ไม่ต้องช้ำชอก ย่ำบางกอกไม่มีเบื่อ…

“อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้ พี่เคยไปมาแล้วน้องแก้วเอ๋ย จะบอกเจ้าเอาบุญคนคุ้นเคย อย่าไปเลยบางกอกช้ำชอกใจ”

 

เสียงเพลงสวัสดีบางกอกแผ่วแว่วเข้าหูทีไรไม่ว่าฉบับไหนเวอร์ชั่นใครร้อง ผมต้องคล้อยตามความหวานความไพเราะคล้องจองของเนื้อเพลงและดนตรีอยู่เสมอ แต่พอจบเพลงมักต้องขมวดคิ้วสงสัยทุกทีว่าคนบางกอกเลวร้ายอย่างนั้นเชียว เมืองบางกอกไม่น่าอยู่ขนาดนั้นเชียว ยิ่งเฉพาะเทศกาลวันวาเลนไทน์ขยับเข้าใกล้ด้วยแล้ว พอฟังท่อน “คนบ้านนอกคอกนาปัญญาเบา เหมือนนกเขลาพรานซ้ำด้วยชำนาญ ควักหัวใจไปกินจนสิ้นหมด แล้วปล่อยปลดคืนกายที่ตายด้าน ขยี้เนื้อเหลือกายไว้ประจาน ต้องซมซานกลับรังตายทั้งเป็น” แล้วถึงกับขนลุกซู่ว่าทำไมคนบางกอกหรืออีกนัยคือหนุ่มบางกอกโหดร้ายกับสาวบ้านนาขนาดนั้น

แต่สุดท้ายเพลงก็คือแค่เพลง แม้ตัวเองมีความรู้สึกอยู่บ้างว่าหากเป็นไปได้ก็อยากอำลาเมืองกรุงยุ่งเหยิงมุ่งไปใช้ชีวิตต่างจังหวัด ทว่าด้วยความเป็นบางกอกเกี้ยนทั้งตัวโดยกำเนิดเลยจำต้องดำรงอยู่ในเมืองหลวงแบบตัดเสียมิได้ และถึงมันไม่ใช่เมืองที่มีเทพเป็นผู้สร้างเหมือนคำขวัญสวยหรู บางกอกหรือแบงค็อกคือบ้านของผม หากมองภาพแย่ๆ ภายในบ้านตัวเองคงกระไรอยู่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ คงไม่พ้นต้องอยู่จนแก่เฒ่าและตายที่นี่ ดังนั้นเลือกมองบ้านในมุมที่ดีน่าจะอภิรมย์มากกว่า

ข้อสำคัญ ผมคิดว่าบางกอกไม่ได้เป็นสถานที่โหดร้ายแบบเนื้อเพลงว่าไว้ขนาดนั้น อาจมีสถานที่ – รวมถึงผู้คนจำนวนหนึ่งที่ทำไม่ดีไม่งามกับความรักอยู่บ้าง ทว่ามองอีกด้านก็ยังมีสถานที่อีกมากมายซึ่งอบอวลด้วยความรักหวานแหวว รักแท้ รักจริงไม่กลิ้งกลอก ให้เราเที่ยวกันวันวาเลนไทน์

และเพื่อไม่ให้ใครมองว่าการควงคู่คนรักเที่ยววันแห่งความรักจะมีแต่ความฟุ่มเฟือย ลองเปลี่ยนมาเที่ยวแบบสร้างสรรค์ดูบ้างไหมครับ ไม่จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างจองร้านอาหารสุดหรู ดินเนอร์สุดสวีท ให้ของขวัญคนรักราคาแพงๆ ก็สามารถเติมความรักให้เต็มหัวใจไม่แพ้คู่ไหนใครอื่น

ผมมีบางสถานที่ในเมืองหลวงที่เปิดโอกาสให้เราเที่ยวแบบสร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ใครอยากลองไปด้วยกันเชิญเลยครับ

สวนหลวง ร.9

 

มหึมากว้างขวางใหญ่โต ตามข้อมูลบอกว่าพื้นที่ตั้งกว่าห้าร้อยไร่ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดของมหานครกรุงเทพ ทว่าถึงจะกว้างขนาดนั้นผมก็แทบหลับตาเดินแล้วไม่หลง! สวนหลวง ร.9 เป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ซึ่งผมมักคิดถึงหากมีเวลาว่างสักวันแล้วปลงไม่ตกว่าควรเดินเล่นหรือถ่ายรูปเล่นที่ไหนดี ที่นี่มีดอกไม้ค่อนข้างสวย (แล้วแต่ช่วงเวลา) นกค่อนข้างเยอะ (แล้วแต่ช่วงเวลาอีกนั่นแหละ) จัดแต่งสวนหลากหลายรูปแบบ มีมุมมองเก๋ๆ สำหรับถ่ายแลนด์สเคปหรือเป็นฉากถ่ายพอร์ตเทรตตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเก็บแสงผีตากผ้าอ้อมยามเย็น ดังนั้นถ้าจะให้เหมาะกับวันวาเลนไทน์ขอกระซิบว่าคุณสาวๆ ว่าลองพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวสักนิด เลือกชุดที่หนุ่มของคุณต้องชอบ แปลงกายเป็นซูเปอร์โมเดลโพสท่าคู่กับดอกไม้ใบหญ้าให้คนรักลั่นชัตเตอร์หรือจิ้มโทรศัพท์เก็บภาพ โอ๊ย… วันนี้ไม่หวานไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

สวนหลวง-ร-(1)

สวนหลวง-ร-(2)

สวนหลวง-ร-(3)

สวนหลวง-ร-(4)

สวนหลวง-ร-(5)



 เขาดิน

 

เพราะพวกมันไม่มีอิสระ กี่ปีผ่านไปก็ยังอยู่ในกรง ดังนั้นไปเยือนกี่ทีกี่หนพวกมันจึงยังอยู่ให้ถ่ายภาพจนกว่าตายกันไปข้าง แม้หลังลูกกรงมักเต็มไปด้วยแววตาเศร้าสร้อยของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย แต่มองโลกในแง่ดีนี่คือแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความที่เดินทางค่อนข้างง่ายผมเลยแวะเวียนไปเยือนเขาดินสม่ำเสมอ อยากบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาสวนสัตว์น่าเที่ยวเชียวล่ะ มีสกายวอล์คเดินชมจากมุมสูง รถรางพาชมสวน จักรยานให้เช่า ปั่นจักรยานน้ำ มีโซนโชว์แมวน้ำเพิ่มขึ้นมา พร้อมโซนสัตว์น้ำขนาดย่อม คู่รักคู่ไหนควงคู่ตุนาหงันกันมาเดินเที่ยวสามารถอยู่ได้เป็นวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เป็นที่เหมาะเจาะสำหรับกิจกรรมวันวาเลนไทน์แบบสร้างสรรค์เหลือเกิน

เขาดิน-(1)

เขาดิน-(2)

เขาดิน-(3)

เขาดิน-(4)

เขาดิน-(5)



ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา – ท้องฟ้าจำลอง

ย้อนความจำสมัยยังตัวกระเปี๊ยก ท้องฟ้าจำลองช่างอลังการ ปัจจุบันมองเข้าไปกลับหดหู่ ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอาภัพอับเฉาเสียจริง ส่วนหนึ่งคิดว่าหลังจากกระทรวงศึกษาฯ สร้างท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่ทันสมัยและใหญ่กว่าแถวรังสิตในชื่อศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต รวมถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สร้างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อวพช.) เลยหยุดพัฒนาท้องฟ้าจำลองหลังเก่าที่มีอายุรุ่นคุณทวดโดยปริยาย แต่กระนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ดีมากสำหรับการเดินเที่ยวเล่น เพราะค่าตั๋วแสนถูก มีความรู้ให้เพลิดเพลินหลายด้าน ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา ระบบนิเวศธรรมชาติ โลกใต้น้ำ แมลง นก ไดโนเสาร์ หุ่นยนต์ เครื่องยนต์กลไก ปิโตรเคมี ฯลฯ อาจเป็นความรู้ทั่วไปจากการอ่านข้อมูลผ่านนิทรรศการ แต่ถ้าลองเปิดใจมาเที่ยวชมจะรู้ว่าสนุกสนานอย่างยิ่ง ที่สำคัญหากอยากระซิบรักกันที่ทางช้างเผือกไม่ต้องข้ามจักรวาลไปไหนไกล ที่นี่เขามีให้ (ฮา…)

ท้องฟ้าจำลอง-(1)

ท้องฟ้าจำลอง-(2)

ท้องฟ้าจำลอง-(3)

ท้องฟ้าจำลอง-(4)

ท้องฟ้าจำลอง-(5)



ซาฟารีเวิลด์

 

ถูกต้องว่าค่าตั๋วค่อนข้างแพง ไปสองคนกับหวานใจเฉพาะควักสตางค์ทะลักหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าต้นทุนเขามหาศาล ในความรู้สึกของผม ซาฟารีเวิลด์เป็นที่ที่ดีในการเที่ยวปีละครั้งหรือสองปีครั้ง โดยเฉพาะวันวาเลนไทน์ล่ะเหมาะเหม็ง กว้างขวางใหญ่โต ร่มรื่น จัดโซนต่างๆ สวยดี สวนสัตว์เปิดน่าตื่นตาตื่นใจ (เคยแต่นั่งรถโค้ชของเขายังไม่เคยขับรถส่วนตัวเข้าไปสักที) ครั้งหนึ่งเคยเห็นกวางออกลูกเต็มสองตามาแล้ว โชว์ต่างๆ ดูกี่ครั้งยังน่ารักน่าประทับใจเสมอ ไปทีไรผมอยู่ตั้งแต่เช้าสวนเปิด ออกมาตอนสวนปิดยามเย็นเจ้าหน้าที่แทบต้องกราบเชิญให้กลับบ้าน ใช้เวลาคุ้มค่าตั๋วทุกเม็ดทุกบาท หากอยากดูโชว์ครบทุกรายการอาจมีเวลาเดินชมพื้นที่อื่นๆ นิดเดียว ส่วนมากเลยเลือกชมแค่โชว์ที่อยากดู นก แมวน้ำ โลมา แค่สามสามสี่โชว์ จะได้เพิ่มเวลาเดินถ่ายรูปเล่นในโซนอื่นๆ ยิ่งหากมากันกระหนุงกระหนิงมีมุมถ่ายรูปน่ารักเยอะมาก เป็นอีกที่แนะนำสำหรับการออกเดทในวันแห่งความรักครับ

ซาฟารี-เวิลด์-(1)

ซาฟารี-เวิลด์-(2)

ซาฟารี-เวิลด์-(3)

ซาฟารี-เวิลด์-(4)

ซาฟารี-เวิลด์-(5)



วัดพระแก้ว – พระบรมมหาราชวัง

 

คงไม่เว่อร์เกินไปหากบอกว่า วัดพระแก้วหรือชื่อเต็มแสนเสนาะหูว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ครูให้ท่องตั้งแต่เรียนประถมใช่ไหม) บวกกับพระบรมมหาราชวัง คือไฮไลท์อันดับแรกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้มาเยือนบางกอก แม้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจจัดให้ที่นี่เป็นอันดับสองรองจากซอยพัฒน์พงศ์ก็เถอะ! คนไทยไม่เสียสตางค์ ทว่าต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามเสื้อไม่มีแขน แขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้น กางเกงเลกกิ้งรัดรูปไม่ได้ กางเกงยีนส์หากมีรอยขาดไม่ว่าจะเป็นดีไซน์เพิ่มความเก๋หรือขาดวิ่นตามสภาพก็ไม่ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าแต่งให้ดูดีเหมาะกับการเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง ความสวยงามและสิ่งน่าสนใจของวัดพระแก้วกับพระบรมมหาราชวังคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ รู้เพียงว่าไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้งก็มีอะไรให้ได้ชื่นชม แล้วอย่าลืมแวะศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ ตรงทางเข้าวัด ค่าเข้าชมสิบบาทเอง บอกเลยว่าการควงกันไปเที่ยววัดพระแก้ว – พระบรมมหาราชวัง สามารถเติมความหวานในอีกฟีลลิ่งได้เป็นอย่างดี

วัดพระแก้ว-(1)

วัดพระแก้ว-(2)

วัดพระแก้ว-(3)

วัดพระแก้ว-(4)

วัดพระแก้ว-(5)



วัดพระเชตุพนฯ

 

วัดซึ่งผมไปเยือนบ่อยที่สุดของที่สุด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือเราคุ้นกันดีว่าวัดโพธิ์ ทุกวันนี้ยังแวะเวียนไปเป็นประจำ ส่วนหนึ่งเพราะเดินทางสะดวกนั่งรถเมล์สายเดียวจากที่พักถึงข้างวัด แต่แน่นอนว่าไม่ได้มีดีแค่เดินทางสะดวก วัดโพธิ์เป็นวัดที่มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเหมาะกับการพกกล้องไปเที่ยวถ่ายรูป พระนอนหรือพระพุทธไสยาส (ทั่วไปเขียนว่าไสยาสน์ ส่วนวัดโพธิ์เขียนว่าไสยาส) เป็นหนึ่งในมุมมหาชนของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเทพ พระพุทธเทวปฏิมากรในพระอุโบสถ พระมหาเจดีย์สีรัชกาล พระยืนนับร้อยองค์รอบระเบียงพระมหาเจดีย์ พระพุทธรูปในวิหารทิศ ตุ๊กตาหินอับเฉา ฯลฯ สถาปัตยกรรมและประติมากรรมภายในวัดแบบไทยผสมจีนล้วนดึงดูดใจ การพาหวานใจมาเที่ยวเชิงศึกษาศาสนา เรียนรู้ศิลปะ ชื่นชมสถาปัตยกรรม เป็นอีกหนึ่งการเที่ยวสร้างสรรค์ที่จะเพิ่มความสุขแบบไม่รู้ตัว
วัดโพธิ์-(1)

วัดโพธิ์-(2)

วัดสระเกศ-(1)

วัดโพธิ์-(4)

วัดโพธิ์-(5)



วัดอรุณฯ – สวนนาคาภิรมย์

 

มีวัดโพธิ์ก็ต้องมีวัดแจ้ง และวัดแจ้งมีชื่อเต็มหรือชื่อทางการว่าวัดอรุณราชวราราม โด่งดังเพราะพระปรางค์องค์สูงใหญ่ที่สุดในบางกอก จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเที่ยวชมวัดอรุณแบบสุดแสนจะโรแมนติก แนะนำว่าให้มาเที่ยวทางฝั่งพระนครที่วัดพระแก้ว หรือวัดโพธิ์ จากนั้นนั่งเรือตรงท่าเตียนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดอรุณฯ เดินขึ้นพระปรางค์ชมวิวแม่น้ำมุมสูง พอตกเย็นก็นั่งเรือกลับมาท่าเตียน ว่ากันว่ามีจุดชมพระปรางค์วัดอรุณฯ สวยงามที่สุดอยู่ตรงร้านอาหาร The Deck ท่าเตียน นับเป็นร้านที่เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์มาก แต่คนเบี้ยน้อยหอยนิดอย่างผมขอชมแบบฟรีๆ ที่สวนสาธารณะนาคาภิรมย์ติดกับท่าเตียนดีกว่า มุมเยื้องมาอีกนิดแทบไม่เห็นความแตกต่าง เที่ยวแบบนี้จึงถือเป็นการชมวัดอรุณฯ ครบทุกมุมมอง ลองนึกดูสิว่าเย็นย่ำมานั่งชมพระอาทิตย์ริมเจ้าพระยา มีพระปรางค์วัดอรุณฉาบฉายด้วยแสงไฟสปอตไลท์เป็นประจักษ์พยานรัก… รักนี้ยืนยงยืดยาวแน่นอน สาวคนไหนกลัวหนุ่มปันใจขอกระซิบว่าให้พามาสาบานต่อพระปรางค์เลยแล้วกัน (ฮา…)

วัดอรุณ-(1)

วัดอรุณ-(2)

วัดอรุณ-(3)

วัดอรุณ-(4)

วัดอรุณ-(5)



สวนสิริกิติ์

 

สมัยวัยรุ่นเดินเล่นสวนรถไฟแล้วทะลุต่อเข้ามาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นครั้งแรกแล้วเกิดความรู้สึกอึ้ง… นี่มันสวนสวรรค์ชัดๆ สำหรับผมตอนนั้นมองว่าสวนสิริกิติ์สวยมากมาย บรรยากาศโรแมนติกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป ผ่านมาสิบกว่าปีเริ่มรู้สึกเรียบเฉยเสียแล้วเพราะช่างคุ้นตาทุกมุมมอง แผนที่สวนทุกโซนทุกจุดฝังแน่นในสมอง แต่บอกได้ว่าหากใครเพิ่งเคยไปหรือไม่ได้ไปบ่อยเหมือผม จะต้องรู้สึกว่าที่นี่เป็นสวนที่รื่นรมย์มาก ในบรรดาสวนสาธารณะทั้งหมดของกรุงเทพ สวนสิริกิติ์ไม่เพียงจัดสวนสวยที่สุด บรรยากาศดีที่สุด โรแมนติกที่สุด ยังมีพรรณไม้สวยที่สุดด้วยโดยเฉพาะดอกบัว เหมาะกับการถ่ายภาพทุกประเภททั้งถ่ายดอกไม้ ถ่ายนก ปัจจุบันเป็นสวนยอดฮิตถ่ายภาพพอร์ตเทรตอีกต่างหาก มุมเพียบเชียวครับ งานนี้เก็บรอยยิ้มของคนรักใส่กล้องถ่ายรูปได้เป็นกระบุงโกย

สวนสิริกิติ์-(1)

สวนสิริกิติ์-(2)

สวนสิริกิติ์-(3)

สวนสิริกิติ์-(4)

สวนสิริกิติ์-(5)



ถนนราชดำเนิน

 

ถนนเส้นที่สวยและร่มรื่นที่สุดในกรุงเทพแบบไม่ต้องเฟค ไม่เฟคเพราะมันเป็นแบบนี้ของมันมาตั้งแต่ต้น ผมชอบเดินเล่นบนถนนสายนี้โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ (บังเอิญวาเลนไทน์ปีนี้วันเสาร์เสียด้วยสิ) หน่วยงานราชการปิดหมด ถนนโล่ง ผู้คนน้อย บรรยากาศดี พูดถึงถนนราชดำเนิน ราชดำเนินนอกคือจากลานพระบรมรูปทรงม้าจนถึงแยกผ่านฟ้า ตรงพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดถนนมีอะไรให้แวะชมเยอะแยะ เริ่มต้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้ามีพระที่นั่งอนันตสมาคม เดินมาแยกมัฆวานรังสรรค์ ข้างหน้าคือตึกยูเอ็น เลี้ยวขวาวัดมกุฎกษัตริย์ เลี้ยวซ้ายวัดโสมนัส ผ่านกองทัพบกกับสนามมวยราชดำเนินถึงแยกผ่านฟ้ามองเห็นภูเขาทอง วัดสระเกศ เด่นตระหง่านตรงหน้า จากจุดนั้นจนถึงสนามหลวงคือราชดำเนินกลาง มีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นจุดเด่น ทะเลไปตรอกข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ก็ง่าย การมีกล้องสักตัวกับนางแบบสักคนสามารถสร้างสตรีทพอร์ตเทรตเก๋ๆ ได้สบาย เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าเหมาะสำหรับการมาเดินเที่ยวเล่นในวันแห่งความรักตรงไหน

ราชดำเนิน (1)

ราชดำเนิน (2)

ราชดำเนิน (3)

ราชดำเนิน (4)

ราชดำเนิน (5)



วัดสุทัศน์ฯ

 

ยามผมต้องการลับสมองเค้นไอเดียถ่ายภาพพระพุทธรูป ต้องนี่เลยวัดสุทัศนเทพวราราม วัดแห่งนี้ใหญ่มาก (หมายถึงฐานะ) เพราะเป็นเพียงหนึ่งในหกวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร (อีกห้าวัดไปหาข้อมูลกันเอง บอกให้ว่ามีวัดโพธิ์กับวัดแจ้งรวมอยู่ด้วย) ความน่าสนใจมีอยู่ทั่ววัด หลายคนมาเยือนเพราะอยากดูเปรตวัดสุทัศน์ มีจริงครับแต่เป็นแค่ภาพจิตรกรรมฝาผนังตรงเสาต้นหนึ่งในวิหารหลวง ภาพเปรตนอนเหยียดกายอยู่มีพระสงฆ์ล้อมรอบ ส่วนเปรตในตำนานมีคำค้านบอกว่าแท้จริงคือเสาชิงช้าสูงโย่งหน้าวัดนั่นไง แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจที่สุด ผมชอบพระระเบียงรอบวิหารหลวงมากกว่าที่ใด ประดิษฐานองค์พระสีทองบ้างสลับสีดำบ้าง ผนังพระระเบียงแผ่นปูนหลุดร่อนผุผังบางจุด มุมพระระเบียงทั้งสี่ทิศมีแสงเงาฉายลงพระพุทธรูปงดงามมาก สำหรับคู่รักที่อยากมาไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กันและกัน นี่คืออีกหนึ่งวัดที่แนะนำ สำหรับบริเวณเสาชิงช้าเป็นหนึ่งในที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งยอดฮิตที่สุดของคนกรุง

วัดสุทัศน์-(1)

วัดสุทัศน์-(2)

วัดสุทัศน์-(3)

วัดสุทัศน์-(4)

วัดสุทัศน์-(5)



วัดสระเกศ

 

เปรตวัดสุทัศน์ก็ต้องคู่กับแร้งวัดสระเกศ… เหล่านักเดินทางมักพูดกันว่าหากอยากลองพิสูจน์รักแท้ของบรรดาคู่รักต้องพากันมาพิชิตยอดภูกระดึง แต่เมื่ออยู่ในเมืองกรุงการไปถึงภูกระดึงคงเป็นเรื่องยากเกิน ลองลดระดับลงหน่อยเป็นพิชิตภูเขาทองดูไหมล่ะ? แม้จะไม่สูงเสียดฟ้าแต่ด้านบนพระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง วัดสระเกศ คือจุดชมวิวนครบางกอกที่สวยดีไม่หยอก หนำซ้ำยังได้ออกกำลังกายพอประมาณ มีใครคนหนึ่งเล่าว่าถ้าคู่รักพากันขึ้นมาพิชิตยอดภูเขาทองและขอพรให้รักกันยืนยาวมั่นคงตลอดไป พวกเขาทั้งสองจะสมหวัง… ใครคนที่ว่าคือผมเองนี่แหละ ก็แหมควงกันมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนี้ เชื่อเถอะว่ารักของคุณต้องเป็นรักแท้แน่ๆ!

วัดสระเกศ-(1)

วัดสระเกศ-(2)

วัดสระเกศ-(3)

วัดสระเกศ-(4)

วัดสระเกศ-(5)



มิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

 

พิพิธภัณฑ์ก็เป็นสถานที่เที่ยวที่เหมาะสมในวันแห่งความรักได้เช่นกัน ถ้าบรรยากาศทั้งหมดทั้งมวลเป็นใจ และไม่ได้แค่จะทำให้รักกันมากขึ้น แต่ยังจะรักประเทศไทย รักผู้คนในบ้านของเรามากขึ้นด้วยนะเอ้อ มิวเซียมสยามจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่น่าเที่ยวชมค่อนข้างมากในความรู้สึกผม มีทั้งห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร เล่าเรื่องแผ่นดินไทยตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน และนิทรรศการหมุนเวียน กับนิทรรศการพิเศษอีกมากมายที่ผลัดกันมาให้ความรู้ความสนุกสนาน และตอกย้ำชัดเจนว่าการเรียนรู้คือความสนุกรูปแบบหนึ่ง และการเรียนรู้ยังช่วยเติมความรักแก่กันได้ด้วย แถมเป็นรักที่มีประโยชน์อีกต่างหาก

มิวเซียมสยาม (1)

มิวเซียมสยาม (2)

มิวเซียมสยาม (3)

มิวเซียมสยาม (4)

มิวเซียมสยาม (5)


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

 

IMG_7214FB570423_01

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

1 reply

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

4 × five =