“มาม่าผัดต้มยำกุ้งแม่น้ำอบชีสซี๊ดซ๊าด” เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมด๊าาาาา

ใครๆก็ทำได้ ตามสไตล์ Iammreview

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ
พบกับแอมเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องของกินมานำเสนอทุกท่านเช่นเคย เราจะอ้วนไปด้วยกัน โอเค้ เริ่มกันเลย ><

เมนูภาคต่อนี้คงหนีไม่พ้นพระเอกของเราอีกเช่นเคย แต่มาครั้งนี้จะไม่ใช่แค่มาม่าบ้านๆธรรมดา แต่ขอบอกว่าเมนูนี้มีทั้งความแซ่บซี๊ด และ …….. เอาละสิ เอาละสิ ทำไรของมันว้ารอบนี้ หุหุ

เกริ่นก่อนเลยว่า ปกติเราเป็นคนชอบกินของเลี่ยนๆมันๆมาก อาหารฝรั่งจำพวกชีสเนี่ย คือเอามาเหอะ ว่างๆก็หยิบชีสมาเคี้ยวเล่นเพียวๆเลยล่ะ และของแซ่บๆเผ็ดๆนี่ก็เหมือนกัน เห็นหน้าจืดแต่กินไม่จืดนะ 55555 ดังนั้นเลยเกิดความคิดที่ว่า อาหารไทย กับ อาหารฝรั่งจะจับมือเป็นมิตรกันไม่ได้มั้ยว้า?
ปิ๊ง ทันใดนั้นเอง.. . คิดออกละโว้ย เมนูก่อนมาม่าต้มยำกุ้ง มาคราวนี้ขอเป็นมาม่าผัดต้มยำกุ้งละกัน ละกุ้งคราวนี้ไม่ธรรมดาครัชชชชชช ขอเพิ่มระดับความแอดวานซ์เป็นกุ้งแม่น้ำเลย ยังๆ ยังไม่จบ ขอเพิ่มความดับเบิ้ลแอดวานซ์อีก ด้วยการเอาไปอบชีสซะเลย ชอบนัก
เอารูปไปเรียกน้ำย่อยกันก่อนเลยละกัน 5555555555555เริ่มอยากรู้ละว่าทำไง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาตามไปดูกันเร้ยยยยยยยยยย
วัตถุดิบ
1.เส้นมาม่าลวก
2.กุ้งแม่น้ำผ่าหลัง
3.เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไค้ ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศ เห็ดฟาง มะนาว)
4.ต้นหอมซอย พริกขี้หนู กระเทียมสับ
5.ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย น้ำพริกเผา
5.พาสลีย์ ไว้ประดับถ่ายรูป 555555555
6.มอสซาเรลล่าชีส
7.น้ำมัน
8.เนยเค็มขั้นตอนการทำ
1.ลวกเส้นมาม่าในน้ำต้มเดือด

2.เอาเส้นมาม่าไปล้างน้ำเย็น ขอย้ำ! น้ำเย็นนะคะ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น วิธีนี้คือการช็อคเส้นนั่นเอง ของเราพอดีน้ำเย็นไม่มี เลยเอาน้ำใส่น้ำแข็งแทน เป็นไงละ มาเป็นก้อนเลยงานนี้ ไม่เหนียวนุ่มให้มันรู้ไป 55555
3.ใส่พริกกับกระเทียมลงไปเจียวในน้ำมันร้อนๆ
4.ใส่เครื่องต้มยำ อันได้แก่ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศ ) ที่เตรียมไว้ตามลงไป


5.ตามด้วยน้องเห็ดฟางของเรา ใส่ตามลงไปเร้ย แล้วผัดให้เข้ากัน ไฟไม่ต้องแรงเว่อร์นะ เดี๋ยวน้องเห็ดเหี่ยวเกิน 555555


6.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเหยาะไปซัก 3 ที


7.ผงรสดีติ๊ดนึง รึถ้าใครผมหนาอยากผมร่วงก็ 2 ช้อนเต็มๆเลย เพื่อรสชาติให้อูมามิ 55555555555


8.ซอสหอยนางรม 1 เหยาะ


9.น้ำตาลทรายครึ่งช้อน เห่ย,, ครึ่งช้อนหรอวะนั่น เอาซะเกือบเต็ม 55555555555


10.น้ำพริกเผา 1 ช้อนหย่ายยยย เพื่อสีที่จัดจ้านถึงใจ


11.บีบมะนาวลงไป 3/4 ของลูกเลย

ขออภัยมือใหม่หัดทำอาจบอกอัตราส่วนผสมไม่เก่งเท่าไหร่ เพราะทำตามฟิลลิ่ง ชิมเอา เอาตามรสที่เราชอบ ถ้ามันหวานเกินก็เหยาะซีอิ๊วไปอีก ไม่เปรี้ยวก็บีบมะนาวเพิ่มเอานะจ้ะ เพราะการทำอาหารมันกะเกณฑ์รสชาติอะไรได้ไม่แน่นอนอยู่แล้ว 555555555555
สรุป อินี่มั่วเอานี่หว่า คร่อกฟี้คร่อกฟี้คร่อกฟี้


12.ปรุงรสเสร็จ ก็ใส่เส้นมาม่าลงไปผัด ผัดให้เข้ากันเลย

เสร็จแล้ว เอ่ยยัง นี่มันพึ่งเริ่มต้น
อุ้วววววว แค่เริ่มก็ซี้ดซะเเล้ว เเม่เจ้าโว้ย

13.ผัดเสร็จก็จัดการใส่จานให้เรียบร้อย

14.ต่อด้วยการโป้ะมอสซาเรลล่าชีส ให้เต็มหน้ามาม่าเร้ย เอาเลยค่ะ ท่านผู้ชมมมมมมมมมม โป้ะมันเข้าไป โป้ะให้เต็มที่ ท่องไว้ เพื่อความเยิ้มของชีส แต่อย่าพึ่งหมดถุงนะ ช้าก่อน !!! เหลือไว้ด้วย

ขอพักโฆษณาตรงส่วนนี้ซักครู่ ด้วยการมาจัดการน้องกุ้งแม่น้ำของเรา
กุ้งแม่น้ำที่เราได้ผ่าหลังมันเรียบร้อยแล้ว แต่ยัง ยังไม่จบแค่นั้น
เราต้องเพิ่มความฟินให้กับเนื้อกุ้งของเราอีกด้วยสิ่งนี้

15.ใช้เนยก้อนเล็ก แบ่งให้ได้ 4 ส่วน เพื่อทาตรงหลังกุ้งที่เราผ่าไว้


16.เสร็จก็นำไปวางบน มาม่าโป้ะชีสที่เราเตรียมไว้


17.นำชีสที่เหลือ มาโป้ะทับกุ้งแม่น้ำอีกรอบนึง โป้ะหมดถุงไปเร้ย จะเหลือไว้ทำไม 55555555555555

ขอเก็บภาพกับผลงานเป็นที่ระทึกแปป

ยิ้มหน้าแป้นแล้น แลดูภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นโบแดง ชิ้นนี้มว๊าก
เดี๋ยวๆ ใจเย็นเจ๊ แกรยังไม่ได้ชิมรสชาติเลยนะ อย่าพึ่งดีใจไป
55555555555555555555555


18.อบด้วยความร้อนสูงสุด ซัก 15-20 นาที คอยเปิดมาดูเรื่อยๆนะคะ กันไหม้ วิธีสังเกตุง่ายๆของเรา ใช้ฟิลลิ่งค่ะ เปิดมาดูพอเห็นชีสเริ่มเป็นสีน้ำตาลๆนิดนึงละ ก็เดาเอาเลยว่า น่าจะสุกละ เป็นการเดาแบบไม่มีหลักการใดๆทั้งนั้น

