ผู้หญิงที่เจอระหว่างการเดินทาง… (เมือง Lugano)

          วันนี้เป็นวันที่เจ็ดของการเดินทางที่ผมอยู่ในสวิส ผมจับรถไฟจากเมือง Grindelwald เพื่อเดินทางไปปักหลักที่เมือง Lugano เป็นเวลาสองคืนก่อนจะวางแผนข้ามไปยังเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

          อาจจะด้วยเป็นเพราะเมืองนี้อยู่ติดชายแดนซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศอิตาลี ผมสังเกตเห็นเมืองนี้แลดูคึกคักและมีสีสรรมากเป็นพิเศษมากกว่าเมืองอื่นใดในสวิส ผู้คนขวักไขว่ มีชีวิตชีวา รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มขึ้น

ภาพจากเนิน ที่เมือง Lugano

          ที่พักของผมที่เมืองนี้เป็นโรงแรมเก่าแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ภายนอกอาคารโรงแรมทาสีเขียวทึบ รวมไปถึงภายในด้วยเช่นกัน แว๊บแรกที่ผมเดินเข้ามาเช็คอินที่โรงแรมแห่งนี้ ก็รู้สึกได้ทันทีว่าผมจะได้มาอาศัยอยู่ในตึกที่มีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมภายในดูโบราณ รู้สึกถึงมนต์ขลัง ระบบลิฟท์ที่โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นลิฟท์ระบบเก่า ลักษณะทำด้วยเหล็กกล้าสีดำทะมึน เป็นลิฟท์ในแบบที่เราต้องเปิดประตูเอง ทั้งในเวลาเข้าและเวลาออก

          ห้องพักผมอยู่ชั้น 4 หากถ้าผมไม่ใช้ลิฟท์ก็สามารถเดินขึ้นบันไดที่ปูด้วยพรมแดงได้ บันไดทำด้วยไม้ ให้ความรู้สึกแน่นทุกย่างก้าวที่เดิน ในปัจจุบันไม่น่าจะมีใครนำไม้แผ่นใหญ่ขนาดนี้มาใช้ทำบันไดเป็นแน่แท้

          ผมได้ห้องพักเล็กๆ อยู่ด้านหลังของตึก มีหน้าต่างบานเล็กให้มองดูตรอกซอกซอยในยามค่ำคืน เตียงนอนขนาดเล็ก 1 เตียงและห้องน้ำขนาดจิ๋ว ผมล้มตัวนอนที่เตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะอาบน้ำและทานแซนวิชที่ซื้อมาตั้งแต่เมือง Grindelwald เป็นมื้อเย็น

ยามค่ำคืนใน Lugano

          ห้องพักที่ผมจอง เป็นห้องประเภทราคาถูกที่สุดในโรงแรมแห่งนี้ ไม่มีทีวีบริการในห้อง สัญญาณไวไฟก็ไม่สามารถเล็ดรอดมาถึงที่ห้องพักของผมได้เช่นเดียวกัน ด้วยหน้าที่การงานที่ทำอยู่ ถึงจะเป็นการลาหยุดมาท่องเที่ยว อย่างน้อยผมก็ควรจะเช็คอีเมลล์ทุกวันก่อนเข้านอน ถามไถ่ฟอนต์หน้าเคาน์เตอร์ ได้ความว่าไวไฟและทีวีส่วนกลางมีบริการอยู่ที่ห้องสันทนาการชั้นสองของโรงแรม

Bus Station ที่ดีไซน์ได้อย่างลงตัว

          ห้องสันทนาการนี้ เป็นห้องที่ไม่ใหญ่นัก ดูจากสายตาแล้วน่าจะประมาณ 30 กว่าตารางเมตรได้ ลักษณะคล้ายห้องสมุด หนังสือต่างๆ ถูกจัดเก็บอย่างดีในตู้กระจก ภายในห้องมีเปียโนเก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ตรงมุมหน้าต่าง หากผมเล่นเป็น คงได้ลองสักเพลง ผมวางโน๊ตบุ๊คลงที่โต๊ะส่วนกลาง ลักษณะคล้ายโต๊ะรับประทานอาหารยาวๆ ต่อไวไฟ อีกมือก็เอื้อมจับรีโมทเปิดทีวี ซึ่งส่วนใหญ่ทุกช่องจะเป็นภาษาที่ผมฟังไม่ออก ผมจึงกดรีโมทเลือกเป็นช่องบีบีซี ซึ่งพอจะคุ้นเคยกับภาษาอยู่บ้าง

Bus Station ที่ดีไซน์ได้อย่างลงตัว

          ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงแต่ผมนั่งเช็คอีเมลล์อยู่ลำพัง ซักพักก็มีชายหนุ่มหญิงสาวชาวจีนคู่หนึ่งเดินเข้ามานั่งสมทบ จึงกลายเป็นเราสามคน ผมเหลือบเห็นทั้งคู่นั่งกดบีบีไปมา เข้าใจได้ว่าคงมาต่อไวไฟเพื่อเช็คอีเมลล์เช่นเดียวกัน ไม่นานนักเค้าทั้งสองก็จากไป ระหว่างที่ผมนั่งตอบอีเมลล์ลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งอยู่ ทางบีบีซีก็รายงานข่าวสงครามในอัฟกานิสถานเกิดการยิงถล่มกันในเมืองหลวงของประเทศแห่งนี้อีกแล้ว

          สงครามไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา นอกจากพ่อค้าอาวุธที่สามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ ผมเชื่อเช่นนั้น หลังจากผู้ประกาศเปลี่ยนไปรายงานข่าวอื่น ผมจึงก้มหน้าพิมพ์อีเมลล์ต่อไป ผมพิมพ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจว่ามีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมๆ กับมือที่เอื้อมมาหยิบรีโมทซึ่งห่างจาก โน๊ตบุ๊คผมไม่มากนัก ผมยังคงพิมพ์อีเมลล์อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองแต่อย่างใด

          เสียงทีวีเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ผมไม่คุ้นเคย ผมเงยหน้าขึ้นและในใจพลันนึกไปว่า ใครนะ… มาเปลี่ยนช่องทีวี ภาพที่ผมเห็นเป็นหญิงชราท่านหนึ่งลักษณะท้วม อยู่ในชุดไหมพรมสีเลือดหมู สวมแว่นตากรอบหนา ผมขาวโพลน จากการคาดเดาของผมเอง ผมว่าแกน่าจะไม่ใช่คนสวิส แกพยักหน้าให้ผม พร้อมกับชี้ไปที่ทีวี เป็นนัยว่าขอเปลี่ยนช่องเป็นรายการนี้หน่อยนะ รายการสนุกมาก ผมยิ้ม และพยักหน้าตอบ สื่อได้ว่า ได้เลยครับผม

          ภาพที่ผมเห็นในทีวี เป็นรายการประเภท Talk Show เดาว่าน่าจะถกกันเรื่องปัญหาสังคมอะไรซักอย่างกันอยู่ ไม่นานนักรายการก็จบลง พร้อมเสียงบ่นพึมพำของหญิงชราท่านนี้ ถ้าให้เดา แกคงจะบ่นว่า มาดูไม่ทันตั้งแต่ต้น แย่จัง

          เธอยิ้มและยื่นรีโมทมาให้ผม ราวกับจะบอกผมว่า ชั้นดูเสร็จแล้วนะ เธอจะดูช่องไหนก็กดเอาล่ะกันนะ พร้อมโบกมือลาและเดินจากไป ผมค่อยๆมองตาม จนเธอเดินจากหายไป…

          ในคืนที่สองที่ห้องสันทนาการ ผมมีโอกาสได้นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะคติกับเพื่อนใหม่ชาวสวิสที่เดินทางมาจากเมืองบาเซิล สเตฟาน เป็นชายวัยกลางคนที่ประทับใจเมืองไทยเต็มหัวจิตหัวใจ เค้ามีโอกาสได้มาเยือนบ้านเราเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เค้าประทับใจที่สุด ระหว่างที่เรานั่งสนทนากันอยู่ หญิงชราท่านเดิมก็เดินเข้ามา เธอพยักหน้าทักทายพวกเรา พร้อมส่งภาษากับสเตฟาน เธอเอื้อมมือหยิบรีโมททีวีเปลี่ยนเป็นรายการที่เธอดูเมื่อคืน… ผมรู้สึกได้ว่า วันนี้แกมาเร็วกว่าเมื่อคืนนี้…

โรงแรมในคืนวันนั้น
ภาพจาก: www.pestalozzi-lugano.ch

          ผมบอกเล่าความสงสัยในใจที่มีต่อหญิงชราท่านนี้แก่อัลแบร์ ถ้าให้เดา ผมว่าแกไม่ใช่คนสวิส แล้วเหตุใดแกจึงมาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้คนเดียว แกมาทำอะไรที่เมืองนี้ แกมาเมืองนี้เพื่ออะไร… สเตฟานพยักหน้าให้ผม พร้อมๆ กับเริ่มส่งภาษากับหญิงชราท่านนี้…

          สิ่งที่ผมได้รับรู้จากสเตฟาน เกี่ยวกับหญิงชราท่านนี้ในคืนนั้นทำให้หัวใจของผมพองโต รวมถึงมุมมองของผมที่มีต่อสงครามนั้น… ได้เปลี่ยนไป…

          บางทีสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของคนเรา ก็คงเป็นเหมือนเครื่องพิสูจน์อะไรบางอย่าง ขอเพียงแต่ เราอยู่อย่างมีความหวัง และอยู่อย่างมีความอดทน… ในเช้าวันพรุ่งนี้ แกจะได้พบกับน้องสาว ที่พลัดพรากจากกันยาวนานกว่า 68 ปี


About Author: ชายหนุ่มผู้ซึ่งคว่ำหวอดในแวดวงโฆษณามาอย่างยาวนาน รักและหลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ชื่นชอบการอ่าน คลั่งแนวคิดและดีไซน์จากแดนอาทิตย์อุทัย บูชาภาพยนตร์อินดี้ พร้อมและยินดีเรียนรู้แนวความคิดใหม่ๆจากบทสนทนากับผู้คนแปลกหน้าอยู่เสมอๆ


ติดต่อทีมงาน TKT ได้ที่ admin@tickettail.com หรือ โทร 090-812-9339

Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

1 × two =