8 วิธีเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ให้ชีวิตเดินช้าๆ

กำลังฮิตทั่วเมืองกับกระแส Slow life แม้จะมีการตีความหมายแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตามเถอะ ความจริงแล้วสโลว์ไลฟ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่ทำใจให้สดใส ลดการแข่งขัน ละความอยาก ใช้ทรัพยากรต่างๆ แต่น้อย ไม่เบียดเบียดผู้คน ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ หรือพูดให้เก๋คือใช้ชีวิตพอเพียง ก็จะรู้สึกว่าเวลาแต่ละวันของเราเดินช้าลงแล้ว

 

กับการท่องเที่ยว เพระกระแสยึดติดมาว่าความไม่ทันสมัยคือสโลว์ไลฟ์ ทำให้ปลายทางอย่างอำเภอเชียงคาน สังขละบุรี เมืองน่าน แพร่ ลำปาง กลายเป็นจุดหมายของคนใฝ่หาสโลว์ไลฟ์ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องไปเมืองดังกล่าวก็สามารถเข้าถึงสโลว์ไลฟ์เช่นกัน และอาจเป็นสโลว์ไลฟ์ของจริงมากกว่าเสียอีก เที่ยวแบบไหนให้ชีวิตเดินช้า ไปลองดูกันครับ

 

1. นั่งรถไฟ

หยุดการเดินทางด้วยการเหยียบคันเร่ง 140 กม. ต่อชั่วโมง เปลี่ยนมานั่งรถไฟฉึกฉักหวานเย็น แล้วนาฬิกาชีวิตของคุณจะเดินเนิบนาบลงเยอะ แน่นอนว่าคุณอาจถึงที่หมายช้า แต่ระหว่างความช้าคือวิวสองข้างทาง บรรยากาศท้องถิ่น และเสียงรถไฟซึ่งมีเอกลักษณ์ ให้เสน่ห์ของการเดินทาง สำหรับผม การนั่งรถไฟเที่ยวถือเป็นการบำบัดจิตใจอย่างหนึ่งเชียวล่ะ

 

2. เลือกสถานที่เที่ยว

ต้องยอมรับว่าสถานที่ไม่สำคัญเท่าจิตใจในแง่ของสโลว์ไลฟ์ แต่ปฏิเสธเช่นกันไม่ได้ว่ามันมีส่วน เพราะเมืองใหญ่มักมีสิ่งกระตุ้นเร่งเร้ามากกว่า
ดังนั้นต้องยอมตามเทรนด์เลือกเมืองเล็กๆ เป็นปลายทาง หรือจะให้ดีกว่าก็ยึดติดธรรมชาติ ป่า เขา น้ำตก อยากเที่ยวทะเลก็เน้นเกาะซึ่งไม่พลุกพล่าน ไร้ผับบาร์ริมชายหาด ให้เวลากับการชื่นชมธรรมชาติ

 

3. นอนเต็นท์

เอาล่ะ… มันอาจไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่การละความสบายเป็นหนึ่งในแนวทางสโลว์ไลฟ์ การนอนเต็นท์ทั้งประหยัด และทำให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด ห่างจากสิ่งเร้าอื่นๆ มากที่สุด
เกือบทุกอุทยานแห่งชาติในบ้านเรามีลานกางเต็นท์บริการ จะเป็นเข้าปา เที่ยวดอย ชมน้ำตก ริมชายหาด ก็ตามความชอบ หรือหากไม่สะดวกเรื่องห้องน้ำห้องท่า แนะว่าเลือกที่พักแบบเรียบง่ายไม่ต้องทันสมัยมากแทนก็ได้

 

4. ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก

ใช้เวลาแต่ละวันให้คุ้มค่า นอกจากการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จะให้ความสุนทรีย์ทางอารมณ์แก่คุณอย่างมาก ยังเป็นการบังคับให้คุณต้องตื่นก่อนสว่าง (กรุณาอย่ากลับไปนอนต่อล่ะ) เท่ากับคุณได้ใช้เวลาทุกวินาทีของวันยามมีแสงสว่าง ความรู้สึกว่าวันนี้ยาวนานกว่าปกติย่อมต้องเกิดขึ้น

 

5. ชมดาวชมจันทร์

แค่เอนตัวลงนอน แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณเห็นอะไร… การดูดาวดูพระจันทร์อาจดูเหมือนปล่อยผ่านเวลาอย่างไร้ค่า แต่รู้หรือไม่คนเรามักมีจินตนาการเลิศล้ำและผ่อนคลายเสมอยามนอนมองดูดวงดาวทั้งหลายในจักรวาลที่ไม่มีขอบเขตสิ้นสุด คุณจะมีคำถามคำตอบมากมายให้กับตัวเองอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

 

6. งดแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์อาจเป็นตัวเร่งความเร็วชีวิตแบบติดสปีด หรือ ทำให้ชีวิตช้ากว่าคำว่าสโลว์ (นอนแฮงค์) และจริงๆแล้วมันอาจไม่ใช่วิถีทางของสโลว์ไลฟ์ด้วยประการทั้งปวง
ไม่ว่าคุณจะกระดกมันเข้าปาก ณ สถานที่แห่งใด คุณอาจบอกว่าแค่กินเพื่อสนุกสนานพูดคุยกับเพื่อนฝูง ถ้าแบบนั้นลองเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มอื่นก็ได้มั้ง

 

7. อย่าสันหลังยาว

สโลว์ไลฟ์ไม่ใช่การขี้เกียจ การกลิ้งเกลือกนอนสบายอยู่บนเตียงทั้งวันอาจเป็นการพักผ่อนในฝัน แต่มันกลับจะย่นเวลาในการใช้ชีวิต
พยายามใช้ทุกนาทีของวันให้มีค่า จะเป็นกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ เดินชมนกชมไม้ ถ่ายรูป หรือจะเป็นกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม เดินป่า พายเรือ ดำน้ำ ก็ตามสถานที่ที่คุณเที่ยวนั่นแหละ

 

8. พูดคุยกับคนท้องถิ่น

มิตรภาพเป็นเรื่องดี รอยยิ้มก็เป็นเรื่องดี และการพูดคุยกับคนท้องถิ่น หรือพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จะทำให้คุณได้ทั้งมิตรภาพ ความรู้ ความเข้าใจในท้องถิ่นนั้นๆ
ความอิ่มเอบที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันการสนทนา เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สร้างความสุขให้แก่ชีวิต


About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอีเวนต์ดีๆ หรือกิจกรรมโดนๆ อย่าลืม Stay Tuned ที่เว็บไซต์ TicketTail.com ตัวจริงเรื่องอีเวนต์