แอร๊ยยยยยย,,, แต่มันก็สุกจริงๆนะ

19.แต่งหน้าด้วยพาสลีย์ และมะนาวฝานบางๆ เพื่อความสวยงามตามท้องเรื่อง 5555555
ขอสารภาพเลยว่า พาสลีย์เรา ซื้อมาถุงนึง คือได้มาทั้งต้นแบบเยอะมาก เพื่อเอามาใช้แค่ก้านเล็กๆโป้ะหน้าเพื่อความสวยงาม
คือแบบ,, ลงทุนไปมั้ยคะ ??? แต่เพื่อความสวยงาม แบบว่า ไม่หร่อยไม่เป็นไร ขอสวยไว้ก่อน กร๊ากกกกกกกกกก

อะ
อะ
อะ
ยังๆ ทำมาตั้งนาน จะถ่ายรูปแค่นี้หรอ เอาไปอีก หลายๆมุมเลย
555555555555555555555555

สรุปผลงานมื้อนี้
ตอนแรกแอบกังวลว่า มันจะอร่อยปะว้า ตอนชิมตอนปรุงรสคือรสไรวะเนี่ยหวานๆ ไม่ค่อยเผ็ดอะไรเลย ปรุงคือตามฟิลลิ่งสุดๆ
แต่ก็คิดว่า เออ,,, ชั่งมันก่อน ใส่ชีสคงน่าจะรสชาติดีขึ้นมั้ง ก็ทำไปเรื่อยๆ จนทำเสร็จ
ตอนเปิดเตาคือหอมอะ โคตรหอมเลย หอมกุ้ง หอมชีส ไม่มีรสต้มยำใดๆทั้งสิ้น
สงสัยอัดชีสกลบไปหมดละ 555555555555 คือถ่ายรูปไปสูดดมไปแบบฟิน ฟิน ฟิน

ตอนจิ้มส้อมลงไป,, อื้อหือ กลิ่นต้มยำลอยมาละ แบบพวกเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด นำมาเลย
พอได้กินคำแรกถึงกับน้ำตาไหล เออ,, ไม่ใช่อะไรกัดลิ้นตัวเอง ตื่นเต้นไปหน่อย 555555
แล้วก็ตะโกนเรียกคนทั้งบ้าน
และแล้วก็…..
มาชิมเร๊ว โคตรอร่อยเลย มามามา คนละคำ (แอบงกค่ะ จำกัดคนละคำ กร๊าก >< ) มาชิมเร็ว
ใครอยู่ในห้องเคาะมาให้หมด มาชิมให้กำลังใจกันหน่อย
ทุกคนมาชิม ละตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
“เห่ย หร่อยดี เด็ดๆ” แคะชีสที่ติดขอบจานกินกันใหญ่ กินกะเส้นมาม่าผัดต้มยำ พร้อมชีสนี่ มันเข้ากันอะ
ไม่มีคำบรรยายใดๆจริงมื้อนี้ สำเร็จไปด้วยดี จากการปรุงด้วยฟิลลิ่งล้วน 55555555555


เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมนูวันนี้ น่ากินขนาดนี้อดใจไม่ไหวเลยใช่มั้ยคะ รีบออกไปเตรียมวัตถุดิบให้ไวเลยค่าาาา ถ้าหากใครลองทำแล้วอย่าลืมเอามาอวดกันบ้างนะ ><  อย่าลืมคอยติดตามเมนูอาหารอร่อยๆ ทำง่ายๆ ตามสไตล์ Iammreview ได้ทาง Tickettail ในครั้งหน้านะคะ สำหรับกะทู้นี้ขอลาไปก่อน หากทำร้ายคนหิวก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

TGIF : มาปลดปล่อยอารมณ์กันให้สุดเหวี่ยงในค่ำคืน HALLOWEEN NIGHT

TGIF ขอหลุดโลกออกไปนอกโลกขึ้นยานแม่ ตะลุยกาแล็คซี่ ข้ามทางช้างเผือก ไปเปิดประตูนรก ปล่อยผีสางนางไม้ ออกมาสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเทศกาล ฮาโลวีน ในวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี จะเป็นวันที่คุณจะสามารถแต่งตัวเพี้ยนๆได้แบบที่ไม่มีใครเรียกคุณว่า”บ้า”

Tickettail your lifestyle calendar จะชี้ทางไปปากขุมนรกว่าต้องไหนเปิดให้ทุกๆท่าน ปลอดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกกันให้สุดเหวี่ยงในค่ำคืนวันฮาโลวีน

 

สุขุมวิท

เป็นแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี ที่ชาวต่างชาติทุกเชื้อชาตินิยมกันไปอย่างมาก และแน่นอนว่าแต่ละ ฮาโลวีน เป็นเทศกาลของชาวตะวันตกจัดหนักจัดเต็มสุดติ่งกระดิ่งแมว อย่าว่าแต่แต่งกันเป็นผีเลย คุณจะเจอซูเปอร์ฮีโร่ ทุกคนที่คุณรู้จัก หรือ คอสเพลย์ตัวการ์ตูนต่างๆ ตื่นตาตื่นใจกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ละร้านจัดกิจกรรมกันให้สนุกลืมโลก

คลับเล้าจ์หรูอย่าง Level สุขุมวิท 11 ไม่พลาดกับกิจกรรมเด็ดๆ อย่าง HALLOWEEN NIGHT – TWILIGHT “Sexy Vampires” แค่ได้ยินชื่อก็ยากจะเดินเข้าปยื่นคอให้ดูดเลือดเหลือเกิน

อีกคลับที่น่าสนใจ Insanity Nightclub ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 12 พร้อมระเดิบความมันส์กับ FREAK SHOW HALLOWEEN เอากันให้สว่างคาตากันไปข้างนึง

คลับระดับตำนาน Narz เอาใจผีสางนางไม้เต็มที่จัดงาน 2 วัน ลุยกันตั้งแต่วันที่ 30-31 ตุลาคม กับงาน HALLOWEEN THE WALKING DEAD มันส์กว่าดูซีรี่ย์อยู่บ้านแน่ๆ

 

เอกมัย-ทองหล่อ

ขึ้นชื่ออยู่แล้วกับสถานบันเทิงยามคำ่คืนของกรุงเทพ คิดอะไรไม่ออก ไปเอกมัย-ทองหล่อไว้ก่อน เพราะว่าอัดแน่นไปด้วยร้านระดับคุณภาพ แวมไพร์หนุ่มสุดหล่อ นางไม้สุดสวยเพียบแน่ อีกอย่างคือแต่ละร้าน กิจกรรมสนุกๆกันแทบทุกร้าน ไปปล่อยผีกันให้ทะลุมิติ

เริ่มกันที่ DEMO FREAK SHOW HALLOWEEN 2015 ที่สุดแห่งปาร์ตี้ ที่เหนือจินตนาการ  ขอบอกว่าต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะทุกปีที่ Demo จัดงานเหลือรับประทานอยู่ แล้วมาสัมผัสความสยองแบบ FREAK FREAK  ในค่ำคืนวันที่ 31 ตุลาคม

ไม่ต้องไปไหนไกลเดินทะลุมาต่อที่ FUNKY VILLA กับงาน HALLOWEEN แบบกุ๊กกิ๊กๆ ในชื่องานว่า ผีน่ารัก โดยมีคอนเสิร์ตของ LIPTA มาให้ทุกคนตะโกนแหกปากร้องเพลงกันให้เต็มเสียง

แค่ใบปิดเชิญชวนของทางร้าน Safe House เห็นแล้วสยองได้ใจทีเดียว ยิ่งเจอชื่องานเข้าไป SAFE HOUSE HOSPITAL ใครเป็นโรคอะไรรักษาไม่หาย มาที่นี้กลับบ้านไปหายเป็นปลิดทิ้ง

 

