ส่องของเด็ดใน CHIC STORE MARKET

 

ฮัลโหลครับเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับงาน CHIC STORE MARKET BY PRIMATOR ครั้งนี้จัดที่สถานที่สุดชิคอย่าง Crystal Design Center ในระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคมนี้ และแน่นอนครับ Tickettail: Your Lifestyle Calendar ก็ไม่พลาดที่จะไปส่องของดีของเด็ดมาฝากกัน ไปชมกันเลย!

PRIMATOR BEER

ของเด็ดที่เป็น Signature ของงานซึ่งขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือเบียร์นำเข้าสัญชาติเช็คอย่าง Primator การันตีด้วยการถูกโหวตให้เป็น The World’s Best Lager จากการประกวดที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2012 ด้วยนะ คอเบียร์ไม่ควรพลาด

LOBSTER BURGER AND MORE

ร้านนี้ตกแต่งด้วยสีจัดจ้านมากๆ ดึงดูดสายตาเป็นที่สุด ทีมงานได้พูดคุยกับพี่เก่งซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ได้ข้อมูลมาว่าช่วงนี้กระแส Food Trucks กำลังมาแรง และพี่เก่งเองก็ชอบทางเบอเกอร์มาก จึงเกิดปิ้งไอเดียที่จะสร้างความแปลกใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็คือเมนูเด็ดของร้านหรือ Signature burger นั่นเอง ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือกุ้ง Lobster ทั้งตัว ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างเช่น เนื้อวากิว พี่เก่งแอบกระซิบมาว่าเป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่น อิมพอร์ตจากออสเตเรียเลยนะเออ


ใครสนใจสามารถติดตามได้ทาง Facebook ของร้าน หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 089-923-2990

SEAFOOD BOOTH LEE

ที่มาของร้านมาจากคุณโบว์ชอบทานซีฟู๊ดม๊ากกกมาก จึงทำให้เกิดร้านนี้ขึ้นมา แค่ฟังจากชื่อคงดูโลดโผนโจนทะยานน่าดู แต่จริงๆแล้วชื่อนั้นมีความหมายที่น่ารักมุ้งมิ้งกว่าที่คิดไว้แน่นอน และอยากบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาออกงานเลยนะ เชื่อเถอะว่าของเขาดีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ถูกส่งตรงมาจากพัทยา แล้วร้านนี้จะเป็นแบบปิ้งย่าง แต่ถ้าใครไม่ใคร่อยากจะกินปิ้งย่างก็จะมีแบบลวกเป็นตัวเลือกหนึ่งให้คุณแน่นอน ส่วนใครที่สนใจก็สามารถตามไปชิมกันได้ที่งาน CHIC STORE MARKET ครั้งต่อไป

ZAPMAN

ร้านต่อมาคือ Food Truck สไตล์อีสานที่มีชื่อว่า Zapman หากใครยังจำกันได้ งานครั้งที่แล้วเราได้มาลิ้มลองรสของดีของเด็ดในร้านนี้กันมาแล้ว เมดูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือคือก๋วยจั๊บญวน, ลูกชิ้นทอด, หมูยออุบลสูตรดั้งเดิม, ต้มแซ่บ และเมนูอาหารอีสานอีกมากมาย ทางร้านบอกเลยว่า ไม่อร่อย ไม่คิดตังค์!
ติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ Facebook

Annette I tim tuk tuk

ร้านสุดท้ายที่เราจะพาไปชมกันก็คือร้านนี้เลย Annette I tim tuk tuk เห็นความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งมาแต่ไกล อะไรจะน่ารักขนาดนี้ ราคาก็น่ารักไม่แพ้ไอติมนะ แท่งละ 80 บาทเท่านั้นเอง แถมเค้ายังบอกว่าเป็นไอติมไขมันต่ำอีกด้วย และทางร้านยังใช้รถตุ๊กตุ๊ก แบบไทยๆ เป็นจุดดึงดูดลูกค้าอีกด้วย
ติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ Facebook

ใครที่อยากจะมาสัมผัสความชิคหรือลิ้มลองของเด็ด งาน CHIC STORE MARKET ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่ Pickadaily(สุขุมวิท 77) วันที่ 28 – 30 สิงหาคมนี้ 

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนอยากรู้ว่าที่ไหนมี Event เจ๋งๆ หรือยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ติดตามได้ที่ Tickettail โดยสามารถเข้าไปดูอีเวนท์ทั้งหมดได้จากหน้า View All Event หรือดูอีเวนต์เด่นๆ ในเดือนที่เราคัดสรรมาไว้ คลิ๊ก
TKT ที่หนึ่งเรื่อง Event และ กิจกรรม


About Author: มนุษย์แว่นเรียนคอมหัวใจครีเอทีฟ เสพย์หนังและแฟชั่นเป็นว่าเล่น ชอบท่องโลกกว้างแต่ขี้เกียจขึ้นรถลงเรือเพราะเบื่อการเดินทาง มีความคิดประหลาดแต่เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์


ติดต่อทีมงาน TKT ได้ที่ [email protected] หรือ โทร 090-812-9339

Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

 

นั่งเรือ ชมวิว แล้วมาชิลที่ “ท่ามหาราช”

[iframe id=”https://www.youtube.com/embed/bkoxUL0dxL8″]

หากพูดถึงสถานที่สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อนๆ หลายคนคงนึกถึง Asiatique, สะพานพุทธ หรือวังหลัง แต่ยังมีอีกที่นึงที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันในวันนี้ นั่นก็คือ “ท่ามหาราช”

ท่ามหาราชเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในคอนเซ็ป Riverside Eatery, Urban Oasis, Art & Culture Market เรียกได้ว่าเป็น Community Mall ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ที่ครบครันด้วยร้านอาหารมากมาย หรือจะมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจกับเพื่อนๆ แม้แต่มาถ่ายรูปชิคๆ ก็กิ๊บเก๋ยูเรก้าดีนะแก

การเดินทางก็แสนจะสะดวก ว่ายน้ำมาได้เลย(ล้อเล่น55555) วันนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสะพานตากสิน ทางออกที่ 2 เดินมาอีกสองแม้วยิ้มก็จะถึงท่าเรือสาทร หรือเรือด่วนเจ้าพระยาที่เรารู้จักกันนั่นแหละ มาถึงท่าเรือก็ซื้อตั๋วกันเลย เราได้ตั๋วราคา 15 บาทจากเรือธงสีส้ม รอไม่ถึง 5 นาทีเรือก็มาเกยถึงท่า อะไรจะดีขนาดนี้

พอคนขึ้นเรือหมดพี่คนขับก็เฆี่ยนเรือออกไปดุจฟาส 7 แต่ไม่เสียวเท่าคลองแสนแสบนะพูดเลย ถ้าจำไม่ผิดนั่งผ่านประมาณ 7 ท่าก็ถึงที่หมายแล้ว ระหว่างทางก็ชมวิหค นก ไม้ไปตามทาง วิวแม่น้ำเจ้าพระยานี่สวยจริงๆ ฝรั่งก็ดีแก5555555

ถึงที่หมายเรียบร้อย นี่แหละ “ท่ามหาราช” คนลงเยอะอยู่เหมือนกัน สิ่งแรกที่เห็นที่เห็นเลยคือ Starbucks ที่เต็มไปด้วยผู้คน มองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นวิวเป็นโรงพยาบาลศิริราช ถ้าเข้าทางข้างหน้าก็จะเห็นป้ายทางเข้าท่ามหาราชพร้อมประดับด้วยจักรยานที่ทอดยาวไปตามทางเดิน นี่ก็คือจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมอีกจุดหนึ่ง เดินเข้ามาข้างในก็จะมีอีกหลายจุดเลยนะ ถ่ายอวดเพื่อนลงได้ทั้งปี

ขนาดภายในก็ไม่ได้ใหญ่มาก กะทัดรัดกำลังดี มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้าน แต่ละร้านตกแต่งด้วยสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ขอบอกว่าสวยทุกร้านเลยนะ นี่ล่ะจุดขายของเค้าเลย

มีอีกที่ที่ชอบมากเลยคือชั้นสองฝั่งริมแม่น้ำ เป็นลานโล่งๆ มีหลังคา เหมาะสำหรับนั่งชิล คุยกับเพื่อน อ่านหนังสือ หรือพักผ่อนก็ดี ถ้าเดินมายืนตรงริมระเบียงจะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งโรงพยาบาลศิริราชที่กระทบกับแสงอาทิตย์ น้ำเป็นประกายสะท้อนเข้ามาในตา ละมุนมากกก ถ้ามาในตอนพลบค่ำจะสวยกว่านี้ไปอีกกก

ส่วนใครที่อยากทานอาหารข้างนอกเราได้ไปเซอร์เวย์มาแล้ว ให้เดินมาทางข้างหน้าออกจากประตูแล้วเลี้ยวซ้าย และเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ทางซ้ายมือ ให้เดินผ่านเข้ามาจะพบกับแหล่งอาหารอันโอชะหลากหลายร้านให้ได้เลือกกัน ใครชอบร้านไหนก็เดินเข้าไปเลย

