีข้าวหน้าเนื้อ สปาเกตตี้ซอสเนื้อ และอื่นๆ อีกมากมาย

ราคา : ราคา 219 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ,ราคา 270 บาท (รวมน้ำเปล่า+น้ำอัดลม),ราคา 359 บาท (รวมน้ำเปล่า+น้ำอัดลม+เบียร์)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 16:00 – 00:00 น.
ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยอ่อนนุช หรือระหว่างซอยสุขุมวิท 48/2 และ 48/3 (เดินทางด้วย BTS ลงสถานีอ่อนนุช)
โทรศัพท์ : 02-7429416

Facebook : BestBeef Sukhumvit

 

2.บาร์บีคิว รีสอร์ท (Bar B Q Resort) @สาขารามอินทรา

บุฟเฟ่ต์หมูกะทะแบบไม่จำกัดเวลา เรียกได้ว่า งานนี้จัดหนักจัดเต็ม ไม่อิ่มไม่กลับว่างั้น 555 ร้านนี้พร้อมให้บริการกับเมนูที่หลากหลายจัดแบ่งเป็นโซน มีทั้งอาหารทะเล มีหอยต่างๆ, เนื้อปลา, ปลาหมึก, กุ้งสด โซนเนื้อต่างๆ หมูที่นี่มีหลากหลายประเภทมว๊ากกกกกกกก ทั้งหมูพริกไทยดำ หมูหมักงา และหมูอื่นๆ มากมาย เลือกกินกันแทบไม่ถูกเลย ใครที่ใจร้อนหิวมากๆ ก็มีโซนอาหารปรุงสำเร็จมีทั้งนักเก็ตไก่, น่องไก่ทอด, หนังไก่ทอด, French Fries, หมูยอทอด, ไส้กรอกทอด, ข้าวเกรียบ,ข้าวผัด, มาม่าผัด, ยำ, ผัดผัก, ทะเลผัดผงกะหรี่ และเมนูอื่นอีกมากมาย ต้องไปดูเองนะเพราะมันเยอะมากจริงๆ >< ตบท้ายด้วยโซนของหวาน มีทั้งขนมไทย, น้ำแข็งใส, ผลไม้, ไอศกรีม ลืมบอกไปว่าโซนเครื่องดื่มเราสามารถกดน้ำเองได้เลย จะเป็นน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมก็จัดไปตามใจ หรือถ้าจะดื่มน้ำเปล่า เค้าก็จะมีเป็นขวดให้หยิบเองได้เลย ใครอยากดื่มเบียร์ก็สั่งเพิ่มไปได้ โดยคิดราคาแยกนะคะ นอกจากนี้จะมีขนมจีบ, ซาลาเปา รวมทั้ง station สั่งทำกุ้งอบวุ้นเส้น, ต้มยำกุ้ง ด้วยนะ

ราคา : ราคา 229 บาท  (มาท่านเดียวคิด 259 บาท)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 15.00 – 24.00 น.

ที่อยู่ : สาขารามอินทรา รามอินทรา-วัชรพล 247 ซอย รามอินทรา51 เข้าซอยวัชรพล  (มีสาขา รามอินทรา บางแค ปิ่นเกล้า บางนา นวนคร)
โทรศัพท์ : 088-2495299

Facebook :  บาร์บีคิวรีสอร์ท

 

3.รสเด็ด บุฟเฟ่ต์กุ้งกะทะ  @สาขาประชาชื่น

จุดเด่นของที่นี่ คือ กุ้งสดๆ ตัวโตๆ เติมได้ไม่อั้น มาพร้อมกับอาหารสดอีกหลากหลายชนิดมีทั้งเนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่, หมูบด, ไก่บด, ปลาบดและเครื่องใน แต่ละชนิดก็จะมีการหมักสูตรพิเศษ แบบนุ่ม แบบพริกไทยดำ ให้เราเลือกตามความชอบ ซีฟู้ด ผัก อาหารจานเดียว ซูชิ ขนมหวาน ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำผลไม้, น้ำอัดลม, น้ำเปล่า ซึ่งรวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์แล้ว โอ้โห… การันตีความคุ้มค่าเลยร้านนี้ หรือใครรอสุกไม่ไหวทางร้านมีบริการ “อาหารจานเดียว” ต้อนรับด้วยเมนูสุดอลัง ข้าวผัดทะเล, ไก่สมุนไพร,ยำเล็บมือนาง,ยำรวมทะเล, ยำวุ้นเส้น (ทางร้านใช้เส้นบุกกรุบกรอบแปลกใหม่ดี) , ยำไข่เยี่ยวม้า, ปูผัดผงกะหรี่, ปูผัดพริกไทดำ, กุ้งผัดพริกไทดำ, ตับหมูทอดกระเทียม, ลาบหมู, เนื้อแดดเดียว, ผัดหอยลาย, น่องไก่ทอด, หนังไก่ทอด, หมูมะนาว, ปอเปี๊ยะทอด, หอยนางรมทรงเครื่อง เมนูที่ปรุงใหม่ๆ ต้มยำกุ้งน้ำใส กุ้งอบวุ้นเส้น ปลานิลเผา กุ้งเผาสเต๊กหมู และเมื่อเราเดินไปโซนปิ้งย่างที่ทางร้านจะมีพนักงานคอยบริการปิ้ง มีทั้งเบคอนห่อเห็ดเข็มทอง, ลูกชิ้นปิ้ง, ปูอัดราดซอส, หมูสเต๊ะ และสุดยอดความแซ่บและสด กุ้งแช่น้ำปลา แทบทุกโต๊ะต้องมี

ราคา : ราคา 209 บาท (มาท่านเดียวคิด 239 บาท)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 15.00 – 24.00 น.

ที่อยู่ : สาขาประชาชื่น 37/1 ซ.ประชาชื่น นนทบุรี 8/1 (เยื่อง ม.ธุรกิจฯ) บางเขน ถนนประชาชื่น อ.เมืองนนท์ จ.นนทบุรี 11000 (สาขาประชาชื่น, นวมินทร์, มีนบุรี, อ่อนนุช, พระประแดง และหทัยราษฎร์)
โทรศัพท์ : 083-4488126 , 081-3535806

Facebook : rosdedbuffet

 

4.Hippoya Shabu Shabu @แยกเกษตร

ใครกำลังมองหาร้านชาบูฮิพๆ ต้องร้านนี้เลยค่ะ ร้านมี 2 ชั้น ภายในตกแต่งด้วยปูนเปลือย ดูสบายตา จุคนได้ประมาณ 80 คน ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป น่านั่งสุดๆ ที่ร้านพร้อมเสิร์ฟเมนูเนื้อคุณภาพ ที่คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อโคขุน หรือเนื้อหมูสดสะอาด ไก่ เบค่อน หรือว่าจะเป็นเมนูซีฟู๊ดกุ้งสด ปลาหมึก เนื้อปลาดอลลี่ เมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย น้ำซุปมีแค่น้ำใสอย่างเดียว  มาพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดทั้ง3 แบบ คือน้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มพอนซึ และน้ำจิ้มงา เมนูของกินเล่นขอบอกว่าเด็ดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นซูชิทอด มันบดชีสทอด และเมนูอื่นๆอีกมากมายรอคุณอยู่แล้วที่นี่ !!!

ราคา : ราคา 269 บาท (รวมเครื่องดื่ม) (ช่วงเวลาทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 11:30 – 22:00 น.
ที่อยู่ : 2214 ถนน พหลโยธิน 34 แยก 1 (ร้านอยู่แยกเกษตร ฝั่งตรงข้ามทางเข้าตลาดอมรพันธ์ เส้นพหลโยธิน ติดกับร้านอาหารตามสั่ง)
โทรศัพท์ : 02-561-2544

Facebook : Hippoya Shabu Shabu

 5.ร้าน Shuba Shabu @BTS ราชเทวี

ร้านชาบูขนาดเล็ก ๆ ที่เต็มอิ่มไปด้วยเมนูอาหารให้เลือกมากมาย จุดเด่นของร้านอยู่ตรงน้ำซุปที่เลือกใช้เนื้อปลาอย่างดีมาเป็นส่วนผสมสำคัญ รวมทั้งคัดเลือกเนื้อวัว, เนื้อติดมัน, เบคอน, เนื้อหมู, สันคอหมู, เนื้อไก่, หมึก, กุ้ง, ลูกชิ้น, เต้าหู้ปลา-ไข่, ปูอัด, เส้นอูด้ง, เส้นบุก และชุดผักสดเพื่อสุขภาพ พร้อมข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ เมนูที่นิยมสั่งกันมากที่สุดต้องเนื้อติดมันเลยค่ะ เพราะเนื้อวัวของที่นี่คัดมาพิเศษเกรดเดียวกับเนื้อโคขุน เบค่อนเกรดดี อาหารทะเลพวกกุ้ง ปลาหมึก เสิร์ฟกันแบบสดๆแกะเปลือกมาเรียบร้อยพร้อมทาน ส่วนของทอดต้องกุ้งบอมบ์เลย สั่งกันแทบทุกโต๊ะ วัตถุดิบคุณภาพดีแถมกินได้ไม่อั้นแบบนี้ จะช้าอยู่ทำไม รีบออกไปกินกันเร้ยยยยยย ><

ราคา : ราคา 239 บาท (ไม่รวมเมนูพิเศษ) (ช่วงเวลาทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา 12.00-22.00 น. (สั่งจองได้เฉพาะวันธรรมดา ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์รับเฉพาะลูกค้า walk in)
ที่อยู่ : อาคาร coco walk ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 08 2779 8789
Facebook : Shuba Shabu

ขอบคุณภาพประกอบจาก :BestBeef Sukhumvit ,บาร์บีคิวรีสอร์ท  ,rosdedbuffet ,Hippoya Shabu Shabu ,Shuba Shabu

 

 

 

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์ราคาสบายกระเป๋าวันนี้  อย่าลืมคอยติดตามคอลัมน์หน้านะคะ ว่าจะมีร้านเด็ดๆร้านไหนมาแนะนำกัน อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปก่อน พบกันใหม่คอลัมน์หน้านะค้า บ๊ายบาย ><

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

 

แฟชั่นท้าลมหนาวกับร้านเสื้อแขนยาวสไตล์ Minimal

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ 

ช่วงนี้ก็เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว อากาศบ้านเราเริ่มเย็นลง อีกไม่นานลมหนาวก็จะมาเยือนบ้านเราซะที เย้ ! รอคอยเวลานี้มาน๊าน หลังจากเผชิญสภาพอากาศร้อนตับแลบ แบบว่าเหมือนตับจะแตกมานานพอสมควร ขอบ่นหน่อย ว่าปีก่อนนี่เตรียมเสื้อกันหนาวไว้หลายตัว แต่แบบว่า เห้ยยยยย,, เหมือนไม่มีหน้าหนาวซะงั้น สุดท้ายต้องเก็บเข้าตู้อดใส่ หลายๆคนคงนอยไปตามๆกัน แต่ปีนี้ก็ยังไม่รู้สภาพอากาศแน่ชัด เอาเป็นว่าวันนี้จะมาเเนะนำร้านเสื้อแขนยาวสไตล์ Minimal ไว้ก่อนละกัน ส่วนจะหนาวไม่หนาวค่อยว่ากันอีกที…

1.Hope

HOPE  แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่เน้นคุณภาพของเนื้อผ้าที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ และ รายละเอียดของเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นการเย็บปัก การสกรีนนูน  พร้อมทั้งรูปแบบที่เน้นความเรียบง่ายบนสีสันที่สดใสในราคาที่เหมาะสม  จนทำให้ HOPE  อยู่ในใจของลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน 

FACEBOOK: byhope2014

INSTAGRAM: @byhope2014

 

2.Vika store

Vika Store แบรนด์เสื้อผ้าน้องใหม่มาแรง มียอด Follwers ใน Instagram ถึง 14.5k ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน มีความเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งยอด Like และ ยอดขาย เนื่องจากเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่มีความเรียบง่าย สไตล์ minimal รวมทั้งสีของเสื้อผ้าที่เลือกใส่ง่าย เข้ากับทุกชุด รูปตัวอย่างก็ใช้นางแบบที่สวยหลากหลาย โดนใจวัยรุ่นโดยวัดได้จาก review มากมาย

FACEBOOK: Vika.Store

INSTAGRAM: @VIKA.STORE

3.Classic culture

Classic Culture คือแบรนด์ เสื้อผ้าที่บ่งบอกถึงความเรียบง่าย แต่โดดเด่นชัดเจน ใส่แล้วมากไปด้วยความรู้สึกของความมั่นใจ ด้วยลูกเล่นของสี และคุณภาพของผ้าที่คัดสรรมาอย่างดี ออกแบบและตัดเย็บเอง ใส่ใจในทุกรายละเอียด เสื้อผ้าทุกชิ้นเราเน้นความใส่สบาย ใส่ได้บ่อย มิกซ์แอนด์แมทซ์ ครีเอทได้หลายลุค ใส่ได้หลายโอกาส ที่สำคัญคือราคาไม่แพง เพราะอยากให้ลูกค้าได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ สบายใจ สบายกระเป๋าเวลาซื้อ กล้ารับประกันในคุณภาพที่เกินราคา

FACEBOOK: Classis Culture

INSTAGRAM: @CLASSIC_CULTURE

4.A Friend in Need

ใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าเรียบๆ ใส่ได้บ่อยทุกโอกาสต้องแบรนด์ A Friend in Need เลยค่ะ เจ้าของแบรนด์ไม่ใช่ใครที่ไหน อร๊ายยยยยย,, น้องอาย กมลเนตร นี่เอง เก่งทุกด้านจริงนะสาวน้อยคนนี้ การออกแบบของแบรนด์นี้เน้นทำออกมาในสไตล์มินิมอล สีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด มีลายบ้างเล็กน้อยพอกรุบกริบๆ จะไม่ซัก ใส่บ่อยๆก็ไม่มีใครจำได้ (จริงป๊าวววววววววว –“)

Facebook: A Friend in Need is a Friend indeed.

Instagram: @Afriendinneedbkk

5.SmileyHound

แบรนด์นี้ก็ไม่ธรรมดา เป็นถึงแบรนด์ลูกในเครือแบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Greyhound มีหลายแบหลายสไตล์ให้ได้ช๊อปกัน ทั้งเสวตเตอร์ แจ๊กเกตยีนส์สไตล์ย้อนยุค  สามารเลือกช้อปกันได้ที่ SmileyHound กันได้ที่ pop up shop ของทางแบรนด์ หรือจะสั่งออนไลน์ก็สะดวกค่ะ

Instagram: @smileyhound

Website: greyhound.co.th

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับร้านที่เราเลือกมาให้ดูวันนี้ หวังว่าคงจะโดนใจซักร้านแหละเนอะ ^^ อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

เครดิต : FACEBOOK: byhope2014 ,FACEBOOK: Vika.Store , FACEBOOK: Classis Culture , Facebook: A Friend in Need is a Friend indeed. 

INSTAGRAM:  @smileyhound

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview