ภาพบรรยากาศ Chang Friend Fest

จบไปแล้วกับการกลับมาของคอนเสิร์ต Chang Music Connection presents Chang Friend Fest at BITEC Bangna เทศกาลคอนเสิร์ตในรอบการจัดการแสดงที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2560 โดยบัตรการแสดงในรอบดังกล่าวขายหมดเกลี้ยงทำให้ไบเทคอัดแน่นไปด้วยผู้คน ในคอนเสิร์ตได้รวบรวมศิลปินร็อคระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง Tobasco Instinct Cocktail Paradox Da Endorphin Potato และ Bodyslam มาทำให้เพื่อนๆทุกคนได้จับมือกันกระโดดไปกับความสนุกสุดมันส์กว่า 7 ชั่วโมง

สำหรับใครที่พลาดความสนุกรอบนี้ไป เทศกาลคอนเสิร์ตยังเหลืออีก 8 รอบที่ หาดใหญ่ ขอนแก่น เชียงใหม่ โคราช สุราษฎร์ธานี เซ็นทรัลพลาซ่าพระราม2 เซ็นทรัลพลาซ่าแจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกต เพื่อส่งต่อความมันส์ให้กับเพื่อนๆทุกคนทั่วประเทศไทย

5 ไอเท็มที่ควรพกเมื่อต้องออกเดินทาง

เวลาที่คุณจำเป็นต้องออกเดินทางไปไหนไกลๆ ไม่ว่าจะไปเพราะต้องไปทำงาน เดินทางกลับบ้าน หรือไปเที่ยวนั้น คุณอาจจะต้องมีการแพ็กของใส่กระเป๋า ซึ่งถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็อาจจะสะดวกกับการเก็บของหน่อย แต่ถ้าคุณต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน รถทัวร์ รถตู้หรือรถไฟ คุณจำเป็นของพกของดีๆไว้หน่อยใช่มั้ยล่ะค่ะ หลายๆคนอาจจะต้องข้ามว่าเวลาเดินทางนั้นคุณต้องพกอะไรไปบ้างระหว่างทาง แต่ถ้าคุณใส่ใจกับมันซักนิด คุณก็จะได้เดินทางอย่างสะดวกสบายและไร้กังวลเลยล่ะ ลองมาดูกันว่า 5 ไอเท็มเหล่านี้จะช่วยอะไรคุณได้บ้าง

1. ผ้าคลุมไหล่

ถ้าใครเป็นคนขี้หนาวล่ะก็ แนะนำเลยค่ะว่าให้พกผ้าคลุมไหล่ไว้ติดตัวเมื่อต้องเดินทาง เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่าแอร์หรืออากาศระหว่างทางนั้นจะเย็นมากน้อยแค่ไหน ถ้าทนไหวได้หรืออยู่ในอุณหภูมิพอดีๆก็ยังดีอยู่ แต่ถ้าเกิดมันหนาวเวอร์ๆขึ้นมาล่ะก็ ลำบากแน่งานนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาด้วยนะคะ ดังนั้นเราจึงให้คุณพกแค่ผ้าคลุมไหล่ไปก็พอ เพื่อช่วยปกป้องเราจากความเย็นได้บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าอากาศร้อนก็สามารถพกใส่กระเป๋าได้ง่ายๆ ไม่เทอะทะเหมือนพกผ้าห่มค่ะ

2. กระเป๋าสะพายหลัง

หากต้องเดินทางจริง ของบางส่วนที่ต้องเก็บใส่กระเป๋าเสื้อผ้าอาจจะหยิบออกมาได้ลำบาก ดังนั้นคุณควรจะมีกระเป๋าที่สามารถเปิดเข้า-ออก บ่อยๆได้และสามารถใส่ของใช้จำเป็นระหว่างเดินทางได้ด้วยค่ะ แต่ถ้าเป็นกระเป๋าสะพายข้างก็อาจจะเล็กเกินไป หรือถ้าเป็นกระเป๋าที่ใช้สะพายสวยๆทุกวันก็อาจจะดูเป็นทางการไปหน่อย แถมยังไม่ช่วยให้กระฉับกระเฉง แนะนำเป็น กระเป๋าสะพายหลังสไตล์แมนๆค่ะ เวิร์คสุด เพราะสามารถจุของได้เยอะ ดีไซน์ก็เท่ห์เข้ากันได้กับทุกชุด แถมพกพาสะดวกไม่ต้องคอยกังวล ซึ่งถ้าเป็นกระเป๋าสะพายหลังของผู้หญิงอาจจะไม่ค่อยทนทานและจุของได้น้อยด้วยนะ

3. แว่นตากันแดด

ระหว่างเดินทางแว่นตากันแดดนั้นสารพัดประโยชน์จริงๆนะ เพราะถ้าคุณเจอแสงแดดระหว่างอยู่นอกรถก็สามารถป้องกันได้ แล้วยิ่งถ้าคุณนั่งอยู่ในรถทุกประเภท คุณอาจจะย้ายตัวเองออกจากมุมแดดไม่ได้ แล้วถ้ามันไม่มีผ้าม่านให้บังแดดล่ะก็ ตัวเกรียมไม่พอ สายตาอาจจะโดนรังสียูวีทำร้ายได้นะคะ ดังนั้นพกแว่นตากันแดดไว้อุ่นใจแน่นอน แล้วถ้าแดดไม่มี อยากจะนอนหลับยาวๆแว่นตากันแดดก็ช่วยให้เปลือกตาของคุณปิดสนิทได้แบบไม่ต้องกังวลเลยล่ะ

4. หูฟังพร้อมอุปกรณ์สำหรับเล่นเพลง

อุปกรณ์ที่ว่าอาจจะเป็นเครื่องเล่น MP3 หรือโทรศัพท์ของคุณก็ได้นะคะ ช่วยให้แก้เบื่อได้สบายๆเลยล่ะ ถ้าความจุใครเยอะจะเอาหนังไปนอนดูระหว่างทางก็ยังได้เลยนะ

5. น้ำดื่ม

ระหว่างเดินทางการเติมน้ำให้ร่างกายจะช่วยลดความเครียดและอาการปวดหัวได้นะคะ แต่ต้องระวัง ค่อยๆจิบเพราะถ้าอยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆแล้วทำไม่ได้ล่ะก็ อาจจะลำบากแทนค่ะ

ขอบคุณภาพสวยๆจาก Pinterest

Article by TKT Team

Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

 

Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

 

สมัยอะไรก็ง่ายไปหมด ยิ่งออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งง่ายแสนง่าย แค่แบกเป้ออกไปใบเดียว คุณสามารถไปตามที่ต่างๆได้หลายวัน เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ต้องขนบ้าหอบฝ่างเหมือนอย่างสมัยก่อน

แต่สิ่งที่ต้องคิดเสมอเมืิ่อจะก้าวเท้าออกจากบ้านหรือคอนโด คือเรื่องการเดินทาง อันไหนประหยัดเวลาอันไหนสบาย แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล บ้างคนอาจจะชอบขับรถไปเอง เพราะจะได้แวะตามที่ต่างๆที่ตัวเองต้องการ หรือบางคนอินดี้หน่อย ก็โบกรถไป คนละฟีล

Tickettail มานำเสนออีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าประหยัดเวลาและสะดวกสบาย สมมติว่าเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ แทบจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากกรุงเทพแล้วตอนนี้ เดินทางสะดวกทั้ง เครื่องบิน,รถไฟ หรือว่า รถทัวร์ มีหมด

การเดินทาง

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วถึงการเดินทางไปเชียงใหม่ ว่าแสนจะสบายมีทุกช่องทาง แต่ขอเลือกบนฟ้าละกันเพราะเร็วดี เรื่องการซื้อตั๋วเครื่องบิน ต้องดูช่วงดีๆเพราะแต่ละสายการบิน Low cost มีโปรโมชั่น ออกมาแทบจะทุกเดือน เลือกดีๆรับรองได้ถูกยิ่งกว่านั่งแท็กซี่ไปกลับใน กรุงเทพเสียอีก

เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว นั่งกระดิกเท้าบนเครื่องแป๊บเดียวเหินฟ้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยกัน เมื่อเท้าเหยียบสนามบินเชียงใหม่ ถ้าใครมีเพื่อนมีฝูงหรือญาติโกโหติกา อยู่ที่นั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับการเดินทาง

แต่ถ้าคุณไม่รู้จักใครเลยมาแบบเอาดาบหน้า ของแนะนำวิธีที่จะทำให้คุณสามารถไปได้ทุกที่ที่คุณอยากไป นั้นคือการ เช่ารถขับเอง เพราะการจะไปเหมารถตู้หรือว่าสี่ล้อแดงที่ีเชียงใหม่ ราคาไม่ได้ห่างกับเช่าเอง

ซึ่งบริษัทใช้เช่ารถนั้นมีอยู่มากมายจนเลือกแทบไม่ถูก แต่ละเจ้านั้นมีโปรโมชั่นมาให้เลือก ลดแลกแจกแถมกันเพียบ

Journeycnx

เป็นบริษัทรถเช่าที่มีรถไว้บริการมากมาย ส่วนค่าเช่านั้น ถ้าเป็น วีออส แจ๊ซซ์ ซิตี้ รุ่นเก่าจะวัน 1,000 ถ้าเป็นรุ่นใหม่ จะเป็นวันละ 1,200 ส่วนในเรื่องของเอกสารที่ต้องมีคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิตเพื่อรูดไว้ 10,000 บาท เป็นเงินประกัน เราจะไปรับรถที่ไหนก็ได้ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆกับการไปส่งรถรับรถ จ่ายแค่ค่าเช่าว่าจะเช่ากี่วันเท่านั้นเอง

northcarrental

อีกหนึ่งบริษัทรถเช่าที่เชียงใหม่ ราคาค่าเช่าตกอยู่ที่วันละ 900 จะเป็นรถซิตี้คาร์ ใช้คล่องตัวในเมืองทั้ง ซิตี้ แจ๊ซ วีออส ถ้าเป็นโฉมใหม่จะเป็นราคา 1,100 บาท ส่วนเอกสารที่ต้องนำไปคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ และ มีเงินค้ำประกัน 3,000 บาท ถ้ารถไม่ได้ชนอะไรมา รับเงินคืนตอนเอารถมาส่ง และจะให้บริการส่งรถที่สนามบินเชียงใหม่เป็นหลัก

ตะวันมอเตอร์

ถ้าไปถามคนเชียงใหม่ รับรองว่าต้องรู้จัก ตะวันมอเตอร์ อย่างแน่นอน อยู่ตรงสี่แยกแสงตะวัน มีรถโตโยต้าทุกรุ่นให่้เช่าตั้งแต่ วีออส ไปจนถึง คัมรี่ ค่าเช่าอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อวัน เอกสารก็เหมือนๆกับที่อื่นคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ และ เงินประกันอีก 5,000 บาท

 

สถานที่ท่องเที่ยว

เมื่อได้ยานพาหนะมาแล้ว ถึงเวลาที่เราจะไปตะลุยป่าเขาลําเนาไพร แมกไม้และสายธาร เพื่อเพิ่มพลังจากความเหนื่อยล้า ในการทำงาน สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในจังหวัดเชียงใหม่มีอยู่มากมายหลายที่ ได้สัมผัสธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม

หมู่บ้านแม่กำปอง

ใครอยากรู้ว่าชีวิต Slow life เป็นอย่างไร อยากจะให้เป็นสัมผัสที่หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน เพราะว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่ท่ามกลางหุบเขา แถมนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น บรรยากาศขอบอกว่าชิลล์เว่อร์!!

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ชมนกชมไม้กันบ้าง เพื่อจิตใจที่เบิกบาน การได้เห็นอะไรสวย        ๆงามๆ แถมยังได้ความรู้อีกต่างหาก เพราะเราจะได้เห็นพันธุ์ไม้แปลกที่เราไม่รู้จัก ร่วมถึงการดูแลรักษา อย่างต้นตะบองเพชรที่ตอนนี้หลายๆคนมักจะนำมาปลูกกันเพราะเชือว่าเป็นต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ

ดอยอินทนนท์

อากาศร้อนๆแบบนี้ขึ้นไปอยู่บนยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทยรับรองว่าอากาศยังไงก็เย็นกว่าพื้นที่ราบข้างล่างอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ไปสัมผัสอากาศอย่างเดียว บนดอยอินทนนต์ มีกิจกรรมให้ทำมากมายกราบศักการะ พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ,เดินป่าเข้าถ้ำบริจินดา,น้ำตกสิริธาร

 

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตง เผื่ออยากจะกระโดดน้ำ ท่ามกลางสายหมอก แมกไม้ สายลม และขุนเขา หลังจากลุยป่ามาเยอะ ฟินสุดๆ และมีแพที่พักให้คอยบริการมากมาย เหมาะแก่การพักผ่อน อ่างน้ำเหนือเขื่อนมีทัศนียภาพที่งดงาม

 

Cafe ฮิปฮิป

การได้นั่งทอดน่องสบายๆอามรณ์กันเครื่องดื่มดีๆ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ รวมทั้งดื่มด่ำกับบรรยากาศชิลๆที่ไม่เร่งรีบ มันเป็นอะไรที่สุขเว่อร์

 

เวียงจุมออน

Teahouse ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ต้องบอกว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการไปนั่งเม้าท์มอย หรือว่าหาเครื่องดื่มดับกระหาย เพราะทั้งบรรยากาศและรสชาติของเครื่องดื่มไม่ธรรมดา รวมทั้งยังมีขนมอร่อยๆให้เลือกมากมาย

 

The Giant

ครบเครื่องที่ในทีเดียว เป็นทั้งร้านกาแฟรสชาติเลิศและรีสอร์ทอันสวยงามท่ามกลางป่าเขา ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านป๊อก ห้วยแก้ว แม่ออน เด็กๆใครที่เคยฝันว่าอยากมีบ้านต้นไม้มาที่นี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

Nana Jungle

สุดยอดฟาร์มขนมปังสดใหม่ ต้องบอกว่ารีบตื่นแต่ไก่โห่ เพราะว่าคนเพียบจนล้น เพราะว่าขนมที่นี้อร่อยแสงออกปาก จนคุณอยากจะเปิดร้านขนมปังเลย เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของที่นี้


บ้านใกล้เรือนเคียง

 

จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นๆทางภาคเหนือหลายจังหวัด ซึ่งสามารถจะขับรถไปได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น

ลำปาง

เมืองรถม้าขับรถจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ถ้าใครชอบแบบธรรมชาติขอแนะนำ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เพราะว่าธรรมชาติสวยงามมาก

พะเยา

ที่แรกทีต้องไปเมืื่อไปถึงจังหวัดพะเยา ถ้าไม่มาที่เหมือนมาไม่ถึง กว๊านพะเยา เป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือ จะได้ศักการะหลวงพ่อศิลา กลางกว๊านพะเยา ต้องนั่งเรือพายไป

 

เชียงราย

เหนือสุดของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายว่าจะเป็น บ้านดำ ไปดู ศิลปะของอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ หรือ วัดร่องขุ่นที่เลื่องชื่อของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อยากไปธรรมชาติหน่อยก็ ไร่ฉุยฟ่ง หรือ บุญรอดฟาร์ม

 

ที่พัก

เมื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวแน่นอนว่า รีสอร์ท กับ โรงแรม มีให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งในตัวเมืองและต่างอำเภอ และแต่ละทีต้องบอกว่าสวยงามอย่างมาก

 

พราวภูฟ้า

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก เป็นรีสอร์ทที่ตอบโจทย์อย่างมากเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักมีให้เลือกหลากลายราคา แถมตกแต่งได้อย่างสวยงาม บวกกับบรรยากาศเดินไปไหนก็ได้ยินเสียงน้ำ เสียงนก สดชื่นอย่าบอกใคร

 

ปานวิมาน

สมกับชื่ออย่างแท้จริง เพราะสถานที่สวยงามถามท้องเรื่อง ตั้งอยู่บนเขาอย่างกับได้อยู่บนวิมาน ซึ่งทำให้เห็นทัศนียภาพรอบตัวอย่างชัดเจน สวยทั้งกลางวันและกลางคืน บรรยากาศดีเว่อร์ ไม่ไปสัมผัสเองไม่รู้หรอก ต้องหาโอกาสไป

 

Le Jardin de Maejo

ส่วนใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว รีสอร์ท เล็กๆน่ารักๆ ของแนะนำที่นี้เลย อยู่ที่อำเภอแม่โจ้ ไม่ได้ไกลจากจตัวเมืองเชียงใหม่ ขับรถแปปเดียวถึง      แต่ละห้องพักมีการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน สวยงามเหมือนอยู่ต่างประเทศ บรรยากาศเลิศมาก แต่ที่สำคัญคืออาหารอร่อยเว่อร์!!

ใครที่กำลังจะคิดไปเที่ยวทางภาคเหนือ อย่าได้รอช้า เพราะ มีข่าวดีมาบอกสำหรับแฟนๆ Tickettail คือไปนอนที่ Le Jardin de Maejo แถมรถเช่าไปให้เลยฟรีๆตามจำนวนวันที่เข้าพัก หรือ รถเช่าเล็กไม่รวมน้ำมัน เมื่อพัก 1 ห้อง 4-6 ท่าน 3950-5750 แต่ถ้ามา 8-10 ท่าน เช่า 2 ห้อง ให้รถตู้ ไม่รวมน้ำมัน สุดแสนสบาย เหินฟ้าจากเมืองหลวง พักที่โรงแรมน่ารักๆ มีรถขับไปเที่ยวฟรี จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกละ

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่ เที่ยวง่าย 5 เส้นทาง วัดวาป่าเขาธรรมชาติครบรส

 

ให้บรรดานักเดินทางเลือกจังหวัดน่าเที่ยวสักสี่ห้าอันดับ รับรองว่าทุกลิสต์ต้องมีเชียงใหม่รวมอยู่ เพราะของเขาดีจริงมีทุกสิ่งให้เลือกสรร ยอดดอยเสียวสูง ธรรมชาติเขียวขจี ศิลปวัฒนธรรม แง่งามศาสนา เรียกว่าเป็นหนึ่งจุดหมายในฝันของคนเดินทางทั้งหลายไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือเซียนท่องเที่ยว

อย่างไรก็เถอะมักมีคำถามสำคัญของคนอยากเที่ยวเชียงใหม่คือ ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวจะเที่ยวยังไงให้สนุก ขอตอบเลยว่าทำได้ง่ายมากโดยไม่ต้องพึ่งพารถแดงแสนจะรีดราคาขูดเลือดขูดเนื้อ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสบาย ขอแค่ทักษะการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของคุณแข็งแรงประมาณหนึ่ง สำหรับผมทำมาหลายครั้งและต้องมีครั้งต่อไป ฟันธง!

 

 

วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ด้วยมอเตอร์ไซค์ เลือกใช้บริการรถทัวร์สะดวกที่สุด เพราะมีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์อยู่ตรงสถานีขนส่ง – คนเชียงใหม่เรียกว่าอาเขต พอลงรถทัวร์ปุ๊บเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ทันที วิธีคือจองตั๋วรถทัวร์รอบดึกมาถึงเชียงใหม่ตอนเช้า ร้านรถเช่าเดี๋ยวนี้มีหลายร้าน แต่ผมขอแนะนำร้าน Bikkey ข้างโรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์ เช่ามาหลายครั้งไม่เคยมีปัญหา เกียร์ธรรมดา 200 บาท ออโต้ 250 บาท ออโต้ตัวใหญ่ 300 บาท เปิดหกโมงเช้ายันสามทุ่มทุกวัน ส่วนขากลับจองรถรอบหัวค่ำ เอามอเตอร์ไซค์มาคืนแล้วจะได้ไม่ต้องรอขึ้นรถนานเกินไป วางโปรแกรมแบบนี้ลงล็อกสุดๆ ถ้าหากใครนั่งรถไฟหรือขึ้นเครื่องบินก็ต้องเสียค่ารถไปเช่ามอเตอร์ไซค์อีก ต่อครับ หาเช่าแถวถนนห้วยแก้วก็ได้

 

ส่วนการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่แบบไม่ยากผมมีแนะนำ 5 เส้นทาง มีเวลากี่วัน อยากเที่ยวที่ไหนมากกว่ากันตัดสินใจเอาเองครับ…


Route 1 : 5 km : ท่องตัวเมือง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

วัดพระสิงห์ – วัดเจดีย์หลวง – วัดพันเตา – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ – วัดเชียงมั่น – วัดสวนดอก – วัดเจ็ดยอด – วัดศรีสุพรรณ

 

เมืองเชียงใหม่มีวัดเพียบ ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เส้นทางเที่ยวกลางเมืองจึงเน้นวัดเป็นหลัก เข้าวัดไหว้พระ ชื่นชมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาพื้นถิ่น ซึ่งผมขอคัดแค่วัดเด่นๆ น่าสนใจนะครับ ไม่อย่างนั้นมีหวังเที่ยวสามวันก็ไม่หมด

เริ่มต้นคือวัดพระสิงห์ สำคัญเพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองซึ่งจะอัญเชิญมาให้ประชาชนสรงน้ำในวันสงกรานต์นั่นไง องค์พระประดิษฐานในวิหารลายคำนะไม่ใช่วิหารหลวงด้านหน้า องค์พระสวยงามตามศิลปะล้านนาอย่างมาก ต่อมาคือวัดเจดีย์หลวง อันหมายถึงเจดีย์ใหญ่ ซึ่งยอดหักโค่นเหลือเพียงครึ่งจากเหตุการณ์ฝนตกแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2088 เจดีย์แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเมื่อครั้งองค์พระอยู่ที่เชียงใหม่ ขณะที่ติดกับวัดเจดีย์หลวงคือวัดพันเตา โดดเด่นด้วยวิหารหอคำหลวงสร้างด้วยไม้สัก

 

 

 

ลัดเลาะต่อมาถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คือพญามังราย อาณาจักรล้านนา พญางำเมือง อาณาจักรภูกามยาว (พะเยา) และพ่อขุนรามคำแหง อาณาจักรสุโขทัย ซึ่งตำนานว่าทำไมกษัตริย์ทั้งสามถึงมีความสัมพันธ์แนบแน่น และเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างไร หาอ่านได้เลยภายในศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เรียกว่าเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ ประกอบด้วยสามส่วนคือหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ กับหอประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ ส่วนพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดพิพิธภัณฑ์ที่ผมชื่นชอบมาก เช่นเดียวกับประวัติของกษัตริย์ทั้งสาม

 

 

 

ในคูเมืองยังมีอีกวัดน่าสนใจอีกคือวัดเชียงมั่น วิหารหลวงมีจิตรกรรมลายคำสวยงาม ส่วนวิหารหลังเล็กประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์สององค์ คือพระเสตังคมณี พระแก้วใสองค์สูงแค่ราวสิบห้าเซนติเมตร กับพระศิลา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักบนแผ่นหิน อายุนับพันปี

เพียงเท่านี้หากใครใช้เวลาเนิบนาบอิ่มเอมกับทุกอย่างน่าจะใช้เวลาจากเช้าจนบ่ายแก่ๆ แต่ถ้ายังไม่หนำใจ นอกคูเมืองมีวัดแนะนำอีกสามแห่งสามทิศทาง คือวัดสวนดอกทางตะวันตก วัดเจ็ดยอดทางตะวันตกเฉียงเหนือ และวัดศรีสุพรรณ ทางทิศใต้

วัดเจ็ดยอด อยู่บนทางหลวงหมายเลข 11 ซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ไม่ไกลจากทางขึ้นดอยสุเทพ มีเจดีย์สวยแปลกคือเป็นอาคารทรงเหลี่ยม ด้านบนมียอดเจดีย์เรียงรายกันเจ็ดยอด ส่วนวัดสวนดอกออกจากตัวเมืองทางประตูสวนดอก ในวัดมีกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือพระเจดีย์บรรจุอัฐิของเหล่าเจ้านายเจ้านครในอดีต แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดอยู่ในพระอุโบสถคือพระเจ้าเก้าตื้อ พระประธานปางมารวิชัย ซึ่งองค์ไม่ใหญ่นักทว่ามีความสวยงามเปล่งปลั่งที่สุด เป็นพระพุทธรูปซึ่งผมบอกเลยว่าสวยที่สุดองค์หนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา

 

 

 

และสุดท้ายวัดศรีสุพรรณ ไปทางใต้บนถนนวัวลาย มีป้ายชี้บอกหาไม่ยาก ถนนวัวลายเป็นแหล่งทำเครื่องเงินชั้นดี ทางวัดจึงผุดไอเดียสร้างพระอุโบสถทรงล้านนาจากเงินทั้งหลัง งานฝาผนังที่ปกติเป็นภาพจิตรกรรมเปลี่ยนเป็นงานแกะสลักเครื่องเงิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใช้ฝีมือขนาดไหน

 

ใครไปหมดแบบไม่ใช่ชะโงกทัวร์ เที่ยวชมเรียนรู้จริงจัง แค่นี้ต้องบอกว่าเหนื่อยแล้ว


Route 2 : 30 km : ดอยสุเทพ-ปุย บิดฉลุยจากตีนถึงยอด

สวนสัตว์เชียงใหม่ – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย – น้ำตกห้วยแก้ว – น้ำตกมณฑาธาร – จุดชมวิว – วัดพระธาตุดอยสุเทพ – พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ – บ้านม้งดอยปุย – ขุนช่างเคี่ยน

 

เส้นทางยอดฮิตสำหรับนักบิดและท่องเที่ยว การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นดอยสุเทพคือความสนุกสนาน ถนนอย่างดี ไม่ชันเกินไป ที่เที่ยวรายทางเพียบ เกียร์ธรรมดาหรือออโต้ได้หมด ตีนดอยถึงยอดดอยแค่จิ๊บๆ แต่เที่ยวแค่วันเดียวไม่มีทางหมด ต้องเลือกคัดกรองจุดหมายเอาครับว่าอยากไปที่ใดบ้าง

จุดแรกสวนสัตว์เชียงใหม่ หากมาที่นี่ปิดประตูเที่ยวที่อื่นเลย อยู่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ถัดไปอีกนิดตรงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เลี้ยวเข้าไปจะพบน้ำตกห้วยแก้ว อยู่ในความดูแลของ อช.ดอยสุเทพ-ปุย ไม่เก็บค่าเข้าชมเพราะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มานั่งปิกนิกสบายดี แต่ความสวยงามอาจไม่มากเท่าไหร่

 

ใครอยากชมน้ำตกสวยกว่าต้องน้ำตกมณฑาธาร ขึ้นจากตีนดอยไปสัก 4 กิโลเมตร ผ่านด่านอุทยานฯ เสียตังค์เข้าไปอีกนิด ถนนลาดยางขี่สบาย ความจริงน้ำตกมีทั้งหมดเก้าชั้น แต่จำกัดการเที่ยวเพียงสองชั้น อยากผจญภัยชมน้ำตกสูงกว่าต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

 

ถัดจากน้ำตกมณฑาธารคือจุดชมวิวตัวเมืองเชียงใหม่ พอเลยจุดชมวิวเทโค้งไปเทโค้งมาขึ้นเขาสัก 5 กิโลเมตร จึงถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เผื่อใครไม่รู้ขอบอกว่าวัดเปิดถึงสามทุ่ม ใครมาหามุมถ่ายภาพยามเย็นตอนท้องฟ้ากำลังสีน้ำเงินเข้มตัดกับองค์พระธาตุสีทองซึ่งฉาบฉายด้วยแสงไฟจะได้ภาพงดงามมาก

 

 

กราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพเสร็จ จับระยะทางอีก 4 กิโลเมตร ถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระตำหนักเปิดขายบัตรถึง 15.30 น. เที่ยวชมด้านในได้ถึง 16.15 น. ค่าเข้าชมคนไทยแบงค์สีเขียวใบเดียว แต่ต้องแต่งกายเรียบร้อย มีเส้นทางเดินชมพรรณไม้กับสวนสวยๆ โดดเด่นที่สุดคือกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ที่รับรองว่าไม่เคยเห็นตามปากคลองตลาด

หลังจากตรงนี้ต้องใช้ฝีมือเพิ่มขึ้นเพราะถนนแคบลง (เลยพระตำหนักมาแล้วนี่นะ) สักพักพบสามแยก เบี่ยงไปทางซ้ายราว 2 กิโลเมตร จะถึงบ้านม้งดอยปุย แต่ก่อนอยู่กินกันตามวิถีคนดอย ปัจจุบันชาวม้งเล่นแท็บเล็ตกดไอโฟนสนุกสนาน ไม่ขอพูดว่าไปชมวิถีชาวเขาเพราะคงเป็นการโกหกกัน เอาเป็นว่าหากอยากสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านบนดอยไปเชยชมสักหน่อยไม่เสียหาย

 

จากบ้านม้งดอยปุยย้อนกลับมาสามแยก อีกเส้นทางมุ่งสู่ขุนช่างเคี่ยนซึ่งเลื่องชื่อเรื่องดอกนางพญาเสือโคร่งนั่นไง ระยะทาง 5 กิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกินห้านาทีแน่นอน เส้นทางเพิ่มความแอ็ดวานซ์ในการขี่แมงกะไซค์ ระหว่างทางผ่านลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ผมนอนมาแล้วบรรยากาศเยี่ยม ตอนเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นจากศาลาชมวิว กระทั่งไฮไลท์สุดท้ายคือการตามล่าต้นซากุระเมืองไทย ณ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ป่าสีชมพูงามจับใจ ถือเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งใกล้ตัวเมืองที่สุด แต่เจ้าดอกไม้แสนสวยนี้ปกติจะบานราวเดือนมกราคม ระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์นะ ไม่ใช่มีให้ชมทั้งปี

 

 

จากตีนดอยถึงยอดดอยระยะทางแค่ 30 กิโลเมตร เที่ยวอะไรตามแต่สะดวกและเหมาะกับฤดูกาลนะครับ


Route 3 : 40 km : ซิ่งเส้นแม่ริม เอมอิ่มธรรมชาติ

ห้วยตึงเฒ่า – น้ำตกแม่สา – สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ – ม่อนแจ่ม

 

ม่อนแจ่มรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ไหม ขอตอบว่าง่ายยิ่งกว่ารถยนต์หลายเท่า… ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง ได้รับการแซวเล่นว่าเป็นถนนสารพัดสัตว์ เพราะมีทั้งคุ้มเสือ ปางช้าง โชว์งู จระเข้ ลิง สวนสัตว์แมลง ทัวร์ต่างชาติชมโชว์เลยวิ่งกันพล่านไปหมด แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของผมหรอกครับ ถ่อมาเชียงใหม่ทั้งทีจะชมโชว์สัตว์ทำไมกันเล่า

ออกจากคูเมืองเชียงใหม่ที่ประตูช้างเผือกทางทิศเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ระหว่างทางผ่านแยกศูนย์ราชการซึ่งเป็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อยากแวะเที่ยวก็ลุยเลย มีหาดทรายและเพิงอาหารริมน้ำสมฉายาทะเลเชียงใหม่ ถ้าไม่แวะก็ตรงมาอีก 15 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอแม่ริมจนถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนนแม่ริม-สะเมิง ระหว่างทางนี้จะเจอโชว์สัตว์ กิจกรรมผจญภัย สารพัด รวมถึงสวนกล้วยไม้สองสามแห่ง

 

 

ตรงตามถนนแม่ริม-สะเมิง 5 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าน้ำตกแม่สา จ่ายสตางค์ค่าเข้าอุทยานฯ แล้วพร้อมลุย น้ำตกนี้อยู่ในเขต อช.ดอยสุเทพ-ปุย แต่เป็นอีกฝั่งหนึ่งของภูเขา มีทั้งหมดสิบชั้น แต่ละชั้นห่างกันไม่มาก ทางเดินดีเยี่ยม เราเริ่มต้นตรงชั้นสี่ เดินไม่เกินสี่สิบนาทีถึงชั้นบนสุด ส่วนชั้นแรกถึงชั้นสามค่อยลงมาเที่ยวทีหลัง เรื่องความสวยงามคงไม่โกหกพกลมว่าสุดสวยขนาดนั้น แต่ความน่าเที่ยวยกนิ้วให้ เพราะเป็นน้ำตกใหญ่เที่ยวง่าย เข้าถึงสะดวก มาถึงแม่ริมทั้งทีต้องแวะสักหน่อย

 

 

ถัดจากน้ำตกแม่สา ถนนเริ่มคดเคี้ยวเป็นทางขึ้นเขาซิ่งมอเตอร์ไซค์สนุกสนาน ต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงปางช้าแม่สา จากปางช้างอีก 2 กิโลเมตร ถึงสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ่ายตังค์แล้วเอามอเตอร์ไซค์เข้าไปเที่ยวตามสะดวก ภายในสวนใหญ่มากกกกก (ขอลากเสียงหน่อย) ดังนั้นจำต้องเลือกโซนเที่ยว น่าสนใจสุดต้องบนยอดเขาโน่นแหละ เป็นที่ตั้งของกลุ่มเรือนกระจกจัดแสดงพันธุ์ไม้หลายประเภท ไม้ทะเลทราย ไม้น้ำ บัว เฟิน ไม้ประดับ สับปะรดสี เด่นที่สุดคือเรือนใหญ่จำลองป่าดิบชื้นเล่นเอาอึ้งเหมือนเดินเข้าป่าจริงๆ

 

 

จากนั้นระหว่างทางขี่ลงมาจะผ่าน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ Natural Science Museum จอดรถแล้วแวะชมเลยไม่เสียสตางค์เพิ่ม จัดทำค่อนข้างดี มีภาพสามมิติให้ถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยด้วย

 

จากสวนพฤกษศาสตร์ บิดมอเตอร์ไซค์ต่อ 3 กิโลเมตร ถึงแล้วครับทางเลี้ยวขวาขึ้นเขาสู่โครงการหลวงหนองหอยหรือที่คุ้นปากว่าม่อนแจ่ม เข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ใครมาเยือนแล้วประทับใจสุดๆ หรือไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษอยู่ที่ทัศนะส่วนบุคคล โดยมากนิยมขึ้นไปกินข้าวชมวิวสบายๆ และถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ที่เขาจัดทำไว้ ใกล้เคียงมีที่เที่ยวอื่นชื่อม่อนโน้นม่อนนี้ตามกระแสเต็มไปหมด ก็แล้วแต่สะดวกอยากไปตรงไหนตามใจเลย

 

โดยสรุป ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง น่ารักน่าหลงน่าเที่ยวและขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวง่ายมาก


Route 4 : 30 km : สายธารแม่ขาน ตำนานดอยคำ

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ – วัดพระธาตุดอยคำ – เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี – วัดต้นเก๋วน – อช.ออบขาน

 

เส้นทางโปรดของผม ขี่มอเตอร์ไซค์ง่าย รถโล่งซิ่งสบาย สำคัญคือมุ่งหน้าไปทางอุทยานแห่งชาติซึ่งผมหลงรักหัวปักหัวปำ อช.ออบขาน แห่งอำเภอหางดง แถมระหว่างทางยังมีที่เที่ยวชื่อดังรออยู่อีกเพียบ ซึ่งผมขอเน้นเที่ยวออบขานเป็นอันดับแรก แล้วค่อยย้อนกลับมาครับ ตามใจคนเขียนล้วนๆ (ฮา…)

จากตัวเมืองลงใต้ผ่านประตูเชียงใหม่วิ่งเข้าถนนวัวลายออกสู่ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด มาเลี้ยวขวาที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (ชื่อเขาจริงๆ นะ) เข้าทางหลวงหมายเลข 121 วงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ (สายนี้เลี้ยวซ้ายมาจากแยกที่ถนนห้วยแก้วทางขึ้นดอยสุเทพก็ได้) ไปเรื่อยๆ สุดถนนถึงสี่แยกต้นเก๋วน ตรงเข้าทางหลวงชนบท ชม.3035 เลียบคลองชลประทาน จนพบป้ายเลี้ยวขวาเข้าอุทยานฯ จากปากทางนับอีก 12 กิโลเมตร ถนนลาดยางวิ่งคดเคี้ยวดั่งงูเมายาจนถึงด่านตรวจ จากนั้นจึงเป็นทางลูกรังรถยนต์อาจต้องระวัง แต่รถมอเตอร์ไซค์สบายบรื๋อ

คำว่าออบหมายถึงช่องแคบหรือร่องผาซึ่งมีลำน้ำไหลผ่านด้านล่าง ออบขานจึงหมายถึงออบที่แม่น้ำขานไหลผ่าน ปัจจุบันเป็นอุทยานฯ ซึ่งยังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ใครอยากเล่นน้ำเตรียมชุดมาเปลี่ยนได้เลย

 

ออบขานอยู่ห่างจากลานจอดรถแค่ไม่กี่ร้อยก้าว ทางเดินศึกษาธรรมชาติเริ่มต้นด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เลียบหน้าผาไปเรื่อยๆ คือออบขาน สวยงามแปลกตา พ้นจากออบขานจะถึงแม่น้ำขานช่วงที่เราสามารถลงเล่นสนุกชื่นฉ่ำ เส้นทางเลียบแม่น้ำขานยาวประมาณ 1 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่ออบไฮ ออบอีกแห่งหนึ่งเล็กกว่าออบขาน จากนั้นทางเดินจะเลี้ยวเข้าป่าวนกลับถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ใครอยากเดินเชิญตามสบาย แต่ผมเลือกเลาะแม่น้ำขานกลับได้อรรถรสทางสายตามากกว่าครับ

 

หากไม่อยู่ที่ออบขานจนเย็นย่ำสามารถซิ่งมอเตอร์ไซค์แวะที่เที่ยวเจ๋งๆ ตามรายทางขากลับ ย้อนมาถึงแยกต้นเก๋วน เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าสู่วัดต้นเก๋วน วิหารของวัดต้นเก๋วนเป็นต้นแบบหอคำหลวง ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จากนั้นกลับเข้าถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ หรือทางหลวงหมายเลข 121 สัก 8 กิโลเมตร จะถึงสี่แยกราชพฤกษ์ ให้เลี้ยวเข้าสู่อุทยานหลวงฯ ได้เลย ชมดอกไม้และการจัดสวนสวนหลากหลายรูปแบบตามใจชอบ

 

หากมีเวลาอยากให้แวะวัดพระธาตุดอยคำ อีกหนึ่งพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ไม่แพ้พระธาตุดอยสุเทพ มีตำนานว่ากาลก่อนดอยคำเป็นที่อยู่ของยักษ์สองตนคือปู่แสะย่าแสะ ผู้เป็นพ่อแม่ของเทวฤๅษี (ดอยสุเทพตั้งชื่อมาจากเทวฤๅษีนี่แหละ และเทวฤๅษีคือพ่อบุญธรรมของพระนางจามเทวี กษัตรีแห่งอาณาจักรหริภุญชัย – ว่ากันตามตำนานสนุกๆ นะครับ) ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่รับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่เกิดจากปู่แสะย่าแสะ จึงแสดงธรรมจนยักษาเกิดความเลื่อมใส พระพุทธเจ้ามอบพระเกศาธาตุให้แก่ยักษ์ทั้งสองตน อันกลายเป็นที่มาของพระธาตุดอยคำนั่นเอง

นอกจากพระธาตุดอยคำสีทองอร่าม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี รูปปั้นปู่แสะย่าแสะ สุเทวฤๅษี ทางวัดยังสร้างจุดชมวิวสวยๆ มองลงไปเห็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์เหลือเล็กนิดเดียว

 

 

ทางเส้นนี้ที่เที่ยวไม่เยอะแต่เล่นเอาเหนื่อย… อะไรนะ ยังเหลือ ไนท์ ซาฟารี พลาดไม่ได้เสียด้วยสิ (เห็นเขาว่าเวิลด์คลาส)


Route 5 : 40 km : ปลดตัวอาบน้ำแร่ เปลื้องเท้าแช่น้ำร้อน

ศูนย์อุตสาหกรรมร่มบ่อสร้าง – ถ้ำเมืองออน – น้ำพุร้อนสันกำแพง

 

ปิดท้ายกับเส้นทางแนะนำสำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสผจญภัยเที่ยวเชียงใหม่หลายวัน เพราะยามหนังใกล้เก็บฉากจะมีอะไรดีกว่าการผ่อนคลายสลัดความเมื่อยล้า ชื่อเสียงของน้ำพุร้อนสันกำแพงได้ยินมานานต้องขอโดนสักหน่อย ระยะทางไกลแต่จุดหมายไม่เยอะ ใช้เวลาได้เต็มที่

เที่ยวอำเภอสันกำแพง-แม่ออน ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่ประตูท่าแพ วิ่งมาทิศตะวันออกอย่างเดียวเข้าทางหลวงหมายเลข 1006 เชียงใหม่-สันกำแพง ผ่านบ้านบ่อสร้าง อยากชมเขาทำร่มและซื้อสินค้าหัตถกรรมติดไม้ติดมือแวะเลยที่ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม พอเสร็จสรรพค่อยตรงไปจนถนนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1317 หรือถนนเชียงใหม่-สันกำแพง สายใหม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำพุร้อน แต่หากใครไม่สนใจดูการทำร่มบ่อสร้าง แนะนำให้ออกจากเมืองเชียงใหม่มาทางสนามบิน ถึงแยกดอนจั่น แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1141 ดอนจั่น-เชียงใหม่ จนเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1317 ได้เลยจะไม่ต้องผ่านตัวอำเภอสันกำแพง

 

ริมทางหลวงหมายเลข 1317 ผ่านอำเภอสันกำแพงจนถึงอำเภอแม่ออน จะเห็นป้ายบอกทางเข้าถ้ำเมืองออน ฟังชื่อน่าสนเลี้ยวรถโดยพลัน ถ้ำเมืองออนไม่ใช่ถ้ำแบบเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นถ้ำซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานเต็มไปหมด มีไฮไลท์ตรงพระธาตุนมผาซึ่งเป็นหินงอกขนาดใหญ่แลดูคล้ายพระสถูปเจดีย์ ขณะที่บนเขาด้านบนยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ รูปหล่อครูบาศรีวิชัย และพระธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิของท่าน บอกเลยว่าเดินขึ้นไปหอบใช่เล่นแต่คุ้มค่าอยู่

 

ออกจากถ้ำเมืองออน อีกกิโลเมตรเดียวก็ถึงน้ำพุร้อนสันกำแพง หลายคนคงงงว่าเราผ่านอำเภอสันกำแพงมาแล้วนี่ ความจริงคือตอนจัดสร้างน้ำพุร้อนสันกำแพง แม่ออนยังเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสันกำแพง จนภายหลังยกฐานะเป็นอำเภอแม่ออน ทว่าก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อน้ำพุร้อนแต่อย่างใด เท่ากับว่าน้ำพุร้อนสันกำแพงอยู่ที่อำเภอแม่ออน ไม่ใช่อำเภอสันกำแพง

ที่น้ำพุร้อนมีค่าเข้าเล็กน้อย มาถึงแล้วกิจกรรมยอดฮิตคือการกินไข่ต้มใบน้อย จากนั้นค่อยถึงเวลาแช่น้ำร้อน มีให้เลือกหลากรายการ ห้องอาบส่วนตัว ตักอาบ แช่อาบ สระน้ำรวม หากไม่ต้องการขนาดนั้นขอแค่นั่งแช่เท้าอุ่นๆ ให้เลือดไหลเวียนก็ผ่อนคลายแล้ว แช่เท้าจนหนำใจค่อยเดินไปอาคารนวดแผนไทย นวดตัว นวดฝ่าเท้า สนนราคาคนไทยชั่วโมงละ 140 บาท ต้องจัดไปอย่าให้พร่อง ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร

 

ที่น้ำพุร้อนสันกำแพงมีนักท่องเที่ยวเยอะทุกวัน ทั้งชาวบ้าน ชาวไทย รวมถึงต่างชาติ หยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งคนตรึม เขามีที่พักค้างแรมด้วยนะ ทั้งแบบบ้านพักหรือกางเต็นท์นอน เบ็ดเสร็จครบวงจร

ก่อนกลับบ้านจัดสบายเสียหนึ่งวัน เที่ยวเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องขึ้นดงดอยสูงเสียดฟ้าเสมอไป เลือกเที่ยวได้หลายสไตล์ตามความชอบ รับรองมอเตอร์ไซค์คันเดียวเอาอยู่… จริงๆ นะจะบอกให้


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

IMG_7214

7 สิ่งที่บ่งบอกว่าถ้าคุณคือ “ฮิปสเตอร์” คุณจะ…

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ TicketTail เว็บไซต์ที่รวบรวม Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ และศูนย์รวม Events อันหนึ่งของประเทศไทย ไว้ให้คุณอัพเดตก่อนใคร !!!

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆมานำเสนอ  หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าฮิปสเตอร์อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะจากโซเชียลมีเดียต่างๆ หลายๆคนอาจจะยังงงๆว่า เอ๊ะ ! ว่าแต่ไอฮิปสะเต้อนี่คืออะไรกัน วันนี้ Tickettail มีข้อเฉลยมาบอกให้รู้กัน ถ้าอยากรู้ก็ไปฟังกันเลย…

 ฮิปสเตอร์ ก็คือเด็กแนวในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง จะอยู่ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน พวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนที่นิยมทุกสิ่งที่นอกกระแส อารมณ์ประมาณว่า ชั้นชอบของชั้น แบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร ไม่ต้องตามใคร ไม่ว่าจะแต่งกาย ดูหนัง ฟังเพลง กิจกรรม ไปจนถึงการกินอยู่เลยทีเดียว ที่สำคัญจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ถ้าพูดไปคงไม่เห็นภาพ งั้นจะยกตัวอย่างลักษณะของฮิปสเตอร์โดยทั่วไปมาให้ดูกัน

1.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… ถ่ายภาพแบบคุมโทน

 

สิ่งแรกเลย ถ้าคุณกดเข้าไป instagram ใครซักคน แล้วเห็นภาพที่ลงมันดูเป็นโทนสีเดียวกัน ผ่านการปรับสีด้วยแอพต่างๆ สันนิษฐานได้เลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว ตอนนี้ฮิปสเตอร์กว่า 80% นิยมปรับภาพให้มีโทนสีอุ่นๆ ซีดๆ มองดูแล้วก็สบายตาไปอีกแบบนะ

2.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ…ไม่เน้นถ่ายเซลฟี่ ถ้าจะถ่ายหน้าตัวเองต้องเห็นหน้าให้น้อยที่สุด หรือไม่มองกล้อง

ต่อมาคือ การเซลฟี่เหมือนไม่เซลฟี่ ก็กำลังมาแรง ในหมู่ฮิปเตอร์ อาจจะมีแบบเผลอเองโดยธรรมชาติ หรือจะเเอ๊บเผลอบ้างก็ไม่ว่ากัน ยิ่งมีแสงแดดรำไรๆ ผ่านมาจากด้านหลัง หรือลมพัดผมปลิวมาปิดหน้าหน่อยนะ ใช่เลย!!!

3.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… แต่งตัวแบบมีสไตล์ แตกต่างจากคนรอบข้าง

การแต่งกายก็แบบ อาจจะมีทั้งสบายๆ เรียบง่าย เน้นโทนสีอ่อนๆ แบบ earth tone หรือไม่ก็มีจุดยืนในตัวเอง แปลกแหวกแนวไปเลย จุดเด่นคือจะมีความสามารถในการมิกซ์แอนด์แม๊กซ์สูง รู้ว่าแต่งแบบไหนเข้าหรือไม่เข้ากับตนเอง

4.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… ถ่ายแต่ภาพแนวอาร์ตๆ เท่ๆ อย่างพร่ำเพรื่อ

เจอหมา เจอแมว เจอท้องฟ้า เจอต้นไม้ใบหญ้า เจอ… อะไรก็แล้วแต่ที่ฟิลลิ่งมันบอกว่า เห๊ย แนวว่ะ ใช่ว่ะ ก็จะต้องหยิบกล้อง ไม่ก็มือถือมาถ่ายโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจเหมือนกัน 555

5.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… มีภาพไลฟ์สไตล์ตัวเองแบบแปลกๆ เก๋ๆ ไม่เหมือนใคร

วันว่างๆ ไม่ว่าจะออกไปปั่นจักรยาน เดินถ่ายรูปเล่น หรือ จะเป็นการนอนเล่นอยู่บ้าน พวกเขาเหล่านี้ก็จะแชะภาพออกมาได้แปลกแหวกแนวกว่าใครเป็นไหนๆ

6.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… ชอบไปนั่งชิลตามร้านอาหาร ร้านกาเเฟเก๋ๆ

ร้านกาแฟ รึ ร้านอาหารเก๋ๆ ก็ขาดไม่ได้เลย สำหรับเหล่าฮิปสเตอร์แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะสามารถค้นหาร้านเหล่านี้ ถ้าชอบร้านแนวนี้ ก็รีบ follow ไอจีเหล่าฮิปสเตอร์ให้ไวเลย !!!

7.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… มีการกินอยู่ที่ไม่เหมือนใคร

 อาหารการกินของเหล่าฮิปสเตอร์จะถูกจัดวางไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด (ทั้งๆที่จริงๆ ไม่รู้จัดกี่รอบกว่าจะได้ซักแชะ ><) อาจมีทั้งแบบเรียบๆ จานใบนึง น้ำแก้วนึง รึแบบจัดวางไว้เต็มโต๊ะ ดูรกรุงรัง แต่มองดูแล้วกลับดูอาร์ตซะงั้น

7.ถ้าคุณคือฮิปสเตอร์คุณจะ… ชอบท่องเที่ยว รักธรรมชาติ

สิ่งสุดท้ายเลย เหล่าฮิปสเตอร์จะใหลคลั่งไคล้ในการเดินทางมว๊าก มักจะเดินทางไปที่ต่างๆ ทำอะไรแบบไม่เหมือนใคร ดำน้ำดูปะการัง เข้าป่า ขึ้นเขา ลงห้วย พวกเขาจะสรรหาที่ไปได้เสมอ และเก็บภาพกลับมาได้แบบไม่เหมือนใคร

ถ้าใครมีลักษณะหรือพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะที่ยกมาเกินกว่าครึ่งแล้ว นั่นแหละ จัดว่าเป็น ฮิปสเตอร์อย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้วล่ะ…

Cr. ขอบคุณภาพจาก instagram :@pearypie @gggubgib36 @michaelsirachuch @toeyjarinporn @suparuj @wonderingpango @peachhypeach @chanichaboon @kemisarap @sananthachat  @khimjularat

อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

 

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

ตาแฉะกันไปข้าง…รวมพริตตี้มอเตอร์โชว์เยอะสุด

พริตตี้มอเตอร์โชว์

สิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของงานมอเตอร์โชว์คือพริตตี้มอเตอร์โชว์ ที่หลายครั้ง มีคนตั้งใจไปดูมากว่ารถซะอีก ก็แน่ล่ะเนื้อนวลๆมันก็ชวนดูมากกว่าเหล็กอยู่แล้ว

วันนี้ TicketTail ศูนย์รวม Event และ Activities เลยขอเอาใจสายหื่น จัดหนักจัดเต็มให้ดูกันซะให้หายอยาก ไม่เชื่อดู

Article by Dr. Gag

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก Arnupab Photography ใครที่อยากหาช่างภาพ ก็ติดต่อได้เลย
https://www.facebook.com/arnupabphotography/

15 ข้อ ที่คุณต้องถามตัวเองเมื่อมีวันแย่ๆ

เคยใช่มั้ยที่อยู่ดีๆก็มีวันแย่ๆ ให้รู้สึกไม่ดีขึ้นมาซะงั้น ครั้นจะหาสาเหตุก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เกิดจากสาเหตุไหน วันนี้ TicketTail : Your Event Calendar จึงรวบรวมเชคลิสต์ 15 ข้อ ไว้ให้คุณถามตัวเองดู เผื่อบางทีมันอาจจะช่วยให้คุณมีวันที่ดีขึ้น

1. ดื่มน้ำพอมั้ย

ถ้าไม่…ก็ไปหาน้ำดื่มซะ บางที…ที่คุณรู้สึกแย่อยู่นี้อาจจะเป็นเพราะคุณขาดน้ำอยู่ก็ได้

2. ได้ทานอะไรบ้างมั้ยใน 3-4 ชัวโมงมานี้

ถ้าไม่… อาจจะได้เวลาหาอะไรทาบบ้างแล้ว และอย่าลืมทานอาหารที่คุณค่าอย่างโปรตีนด้วยล่ะ ของขบเคี้ยวง่ายๆอย่างถั่วก็ไม่เลวนะ

3. ได้อาบน้ำบ้างหรือยัง ในวันที่ผ่านมา

ถ้าไม่…ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ แต่อาบที่บ้านก็พอนะ ไม่ใช่ไปอาบแถวรัชดาล่ะ หนุ่มทั้งๆหลาย

4. วันนี้ยืดแข้งยืดขาบ้างหรือยัง

ถ้าไม่…มันก็ถึงเวลาแล้วล่ะ ถ้าไม่ว่างหรือขยันถึงขนาดไปออกกำลังกายในยิม ลองเดินเล่นแถวคอนโด หรือ บ้านของคุณดู ถ้าอากาศไม่ดีหรือไม่เหมาะ เดินเล่นในห้างที่คุณชอบไป หรือ ซุปเปอร์ที่เปิด 24 ชม. ก็โอเค

5. ได้พูดอะไรดีๆ กับใครบ้างหรือยังในวันที่ผ่านมา

ทำซะ…ไม่ว่าจะเป็นการพูดต่อหน้า หรือแชตออนไลน์ ก็เถอะ…ลองพูดจาดีๆ ชมใครซักคนดู..แต่ขอแบบจริงใจนะ เพราะการชม หรือพูดอะไรดีๆกับคนอื่นนี่แหล่ะ จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

6. ได้เต้นบ้างป่ะ..อาทิตย์ที่ผ่านมา

ถ้าไม่…อาจจะได้เวลาแล้วที่คุณจะต้องเคลื่อนไหวร่างกายตามเสียงดนตรี การเต้นไม่จำเป็นต้องไปแถว RCA หรือ ทองหล่อ แค่เลือกเพลงแดนซ์แนวโปรด ไม่ว่าจะเป็น EDM HipHop Disco หรือ 3 ช่า … เปิดให้ดังๆ แล้วขยับร่างกายตามเพื่อเรียกความคึกคัก แต่ว่าความดังของเสียงเนี่ย…ดูเวลาด้วยก็ดี

7. สองวันที่ผ่านมาได้กอดสิ่งมีชีวิตบ้างมั้ย

ถ้าไม่…อาจจะต้องทำบ้างแล้วล่ะ…อย่าอายที่จะกอดกับเพื่อนของคุณ หรือ แม้แต่หมา หรือ แมวของเพื่อน หรือ ถ้าหาไม่ได้จริงๆก็คาเฟ่หมาแมวที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเต็มเมืองนั่นแหล่ะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสที่ต้องการบ้าง

8. ได้เปลี่ยนบรรยากาศ หรือไปที่อื่นๆบ้างมั้ย

ถ้าไม่…คุณอาจจะต้องการอะไรที่ไม่ซ้ำเดิมบ้างก็ได้ การไปทำงาน และ กลับบ้านจนเป็นกิจวัตรอาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อและแย่ไปด้วย ลองไปที่ใหม่ๆ หรืองานอีเวนต์ต่างๆดูบ้าง เพื่อให้ชีวิตคุณไม่จำเจเกินไป (ติดตาม Event โดนๆ ได้ที่ TicketTail.com )

คลิ๊กเพื่อดูอีเวนต์น่าสนใจต่างๆ

9. ได้เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนบ้างหรือไม่ในสองอาทิตย์ที่ผ่านมา

ถ้าไม่…อาจจะถึงเวลาที่ต้องทำแล้วล่ะ…การได้นอนบนเหมือน และ ที่นอนที่หอม และ นิ่มนั้น ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมเอาหมอน หรือ ที่นอนไปตากแดดด้วยล่ะ เพราะกลิ่นแดดนี่หล่ะที่จะทำให้ร่างกายคุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

10. อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ออกกำลังกายบ้างไหม

ถ้าไม่…กรุณาไปซะ จะวิ่ง ว่ายน้ำ เตะบอล ตีแบด เข้ายิม หรือ เล่นโยคะ เลือกเอาซักอย่างที่คุณชอบ และ เหมาะกับสภาพความฟิตของคุณ การได้เหงื่อออกซะบ้างอาจทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นเยอะ

11. รู้สึกว่าตัวเองไม่มีประสิทธิภาพ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จอยู่หรือเปล่า

ถ้ารู้สึกอย่างนั้น…ลองหาอะไรที่ทำเสร็จง่ายๆ เช่นตอบอีเมล์ ล้างจาน จัดโตะทำงานใหม่ เลือกสิ่งที่ไม่ใหญ่โตมากนัก เพื่อให้คุณทำสำเร็จได้จริง แล้วมันจะช่วยให้คุณมั่นใจ และ รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น

12. รู้สึกว่าตัวเอง ไม่สวย ไม่หล่อ อยู่หรือเปล่า

ถ้าใช่…ลองหาเวลาเข้าร้านทำผม หรือ จะสระ เซ็ตด้วยตัวเองก็ไม่ว่ากัน แล้วหาชุดสวยๆ หล่อๆ มาใส่ แล้วเซลฟี่ตัวเองลง Facebook หรือ IG ดูสิ รับรองว่า Like หรือ Comment ที่จะตามมานั้นแหล่ะจะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าดีงามมากขึ้น

 

13. รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถตัดสินใจได้ หรือ ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปหรือไม่

ถ้าใช่…ลองหาเวลานั่งลง และคิดช้าๆ เพื่อวางแผนสิ่งที่คุณจะทำต่อซักนิด หลายครั้งการไม่มีเวลาให้คิดหรือวางแผนต่อนี่แหล่ะ อาจทำให้คุณรู้สึกแย่ ลองให้เวลาตัวเองได้วางแผนทิศทางชีวิตของตัวเองว่าจะทำอะไรต่อ ปัญหาข้อไหนที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้หรือถึงเวลาแก้ อาจพักไว้ก่อน เพื่อให้คุณสามารถเดินต่อได้

14.  คุณใช้ร่างกาย สมอง และ อารมณ์ของคุณมากเกินไปหรือเปล่าในอาทิตย์ที่ผ่านมา

ถ้าใช่… อาจจะต้องให้มันได้หยุดพักบ้าง การทำงาน หรือ ออกกำลังกายที่หนักเกินไปติดๆกันอาจทำให้คุณรู้สึกแย่ได้ การเข้าสังคมจัดไปอาจมีผลในแง่ลบต่ออารมณ์คุณเช่นกัน ให้เวลาตัวเองได้อยู่กับตัวเองตามลำพังดูบ้าง แล้วคุณอาจจะรู้สึกดีขึ้น

15.  คุณได้รอซักพักหรือยัง

ถ้าไม่…ลองรอดูก่อน บางทีมันอาจจะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ใช่ของคุณก็แค่นั้น เป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีประจำเดือน หรือเป็นช่วงเวลาที่ทีมของ หลุยส์ ฟาน กัลล์ แพ้บ่อยๆ ก็แค่นั้น บางทีคุณแค่อาจจะต้องตั้งสติ และ อนุญาตให้ตัวเองยอมรับความจริงที่ว่า ไม่มีใครหน้าไหนจะมีความสุขได้ทุกวัน วันละ 24 ชม. หรอก  ไม่ต้องไปพยายามบังคับตัวเองให้รู้สึกดีจนยิ่งกดดันตัวเองให้ยิ่งเครียด…แต่แค่รออย่างเข้าใจ แล้วให้มันผ่านไป

 

นั่นแหล่ะ 15 ข้อที่อาจช่วยคุณให้รู้สึกดีขึ้นได้ และ  อย่าลืมส่งคอนเทนต์นี้ต่อ ให้เพื่อนคนที่คุณคิดว่าเขากำลังมีวันแย่ๆ เพื่อให้เขารู้ว่าคุณเป็นห่วง..อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่ายังมีใครที่เป็นห่วงเขาอยู่


แปลและเรียบเรียงจาก Article ของ Laura McCallum

Tickld.com

ขอขอบคุณรูปปกสวยๆจาก แฟนเพจ Porsche and HER Journey

 

 

Spark Conference 2016: “Digital Transformation”ก้าวทันโลกดิจิทัล

Spark Conference 2016: “Digital Transformationก้าวทันโลกดิจิทัล

 

โลกหมุนเวียนแปรผันไปทุกนาที นับวันยิ่งจะเร็วขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่มีทางทีที่จะช้าลงแม้แต่น้อย จากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง แต่ละยุคและแต่ละสมัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์แฟชั่น,ข่าวสาร,กีฬา,ดนตรี,อาหาร และวิถีการใช้ชีวิต

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคือ การตลาด เพราะแตกต่างจากเมื่อ 10-20 ปี แบบหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ถ้าคุณมัวแต่เป็นเต่าล้านปี หรือ กบในกะลา รับรองไม่ทันกินแน่นอน

เพราะว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆการต่อสู้ทางการตลาดจะเข้มข้นทวีคูณ แม้ว่าจะดำเนินธุรกิจแบบถูกต้อง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ถ้าไม่รู้จักปรับปรุงให้ก้าวล้ำนำสมัย เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คุณจะถูกกำจัดออกจากวงโคจร

ความได้เปรียบเมื่อวานนี้ของคุณ จะถูกแทนที่ด้วยความได้เปรียบของคู่แข่งในวันพรุ่งนี้ และเมื่อใดที่คุณถูกจับทางได้ GAME OVER เมื่อนั้น เพราะไม่ใช่แค่จะสูญเสียโอกาสแต่สมัยนี้หมายถึงสูญเสียความอยู่รอด

อย่างในสหรัฐอเมริกา มีอัตราการเจริญเติบโต Digital สูงถึง 74% สื่อ Social Media เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ทำบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกต่างปรับตัวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา,บริการ,สั่งซื้อสินค้า ล้วนแล้วใช้สื่อ Digital ทั้งสิ้น

ทุกวันนี้มีผู้คนใช้อินเตอร์เน็ตตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะช่องทางใดช่องทางนึง Social Media คือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับยุค Digital

เพื่อไม่ให้เป็นคนตกยุค ตามชาวบ้านเขาไม่ทัน งานดีๆอย่าง Spark Conference 2016: “Digital Transformation” presented by dtac จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ ทุกคนมีส่วนร่วมและแชร์ความรู้แนวคิดธุรกิจทางการตลาดยุคดิจิทัล

สำหรับงาน Spark Conference เป็นงานเดียวที่รวบรวม วิทยากร ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจดิจทัล ที่มีชื่อเสียงในแต่ละแขนงไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ ข่าว นิตยสาร และสื่อออนไลน์ ทั้งในและนอกประเทศ มาบรรยายแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงทิศทางแนวโน้มของตลาดในยุคปัจจุบันว่าจะไปในทางไหน

 

Simon Kemp – นักกลยุทธ์การตลาดที่เชี่ยวชาญในด้านการสร้างแบรนด์สำหรับยุคดิจิทัล

หนังสือของเขาที่ชื่อว่า “Social Brands: The Future of Marketing”

มีคนอ่านมากกว่า 150,000 ครั้ง รวมถึง marketing guides

และรายงานของเขามีคนอ่านทั่วโลกกว่า 7 ล้านครั้ง

แต่นักการตลาดไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเขาจากชิ้นงานสไลด์ของ WeAreSocial

ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนั่นเอง

ด้านหน้าที่การงาน Simon เป็นกรรมการผู้จัดการ Kepios

บริษัทที่ปรึกษาการตลาดเชิงกลยุทธที่ช่วยให้แบรนด์

นอกจากนี้เขายังเป็น Regional Managing Partner ของ We Are Social in Asia อีกด้วย

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ – CEO กลุ่มบริษัท efrastructure Group

กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัทตลาดดอทคอม จำกัด

บริษัท Winter Egency และบริษัท Zocial Inc

คุณภาวุธเป็นผู้รู้ทางด้าน IT และการตลาดอิเล็กทรอนิกส์

ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์ใหญ่ต่างๆและ รัฐบาล

ซึ่งเขาเป็นที่ยอมรับในความรู้และความสามารถทางด้านการตลาดออนไลน์อย่างมาก

ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาและดำรงตำแหน่งในหลายๆหน่วยงาน

อาทิ นายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

ที่ปรึกษา APEC IBIZ: Productivity Institute ประเทศไทย

นอกจากนี้ภาวุธยังเป็นนักเขียนของหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯธุรกิจ

และแมกกาซีน SME รวมไปถึงเป็นอาจารย์คณะไอซีที มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

จันทร์เพ็ญ จันทนา – เป็นลูกผสมระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ

ผู้ทำงานด้านการสื่อสารออนไลน์มากว่า 15 ปี ทั้งในฐานะ Agency และในองค์กร

เคยได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยน

Professional Exchange ด้านสื่อดิจิทัลที่สหรัฐอเมริกา

ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการบรรยายตามสถาบันการศึกษาและงานสัมมนาต่างๆ

และยังเคยได้รับรางวัลด้านงานคิดสร้างสรรค์-งานเขียนระดับชาติกว่าร้อยครั้ง

ปัจจุบัน เป็น Senior Vice President (SVP) Integrated Digital Marketing Management

สังกัดภาพลักษณ์และการตลาด และได้ทำให้ SCB ได้รับรางวัล Best Social Media in Asia จาก Global Finance สหรัฐอเมริกา,

รางวัล Thailand Best Bank Website จาก Asian Banking & Finance สิงคโปร์,

รางวัล Top Brand Engage on Social Media จาก Thailand Zocial Award 2014

และ 2015 (2 ปีซ้อน)

และล่าสุด รางวัล Best Use in Social Media in Asia จากสถาบัน Timetric

ประเทศสิงคโปร์

นอกจากนี้ ยังเขียนคอลัมน์ประจำใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

section ธุรกิจการตลาด ชื่อ “Digi|มิติ” และนิตยสาร Business Plus ใน Section Opinion

 

ถ้าคุณไม่อยากโดนเขี่ยออกจากการแข่งขันอันรุนแรงนี้ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงกับงานดีๆ อย่าง Spark Conference 2016: “Digital Transformation” presented by dtac ที่จะเปิดวิสัยทัศน์ทางธุรกิจดิจิทัล ให้คุณได้รับรู้สิ่งใหม่ๆและไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของคุณก้าวย่างอย่างมั่นคง

งานนี้จัดที่ สยามภวาลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์, Siam Paragon

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2559 เวลา: 10.00 น. – 17.15 น.

ใครที่อยากจะไปร่วมงานสามารถซื้อบัตรเข้างานได้ผ่านทาง Tickettail บัตรเข้างานราคาเพียง 1,500 บาท และพิเศษยิ่งกว่านั้นคือ ใครที่จะมาเป็นหมู่คณะ มีโปรโมชั่นสุดแสนคุ้ม

*ซื้่อบัตรเกิน 5 ใบขึ้นไป ลด 10%

*ซื้อบัตรเกิน 10 ใบขึ้นไป ลด 12%

*ซื้อบัตรเกิน 15 ใบขึ้นไป ลด 15%

อย่ามัวรอช้า!!! เพราะจะทำให้คุณหยุดก้าว รีบมาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้คุณตามทันกับโลกที่หมุนอย่างรวดเร็ว

สอบถามและจองบัตรได้ที่ 090-812-9339 หรือ https://tickettail.com/event/sparkcon2016/

HR กุมขมับ! 7 ปัญหาหลัก แสนหนักใจ

HR กุมขมับ! 7 ปัญหาหลัก แสนหนักใจ

 

HR หรือ Human Resource เป็นตำแหน่งที่นับว่าเป็นกำลังสำคัญอย่างมากต่อทุกองค์กร ไม่ว่าจะคัดเลือกพนักงานเข้ามาในองค์กร ฝึกอบรมพนักงานในองค์กร ประเมินผลงานของพนักงาน ไปจนถึงบริหารเงินเดือน ฟังดูอาจจะเหมือนไม่ได้มีอะไร แต่จริงๆแล้ว HR นี่แหละ เป็นกุญแจสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้พัฒนาได้อย่างก้าวไกลที่สุด

เช่นเดียวกับตำแหน่งอาชีพอื่นๆ HR เอง ก็มีปัญหาหนักใจหลายอย่างในการทำงานเหมือนกัน

Tickettail จึงมาเสนอ 7 ปัญหาหลักในด้านต่างๆ ที่ HR หลายๆคนต้องกุมขมับ !

 

มาดูกันว่าข้อไหน ใครโดนมาแล้วบ้าง

 

  1. ปัญหาด้านการสรรหาและคัดเลือก : เรียกได้ว่าเป็นปัญหาระดับ TOP ของทุกองค์กรเลยก็ว่าได้ จะสรรหายังไง๊ยังไงก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เรียกได้ว่าตั้งแต่นัดสัมภาษณ์แล้วโดนเบี้ยวก็มี
  2. ปัญหาด้านการวางแผนกำลังคน : สัมภาษณ์คนผ่านไปแล้ว แต่วันเริ่มงานจริงดันไม่มา จะจัด account ไหนก็คนไม่พอ
  3. ปัญหาด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ : ตั้งแต่พนักงานจบใหม่เรียกเงินเดือนสูงกว่า starting rate ของบริษัท ไปจนกระทั่งโครงสร้างเงินเดือนไม่เหมาะสม แข่งขันกับตลาดแรงงานได้ไม่ได้ งบก็เป็นปัญหา
  4. ปัญหาด้านการมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ :
  5. ปัญหาด้านการบริหารผลการปฏิบัติงาน : หัวหน้าหลายท่านก็ไม่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร บ้างก็ไม่ร่วมประเมินผลการทำงานของพนักงาน หรือแม้แต่ไม่มีการประเมินผลงานที่มีเกณฑ์ชัดเจน
  6. ปัญหาด้านการพัฒนาตามสายอาชีพ : ไม่มีแนวทางจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานตามความสามารถที่จำเป็นในตำแหน่งนั้นๆ ขาดการพัฒนาบุคลากรก่อนการโอนย้าย ไม่มีแนวทางก้าวหน้าในสายอาชีพ สุดท้ายก็พบปัญหาพนักงานลาออกบ่อย
  7. ปัญหาด้านการฝึกอบรมและพัฒนา : ทั้งขาดการจัดอบรมเพื่อพัฒนาพนักงาน ไม่มีการพัฒนาเพื่อสร้างผู้บริหาร หรือกระทั่งพนักงานเลื่อนตำแหน่งแต่ยังไม่สามารถทำงานตามขอบเขตงานที่สูงขึ้นได้ แถมพนักงานบางคนยังไม่เข้าร่วมการอบรมอีก

 

(ขอบคุณข้อมูลจาก : humanrevod.wordpress.com )

 

แค่ตัวอย่างปัญหาหลักๆ 7 ด้าน ก็น่าหนักใจแล้ว !! เรียกได้ว่า HR หลายท่านที่กำลังกุมขมับกับปัญหาเหล่านี้ คงต้องการหาทางออกกันอย่างปวดหัวอยู่เป็นแน่

 

แล้วองค์กรจะพัฒนาได้อย่างไร หากยังต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆเหล่านี้

 

หากจะเปรียบทรัพยากรบุคคลในองค์กรเป็น จิ๊กซอว์

HR ก็เปรียบเสมือน ‘คนเลือกจิ๊กซอว์’ มาประกอบกัน ทีละชิ้นๆ

และวางแผนจัดการจิ๊กซอว์ ตัวต่อไป

เพื่อให้องค์กรสมบูรณ์ที่สุด

 

Tickettail ขอเชิญคุณมาปั้น HR ให้เป็นพันธุ์ใหม่สุดแกร่ง!

เพื่อประกอบโครงสร้างองค์กรให้แข็งแรง

แล้วต่อยอดความสำเร็จให้ยั่งยืน

มีเสถียรภาพ

พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

ตั้งแต่ทำความเข้าใจในกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลทั้งระบบ

การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้แข็งแรง ยั่งยืน

พัฒนาและต่อยอดทรัพยกรบุคคล ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน

ไปจนสามารถพัฒนาองค์กร และรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในอนาคตได้ !


งานสัมนา THE STRONG HR ได้เวลา..ปั้น HR พันธุ์แกร่งให้องค์กร

 

วันจันทร์ที่ 25 และวันอังคารที่ 26 เมษายน 2559

เวลา 9.00 – 16.00 น. ณ โรงแรมแกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพ

โดย อ.สุกิจ ตรียุทธวัฒนา

สอบถามและจองบัตรได้ที่ 090-812-9339 หรือ tickettail.com/event/stronghr

 

 


โหลดแอพพลิเคชั่นทิคเก็ตเทลได้แล้ววันนี้!


แค่ Tattoo Choker เส้นเดียว ทำไมถึงดูเก๋ ชิค เวอร์ ได้ขนาดนี้ ไปดูกัน!!!

Tattoo Choker  แฟชั่นสร้อยคอยุค 90’s สุดชิค ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง!

สร้อยคอ  Tattoo Choker เป็นสร้อยคอที่เคยฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นยุค 90’s ซึ่งเขาจะนิยมใส่ไปเก๋ๆ ในงานปาร์ตี้กัน โดยลักษณะสร้อยจะเป็นเส้นเอ็นนำมาถักไขว้กันไปมา  จุดเด่นของสร้อยสไตล์นี้คือ เวลาสวมใส่สวมจะติดบริเวณกลางลำคอเลย ไม่ได้ห้อยมาเหมือนสร้อยแฟชั่นทั่วๆ ไป มีหลากหลายสีสันให้เลือก แต่สีที่นิยมใส่กันมากก็คือ สีดำ ซึ่งดูแล้วจะลักษณะคล้ายรอยสักเล็กๆ คาดว่าจึงเป็นที่มาที่เรียกว่า Tattoo Choker


ปัจจุบันนอกจากสร้อยที่ทำจากเส้นเอ็นแล้ว ก็มีการนำวัสดุอื่นๆ อย่างผ้า มาดัดแปลงทำสร้อยด้วย อีกทั้งยังมีการเพิ่มจี้ลงไปบนสร้อยคอ ทำให้สร้อยคอแบบเรียบๆ ดูสนุก มีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ทั้งวัยรุ่นฝรั่ง วัยรุ่่นเกาหลี เขากำลังฮิตกันมาก ดาราศิลปินเกาหลีใส่กันมากมายทั้งชาย และหญิงเลย ยกตัวอย่างเช่น ไอยู,แทยอน ผู้ชายก็มี แบมแบม Got7,จีดราก้อน ส่วนในบ้านเราดาราวัยรุ่นก็เริ่มใส่ให้เห็นกันบ้างแล้ว อาทิ นท พยางกูร, พลอย หอวัง เป็นต้น

Tattoo Choker  แฟชั่นสร้อยคอยุค 90's

 

สำหรับการแต่่งตัวให้เข้ากับสร้อยสไตล์ Tattoo Choker นั้น จริงๆ แล้วสามารถใส่เข้าได้กับทุกสไตล์เลย ไม่ว่าจะเป็นสาวกรันซ์ เท่ๆ สาวเซอร์สไตล์โบฮีเมียน หรือจะสไตล์แบ๊วๆ หวานๆ ก็สามารถแต่งได้เช่นกัน

 

แฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s เป็นได้ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไรข้อมือ 

 

มาดูดารา ศิลปิน  และสาวๆ กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s กันบ้าง ชิคเวอร์บอกเลย

นท เดอะสตาร์ กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s

หลิน มชณต หวานใจ โทนี่ รากแก่น กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s

 

พลอย หอวัง กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s

สายป่าน อภิญญา กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s ซึ่งเป็นสไตล์ผ้าถัก

ไอยู กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s

แทยอน  กับ แฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s ใน MV I 


ติ้ว ดิษยา กับแฟชั่น Tattoo Choker สร้อยคอยุค 90’s 

ดารา ศิลปิน เกาหลี  กับแฟชั่น Tattoo Choker 

แฟชั่นสร้อยคอ Tattoo Choker  กับการแต่งตัวสไตล์สาวเซอร์โบฮีเมียน

แฟชั่นสร้อยคอ Tattoo Choker  กับการแต่งตัวสไตล์สาวกรั๊นซ์ เท่ๆ ร๊อคๆ


สไตล์สาวหวานซ่อนเปรี้ยว กับแฟชั่นสร้อยคอ Tattoo Choker  

Tattoo Choker  แฟชั่นสร้อยคอยุค 90’s สุดชิค ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง!


 

Tattoo Choker  แฟชั่นสร้อยคอยุค 90’s สุดชิค ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง!

 

Tattoo Choker  แฟชั่นสร้อยคอยุค 90’s สุดชิค ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง!


สร้อยคอ  Tattoo Choker นั้นราคาไม่แพงค่ะ สามารถหาซื้อได้ไม่ยากด้วย ร้านค้าออนไลน์ในบ้านเราก็พอจะหาซื้อกันได้ สาวๆ ที่ชอบแฟชั่นการแต่งตัวไม่ควรพลาดน้า รีบไปหามาไว้ติดตัวสักชิ้น รับรองเก๋ไก๋สไลเดอร์สุดๆ

ขอบคุณภาพจาก
-IG @paloyh,@linn_mashannoad,@apinnya
-twitter @ Vipm_g
-MV TAEYEON 태연_ I (feat. Verbal Jint)_Music Video
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://webboard.yenta4.com/