ถ้าอิ่มแล้วไปกันต่อเลย เดินออกมาจากซอยแล้วเลี้ยงซ้ายมุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะมีอาหารเต็มไปหมด เลือกจับจ่ายตามใจชอบ แถมราคาถูกอีกต่างหาก เดินมาประมาณ 500 เมตร ก็จะพบกับทางเข้า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์” ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากริมแม่น้ำ มารับลมเย็นๆ ในมหาวิทยาลัยก็เข้ามาเลย ลมเย็นแถมยังเงียบสงบอีกด้วย(เพราะปิดเทอม)

หนำใจแล้วก็ไปกันต่อ เราจะไปรับลมชมวิวบนสะพานพระปิ่นเกล้ากัน ให้เดินออกมาทางข้างหน้ามหาวิทยาลัยที่ติดกับสนามหลวง ออกมาเลี้ยวซ้ายแล้วตรงดิ่งเลย จะพบกับโรงละครแห่งชาติอยู่ทางซ้ายมือ เราไม่แวะครับ เดินต่อ5555 ประมาณ 1 กม. แล้วข้ามถนนพระอาทิตย์ ก็จะเห็น “สะพานพระปิ่นเกล้า” อยู่ข้างหน้า ให้เดินขึ้นบันไดไปบนสะพานแล้วเราก็จะพบกับวิวอันเลอค่า จะเห็นทั้งวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำ และการคมนาคมต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงสะพานพระรามแปดด้วย ลมเย็นเหมาะกับการชมวิวมาก

ด้วยความที่อยากเห็นพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงรีบลงเรือด่วนเจ้าพระยาเพื่อกลับ แต่ถามว่าเห็นไหม บอกเลยว่าไม่จ้าาา555 คนเยอะมากแถมยังมาผิดเวลาอีกด้วย ลงเรือก็หกโมงเย็นแล้ว สุดท้ายนี้ก็ขอลาไปด้วยการรัวภาพในทริปนี้ก็แล้วกันนะ และอย่าลืมว่า “จุดหมายปลายทางไม่สำคัญเท่ากับว่า ระหว่างทางเราได้พบเจออะไรบ้าง” ครั้งหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหน ติดตามได้ใน Tickettail: Your Lifestyle Calendar


About Author: มนุษย์แว่นเรียนคอมหัวใจครีเอทีฟ เสพย์หนังและแฟชั่นเป็นว่าเล่น ชอบท่องโลกกว้างแต่ขี้เกียจขึ้นรถลงเรือเพราะเบื่อการเดินทาง มีความคิดประหลาดแต่เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์

 

โหลดแอพพลิเคชั่น TicketTail ได้แล้ววันนี้!


ติดต่อทีมงาน TKT ได้ที่ [email protected]

Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

Full Moon Cafe – TKT Tuesday Food Trucks

ฮัลโหลครับเพื่อนๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Tuesday Food Trucks by TKT วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปพบกับร้านเบอร์เกอร์ที่มีชื่อว่า Full Moon Cafe พูดเลยมีทั้งหมู เนื้อ และชีสเน้นๆ!

จุดเริ่มต้นของร้านนี้มาจากการที่พี่เจ้าของร้านมีร้านอาหารอยู่ที่บางลำพู และมีเพื่อนเป็นเชฟชาวต่างชาติ จึงปิ๊งไอเดียในการที่จะรังสรรค์เมนูใหม่ๆ กับเพื่อน จึงเกิดมาเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่มีชื่อว่า Full Moon Café

เมนูเด็ดขึ้นชื่อของร้านนี้ก็คือ Mac & Cheese Burger และ Cheese Steak Burger เอาใจคนรักชีส และแน่นอนว่าทางทีมงานก็ไม่พลาดที่จะลิ้มลอง เนื้อแน่นๆ ชีสเน้นๆ เต็มปากเต็มคำ ชิ้นใหญ่มาก ทานคนเดียวก็แน่นแล้วครับ

มาเริ่มกันที่เจ้า Mac & Cheese Burger เมนูนี้มีมักกะโรนีสอดไส้ บวกกับชีสเยิ้มๆ เต็มปากเต็มคำ

 

Cheese Steak Burger เมนูนี้เด็ดตรงที่ให้เนื้อเยอะมาก แน่นอนว่ามากับชีสเยิ้มๆ

สุดท้ายนี้ใครสนใจสามารถติดต่อไปได้ตามที่อยู่ข้างล่างเลยครับ ทางร้านรับออกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานส่วนตัว หรือจะงานเลี้ยง ไปหมด!

Price: 80 – 240 บาท

ช่องทางการติดต่อ :

https://www.facebook.com/Fullmooncafe.thailand

เบอร์ติดต่อ: 083-272-7999


 

About Author: มนุษย์แว่นเรียนคอมหัวใจครีเอทีฟ เสพย์หนังและแฟชั่นเป็นว่าเล่น ชอบท่องโลกกว้างแต่ขี้เกียจขึ้นรถลงเรือเพราะเบื่อการเดินทาง มีความคิดประหลาดแต่เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์


ติดต่อทีมงาน TKT ได้ที่ [email protected]
Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

 

Chic Store Market @CDC งานชิคๆของคนมีสไตล์

CHIC STORE MARKET

ขึ้นชื่อว่ามี Event ดีๆ Tickettail:Your Lifestyle Calendar ไม่เคยพลาดที่จะนำเสนอ เช่นงาน CHIC STORE MARKET BY PRIMATOR @CDC ที่จัดกันที่สถานที่สุดจะเลิศอย่าง Crystal Design Center หรือ CDC ในสุดสัปดาห์นี้ โดยคุณลีผู้จัดงานกระซิบมาบอกทีมงาน TKT บอกว่าอยากชวนเพื่อนๆทุกคนมา ช็อปเพลินๆ เดินชิลๆ ดริ๊งค์เบาๆ แบบชิคๆ  ส่วนมีทีเด็ดอะไร TKT พาไปรีวิวให้ดูก่อนใคร ไปกันเลย

CHIC’s Beer

คอเบียร์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะในงานจะมีเบียร์ PRIMATOR พรีเมี่ยมอิมพอร์ทมาจากประเทศสาธารณรัฐเช็ก มาให้นักดื่มได้ลิ้มลองกัน ใครสะดวกแบบเบียร์สดหรือเบียร์ขวดมีมาสนองความต้องการอย่างครบครัน

CHIC’s Food

อาหารการกินอันนี้ขาดไม่ได้เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง แถมแต่ละร้านนี้ชิคสุดๆ เพราะเป็น Food Truck ยอดฮิตกว่า 10 คัน ที่จะมาจำหน่ายอาหารมากมาย แค่นึกภาพน้ำลายแถบจะเปื้อนแก้มละ เพราะแต่ละเมนูเด็ดๆทั้งนั้น ทั้งของคาวของหวาน

Lobster burger and more

Loma Chef

Give me Fresh

aah aam kitchen

Annetteitimtuktuk


CHIC’s Fashion

สาวๆหนุ่มๆพลาดไม่ได้กับเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม มีบูธร้านเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ กว่า 50 ร้านค้ามาเปิดให้คุณๆได้เลือกสรรกันตามใจชอบ ใครไม่อยากตกเทรนด์ของบอกว่าไปงานนี้ไม่มีเอาต์แน่นอนจ๊ะ มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกันเลยทีเดียว

CHIC’s Homa Decor

ใครยากให้บ้านตัวเองออกมา เลิศหรูอลังการ ต้องมาทางนี้เพราะนอกจากจะมี เบียร์,อาหาร์ และ เสื้อผ้าแล้ว ยังมีของแต่งบ้านเก๋ๆ มาให้ได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างสบายใจ เพราะว่ามีโปรโมชั่นพิเศษเอาใจคุณลูกค้ากันอย่างสุดๆ

CHIC STORE MARKET BY PRIMATOR จะมีระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม -2 สิงหาคม 2558 เริ่มความชิคได้ตั้งแต่เวลาบ่าย 3 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ที่ CDC เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา(ลานกิจกรรมวงเวียนนก) ใครเอารถมาไม่ได้ต้องห่วงเพราะว่าที่จอดรถเพียบ

สุดสัปดาห์นี้เพื่อนๆคนไหนไม่มีโปรแกรมจะไปไหน อย่าพลาดงาน CHIC STORE MARKET BY PRIMATOR @CDC เพราะชีวิตคุณจะไม่มี OUT พร้อมกับได้ความชิคกลับบ้าน ใครอยากรู้ว่าที่ไหนมี Event ดีๆโดนๆ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกไหว ติดตามได้ที่ www.TicKetTail.com  โดยสามารถเข้าไปดูอีวเนต์เด็ดทั้งหมดได้จากหน้า All Event sหรือ ดูอีเวนต์เด่นๆในเดือนที่เราเลือกมาลิสต์ไว้ให้ คลิ๊ก

TKT ที่หนึ่งเรื่อง Event และ กิจกรรม


Article by TKT TEAM

Credit:ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากออร์แกไนเซอร์งาน CHIC STORE MARKET และแฟนเพจของผู้ร่วมออกงานต่างๆ

ติดต่อทีมงาน TKT ได้ที่ [email protected] หรือ โทร 090-812-9339
Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

CHIC STORE MARKET SPONSORED BY TICKETTAIL

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ The Scene Town In Town ได้มีงาน CHIC STORE MARKET SPONSORED BY TICKETTAIL เพื่อนๆ หลายคนผ่านไปคงได้ไปเยี่ยมชมกันมาบ้างแล้ว ส่วนใครที่พลาด TICKETTAIL : Your Lifestyle Calendar  ก็ได้เก็บภาพบรรยากาศและของดีของเด็ดในงานมาฝากกัน พูดเลย “คราวหน้าห้ามพลาด”

 

เบียร์นำเข้า

งานนี้นอกจากจะได้ช้อปกันแล้วยังมีเบียร์นำเข้าสัญชาติเชกอย่าง Primator มาให้ได้ลิ้มลองรสชาติกันด้วย การันตีด้วยการถูกโหวตให้เป็น The World’s Best Lager จากการประกวดที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2012 ด้วยนะ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักดื่มและแขกในงานเป็นจำนวนมาก อยากลิ้มลองต้องมาที่งานนี้เลย

 

เซเลบคนดัง

นอกจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าสุดแซ่บในงานแล้ว ยังเสริมทัพด้วยเหล่านักแสดงและเซเลบชื่อดังมากมายที่มาเปิดท้ายขายของกันในงาน ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหนุ่มสุดแซ่บอย่าง คุณกันต์ กันตถาวร และนักแสดงสาวสุดฮอตอย่างคุณเนย โชติกา และคุณแก้มบุ๋ม ปรียาดา นอกจากจะได้มาช้อปแล้วยังได้มีโอกาสกระทบไหล่กับคนดังด้วยนะเออ


อาหารจัดเต็ม

 

ช้อปเหนื่อยแล้วไม่ต้องกลัวหิว จัดเต็มด้วย Food Trucks หลากหลายร้านภายในงาน จะมีร้านอะไรบ้างมามาชมกันเลย

ณ กรุง Danish ฮอทดอกอิมพอร์ตสไตล์เดนมาร์คที่มีการประยุกต์เมนูให้เข้ากับคนไทย และทางทีมงานได้ไปลิ้มลองรสชาติมาแล้ว อร่อยถูกปากสมคำล่ำลือเลยล่ะครับ ส่วนใครอยากลิ้มลองทางร้านบอกว่าเช็คตารางการออกงานได้ที่ Facebook Foodstop

 


ร้านต่อมาคือ Food Truck สไตล์อีสานที่มีชื่อว่า Zapman ของดีร้านนี้ก็คือก๋วยจั๊บญวน, ลูกชิ้นทอด และหมูยออุบลสูตรดั้งเดิม และยังมีอาหารอีสานอีกมากมาย ทางร้านบอกเลยว่า ไม่อร่อย ไม่คิดตังค์!
ติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ www.facebook.com/pages/ก๋วยจั๊บ-Zapman

 


ตบท้ายด้วยร้าน Bangkok Grill Runner เพื่อนๆ หลายคน คงได้เห็นร้านนี้กันมาบ้างแล้ว ของเด็ดนอกจากจะเป็นไส้กรอกสไตล์เยอรมันแท้ๆ แล้ว พ่อค้าก็แซ่บไม่แพ้กัน มายืนปิ้งไส้กรอกให้เห็นกันสดๆ ส่งกลิ่นยั่วยวนไปทั่วงานจนต้องขอลิ้มลองรสชาติเลยล่ะ รับประความแซ่บ! ติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ www.facebook.com/bangkokgrillrunner

 

 

ดนตรีถูกใจ

 

ความดีงามของงานนี้คือคุณจะได้รับความสุขล้นถึงสองเด้ง นอกจากคุณจะได้มีความสุขกับการช็อปปิ้งสินค้าชิคๆ คูลๆ แล้วคุณยังจะได้ดื่มด่ำดนตรีที่ทำให้คุณสำราญและเพลิดเพลินไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนในงาน เสียงดนตรีก็จะตามคุณไป จะช้อป หรือจะเม้าท์กับเพื่อนก็ชิลไปอีกแบบ

 

นั่นและฮะท่านผู้ชม แต่สำใครที่พลาดสามารถพบกับ CHIC STORE MARKET BY FRANKY & TICKETTAIL วันที่ 24 – 26 กรกฎาคม ที่ Seacon Square บางแค, 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม Crystal Design Center, 28 – 30 สิงหาคม Pickadaily สุขุมวิท 77  และ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสาร Event ดีๆก็อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ TicketTail.com หรือกดไลค์ที่แฟนเพจของเรา อย่าลืมนะครับนึกถึงอีเวนต์นึกถึง TicketTail ตัวจริงเรื่องอีเวนต์

OHO Market ใครมาก็โอ้โห!

Say Hi ครับทุกคน วันนี้ TicketTail  : Your lifestyle Calendar จะพาเพื่อนๆ มาเดินเล่นกันที่งาน “OHO Market” ที่ TicketTail ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ โดยงานนี้เป็นตลาดของคนชิคๆ คูลๆ จัดขึ้นที่ Esplanade รัชดาภิเษก การเดินทางก็สะดวกสบายครับ นั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานี ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออกที่ 3 แล้วเดินต่ออีกนิด ก็จะพบกับ Esplanade รัชดาภิเษก อยู่ตรงหน้าเลยครับ

ทีมงานได้มาพบกับคุณแม็ค ซึ่งเป็นผู้จัดและจะมาพาเราเดินทัวร์ภายในงานกันวันนี้ครับ คุณแม็คจะประจำอยู่ที่กองอำนวยการใต้บันไดเลื่อนเยื้องกับร้าน CoCoICHIBANYA ใครต้องการความช่วยเหลือมาติดต่อได้ที่จุดนี้เลย


งานได้รับความสนใจจากผู้ที่สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากในภาพคนเดินกันให้ควักเลยล่ะ มาที่ภาพมุมสูงกันบ้าง

ภายในงานก็จะเต็มไปด้วยหลากหลายร้านดังจากใน Social และมีร้านอาหารประมาณ 30% ร้านแฟชั่นและเครื่องประดับประมาณ 70% กับคอนเซ็ปที่ว่า “นำเทรนด์ น่ารัก อบอุ่น” ที่ใครๆ มาก็ต้องร้องโอ้โหหห

เอาล่ะ หลังจากชมภาพบรรยากาศภายในงานกันมาพอหอมปากหอมคอแล้ว มาดูของเด็ดภายในงานกันบ้างดีกว่า กับร้านแรกเลย เป็นร้านอาหารสไตล์เกาหลีที่มีชื่อว่า Super Seoul คนแน่นร้านมากๆ ต้องมาดูว่ามีดีอะไร

 

เมนูเด็ดของร้านก็คือไก่ทอดเกาหลีสูตรต้นตำหรับ และกิมจิโฮมเมด ทีมงานก็ไม่พลาดที่จะลิ้มลองรสชาติครับ ไก่กรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อมถูกใจคนไทย และราคาน่าคบ บอกได้เลยแซ่บลืม!

แม่ค้ากระซิบมาด้วยว่ากำลังจะเปิดร้านที่สาทร ซอย 11 ใครสนใจสามารถเข้าไปดู Instagram ของทางร้านได้ที่ @superseoulcafe หรือโทร 084-925-1555

 

ร้านต่อมามีชื่อว่า CHUEN Juice Bar ร้านนี้อิมพอร์ตจากเชียงใหม่กันเลย ขนอุปกรณ์ทุกอย่างมาจากเชียงใหม่เลยทีเดียว ไอเดียของร้านมาจากการที่พี่เจ้าของร้านไม่ชอบดื่มกาแฟ จึงมาเปิดเป็นร้านน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เฮลท์ตี้สุดๆ

เมนูมีก็ให้เลือกหลากหลาย มิกซ์ได้ตามใจชอบเลย แถมยังมีนมถั่วเหลืองปั่นกับน้ำผลไม้ มีสูตรลดน้ำหนัก และผิวสวยให้เลือกกันนะ ส่วนเมนูเด็ดของร้านก็คือ น้ำผลไม้ปั่นสองชนิดขั้นด้วยโยเกิร์ตตรงกลาง ที่ได้รับความนิยมก็คือ Strawberry Mango Duo อร่อยและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะ สองเด้งเลย

ใครที่สนใจ ตอนนี้ร้านเปิดอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 9 จังหวัดเชียงใหม่ ใครผ่านไปเที่ยวอย่าลืมไปลิ้มลองกันนะ หรือติดตามได้ทาง Facebook / Instagram : chuenjuicebar แต่ถ้าไม่อยากไปไกลถึงเชียงใหม่ก็มาลองที่ OHO Market ก่อนนะเจ้า

ขอปิดท้ายด้วยร้านของหวาน THE BETTER BATTER เป็นร้านบราวนี่ชิ้นเล็กๆ ราคาน่ารัก เพียงชิ้นละ 15 บาทเท่านั้น! ซื้อเยอะยิ่งลดเยอะด้วยนะ แนวคิดมาจากการที่พี่เจ้าของร้านชอบทานบราวนี่ แต่ด้วยบราวนี่เป็นชิ้นใหญ่ ทานไม่หมดเลยปิ้งไอเดียที่จะทำออกมาเป็นบราวนี่ชิ้นเล็กๆ พอดีคำ และทานง่าย

ความเด็ดอยู่ที่บราวนี่สามารถเปลี่ยนท็อปปิ้งได้ ทำให้แต่ละชิ้นมีรสชาติที่แตกต่างกัน ทานแล้วไม่น่าเบื่อ

 

ใครที่สนใจจะลิ้มลองรสชาติ สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ The Mall บางกะปิ ในโซนของ Bakery เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป หรือติดตามได้ที่ Facebook / Line : THEBETTERBATTER และ Instagram : THE_BETTERBATTER

OHO Market จัดขึ้นที่ Esplanade รัชดาภิเษก ระหว่างวันที่ 22 – 26 กรกฎาคม ส่วนใครที่ไม่ว่างในช่วงนี้ก็สามารถไปเยี่ยมชมงานกันได้ที่ตึก Empire Tower วันที่ 17 – 21 สิงหาคมนี้ครับ สำหรับงานนี้ขอลาไปด้วยภาพน่ารักๆ ภายในงาน แล้วอย่าลืมนะครับ ถ้าอยากติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Events เจ๋งๆ อย่าลืมนึกถึง TicketTail.com ตัวจริง เรื่อง Event ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นั่งรถไฟ ไปฟังเพลง ไปเดินเล่นเดินกิน สุดชิล @ หัวหิน

ทะเลหัวหินเขาว่าโรแมนติค เขาคนนั้นคือใครก็ไม่รู้ แต่เขาว่ามาผมก็ว่าอย่างนั้นตามแล้วกัน คิดหาเหตุผลดูอาจเพราะสมัยก่อนย้อนไปสักร้อยปี หัวหินเป็นแหล่งตากอากาศริมทะเลของเหล่าเชื้อพระวงศ์ เจ้าขุนมูลนายผู้มีฐานะ บ้านริมทะเลปลูกเป็นเรือนไม้สวยงาม นึกภาพดูแล้วคงโรแมนติคจริงๆ เหมือนหนังพีเรียดย้อนยุค ท่านชายแอบปันใจให้สาวชาวบ้าน ทำให้ลูกคุณหญิงคู่หมั้นผู้สูงศักดิ์ต้องตามมาวีนนั่นแล

 

ความโรแมนติคห้วงอดีตยังหลงเหลืออยู่หรือเปล่าไม่แน่ใจนะครับ เพราะหัวหินเติบโตตามยุคสมัยกลายเป็นเมืองใหญ่ โกเก๋ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแบบซึ่งวัยรุ่นยุคไวร์เลสเรียกว่าชิคๆ ชิลๆ ทำนองนั้น เอ… หรือคำว่าโรแมนติค กับ ชิคๆ ชิลๆ มันคือแนวเดียวกันนะ

 

เอาเป็นว่า ยังไงเสียหัวหินก็เป็นเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนเวลาไม่มาก เพราะเดินทางสะดวก และบังเอิญตอนนี้ ซิเคด้า มาร์เก็ต เขามีกิจกรรมน่าสนใจ “ถอดเกือกฟังเพลง” Hua Hin Live Music Weekend ทุกสุดสัปดาห์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เลยยิ่งเหมาะกับใครอยากไปปล่อยใจให้ชิคๆ ชิลๆ เข้าไปใหญ่ ไม่ต้องมีรถส่วนตัวก็เที่ยวครับ แถมยิ่งคลาสสิกเสียด้วยหากเลือกนั่งรถไฟไป

 

รถไฟขบวนธรรมดาไปหัวหิน ขึ้นได้ทั้งจากสถานีธนบุรี ขบวน 255 ธนบุรี-หลังสวน 7.30 น. กับสถานีหัวลำโพง ขบวน 261 กรุงเทพ-หัวหิน 9.20 น. สะดวกเที่ยวไหนเลือกกันครับ เป็นขบวนรถไฟฟรีทั้งคู่ ตามกำหนดจะสิ้นสุดการให้บริการฟรีในวันที่ 31 ก.ค. 2558 ซึ่งก็ติดตามข่าวกันเอาครับว่ารัฐบาลจะขยายเวลาออกไปอีกหรือเปล่า และหากต้องเสียค่ารถจริงๆ ก็แค่ประมาณร้อยเดียว

 

รฟท. ให้บริการหวานเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งใส ปกติผมมักใช้เส้น ธนบุรี-หลังสวน เฉพาะเวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครับ แต่ไม่ใช่เวลาถึงที่หมายนะเพราะรถจะออกสายราวหนึ่งชั่วโมงเป็นประจำ เบ็ดเสร็จเราจะถึงหัวหินประมาณบ่ายโมงครึ่ง เร็วหรือสายกว่านั้นเล็กน้อย

 

นั่งรถไฟสายใต้เมื่อใกล้ราชบุรี ตั้งแต่บ้านโป่งลงไป จะต้องเห็นแม่ค้าขึ้นมาเร่ขายก๋วยเตี๋ยว นั่นแหละของขึ้นชื่อเวลาเดินทางด้วยรถไฟสายนี้เชียว ก๋วยเตี๋ยวหมูแดงที่ขายบนรถไฟต้นตำรับอยู่ที่ อ.ปากท่อ แต่ก่อนมีคนขายอยู่ด้านล่างสถานี รถจอดปุ๊บก็เรียกซื้อกันพัลวัน เดี๋ยวนี้เน้นขึ้นมาขายบนรถมากกว่า รสชาติโอเคอยู่นะ แต่ห่อละสิบบาทต้องซื้อกันสามสี่ห่อถึงจะได้พออิ่ม

 

จากราชบุรี เพชรบุรี ถึงชะอำ ก็เข้าหัวหินแล้วล่ะ ลงรถไฟปุ๊บไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ถ่ายรูปสิถ่ายรูป เช็คอิน โพสเฟซบุ๊ค ไอจี แท็กเพื่อนกันเข้าไปว่ามาถึงแล้วสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศ (แอบคิดว่าสวยสุดได้แค่นี้ใช่ไหม ฮา…) ติดกับสถานีมีร้านกาแฟตกแต่งสไตล์เดียวกันอยู่ด้วยนะ

 

ซิเคด้า มาร์เก็ต เปิดตอนเย็น นั่งรถไฟมาถึงแค่บ่ายๆ เวลาเหลือเฟือ การเดินทางในหัวหินแม้ไม่มีรถยนต์ก็เที่ยวไม่ยาก เพราะมีสองแถวเขียววิ่งตลอดช่วงถนนเพชรเกษมไปจนถึงเขาตะเกียบ ค่ารถสิบบาท ไปไหนมาไหนสะดวกพอตัว

 

มีทริคนิดหน่อยครับ ซิเคด้า มาร์เก็ต อยู่ย่านเขาตะเกียบ ดังนั้นใครเลือกพักแถวเขาตะเกียบ ยิ่งชนิดเดินเท้าได้ก็สบายเลย เพราะตอนกลางคืนขากลับรถสองแถวหมด จะได้เดินเอาไม่ต้องหารถรับจ้างอื่นๆ ให้เปลืองตังค์

 

เอาล่ะ พร้อมแล้วใครเข้าโรงแรมเก็บของก็ได้ หรือกระเป๋าแบกไม่หนักก็ลุยทันที แนะนำใครไม่เคยมาหัวหิน หรือจะเคยมาแล้วก็เถอะให้ไปเที่ยวหาของกินและถ่ายรูปเล่นให้เพลินๆ ที่เพลินวาน กี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเพราะว่าเข้าฟรี ของกินอร่อยมีพอสมควร มุมถ่ายรูปกิ๊บเก๋เพียบ หรือไม่อย่างนั้นจะหาร้านกาแฟสวยๆ นั่งชิลมีอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะแถวถนนแนบเคหาสน์ เข้าทางหัวหินซอย 51

 

ตกเย็นเมื่อเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยค่อยไป ซิเคด้า มาร์เก็ต เริ่มเปิดสี่โมงเย็น ถึงแล้วเลือกกิน เลือกช้อป ตามอัธยาศัย เขาแบ่งเป็นโซนของกิน โซนขายของ ซึ่งนอกจากพวกสินค้าตลาดนัดทั่วไปแล้วยังเน้นงานศิลปะ แฮนด์เมด บรรยากาศเพลินนัก ผมไม่ใช่ขาช็อปครับ ส่วนมากจะขลุกอยู่ตรงโซนของกิน ซัดกันให้พุงกางไปเลย ราคาแพงขึ้นมานิดแต่ยังรับได้

 

สักทุ่มหน่อยๆ ค่อยเดินไปบริเวณจัดงาน Hua Hin Live Music Weekend ซึ่งอยู่ภายในซิเคด้านั่นแหละ

การแสดงดนตรีมีตั้งแต่ 19.15 – 23.30 น. เปิดประตูประมาณ 18.30 น. อย่างที่บอกครับว่าคอนเซ็ปต์คือการ “ถอดเกือกฟังเพลง” ไม่ให้ใส่รองเท้า เราต้องใส่ถุงหิ้วเข้าไป เน้นฟีลปลดเปลื้องสบายๆ

 

เรื่องบัตรขออธิบายสักหน่อยครับ ปรกติเขาขายเป็นแพ็คเกจ 350 บาท ประกอบด้วยค่าเข้าชม 200 บาท กับค่าเบาะรองนั่งและถุงใส่รองเท้าอย่างดี 150 บาท ให้กลับบ้านไปเลยนะไม่ต้องคืน แต่สำหรับ 100 คนแรกของวัน มีกติกาว่าเมื่อกดไลค์หน้าเพจและแชร์กิจกรรม เขาจะให้บัตรเข้าชมราคา 200 บาท ฟรีๆ โดยที่หากเราต้องการเบาะรองนั่งกับถุงใส่รองเท้าอย่างดีต้องซื้อเพิ่ม 150 บาท ถ้าไม่ต้องการก็เข้างานได้เลย มีถุงเล็กๆ แจกให้ใส่รองเท้า ดังนั้นเมื่อมายืนทางเข้าแล้ว สิ่งแรกที่เราควรเอ่ยปากคือ “ครบร้อยคนหรือยังครับ” (ฮา…)

 

เข้ามาด้านในแล้วเลือกเกลือกกลิ้งใกล้ไกลเวทีตามชอบใจ อยากซื้ออาหารเบาๆ เครื่องดื่ม เบียร์ ค็อกเทล น้ำผลไม้ ตรงซุ้มทางเข้ามีขาย ราคาชาร์ตเพิ่มพอประมาณ แต่ห้ามนำอาหารเครื่องดื่มด้านนอกเข้ามาเด็ดขาด ห้องน้ำห้องท่ามีพร้อม ด้านในมีให้เช่าลูกบอลรองนั่ง เบาะ หมอน อุปกรณ์เสริมทั้งหลายด้วยนะ ปลดปล่อยให้เต็มที่ เน้นความสบายเป็นหลัก

 

ปกติการแสดงมีสองวงแต่อาจแทรกด้วยแขกรับเชิญหรือแขกพิเศษตามวาระโอกาส เคยมีเซอร์ไพรส์ระดับ โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน ทำเอาคนดูกรี๊ดแตกมาแล้ว สำหรับวงปกติวงแรกคือวงบราเธอร์ส ต่อมาคือปล้ำแรง สองวงสองแนวครับ บราเธอร์สเน้อนสบายๆ ฟังเพลงโยกหัวตาม ส่วนปล้ำแรงเป็นวงเอนเตอร์เทน ขนมุกตลก ขนความบ้ามาเรียกเสียงหัวเราะสลับเสียงเพลง ดนตรีใส่ลูกล่อลูกชนเต็มที่ แฟนคลับประจำเยอะมาก ดังมาจากการเล่นที่ซิเคด้าตั้งแต่หลายปีก่อน

 

ถึงตรงนี้ อะไรที่มันหนักบ่าหนักอกแบกความระทมมาจากบ้านก็วางลงซะ มือถือ ไอโฟน กาแล็คซี่ ที่กดไลน์เช็คเฟสมาทั้งวันเก็บใส่กระเป๋า (อนุญาตให้โพสครั้งสุดท้ายก่อนเก็บแล้วกัน) กล้องถ่ายรูปแช้ะไว้เป็นที่ระลึกสักสามสี่ภาพพอ ที่เหลือขอให้เอนกายปล่อยใจแล้วฟังเพลง ยิ้ม หัวเราะ มีความสุขกับค่ำคืนนี้จนสมใจ

 

ตื่นนอนสายแค่ไหนไม่มีใครบังคับ หากไม่ตะวันโด่งเกินไปเที่ยวชายหาดสักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาทะเลไม่ถึงทะเล ใครพักติดหาดก็สบายไป ถ้าพักไม่ติดหาดให้นั่งสองแถวเขียวไปหัวหิน ซอย 61 หรือซอยตรงข้ามสถานีรถไฟ นั่นแหละคือทางลงหาดสาธารณะของหัวหิน เดินจากปากซอยเข้าไปสัก 400 เมตร ถึงหาดแล้วจะเดินเล่นยาวโลดไปไหนต่อไหนก็ตามใจ

 

รถไฟขากลับเมืองกรุงที่เป็นขบวนธรรมดา มีขบวน หลังสวน-ธนบุรี 11.46 น. ขบวน 262 หัวหิน-กรุงเทพ 14.10 น. เป็นเวลาตามตารางไม่รวมเวลาเลท หรือลองสอบถามดูขบวนพิเศษนำเที่ยว สวนสนประดิพัทธ์-กรุงเทพ 15.39 น. ซึ่งจะมีวิ่งเฉพาะวันหยุด และเสาร์-อาทิตย์ แต่มีค่าโดยสารและต้องเช็คที่นั่งด้วย ถ้าพลาดทั้งสามขบวนนี้ต้องนั่งรถตู้แล้วล่ะ

 

ไม่ยากครับ นั่งรถไฟ ไปฟังเพลง ไปเดินเล่นเดินกิน สุดชิลที่หัวหิน สุดสัปดาห์นี้ก็ไปกันได้ครับ

 

Article by นายสองสามก้าว
นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง


โหลดแอพพลิเคชั่น TicketTail ได้แล้ววันนี้!

SNOW TOWN Bangkok : หิมะญี่ปุ่น…ตกที่กรุงเทพ

SNOW TOWN Bangkok : เมื่อหิมะญี่ปุ่น…ตกที่เมืองกรุงเทพ

วันนี้ชาวกรุงเทพไม่ต้องกลัวร้อนอีกต่อไป เพราะเรามีที่หลบร้อนแห่งใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เย็น แต่เย็นแบบญี่ปุ่นอีก

นั่นคือ Attraction แห่งใหม่ของกรุงเทพ “SNOW TOWN BANGKOK”  ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปสดๆเมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคมนี้ และแน่นอนว่า TicketTail : your lifestyle calendar ก็ไม่พลาดที่จะนำ Experiences มาฝากเพื่อนๆเช่นเคย ส่วนจะโดนใจเพื่อนๆแค่ไหน ไปดูกัน

SNOW TOWN BANGKOK  นั้นอยู่ที่ชั้น 5 ของ GATEWAY EKAMAI วิธีมาก็ง่ายๆ เพื่อนๆลง BTS สถานีเอกมัยแล้วเดินตามทางเชื่อมเข้ามาได้เลย พอขึ้นมาชั้น 5  ก็จะเจอ SNOW TOWN  จะซื้อบัตรผ่านประตูเลย หรืออ่านประวัติเมืองโอตารุ เมืองท่าที่ฮอกไกโดที่เป็นแรงบันดาลใจของ SNOW TOWN แห่งนี้ก็ได้


พอซื้อบัตรผ่านประตูด้านหน้ามาปุ๊บ ก็จะมาเจอกับจุดซื้อบัตรเพื่อเข้าไปเล่นหิมะใน SNOW PLAYGROUND ใครอยากเล่นก็ซื้อบัตรและฝากของได้ตรงนี้ ถ้าใครไม่อยากเล่นก็เดินตรงไปที่ Main Street เพื่อหาอะไรทานได้เลย แต่วันนี้ TKT ต้องลองเทสต์หิมะเผื่อเพื่อนๆหน่อย


โดยตรงนี้มีอุปกรณ์เล่นหิมะ ต่างๆ จากญี่ปุ่นขายเต็มไปหมด ดีไซน์น่ารักๆทั้งนั้นเลย


เห็นอุปกรณ์สกีอย่างนี้ไม่ต้องสงสัยเพราะที่นี่มีสอนเล่นสกีสำหรับผู้เริ่มต้น และ เด็กๆโดย MACEARTH ผู้ให้บริการสกีหิมะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยราคาคอร์สเริ่มต้นที่ 800บาท (ไม่รวมอุปกรณ์) ดูลายละเอียดแพคเกจ คลิ๊ก


ส่วนสำหรับทีมงาน TKT รองเท้าบูตคู่เดียวก็พอแล้วไปลุยหิมะกันเลย

หิมะ เป็นเกร็ดน้ำแข็งละเอียดสุดๆ เห็นอย่างนี้แล้วอยากตักมาราดน้ำแดงทำน้ำแข็งใสจัง

มุมนี้มีใครมาปั้นอะไรไว้ไม่รู้ SNOW MAN หรือเปล่าเนี่ย

ลานหิมะนั้นค่อนข้างกว้างทีเดียว เด็กๆเลยสนุกกันใหญ่ แต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูและอยู่ตลอดส่วนถนนที่เห็นทางด้านขวามือของภาพ คือ SNOW TOWN main street ที่มีร้านต่างๆเกือบสิบร้านเรียงรายไว้ต้อนรับคุณกัน

ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าหลังจากเวลา 6 โมงเย็นจะมีการกั้น Snow Playground ส่วนหนึ่ง เพื่อจัดเป็นโต๊ะให้คุณได้ดินเนอร์บนหิมะกัน โดยเรียกว่า Snow Restaurant  งานนี้จะโรแมนติกเหมือนดินเนอร์บนชายหาดหรือเปล่าน้า

หลังจากเล่นหิมะ จนหนำใจแล้วเราไปดู “Main Street” ของ SNOW TOWN กัน

นี่คือ “Main Street” จะเห็นว่าเพื่อนๆสามารถเดินเล่นบนถนนสายหลักเส้นนี้ และดูเด็กๆวิ่งเล่นใน SNOW PLAYGROUND ได้อย่างไม่มีปัญหา

โดยร้านแรกที่เจอคือบนเมนสตรีทก็คือ ร้าน KAMUI x Sharakuan เป็นการฟิวชั่นกันระหว่างแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่น และ สตูดิโอถ่ายรูป ให้คุณสามารถถ่ายรูปในกิโมโน หรือชุดญี่ปุ่นอื่นๆ กับฉากหลังที่ทางร้านเตรียมไว้ หรือ ใน SNOWTOWN ได้อย่างเต็มที่ ว่าแล้ว TKT เลยขอให้คุณแฟรงค์ช่างภาพประจำสตูดิโอจัดให้ดูเป็นตัวอย่างซะหน่อย

สโนว์ทาวน์

ถัดมาจากร้านถ่ายรูปนั้นจะเป็นร้านราเม็งกับร้านขนม แต่ว่าวันที่ไปเป็นวันที่พึ่งเปิดวันแรก หลายอย่างยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นัก เราเลยอดชิมได้แต่ถ่าย MENU มาฝาก

สโนว์ทาวน์


ถัดมาจากร้านราเม็งและขนมหวานก็เป็น คอมมิวนิตี้คาเฟ่สำหรับคนรักมังกะ อะนิเมะแห่งแรกของเมืองไทย Snow Miku Sky Town ที่บริการอาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีเอกลักษณ์ของมิกุ

นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมระบายสีมิกุ และ การ์ตูนโดจินญี่ปุ่นกว่า 500 เล่ม ให้อ่านแบบไม่อั้นอีก

ถือว่าเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกม การ์ตูน มังกะ และการแต่งคอสเพลย์ อย่างแท้จริง!


ออกมาจาก Snow Miku Sky Town แล้วเราเดินผ่านร้านๆนึงสีสันสดใสมากๆ ไปดูกัน


ชื่อร้านว่า Hana Hana Café โดยที่คำว่า Hana Hana นั้นแปลว่าดอกไม้ ดังนั้นบนผนังของร้านนี้เราจึงเห็นดอกไม้สีสันสดใสเต็มไปหมด


โดยเมนูแนะนำของทางร้านคือ satsumaimo สติ๊กมันเทศ และ beniimo สติ๊กเผือก ที่ “คุณมายูมิ” หรือ “มิจัง” หุ้นส่วนร้านคนเก่ง ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ภูมิใจนำเสนอ

“มิจัง” เล่าว่าเธอเองมีร้านอาหารที่ญี่ปุ่นอยู่ด้วย ดังนั้นสูตรอาหารในร้าน “Hana Hana” จึงนำมาจากร้านที่ญี่ปุ่นของเธอ โดยเธอจะเน้นอาหารง่ายๆ ที่หาทานยากๆ และทำแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

นอกจากนี้ที่ยังควรลองอีกอย่างคือ “สายไหมแบบญี่ปุ่น” ที่ “มิจัง” ทำโชว์ให้เห็นกันจะๆ ส่วนจะเหมือน หรือต่างกับสายไหมของไทยยังไงไปลองกันเองจ้า

ความจริงแล้ว Main Street ของ Snow Town นั้นยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหลายร้าน เช่น
Meat Sapporo ร้านเนื้อแจงกีสข่านชื่อดังจากฮอกไกโด

Nihonnichi Ekkamai ร้านเหล้าอิซากะนะสไตล์ญี่ปุ่นที่ส่งตรงจากฮอกไกโด

Aji No Tokeidai  ร้านราเม็งที่เป็นตัวแทนราเมนตำหรับฮอกไกโด ที่มีชื่อเสียง และมีสาขามากกว่า 50 สาขาในญี่ปุ่น

เพียงแต่ว่าวันที่เราไปนั้น ร้านเหล่านี้กำลังเร่งเก็บงานเพื่อที่จะเปิดบริการท่านให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ว่าในตอนนี้ ร้านเหล่านี้อาจจะเปิดให้บริการแล้วก็ได้

โดย SNOW TOWN BANGKOK นั้นเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 22.00 น. โดยวันศุกร์ เสาร์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์นั้นขยายเวลาให้บริการถึง 24.00 น.เลยทีเดียว

ค่าบัตรผ่านประตู 100 บาทเท่านั้น และหากท่านที่อยากเล่น SNOW PLAYGROUND ก็เสียเพิ่มอีก 100 บาท เล่นได้ 30 นาที ถ้าไม่พอ ต่อเวลา 15 นาที 20 บาท เท่านั้น

สุดท้าย ถ้าถามว่าสเน่ห์ของ SNOW TOWN อยู่ตรงไหน ทิคเก็ตเทล คงต้องบอกว่าหลายๆอย่างรวมๆกัน ทั้งเสียงหัวเราะที่มีความสุขของเด็กๆ และ ความเป็นญี่ปุ่นแทบทุกกระเบียดนิ้ว รวมถึงบรรยากาศน่ารักๆ

ซึ่งเราเชื่อจริงๆว่าในวันที่ทุกอย่างพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วนั้น SNOW TOWN BANGKOK อาจเป็น Favorite Spot ของเด็ก คนรักมังงะ คนชอบทานอาหารญี่ปุ่น หรือ คู่รักที่หาสถานที่เดต ก็เป็นได้


เกือบลืม….หมีขาวที่เป็น mascot ตัวนี้ชื่อว่า “คามัย” เพราะชื่อนี้มีที่มาจากคำว่า 構いません (Kamaimasen) ที่เป็นคำตอบรับเวลามีคนขอโทษเรา ตรงกับภาษาไทยประมาณคำว่า “ไม่เป็นไร” สื่อถึงความเป็นมิตรของพี่หมีขาว ใจดี เข้าได้กับผู้คนทุกๆ เพศ ทุกวัย … อีกทั้งยังตั้งให้ล้อกับที่ตั้งของที่ๆ หมีขาวอยู่ คือ เอกมัย (Ek-kamai) โดยคนตั้งชื่อนี้คือ คุณ Trong Narintharangkun

TKT TEAM

 สโนว์ทาวน์

Road to Ultra Thailand 2015

Road to Ultra Thailand 2015 : A Bumpy road that makes you Bounce

 

จบไปแล้วสำหรับงาน EDM ระดับโลก Road to Ultra Thailand เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ BITEC บางนา ซึ่ง TicketTail ก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บบรรยากาศ และ สัมภาษณ์ความรู้สึกของเพื่อนๆที่ไปงานนี้มาฝากกันค่ะ
ส่วนจะมันส์ มีสีสัน และ ตื้ดส์กันแค่ไหนไปดูกันเลย

ต้องยอมรับว่าก่อนงานไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนใจหาย และ ดราม่า กันพอสมควรเมื่อ DJ ที่เป็นไฮไลต์ของงานอย่าง Alesso นั้นประกาศแคนเซิ่ลทริปทั้งหมดกลางอากาศ เล่นเอาแฟนๆ EDM ที่รอคอยเจ้าของเพลง Heroes รายนี้เหวอกันเป็นแถบๆ

ซึ่งไม่ใช่แค่แฟนในประเทศไทยเท่านั้นที่ออกอาการผิดหวังที่อดชมดีเจคนโปรดแบบสดๆ เพราะแฟนทุกชาติที่หวังรอคอยการปรากฏตัวของเขาใน Ultra Thailand และ Ultra Korea ก็แห่กันไปคอมเมนต์ใน Facebook ส่วนตัวของศิลปินรายนี้ จน Alesso ถึงกับทนไม่ไหวต้องออกมาตอบกลับในวันที่ 14 ว่า

“ดีเจและศิลปินหลายคนไม่สามารถเปิดการแสดงได้ด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป เหตุผลที่ผมไม่สามารถทำได้เนื่องจากผมป่วยหนัก แพทย์จึงสั่งให้ผมพักและงดการเดินทางทั้งหมด แน่นอนว่าผมต้องหวังว่าตัวเองจะหายป่วย และ กลับมาแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง  คุณจึงเห็นชื่อของผมในคอนเสิร์ต และ อีเวนต์ถัดไป แต่ที่ทำให้ผมเสียอารมณ์สุดๆก็คือการกระทำของคนบางคนที่เรียกตัวเองว่าแฟน หรือ คนที่ซัพพอร์ท EDM แต่กลับพูดและแสดงความปารถนาร้ายต่อผมอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงเพราะว่าบางสิ่งไม่เป็นไปอย่างที่พวกเขาต้องการ ผมจะอยากยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตที่เป็นสิ่งที่ผมชอบทำไม
สำหรับแฟนที่หวังดี และ ปารถนาดีต่อสุขภาพของผม ความปารถนาดีของคุณมีค่าอย่างมากต่อผม ผมขอบคุณมากสำหรับถ้อยคำดีๆและกำลังใจ และเสียใจที่ไม่สามารถไปเจอกับพวกคุณได้”

แต่ไม่ว่าจะดราม่าแค่ไหน The Show must go on และ เราก็เก็บบรรยากาศมาฝากกันค่ะ


ก่อนเริ่มงาน ที่ที่เป็นที่นิยมที่สุดยังคงเป็น Back Drop ต่างๆ


Selfie กันอย่างเมามัน

ไม่ใช่แค่แฟนคนไทยเท่านั้น ที่มาร่วมกันเดินบนถนนสายนี้


Gang นี้เป็นฝรั่งหัวใจช้างค่ะ


งานนี้ไม่ได้มีแค่คนที่มานะคะ

ในงานก็มีหมีมาแจมค่ะ.

บรรยากาศในงาม สวย และ หล่อไม่แพ้ข้างนอกเลยค่ะ




ดูดีเจ และบรรยากาศในงานกันบ้างดีกว่า



เรามาดูกันว่าบรรดาผู้ที่ไปงานนี้เขารู้สึกอย่างไรกันบ้าง

การ์ตูน : ธุรกิจส่วนตัว / พีช : ธุรกิจส่วนตัว /  ไอซ์ : ธุรกิจส่วนตัว

ทั้งสามสาวบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเธอคือขาประจำงาน EDM เรียกว่าแทบจะไม่พลาดซักงาน และถึงแม้ว่าวันนี้จะผิดหวังนิดหน่อยที่ Alesso ไม่สามารถมาได้ แต่ยังไงเมื่อซื้อบัตรไปแล้วก็ต้องมามันส์กันให้เต็มที่
สุดท้ายสามสาวยังทิ้งท้ายว่า เจอพวกเธอได้ตามงาน EDM ทุกงาน แต่ถ้าเจอแล้วไปทักทาย เธอจะทักคุณตอบหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวนะคะ


คุณต้น : พนักงานบริษัท คุณฝน : ธุรกิจส่วนตัว

TKT : มางาน EDM กันบ่อยแค่ไหน

คุณฝน : มาทุกงานเลยค่ะ เป็นขาประจำ

คุณต้น : ตอน Martin Garrix มาก็ไปครับ
TKT : มาวันนี้มาดูใครเป็นพิเศษคะ

คุณต้น : จริงๆตั้งใจมาดู Alesso ครับ

คุณฝน : แอบเฟลล์เหมือนกันนะเนี่ย

TKT : แล้วได้เข้าไปในงานแล้ว โอเคมั้ย
คุณต้น : ก็โอเคนะครับ สนุกดี

คุณฝน : จริงๆชอบ NERVO ด้วย ก็สนุกดีค่ะ

 

คุณเชียง : ผู้สื่อข่าวกีฬา
TKT : หน้าแดงเชียวเมารึยังคะ

คุณเชียง : นิดหน่อยครับ แพ้วอดก้า

TKT : มางาน EDM บ่อยมั้ย

คุณเชียง : เกือบทุกงานครับ ล่าสุดก็มาร์ติน แกร์ริกซ์ ส่วนครั้งสุดท้ายที่นี่ก็ Hardwell

TKT : แล้ววันนี้เทียบกับสองงานนั้น

คุณเชียง : จริงๆชอบที่จัดที่เอเชียทีคมากกว่าครับ เหมือนไฟมันเต็มที่กว่า แล้ววันนี้ก็แอบเซ็งที่ Alesso ไม่มา จะมาฟัง Hero แต่ยังดีที่ระบบการจัดการตั๋วดีกว่าตอน Hardwell วันนั้นข้างนอกต้องมาออกันเยอะมาก
TKT : แล้วนอกจาก Event EDM จะเจอคุณเชียงได้ตาม Event ไหนบ้างคะ

คุณเชียง : (นึก….เพื่อนตะโกนแซว งานประกวด Miss Maxim) ตอนทีมชาติไทยแข่งนับเป็น อีเวนท์มั้ยครับ
TKT :สุดยอดค่ะ ชอบดนตรีนอกแต่ไม่ลืมความเป็นไทย

คุณเจมส์ พนักงานบริษัท

TKT : มางาน EDM บ่อยมั้ยคะ

คุณเจมส์: ค่อนข้างบ่อยครับ แล้วแต่ว่ารวบรวมเพื่อนได้มั้ย

TKT : ถ้าคนเดียวไม่มา

คุณเจมส์: แหมงานอย่างนี้ มันต้องมากันหลายๆคนครับ

TKT : งานสุดท้ายที่ไป

คุณเจมส์: มาร์ติน แกร์ริกซ์ครับ

TKT : วันนี้ใครเล่นมันส์สุดคะ

คุณเจมส์: จำไม่ค่อยได้ครับ…ผมจัดไปเยอะตั้งแต่ช่วงฟรีบาร์

TKT : แสดงว่ามาตั้งแต่เริ่ม

คุณเจมส์: เกือบๆครับ

TKT : แล้วจะอยู่จนจบเลยมั้ย

คุณเจมส์: ผมก็พยายามอยู่ครับ

พีช : พนักงานธนาคาร  พีนัท : นางแบบ

TKT : สวัสดีค่ะมางาน EDM บ่อยมั้ย
พีช : มาบ้างค่ะ

พีนัท : มาบ้างค่ะ เป็นพี่น้องกัน ถ้ามาก็มาด้วยกัน

TKT : ถ้าไม่เจอตามงานแบบนี้ จะเจอพี่น้องคู่นี้ได้ที่ไหนคะ

พีช : เอ่อ….เงียเลย 555

พีนัท : ก็ทั่วไปนะ…เอ็มโพเรี่ยม อ่อ อย่างงาน ART BOX ที่มักะสันก็อยากไป

TKT : แล้ววันนี้มาดูใครเป็นพิเศษมั้ย

พีช : Alesso ค่ะ

พีนัท : Alesso เหมือนกัน

TKT : แล้วทำไง

พีช :ก็มาแล้วก็เต็มที่ค่ะ

พีนัท : ช่าย สนุกได้อยู่แล้วค่ะ

 

 

และนั่นก็คือบางส่วนของงาน Road to Ultra ที่ TKT your lifestyle Calendar เก็บมาฝาก งานนี้ต้องเรียกว่าแม้จะเป็นขรุขระไปบ้าง แต่ก็เป็นถนนที่ทำให้ได้โดดกันอย่างสนุกทีเดียว  
Road to Ultra Thailand 2015 : A Bumpy road that makes you Bounce

TKT TEAM

 

 

 

 

 

TKT ไปมาแล้ว : Art Box Bangkok

TKT ไปมาแล้ว : Art Box Bangkok

เชื่อว่าวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆที่มีโอกาสผ่านไปแถว สถานี แอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ มักกะสัน ก็คงจะสังเกตุเห็นตลาดนัดที่เต็มไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์มากมาย เพราะมีงานตลาดนัดสุด Hip ที่ชื่อว่า Art Box Bangkok กันอยู่ ข่าวดีสำหรับเพื่อนๆที่พลาดก็คือ ในศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ (19 – 21) ที่จะถึงนี้ เขาก็จะมีอีกครั้ง ดังนั้น TicketTail  จึงไม่พลาดที่จะไปตะลุยมาก่อน เพื่อจะให้เพื่อนๆที่จะไปในอาทิตย์หน้า เตรียมตัว เตรียมใจได้ถูกค่ะ

 

วันที่เราไปกันนั้นเป็นวันอาทิตย์ค่ะ ผู้เขียนนั่ง MRT มาลงที่สถานีเพชรบุรีแล้วออกทางออก 3 ปุ๊บก็เดินเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปทางรางรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ค่ะ ไม่ไกลเลย แค่ประมาณไม่เกิน 200 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ

 

ใครจะมาทางแอร์พอร์ตลิ้งค์ก็มาลงสถานีมักกะสันจะมีทางเชื่อมมาลงที่หน้างานเลยค่ะ

ส่วนใครขับรถมาให้เลยหน้างานไปก่อนแล้วจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอด แต่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ขับรถมานะคะ เพราะหลายครั้งที่มีงานที่นี่ แค่รถพ่อค้าแม่ค้าก็จอดเกือบเต็มแล้วค่ะ เชียร์ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนค่ะ

ถ้ามาถึงหน้างานก็ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้กันซักหน่อย มุมบังคับค่ะ ไว้โพสท์ลง FB หรือ IG ว่ามาแล้ว…ถ้าจังหวะดีๆจะมีละครใบ้มาเล่นโชว์ด้วยค่ะ

ถ่ายรูปและ  Check In เรียบร้อยแว้ว เข้างานกันค่ะ

เพื่อให้ตามอ่านง่ายๆ ผู้เขียนขอแบ่งเป็น Categories ต่างนะคะ มาเริ่มกันด้วย


Shopping

ในหมวด Shopping นั้นก็มีร้านไว้เอาใจขาชอป ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าใน IG


เรียกว่าก็มีให้เลือกกันพอสมควรเลยค่ะ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย หลากหลายสไตล์เลยค่ะ เครื่องประดับ แว่นตา กระเป๋า เรียกว่ามีครบตั้งแต่หัวจดเท้าเลยค่ะ

นอกจากเครื่องแต่งกายแล้ว ของประเภทอื่นๆก็มีให้ Shop นะคะ

ส่วนร้านนี้ขายวาไรตี้มากเลยค่ะ ทั้งเครื่องครัวที่ทำจากไม้ เสื้อผ้าเด็ก และ เคสไอโฟนแฮนด์เมด

ร้านนี้คนมุงแน่นเชียว ขายสายคล้องกล้องค่ะ ใครที่เบื่อสายคล้องคอกล้องสีดำแบบเรียบๆ มาจัดได้ค่ะที่ร้าน  YES IDID

มีให้ช็อปกันทั้งคุณผู้หญิงผู้ชายเลยค่ะ…อยู่ที่ว่ามีตังมาพอรึเปล่า

เดินช็อปไปช็อปมาหลุดเข้ามาโซนอาหาร กลิ่นหอมเชียว แถมผู้เขียนยังไม่ได้ทานข้าวเย็นมาด้วย ขอพอสเรื่อง Shop ไว้ก่อนแล้วไปหาอะไรทานกันค่ะ..I’m hungry


FOOD

งานอย่างงี้จะขาด Food Truck ไปมิได้ และเบอเกอร์ ฟูดทรัคชื่อดังอย่าง Orn The Road  ก็มาจอดในงานนี้ด้วยเช่นกันค่ะ และก็ไม่หมดแค่ร้านนี้มีร้านอื่นๆอีกเต็มเลยค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ มีมาแบบ Food Truck สองร้านคะ

ก๋วยเตี๋ยวแบบไทยแล้วมาดู ก๋วยเตี๋ยว Food Truck แบบญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ สีสันน่ากินเชียว

อาหารญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ อุด้งร้านนี้นะคะ ยังมีร้านอื่นอีกเพียบ

ร้านนี้เป็น Food Truck ที่ดังเรื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น Kofufu ส่วนร้านต่อไปไม่ได้เป็น Food Truck ค่ะ แต่ยกมาเป็นซุชิบาร์เลย

อาหารฝรั่งก็มีนะคะ และมีเยอะด้วย Forkers อีกหนึ่ง Food Truck ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Pasta ค่ะ สั่งปุ๊บก็เอาซ่อมจิ้มกินได้เลย

จริงแล้วร้านมีเยอะมากมายเลยค่ะ ทั้งแบบเป็น Food Truck และ แบบเป็นร้านเฉยๆ ทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีฟ…คงอธิบายทุกร้านไม่ไหว มาไล่ดูกันเองดีกว่าค่ะ

คอหมู RANGER ที่ทั้งคนขายคนย่างต้องใส่ชุดพราง

หรือจะเป็นอาหารแบบไทยๆ ก็มีนะ


หรือจะเป็นไทยภาคเหนือ ฟิวชั่นแบบร้านนี้ก็มีนะ

ชาวต่างชาติมาขายเองก็มี อย่างเจ้านี้ฮีขาย บอริโต้ จ๊ะ
แต่ที่ดูแล้วมันส์สุดต้องฝรั่งคนนี้ค่าาาาา ไม่รู้ว่าจบงานนี้แกจะสูดควันเข้าไปมากขนาดไหน เล่นเอาเตาย่างมาแขวนคอ ย่างกันอย่างนี้

ส่วนร้านนี้เป็นร้านที่โดนที่สุดค่า….ไม่ใช่ร้านอื่นไม่ดีนะ แต่ร้านดังๆหลายร้านเราทานมาหลายรอบแล้วค่ะ แต่ร้านนี้เป็นครั้งแรกผู้เขียนได้ลอง เป็น วาฟเฟิ่ล ฮอตดอก
วาฟเฟิล รสชาติดีค่ะ ไส้กรอกเลิศ ไม่ใช่แบบเน้นแป้งแบบไส้กรอกที่เรามักจะเจอ ให้สามผ่านเลยค่ะ

ทานคาวไม่ทานหวาน มันไม่หนำใจ มาดูของหวานกันค่ะ

หรือใครสนใจจะรวบของหวานกับแอลกอฮอล์ไปเมนูเดียวกันก็มีไอติมเจ้านี้จ้าาา

พูดถึงเรื่องดื่มๆ แล้ว มาดูฝากเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่าค่ะ


Drinks

เริ่มต้นด้วยเจ้าใหญ่เจ้าดังค่ะ HOBS  ก็นำเบียร์มาออกบูธด้วยค่ะ เดินเข้าไปในสุด อยู่ทั้งซ้ายทั้งขวาเลย แถมไม่ได้มาแต่เบียร์นะ อาหารก็มาด้วย

ดูเจ้าใหญ่แล้วไปแล้ว…มาดูเจ้าเล็กๆกันบ้างค่ะ

ไปดูแบบดื่มแล้วไม่มาวกันบ้างดีกว่า เดวคนขับรถมาไม่มีไรดื่ม

นมไปแล้ว ชาไปแล้ว…มาดูกาแฟกันบ้างค่ะ ทรูคอฟฟี่ก็มานะคะ

หรือจะเป็นกาแฟแบบ Hipster ค่อยๆ ดิพ ชงเย็น ก็มีให้ได้ลองกันค่ะ

เอาล่ะ…กินอิ่มแล้วไปดูว่ามีอะไรให้ทำกันบ้างค่ะ


Arts and Shows

มีทั้งความบันเทิงที่สอดแทรกอยู่ตามงาน และ ความบันเทิงบนเวทีค่ะ

 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีบางเรื่องที่ผู้เขียนอยากจะเตือนเพื่อนๆ “ทิคเก็ตเทล” ไว้นิดนึง คือ

1. เรื่องห้องน้ำค่ะ แน่นอนว่างานกลางแจ้งอย่างนี้ จะให้สร้างห้องน้ำขึ้นมาเลยก็ใช่เรื่อง เพราะฉนั้นห้องน้ำจึงเป็นรถสุขาอย่างที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหากับห้องน้ำอย่างนี้ก็เตรียมตัวมาให้พร้อมละกันค่ะ

2. พื้นหลังฝนตก ด้วยความที่งานจัดอยู่บนสนามหญ้า หลังฝนตกพื้นนี่เลอะเทอะใช้ได้เลยค่ะ ผู้เขียนใส่ลองเท้าแตะไป กลับมาเท้าดำปี๋เลยค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่ไม่ชอบเฉอะแฉะ ถ้าฝนตกนี่ เปลี่ยนไปเป็นวันอื่นเลยนะคะ
3. อาทิตย์หน้าจะมี EDM Market ที่ Central World เชื่อว่าหลายร้านอาจจะย้ายไปอยู่ที่นู่นบ้าง นั่นหมายความว่าร้านบางร้านที่เห็นในรีวิวอันนี้อาจจะไม่อยู่ค่ะ

 

สรุป

งาน Art Box Bangkok นั้นตอนแรกที่ผู้เขียนไปคิดว่าจะมีงานศิลปะต่างๆ หรือการแสดงให้ชมมากกว่านี้ แต่อาจจะเป็นเพราะวันที่ไปนั้นมีฝนตกลงมาก่อนหน้าทำให้ต้องแคนเซิ่ลบางอย่างไป ซึ่งหากเพื่อนหวังจะไปเพื่อเสพศิลป์เหมือนชื่องาน ท่านอาจจะผิดหวัง

แต่ถ้าเรื่องของกินแล้วนั้น งานนี้ถือว่าเป็นงานที่ถือว่ามาเยอะที่สุดงานหนึ่งตั้งแต่ที่เคยจัดที่สนามหญ้าข้าง Airport Link มักกะสัน โดยปรกติแล้วงานส่วนใหญ่ที่จัดที่นี่เช่น SlowFest หรืองานอื่นๆมักจะไม่มีร้านขายของกินเยอะเท่านี้ และของกินมักจะหมดเร็วมาก แต่ Art Box Bangkok นั้น 1/3 หรืออาจจะครึ่งหนึ่งของร้านทั้งหมดเป็นของกิน ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆที่เป็น Food Hunter งานนี้โดนค่ะ

แต่ควรจะเลือกวันที่ฝนไม่ตก มารถไฟฟ้า เข้าห้องน้ำไปให้เรียบร้อย และ ไปกันหลายๆคน (จะได้ทานได้หลายอย่าง) …ค่ะ