อาร์ซีเอ

อยากออกไปย่ำราตรีในกรุงเทพถ้าคุณไม่มา อาร์ซีเอ เหมือนไม่สุด เพราะที่นี้มีผับบาร์ตอบสนองทุกสไตล์ และทุกเทศกาลที่นี้จัดงานกันแบบสุดเหวี่ยงอย่าบอกใคร

ONYX RCA พร้อมเปิดประสบการณ์ฮาโลวีนแบบเหนือระดับในชื่องาน GREY GOOSE ZERO GRAVITY ให้ทุกๆท่านได้สัมผัส ถึงความสยองแบบขนแขนสแตนอัพ แถมยังพาขึ้นยานแม่ออกไปไร้แรงโน้มถ่วง ทะลุมิติไปกับบรรยากาศสุดล้ำ

ผับระดับตำนานอีกทีหนึ่ง ROUTE 66 จะพาทุกคนไปไขปริศนากับ AREA 107 ZONE 66 ไม่ว่าจะเป็น LIVE ZONE ที่จะระเบิดความมันส์กับวง ZEAL โดดกันให้เต็มเหนี่ยว

 

ข้าวสาร Road

หัวทองหัวดำ มากันที่นี้หมด เป็นศูนย์รวมของสถานบันเทิงยามราตรี ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของกรุงเทพ และไม่พลาดแน่นอน กับกิจกรรม ฮาโลวีน แต่ละปีหลุดโลกกันสุดๆ เสื้อผ้าหน้าผมต้องจัดเต็ม เอาให้ผีจริงยังอาย

The Club Khaosan คลับหรูอยู่คู่กับ ข้าวสาร Road มาอย่างยาวนาน ฮาโลวีน ปีนี้จัดกันให้หนักสองวัน วอร์มอัพกันก่อนในวันที่ 30 ก่อนจะจัดเต็มในค่ำคืน 31 ตุลาคม พลาดไม่ได้ถ้าอยากมันส์แบบไม่แคร์สื่อ

ถ้าอยาก ฮิค ฮิค เป็นผีสกาเร็คเก้ ต้องมาที่ บริค บาร์ เท่านั้น ตั้งอยู่ใต้ถุนโรงแรม Buddy Lodge รับรองความสยองและสนุกเฮฮากับการปล่อยผีอย่างเต็มที่ไม่เป็นรองที่ไหน

Tickettail your lifestyle calendar ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวัน ฮาโลวีน และอย่่าลืมเมาไม่ขับ มีสติเพื่อกลับบ้านอย่างปลอดภัย

เครดิตภาพ: All Hallows Eve,Michael  Jackson,Level,Insanity Nightclub,Narz,DEMO,FUNKY VILLA,Safe House,ONYX,ROUTE 66 ,The Club Khaosan Facebook

 

6 วิธีทาปาก ล่าเหยื่อวัน Halloween

 

แม้ว่าเทศกาล Halloween จะไม่ใช่เทศกาลที่อยู่คู่กับคนไทยมาเนิ่นนานสมัยพระเจ้าเหา เหมือนเทศกาล สงกรานต์ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้จริงๆว่าเทศกาล Halloween ได้กลายเป็นเทศกาลประจำปีสุดฮิตของเมืองไทยไปแล้ว เพราะในคืนที่ 31 ต.ค.ของทุกปี เราจะเห็นบรรดาผีออกมาเผ่นผ่านกันเต็มไปหมด ยิ่งปีนี้วันเสาร์ด้วย มีเวลาจัดเต็มส์กันแน่ๆ


แต่ปัญหาหนึ่งในการแต่งผีของคนไทย โดยเฉพาะสาวๆ คือ จะจัดเต็มก็ไม่กล้า เพราะ กลัวไม่สวยบ้าง กลัวเลอะเทอะบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง แต่งไม่เป็นบ้าง

ทำให้บางคนก็เลยเลือกที่จะทาปากสีเข้มๆ และทำรอยเลือดที่มุมปากด้วยลิปสติกสีแดง ง่ายๆจบ!!
ใช่คะ…ง่ายจริงๆ

แต่ทำอย่างนี้รูปถ่ายทุกๆปีของเพื่อนๆชาวทิคเก็ตเทลคงคล้ายกันไปหมดจนแยกไม่ออกว่านี่มันฮาโลวีนปีไหน
มันจะดีกว่ามั้ย? ถ้าปีนี้รูปถ่ายเราจะไม่เหมือนเดิม ด้วยไอเดียการแต่งริมฝีปากให้โดดเด่นและดูครีเอทกว่าใคร แต่อินเทศกาลเหมือนเดิม
เพราะในเมื่อปาก คืออวัยวะที่เซ็กซี่และ เย้ายวน ชวนมอง หากถูกตกแต่งให้สวยงามแปลกใหม่ด้วยแล้ว
รับรองคงไม่ได้แต่ถูกมอง คงมีคนยอมให้ดูดเลือดกัดคอกันบ้างละคืนนี้

1. Festive Lips : ปากอินเทศกาล

ถูกตกแต่งด้วยสีส้มดำตามแบบฉบับฮาโลวีน ดูลุกลับแต่กลับร้อนแรง เซ็กซี่ ทาสีนี้ไปปาร์ตี้ มีขนลุกซู่ซ่างานนี้

2. Lonely Lips : ปากชวนเปลี่ยว

ให้อารมณ์เหงา วังเวง ชวนให้น่าค้นหา เหมาะสำหรับคนโสด ทาสีนี้ไปคืนนี้ต้องมีคนอาสามานอนแนบกลายคลายเหงาแน่ๆ

3. Delicious Lips : ปากน่ากิน

แค่นำของกิน ขนมต่างๆมาจัดวาง ที่สีปาก ก็ชวนให้คุณดูน่าลิ้มลอง แถมยังยั่วยวนให้ผู้อื่นลองสัมผัสรสชาติที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน อ้ายย…ทำปากให้หอมไว้นะจ๊ะ   เวลาโดนกินจะได้อร่อยๆะ

 

4. Movie Lips : ปากเลียนแบบหนัง

อีกหนึ่งไอเดียการตกแต่งริมฝีปาก ที่โดดเด่นและชัดเจน ในแบบที่คนเห็นก็ต้องร้องอ๋อ ว่าหลุดมาจากหนังเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นฮีโร่หรือวายร้าย จะอยู่ข้างคนดีหรือคนเลวไม่สนใจ เพราะคืนนี้พร้อมฟาดเรียบนะบอกไว้ก่อน

5. Bloody Lips : ปากฉ่ำเลือด

แอบดูน่ากลัวนิดๆ แต่ซ่อนความดาร์กอีโรติคไม่เบานะจ๊ะ ช่างเป็นสีปากที่ดึงดูด เย้ายวน ชวนให้น่าโดนกัดคอจริงๆ ใครอยากไปล่าเหยื่อแนะนำ สยบทุกรายค้า

 


6. Creative Lips : ปากครีเอท

ไอเดียบรรเจิดถูกละเลงบนริมฝีปาก ให้อารมณ์ที่หลากหลาย ที่ใครๆเห็นก็ต้องร้อง ง่อววว!!!สุดยอดคิดได้ไง ? ถ้าคืนนี้ไม่อยากถูกใครแย่งซีน แต่งแบบนี้ไป ยังไงก็ได้กินของดี ฟันธงคะ!!!

นั่นแหล่ะค่ะ ปากทั้ง 6 สไตล์ ที่การันตีความแซ่บ

แต่ก่อนอื่นเพื่อนๆชาว TicketTail รีบไปหาซื้อสีลิปสติกและบำรุงริมฝีปากกันให้ดีนะจ๊ะ เพราะคืนวันฮาโลวีนเราจะออกไปงับคอล่าเหยื่อแบบเอาให้เลือดสาดกันไปข้าง

แต่ถ้าจะให้โหดและโดดเด่นกว่านี้ ชวนเพื่อนๆแต่งกันให้ครบแก๊งค์ซิคะ รับรองต้องมีคนไม่ได้กลับบ้านกันบ้างละ ฮาโลวีนปีนี้ขอให้เพื่อนๆ ใช้ปาก ให้เป็นประโยชน์นะค้า

และ

อย่าลืม “Find a man who will ruin your lipstick, not your mascara”

About Author : อากาศร้อน ผู้หญิงยุคใหม่ที่มี Passion หลากหลายเรื่อง ทั้ง แต่งหน้า แข่งรถ หรือ แม้แต่การเขียนคอนเทนต์ออนไลน์ ร่วมทีม TicketTail เพราะเชื่อเหมือนกันว่า เมืองไทยต้องมี อีเวนต์ และ กิจกรรมมันส์ๆ ให้ทำกันมากกว่านี้


เครดิตรูปภาพ

http://www.boredpanda.com/halloween-lip-makeup-art-eva-senin-pernas/
http://designbump.com/27-spooky-halloween-lip-makeup-ideas/


ฉลอง Halloween สไตล์ Hollywood

ช่วงนี้ก็เข้าใกล้เทศกาล Halloween แล้ว เพื่อนๆคนไหนที่ยังไม่มีไอเดียว่าจะแต่งผีออกแบบไหนไป Trick or Treat ละก็  TicketTail : Your event calendar  ก็ไม่ลืมจะเอาไอเดียเจ๋งๆ มาฝาก โดยเฉพาะปีนี้วันปล่อยผีตรงกับวันเสาร์ซะด้วย จะให้นอนเหงาอยู่บ้านก็ยังไงอยู่

ดังนั้น Tickettail เลยเอาไอเดียการแต่งผีของเหล่าดารา Hollywood มาฝาก ส่วนจะแซ่บแค่ไหน…ไปชมกันเลยครับ


Demi Lovato กรรมการสาวสวยเสียงดี แห่ง X-Factor อเมริกา แปลงร่างเป็นซอมบี้สาว ที่ใครใครเจอก็หลอนไปตามๆ กัน



John Stamos อดีตสมาชิกวง The Beach Boys หรือ ดอกเตอร์ โทนี่ เกตส์ จากซีรียส์ดังอย่าง ER แต่งเป็นปีศาจหนุ่ม ดูแล้วเท่ห์ด้วย Devil Horn ที่มีเอกลักษณ์

 


Beyoncé  ราชินี HipHop และ ดีว่าตัวแม่ แหวกแนวจากผีมาเป็นนางฟ้าสาวสวยสุดเซ็กซี่ เลยนะ

ส่วนใครอยากได้ไอเดียแบบเป็นคู่ต้อง Adam Levine & Behati Prinsloo นักร้องนำวง Maroon 5 มาเป็นแพ็คคู่เลยดูสวีท เซ๊กซี่ แล้วก็เท่ห์มากๆ

Shenae Grimes ดาราสาวจาก Scream 4 และ Sugar แต่งเป็นแฟรงค์เกนสไตล์สาว แต่ดูคล้ายๆแม่มดด้วยนะ ทรงผมก็ไม่เบาเลย เริ่ดค่ะ

Kelly Osbourne ในชุดนางฟ้าปีศาจ มีเลือดเพิ่มความหลอน แต่ก็มีความน่ารักและน่าค้นหาแฝงอยู่ ดูน่าสนใจไม่เบาเลย แต่จริงๆแล้วเอาคุณพ่อมาด้วยจะหลอนขึ้น 2.5 เท่า

Liam Payne & Tom Daley หนุ่มหล่อมาคู่ Liam Payne มาในชุดชุดแบทแมนดูแปลกแหวกแนวมาก ส่วน Tom Daley เป่าลมเข้าไปในชุดยังไงนะ ใครจะใส่ระวังโดนแกล้งเจาะลมออกนะ

Martha Stewart มาในชุดนางฟ้าสีชมพูสดใส ดูหวานแล้วก็น่ารักมากๆ ดึงดูดความสนใจได้มากเลยทีเดียว สาวๆ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะ รับรองหนุ่มๆ มองตามกันเป็นแถวๆ เลย

สุดท้ายนี้ขอจบด้วยผีแบบไทยๆ  “ใหม่ ดาวิกา” ในชุดแม่นาค ผีไทยพันล้าน

ผมว่าจริงแล้วผีของไทยน่ากลัวที่สุดแล้ว ใส่ชุดไทยก็เพิ่มความหลอนได้อีกเหมือนกัน เพื่อนๆ ลองนำชุดไทยไปใช้ลั่นล้า…หลอนผู้คนกันได้นะครับ ดูเป็นตัวของตัวเอง แบบแตกต่างและมีเอกลักษณ์สุดๆ แถมยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วยจริงมั้ย

 

“พี่มากขา……”

 

About Author: มนุษย์แว่นเรียนคอมหัวใจครีเอทีฟ เสพย์หนังและแฟชั่นเป็นว่าเล่น ชอบท่องโลกกว้างแต่ขี้เกียจขึ้นรถลงเรือเพราะเบื่อการเดินทาง มีความคิดประหลาดแต่เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์


เรียบเรียงจาก : http://edition.cnn.com/2013/10/30/showbiz/celebrity-news-gossip/celebrity-halloween-costumes/


 

ท้าให้ลอง… กับเมนูสุดน่ารักต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน

สวัสดีค่ะ พบกับ Iammreview และ TicketTail ตัวจริงเรื่อง Event  กันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน พูดถึงฮาโลวีนนอกจากการแต่งหน้า แต่งตัวเป็นบรรดาผีต่างๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของกินใช่มั้ยคะ >< จะให้มาทำเองก็คงลำบาก กลัวว่าหน้าตาจะออกมาน่ากลัวเกิ้น 5555555 วันนี้เลยขอตามกระแสรวบรวมเมนูอาหารและเครื่องดื่มต้อนรับเทศกาลที่สามารถหาซื้อได้จริงมาฝากทุกคน ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า… วันนี้มีร้านเด็ดๆมาฝากเพียบบบบบบบ รับประกันว่าน่ารักถูกใจทุกคนแน่นอน ^^

เริ่มที่ร้านแรกกันก่อนเลยดีกว่า

1.Uncle Tetsu

เมนู Japanese Cheesecake ที่ว่ากันว่านุ่มที่สุดในประเทศ

ติดตามข่าวสารได้ทาง

IG : UncletetsuThailand

Facebook : uncletetsu.thailand

2.Bonca

เมนู Macaron icecream จากร้าน Bacon

ติดตามข่าวสารได้ทาง

IG : bonca_cookieicecream

Facebook : boncacookieicecream

3.Pandora

เมนู Halloween’s cake pop จากร้าน Pandora

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : PANDORABAKESHOP

4.Kaethy the Witch

No Pain – No Gain เป็นเมนู Strawberry Blood Velvet Cake with Sugar mirror cracked จากร้าน  Kaethy the Witch

เมนู Halloween cookies จากร้าน Kaethy the Witch

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : kaethythewitch

5.Krispy Kreme Thailand

เมนู Green Monster,Spier Web,Pumpkin,Halloween sprinkle จากร้าน Krispy Kreme

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : Krispy Kreme Thailand

6.Melt me Thailand

เมนู Rock Me Halloween จากร้าน Melt me

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : MeltmeThailand

7.Farm Design 

เมนู Red Halloween Cheesecake Frappe จากร้าน Farm Design

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : FarmDesignThailand

8.Mrs. Fields 

เมนู มัฟฟินเนื้อนุ่ม หอมกรุ่น สูตรเฉพาะ จาก Mrs. Fields

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : Mrs.FieldsThailand

9.Stickhouse Thailand

เมนู Spooky Pearl (mini gelato on a stick coated with premium chocolate) จากร้าน Stickhouse Thailand

เมนู ไอศกรีมเค้ก Tiramisu Gelato พร้อม Hazelnut จากร้าน Stickhouse Thailand

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : stickhouse.th

10.Mister Donut

เมนูต้อนรับฮาโลวีน จากร้าน Mister Donut

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : MisterDonutThailand

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมนูต้อนรับฮาโลวีนน่ารักๆในวันนี้ อย่าลืมคอยติดตามคอลัมน์หน้านะคะ ว่าจะมีร้านเด็ดๆ หรือเมนูโดนๆจากร้านไหนมาแนะนำกัน อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปก่อน พบกันใหม่คอลัมน์หน้านะค้า บ๊ายบาย ><

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

 

8 วิธีเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ให้ชีวิตเดินช้าๆ

กำลังฮิตทั่วเมืองกับกระแส Slow life แม้จะมีการตีความหมายแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตามเถอะ ความจริงแล้วสโลว์ไลฟ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่ทำใจให้สดใส ลดการแข่งขัน ละความอยาก ใช้ทรัพยากรต่างๆ แต่น้อย ไม่เบียดเบียดผู้คน ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ หรือพูดให้เก๋คือใช้ชีวิตพอเพียง ก็จะรู้สึกว่าเวลาแต่ละวันของเราเดินช้าลงแล้ว

 

กับการท่องเที่ยว เพระกระแสยึดติดมาว่าความไม่ทันสมัยคือสโลว์ไลฟ์ ทำให้ปลายทางอย่างอำเภอเชียงคาน สังขละบุรี เมืองน่าน แพร่ ลำปาง กลายเป็นจุดหมายของคนใฝ่หาสโลว์ไลฟ์ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องไปเมืองดังกล่าวก็สามารถเข้าถึงสโลว์ไลฟ์เช่นกัน และอาจเป็นสโลว์ไลฟ์ของจริงมากกว่าเสียอีก เที่ยวแบบไหนให้ชีวิตเดินช้า ไปลองดูกันครับ

 

1. นั่งรถไฟ

หยุดการเดินทางด้วยการเหยียบคันเร่ง 140 กม. ต่อชั่วโมง เปลี่ยนมานั่งรถไฟฉึกฉักหวานเย็น แล้วนาฬิกาชีวิตของคุณจะเดินเนิบนาบลงเยอะ แน่นอนว่าคุณอาจถึงที่หมายช้า แต่ระหว่างความช้าคือวิวสองข้างทาง บรรยากาศท้องถิ่น และเสียงรถไฟซึ่งมีเอกลักษณ์ ให้เสน่ห์ของการเดินทาง สำหรับผม การนั่งรถไฟเที่ยวถือเป็นการบำบัดจิตใจอย่างหนึ่งเชียวล่ะ

 

2. เลือกสถานที่เที่ยว

ต้องยอมรับว่าสถานที่ไม่สำคัญเท่าจิตใจในแง่ของสโลว์ไลฟ์ แต่ปฏิเสธเช่นกันไม่ได้ว่ามันมีส่วน เพราะเมืองใหญ่มักมีสิ่งกระตุ้นเร่งเร้ามากกว่า
ดังนั้นต้องยอมตามเทรนด์เลือกเมืองเล็กๆ เป็นปลายทาง หรือจะให้ดีกว่าก็ยึดติดธรรมชาติ ป่า เขา น้ำตก อยากเที่ยวทะเลก็เน้นเกาะซึ่งไม่พลุกพล่าน ไร้ผับบาร์ริมชายหาด ให้เวลากับการชื่นชมธรรมชาติ

 

3. นอนเต็นท์

เอาล่ะ… มันอาจไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่การละความสบายเป็นหนึ่งในแนวทางสโลว์ไลฟ์ การนอนเต็นท์ทั้งประหยัด และทำให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด ห่างจากสิ่งเร้าอื่นๆ มากที่สุด
เกือบทุกอุทยานแห่งชาติในบ้านเรามีลานกางเต็นท์บริการ จะเป็นเข้าปา เที่ยวดอย ชมน้ำตก ริมชายหาด ก็ตามความชอบ หรือหากไม่สะดวกเรื่องห้องน้ำห้องท่า แนะว่าเลือกที่พักแบบเรียบง่ายไม่ต้องทันสมัยมากแทนก็ได้

 

4. ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก

ใช้เวลาแต่ละวันให้คุ้มค่า นอกจากการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จะให้ความสุนทรีย์ทางอารมณ์แก่คุณอย่างมาก ยังเป็นการบังคับให้คุณต้องตื่นก่อนสว่าง (กรุณาอย่ากลับไปนอนต่อล่ะ) เท่ากับคุณได้ใช้เวลาทุกวินาทีของวันยามมีแสงสว่าง ความรู้สึกว่าวันนี้ยาวนานกว่าปกติย่อมต้องเกิดขึ้น

 

5. ชมดาวชมจันทร์

แค่เอนตัวลงนอน แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณเห็นอะไร… การดูดาวดูพระจันทร์อาจดูเหมือนปล่อยผ่านเวลาอย่างไร้ค่า แต่รู้หรือไม่คนเรามักมีจินตนาการเลิศล้ำและผ่อนคลายเสมอยามนอนมองดูดวงดาวทั้งหลายในจักรวาลที่ไม่มีขอบเขตสิ้นสุด คุณจะมีคำถามคำตอบมากมายให้กับตัวเองอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

 

6. งดแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์อาจเป็นตัวเร่งความเร็วชีวิตแบบติดสปีด หรือ ทำให้ชีวิตช้ากว่าคำว่าสโลว์ (นอนแฮงค์) และจริงๆแล้วมันอาจไม่ใช่วิถีทางของสโลว์ไลฟ์ด้วยประการทั้งปวง
ไม่ว่าคุณจะกระดกมันเข้าปาก ณ สถานที่แห่งใด คุณอาจบอกว่าแค่กินเพื่อสนุกสนานพูดคุยกับเพื่อนฝูง ถ้าแบบนั้นลองเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มอื่นก็ได้มั้ง

 

7. อย่าสันหลังยาว

สโลว์ไลฟ์ไม่ใช่การขี้เกียจ การกลิ้งเกลือกนอนสบายอยู่บนเตียงทั้งวันอาจเป็นการพักผ่อนในฝัน แต่มันกลับจะย่นเวลาในการใช้ชีวิต
พยายามใช้ทุกนาทีของวันให้มีค่า จะเป็นกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ เดินชมนกชมไม้ ถ่ายรูป หรือจะเป็นกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม เดินป่า พายเรือ ดำน้ำ ก็ตามสถานที่ที่คุณเที่ยวนั่นแหละ

 

8. พูดคุยกับคนท้องถิ่น

มิตรภาพเป็นเรื่องดี รอยยิ้มก็เป็นเรื่องดี และการพูดคุยกับคนท้องถิ่น หรือพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จะทำให้คุณได้ทั้งมิตรภาพ ความรู้ ความเข้าใจในท้องถิ่นนั้นๆ
ความอิ่มเอบที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันการสนทนา เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สร้างความสุขให้แก่ชีวิต


About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอีเวนต์ดีๆ หรือกิจกรรมโดนๆ อย่าลืม Stay Tuned ที่เว็บไซต์ TicketTail.com ตัวจริงเรื่องอีเวนต์

TGIF 5 : Rooftop ที่จับต้องได้จริง ไว้ท้าลมหนาว

ปลายฝนต้นหนาว เทศกาลแห่งความสุขใกล้เข้ามาทุกที่ แต่วันนี้วันศุกร์ มามีความสุขกันดีกว่า TGIF thank god it’s Friday ฉบับ TicketTail  : Your lifestyle Calendar ขอนำเสนอ 5 ร้านดาดฟ้า หรือที่หลายๆคนเรียกให้ดูดีมีชาติตระกูลว่า Rooftop ซึ่งเหมาะเหลือเกินกับการไปHang out แต่ที่ต่างไปคือ TKT เลือกเฉพาะ Rooftop ที่จับต้องได้จริง ไม่แพงเว่อร์ หรือ มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยงเท่านั้น เพื่อให้วันหยุดยาวแบบนี้ จัดกันให้หนักจัดกันให้เต็มเหนี่ยว

1.พระนครบาร์

ใครที่ชื่นชอบความ วินเทจ แนะนำร้านนี้ เพราะว่าทั้งสไตล์การตกแต่งร้าน และ สภาพแวดล้อม ทุกอย่างดูลงตัวอย่างยิ่ง ร้านเป็นสไตล์กึ่งแกลลอรี่มีสไตล์ของตัวเอง บวกกับอยู่ในย่านเก่าของถนน ราชดำเนิน มองเห็นวิววของ ภูเขาทอง ในยามค่ำคืนวันช่างเพอร์เฟค อะไรอย่างนี้ จะไปกะคนรู้ใจหรือเพื่อนฝูงเหมาะสมอย่างยิ่ง

 

Location:58/2 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงพระบรมมหาราชวัง
เวลาเปิดปิด:18.00 น.-01.00 น.
เบอร์โทร: 026220282
www.facebook.com/Phranakornbarandgallery/

 

2.Above Eleven

เหมาะอย่างยิ่งกับการพาคุณรู้ใจไปนั่งชิล เติมความหวานให้อุ่นหัวใจ เพื่อต่อสู้กับลมหนาวที่ปะทะร่างกาย Above Eleven ตั้งอยู่บนชั้น 33 ของ FRASER SUITES  สุขุมวิท 11 ซึ่งมีทั้งส่วนนั่งดินเนอร์เก๋ๆ หรือจะขึ้นบันไดที่ออกแบบออกแบบ secret garden ไปสู่ส่วนที่เป็นบาร์บนดาดฟ้า GRAMECY PARK ที่เหมาะสำหรับคนอยากขัยแข้งขยับขา เรื่องวิวไม่ต้องพูดถึงเห็นกรุงเทพกันแบบพาโนราม่า อีกทั้งเครื่องดื่มมีให้เลือกสรรกันแบบจุใจ รสชาติลื่นปรื้ดลงคอ อ่อ สำหรับคุณผู้ชายอย่าลืมเข้าห้องน้ำล่ะ เพราะห้องน้ำที่นี่สวยกว่าห้องนอนคนเกือบทั้งประเทศ

Location:ชั้น 33 ของ FRASER SUITES  สุขุมวิท 11
เวลาเปิดปิด:18:00-02.00 น.
เบอร์โทร:0835421111
http://www.aboveeleven.com/

3.แจ่มจันทร์บาร์

 

เป็นอีกหนึ่งร้าน Rooftop ที่สุดแสนจะคลาสสิค ตั้งอยู่ถนนพระอาทิตย์กับบรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางแสงไฟรอบป้อมพระสุเมรุ นอกจากบรรยากาศจะดีแล้ว เครื่องดื่มกับอาหารรสชาติดีไม่แพ้กัน เหมาะอย่างยิ่งกับการไปHang Out เม้ามอยท์ ฟังเพลงเบาๆ ไม่มีอะไรจะเพลินไป และ เข้ากันไปมากกว่านี้อีกแล้ว

Location:เลขที่ 9 ชั้น 5 อาคาร  อาคาร Fortville Guesthouse  ถนนพระสุเมรุ
เวลาเปิดปิด:18.00 น.-01.00 น.
เบอร์โทร:022823932
www.facebook.com/jhamjun

4.Octave Rooftop Lounge & Bar

เกินคำบรรยายกับวิวของ  Octave Rooftop Lounge & Bar  ย่านเอกมัย เพราะเห็นกรุงเทพในมุมที่คุณไม่เคยเห็น ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย ไม่มีอะไรต้องพูดเยอะ บรรยากาศเริ่ด อาหารเครื่องดื่มเลอค่า เหมาะสมอย่างอย่างกับการออกไป   Hang Out ในวันศุกร์แบบนี้ มีทั้งหมดประมาณสามชั้นให้คุณเลือกนั่งเอาตามใจชอบ ว่าชอบเพลงแนวไหน วิวไหน แม้คุณภาพและราคา นั้นจะไม่หนี Rooftop ระดับท็อปๆ แต่ข้อดีที่นี่ คือคุณสามารถไปแฮงค์เอาต์ได้จริง ไม่ได้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว จนได้แค่ยืนๆดู จะถ่ายรูปก็ติดคน เอ๊า!! จะรออะไร แต่งตัวสวยหล่อออกไปเชิดฉาย

Location:ชั้น 45 Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit
เวลาเปิดปิด:18.00 น.-01.00 น.
เบอร์โทร:027970140
http://www.bangkokmarriott.com/

5.Sky View

ดูตึกสูงกันในเมืองมาเยอะหลายๆคนอาจจะเบื่อ อยากจะมองอะไรไปแบบสุดลูกหูลูกตา ไม่มีอะไรมาปิดกั้นสายตา ขอแนะนำ Sky View ชั้นดาดฟ้าของ Sky Dome Resotel ตั้งอยู่บนถนนเกษตร-นวมินทร์  คุณสามารถมองเห็นวิวเริ่ดๆได้ 360 องศา มีเพลงเล่นคลอเบาๆกระทบหูให้พอได้จังหวะ พูดคุยกับคนรู้ใจหรือเพื่อนฝูง พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มเย็น ทานอาหารไปด้วย สุขสุดแสนจะหาอะไรบรรยาย ใครที่อยู่แถวนี้อย่าลืมแวะไปชิวซะหน่อยล่ะ

Location:สกายโดม รีโซเทล ถนนเกษตร-นวมินทร์
เวลาเปิดปิด:18:00-02:00 น.
เบอร์โทร:025531000
www.facebook.com/SkyViewKaset

 

เครดิต:พระนครบาร์,Above Eleven,แจ่มจันทร์บาร์ ,Octave Rooftop Lounge & Bar,Sky View Facebook
About Author: นายชัดเจน ผู้ชายที่ชัดเจนกับการเป็นนักเขียนมากว่า 10 ปี และ เชื่อเหมือนกับทีม TicketTail ทุกคนที่เชื่อว่า เมืองไทยควรมีเว็บไซต์ที่รวบรวม อีเวนต์ กิจกรรม และ อะไรมันส์ๆ ไว้ให้ทำยามนึกอะไรไม่ออก …ชัดเจนนะ!!

Love @ 1st Site&In the box Market งานเริ่ดๆที่ไม่ควรพลาด

Love @ 1st Site&In the box Market งานเริ่ดๆที่ไม่ควรพลาด

งานดีงานเด่นมีอีกแล้วจร้า ครั้งนี้มาแบบแพ็คคู่เลย   Love @ 1st Site  กับ In the box Market@Central salaya ใครอยากอินเทรนด์ห้ามพลาดด้วประการทั้งปวง ปลายเดือนแบบนี้ออกมาช้อปเตรียมตัวตอนรับหน้าหนาวกันนะจ๊ะ

Love @ 1st Site

งานนี้จะจัดกันที่ Parc , Siam Paragon ใจกลางเมืองแห่งรวมของวัยรุ่นวัยมันส์ เดินทางสะดวกสบาย แถมเวลาจัดงานนั้นเหมาะอย่างยิ่งในการเลือกสรร เริ่มกันตั้งแต่ 11:00-22:00 น. ในวันที่ 24-25 ตุลาคม สุดสัปดาห์ไม่รู้จะไปไหน เดินช้อปแก้เบื่อกัน  เพราะมีกว่า 100 แบรนด์ดังมาเปิดบูธกันในงานนี้แบบเฉพาะกิจ

Love’Accessory

สาวๆทั้งหลาย พลาดไม่ได้กับเครื่องประดับหลากหลายดีไซน์ แต่ละอันสวยโดนตาอย่างจัง ใส่ปุ๊บนี้ออร่าสว่างทั้งตัว แถมราคาไม่ได้แพงอย่างคิด มิตรภาพกับกระเป๋าเงินอย่างยิ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับเศรษฐกิจในช่วงนี้อย่างยิ่ง

Love’Fashion

เสื้อผ้าหน้าผมต้องจัดเต็ม และงาน Love @ 1st Site สนองความต้องการของคุณๆท่านๆได้หมด เพราะมีร้านซื้อผ้าแบรนด์ดังมากเปิดบูธกันเพียบ แต่ละชุดฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งมาก หล่อสวยกันแน่นอน รับประกันไม่มีคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอน

ส่วนใครมองหากระเป๋าใบใหม่อยู่ ไปงานนี้เสียเงินแน่นอนรับประกัน เพราะมีแบรนด์กระเป๋าดัง ดีไซน์เก๋ๆ มีทั้งของคุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี จะซื้อไปใช้เองหรือเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่

Love’Juice

อากาศร้อนๆ ต้องหาอะไรเย็นๆมาดับกระหาย หลังจากเดินเลือกซื้อของกันอย่างเมามันส์ ในงานมีบริการกันแบบเต็มที่ แต่ละร้านที่มาเปิดบูธ รับประกันความอร่อย น้ำผลไม้แท้ๆสดๆ เหมือนยกมาจากไร่หรือจะเป็นน้ำปั่นรสชาติต่างๆ ถูกลิ้นถูกคอทุกท่าน คอนเฟิร์ม

In the box Market@Central salaya

ต้อนรับวันฮาโลวีนกับงาน  In the box Market@Central salaya คนหนุ่มคนสาว ที่อยู่ละแวกนั้นหรือใกล้เคียง คุณไม่ควรพลาดที่จะไปงานเก๋ๆแบบนี้ เพราะมีแต่ของดีทั้งนั้น อย่างอัพเกรดตัวเองต้องไปแบบไม่ทีข้อแม้ งานจะมีตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน เริ่มกันตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิด10:00-22:00 น.

In the box’Shoes

อยากลองมองหารองเท้าใหม่ที่สวมใส่สบาย งานนี้มีให้เลือกกันแบบจุใจ เพราะแต่ละร้านที่มาเปิดบูธ มีดีไซน์และเอกลักษณ์ของตัวเอง ใส่ไปไม่มีเชย ขอบอกว่าส่วนใหญ่เป็นงาน Handmade นะจ๊ะ ของเค้าดีจริงอะไรจริง

In the box’glasses

แว่นตาสมัยนี้ไม่ใช่สำหรับเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเท่านั้น เพราะมันกลายเป็นเครื่องประดับอย่างนึงไปแล้ว และถ้าเลือกทรงแว่นให้เข้ากับรูปเนี่ยนะจ๊ะ ลูกๆหลานๆ หล่อเริ่ดสวยเชิ่ดกันทีเดียว หรือถ้าใครไม่อยากใส่แว่น จะใส่เป็นคอนแทคเลนส์ น่ารักน่าชังไปอีกแบบ ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ใครชอบแบบไหนจัดไปอย่างให้เสีย

แล้วอย่าลืมไปเจอกันที่งานLove @ 1st Site กับ In the box Market@Central salaya แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

Credit:ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากออร์แกไนเซอร์งาน Love @ 1st Site  กับ INTHEBOX MARKET และแฟนเพจของผู้ร่วมออกงานต่างๆ

 

 

รู้หรือไม่? กินเจเสี่ยงมะเร็ง-อาหารเป็นพิษได้

 

สวัสดีค่ะ วันนี้ Tickettail มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังค่ะ บางทีการมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆไป ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะคาดไม่ถึงเลยก็ได้ !!! หลายๆคนอาจจะคิดว่าอะไรจะฟังดูน่ากลัวขนาดนั้น มาหยุดอ่านเรื่องนี้ก่อนเลยค่ะ เนื่องจากช่วงนี้ยังคงเป็นช่วงเทศกาลกินเจอยู่ จึงอยากนำเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารเจมาฝากทุกคนค่ะ

เมื่อเทศกาลกินเจมาถึง  ผักสดจะถูกจัดว่าอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหาซื้อง่าย และปรุงอาหารได้ไม่ยาก หลายๆคนอาจคิดว่า อาหารเจนั้นเป็นอาหารคลีน สะอาดปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ แต่บางทีเราอาจมองข้ามความปลอดภัย ในเรื่องของสารพิษจากยาฆ่าแมลงในผักสด ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหาร ในช่วงเทศกาลกินเจนี้

มีหลายเมนูที่ใช้ผักสด เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร เช่น สลัด ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ปอเปี๊ยะสด ซึ่งประกอบไปด้วยผักสดหน้าตาน่าทานนานาชนิด

แต่หากเลือกแหล่งที่ซื้อผักไม่ได้มาตรฐานพอ หรือละเลยในการล้าง และทำความสะอาดผักก่อนนำมารับประทาน อาจเสี่ยงต่ออันตรายจากยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะผักสดในท้องตลาดที่พบมีการตกค้างของสารเคมีในปริมาณที่สูงได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน และมะเขือ

ผักสดในท้องตลาดที่พบมีการตกค้างของสารเคมีในปริมาณที่สูง

 

นอกจากยาฆ่าแมลงแล้ว ยังตรวจพบการปนเปื้อนเชื้ออีโคไลและเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งก่อโรคอาหารเป็นพิษในผักที่นิยมรับประทานแบบสดๆ เช่น ผักกาดหอม ต้นหอม ผักชี กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง โหระพา สะระแหน่ ใบบัวบก ถั่วพู และแตงกวาอีกด้วย

 

ผักสดที่พบการปนเปื้อนเชื้ออีโคไลและเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งก่อโรคอาหารเป็นพิษ

 

คำแนะนำดีๆในการทานผัก ช่วงเทศกาลกินเจ

1. เลือกซื้อผัก จากแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้ในเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

2. ล้างผักให้สะอาดก่อนทาน โดยอาจแช่ในน้ำผสมเกลือ หรือผสมน้ำส้มสายชู 10-15 นาที หรืออาจแช่ในน้ำยาล้างผักสำเร็จรูป

3. หรือล้างผักโดยให้น้ำก๊อกไหลผ่าน 2 นาที ล้างหลายๆ ครั้ง หากเป็นผักที่มีก้านใบ หรือมีคราบขาวตามฝัก ตามผิว ให้คลี่ใบออกมา ถูขัดเบาๆ ให้คราบขาวออกไป

4. หากสามารถเลี่ยงไปทานผักที่ปรุงสุกได้ ก็จะลดโอกาสเสี่ยงได้มากยิ่งขึ้น

 

สุดท้ายนี้กินเจให้ปลอดภัยก็อย่าลืมใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราคาดไม่ถึงด้วยนะคะ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจาก Tickettail ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ อย่าลืมติดตามได้ที่ Tickettail นะคะ และอย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

 

ที่มา : เว็บไซต์สยามรัฐออนไลน์

www.siamrath.co.th

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

เคล็ดลับความสวยใกล้ตัวที่คุณอาจยังไม่รู้ รู้แล้วจะทึ่ง !!!

 

สวัสดีค่ะ วันนี้ Tickettail มีเคล็ดลับความสวยใกล้ตัว ที่บางคนอาจยังไม่รู้มาฝาก แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ทุกอย่างที่กำลังจะพูดถึงนั้น มันใกล้ตัวมว๊ากกกกกกก มากจนคาดไม่ถึง แบบว่าหาได้ง่ายจากในห้องครัวเลยก็ว่าได้ >< วันนี้เรามีทั้งข้อมูล และเคล็ดลับดีๆ มาให้ได้ลองทำกัน จะช้าอยู่ใยเตรียมเข้าครัวกันเร้ยยยยยยยย

 

1.ไข่ไก่

 

วัตถุดิบอย่างแรกที่หาได้ง่ายมาก ต้องยกให้ไข่ไก่เลย เพราะ ต้องมีติดครัวไว้ทุกบ้าน คุณสมบัติของไข่ขาวนั้น เราสามารถนำมาทำเป็นมาส์กเพื่อใช้ลอกสิวเสี้ยนได้ ส่วนไข่แดงก็ใช้เป็นมาส์กบำรุงผิวกายหรือใช้หมักผมได้ดี เพราะเรตินอลภายในไข่แดงช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและมีสารบำรุง

ไข่ขาวกระชับผิว

Beauty tip

กระชับรูขุมขน กำจัดสิวเสี้ยน

ล้างหน้าให้สะอาดก่อน จะช่วยกระตุ้นให้ผิวสดชื่น กระชุ่มกระชวย จากนั้น ทาไข่ขาวบนใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ปิดท้ายด้วยมอยสเจอไรเซอร์บำรุงผิว จะช่วยกระชับรูขุมขน หรือจะผสมไข่ขาวกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา นำมาพอกหน้าเพื่อช่วยกำจัดสิวเสี้ยนได้

ไข่แดงหมักผมสวย

ผสมไข่แดง เบียร์ และอะโวคาโดให้เข้ากันแล้วนำมาหมักผมได้เลย โดยนวดเส้นผมรวมถึงหนังศีรษะประมาณ 5-10 นาที เพื่อช่วยให้ส่วนผสมเข้าบำรุงเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้น สระผมเพื่อทำความสะอาด จะช่วยบำรุงผมเสีย แห้ง และแตกปลาย ให้กลับมามีน้ำหนักและเงางามมากขึ้น

2.น้ำตาล และ เกลือ

วัตถุดิบอย่างที่สองนี้ คงหาได้ไม่ยากอีกเช่นเคยใช่มั้ยคะ คุณสมบัติของน้ำตาลและเกลือ จะคล้ายกันตรงที่เป็นเนื้อสครับที่สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วได้ โอ้โห! ยอดไปเลยใช่มั้ยคะ ต่อไปนี้ไม่ต้องเสียเงินซื้อสครับแพงๆแล้ว หาได้จากครัวเราเลย โดยทั้งสองตัวนี้จะช่วยเผยผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง

Beauty tip

สูตรสครับแสนง่าย

• เตรียมขวดโหลแก้วสวยๆ พร้อมฝาปิดสนิท จากนั้น นำมาล้างแล้วตากให้แห้ง
• เตรียมเกลือหรือน้ำตาลไว้ในขวดโหล ผสมด้วยออยล์ทาผิว แล้วคนให้เข้ากัน
• อาจจะเพิ่มส่วนผสมด้วยของใช้ในครัวเรือน เช่น มะนาว น้ำผึ้ง หรืออะโวคาโด แล้วคนให้เข้ากัน
• อาจเปลี่ยนสูตรโดยการผสมโยเกิร์ตหรือกากกาแฟสดก็ได้
• ปิดฝาให้สนิทแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง ไม่อับชื้น แต่อายุการใช้งานอาจไม่ได้นานมาก ดังนั้น ไม่ควรทำเยอะนะจ๊ะ

3.น้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชูมีกรดน้ำส้ม (Acetic Acid) เป็นองค์ประกอบหลัก นอกจากนี้ยังมีกรดอินทรีย์และสารอื่นๆ เป็นส่วนน้อย เช่น กรดมาลิก กรดแล็กติก เอสเทอร์ แอลกอฮอล์ และอัลดีไฮด์ ฯลฯ ซึ่งเกิดขึ้นจากกรรมวิธีธรรมชาติของการผลิตน้ำส้ม มีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4-8%  น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กำจัดกลิ่น ล้างคราบอาหาร ซักคราบสกปรก เป็นต้น

Beauty tip

ขจัดรังแค

ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำสะอาด สระผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย จะช่วยล้างแชมพูได้สะอาดหมดจด เส้นผมเงางาม มีน้ำหนักขึ้น แถมยังปราศจากรังแคอีกด้วย

สปาเท้า

เตรียมน้ำอุ่นไว้ในอ่างโดยกะให้สูงประมาณข้อเท้า ผสมน้ำสายชู 1-2 ถ้วย จากนั้น แช่เท้าไว้สักพัก ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยมอยสเจอไรเซอร์ จะช่วยสร้างสมดุลให้กับผิวเท้า ทำให้ผิวที่หยาบกระด้างกลับดูนุ่มขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นเท้าได้ด้วย

4.แตงกวา และ มะเขือเทศ 

ผักที่มีคุณสมบัติขึ้นชื่อในเรื่องของความงามนั้น คงหนีไม่พ้นแตงกวาและมะเขือเทศ เพราะมีสารบำรุงที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง และโดยปกติก็มักจะใช้แตงกวาและมะเขือเทศสำหรับมาส์กหน้าอยู่แล้ว จึงพลาดไม่ได้เลยที่จะนำสองสิ่งนี้มาใช้ประโยชน์

Beauty tip

โทนเนอร์แตงกวา
ปอกเปลือกแตงกวาและหั่นชิ้นประมาณครึ่งถ้วย จากนั้น นำไปปั่นให้ละเอียด ใส่ขวดแช่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้หลายสัปดาห์ เวลาใช้ให้น้ำสำลีก้อนมาชุบเช็ดให้ทั่วผิวหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นการรีเฟรชผิวหน้าให้สดชื่น กระชับ และตึงขึ้น
มาส์กหน้าให้ชุ่มฉ่ำ
นำแตงกวาและมะเขือเทศมาปั่นรวมกันให้พอมีเนื้อเพื่อใช้เป็นมาส์ก อาจผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตเพิ่มเข้าไป จากนั้น นำมาทาให้ทั่วหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด จะรู้สึกได้ว่าหน้าตึงกระชับ และสดชื่นขึ้น

5.โยเกิร์ต

ผลิตภัณฑ์จากนมนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวเป็นอย่างมาก เป็นมอยสเจอไรเซอร์ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว เพราะในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่ดีหลายอย่าง แถมราคายังถูกอีกด้วย แต่ให้ใช้เฉพาะโยเกิร์ตรสธรรมชาติเท่านั้นนะ

Beauty tip

ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย
เพียงน้ำแตงกวาที่มีวิตามินอีสูงมาปั่นผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้น ล้างหน้าให้สะอาด จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาด ดูนุ่ม สดชื่น และผิวกระชับขึ้น ทำสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดปัญหาผิวหน้าร่วงโรยก่อนวัยได้
พอกผิวด้วยโยเกิร์ต
สำหรับใครที่ชอบขัดผิว หลังจากขัดผิวแล้ว แนะนำให้พอกด้วยโยเกิร์ต ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะทำให้ผิวเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น สำหรับผิวหน้า ให้ผสมโยเกิร์ตกับมะนาวในปริมาณ 1 ช้อนชา หรือจะใช้เป็นกล้วย หรือน้ำผึ้งก็ได้ นำมาทาบนผิวหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้น เช็ดออกด้วยลำสีชุบน้ำอุ่น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ผิวที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส

 

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับเคล็ดลับความสวยที่หาได้ง่ายๆวันนี้ ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ อย่าลืมติดตามได้ที่ Tickettail นะคะ และอย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

ที่มา : Lisa Vol.16 No.21 October 2015

 

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview