5 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทยและความสำคัญของการเข้าตลาดหุ้น

5 อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทยและความสำคัญของการเข้าตลาดหุ้น

 

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ที่ นิตยสาร Forbes Thailand จะมีการจัดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศไทยในทุกๆปี และในปี 2558 ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ เราก็มีผลสรุป 5 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ก็ได้มีการขยับอันดับ ดังนี้

 

อันดับที่ 1 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ( มูลค่าทรัพย์สินรวม 4.752 แสนล้านบาท )

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร “ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) ได้อันดับที่ 1 ไปด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.752 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นมา 1.004 แสนล้านบาท) ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นบริษัทที่ทำการเกษตรแบบทันสมัยและครบวงจร

 

อันดับที่ 2 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ( มูลค่าทรัพย์สินรวม 4.29 แสนล้านบาท )

นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ (ThaiBev) และยังควบตำแหน่ง ประธานกลุ่มบริษัท สุรามหาราษฎร จำกัด, ประธานกรรมการบริหาร บริษัททีซีซี กรุ๊ป และประธานบริษัทมิลเลียไลฟ์ อินชัวรัส์ จำกัด(มหาชน) ได้อันดับที่ 2 ไปด้วยทรัพย์สินรวมมูลค่า 4.29 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นมา 6.07 หมื่นล้านบาท) โดยที่นายเจริญ เป็นเจ้าของเบียร์ช้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศไทย

 

 

อันดับที่ 3 ครอบครัว จิราธิวัฒน์ ( มูลค่าทรัพย์สินรวม 4.059 แสนล้านบาท )

 

ครอบครัว จิราธิวัฒน์ ผู้ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เรารู้จักกันดีในนาม “เซ็นทรัลกรุ๊ป” ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้อันดับที่ 3 ไปด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.059 แสนล้านบาท (ลดลง 7.7พันล้านบาท)

 

 

อันดับที่ 4 นายเฉลิม อยู่วิทยา ( มูลค่าทรัพย์สินรวม 3.168 แสนล้านบาท )

นายเฉลิม อยู่วิทยา บุตรชายของ นายเฉลียว อยู่วิทยา ได้อันดับที่ 3 ไปด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 3.168 แสนล้านบาท (ลดลง 1.01 หมื่นล้านบาท) โดยนายเฉลียว อยู่วิทยานั้น เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ทีซีมัยซิน ที่ในช่วงแรกผลิตแป้ง “แทตทู” และยาเด็ก “เบบี้ดอล” จนสุดท้ายได้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ที่ทำการตลาดจนกลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอันดับต้นของประเทศ

 

อันดับที่ 5 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ( มูลค่าทรัพย์สินรวม 1.551 แสนล้านบาท )

นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด(มหาชน) หรือปูนอินทรี ตระกูลรัตนรักษ์ ได้ครองอันดับที่ 5 ไปด้วยมูลทรัพย์สินรวม 1.551 แสนล้านบาท (ลดลง 1.11 หมื่นล้านบาท)

(ข้อมูลจาก http://terrabkk.com/ )

 

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า หลังจากผ่านการล้มลุกคลุกคลานในวงการธุรกิจมายาวนาน แต่ในตอนนี้ ทำไมมหาเศรษฐีทั้ง 5 ท่านนี้ ไม่ว่าจะจับธุรกิจแบบไหน ก็สามารถเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปหมด ซึ่งหากมองลงลึกไปยังแง่ของการเติบโตทางธุรกิจของมหาเศรษฐีเหล่านี้แล้ว จะพบว่า บริษัทในเครือของ 5 ท่านนี้ ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด! ซึ่งข้อดีของการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้นก็มีมากมาย เช่น

 

  1. วินาทีที่ IPO ของคุณผ่านพ้นไปด้วยความสำเร็จคือ วินาทีที่บริษัทของคุณได้รับการยอมรับจากมหาชน

 

การยอมรับนี้มีค่ามากกว่าเงินสดหมุนเวียนที่คุณได้รับจากการระดมทุนหลายเท่านัก เพราะนับจากนี้ไป บริษัทของคุณจะมีพลังของมหาชนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

 

  1. คุณจะได้รับสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้น จริงอยู่ว่ากระบวนการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้นใช้เวลา แต่ถ้าหุ้นของคุณเป็นที่ต้องการของส่วนรวม คุณสามารถเพิ่มปริมาณหุ้นได้ตามความต้องการของตลาด

 

  1. คุณจะสามารถดึงดูดคนเก่งๆเข้ามาทำงานได้ ไม่ว่าจะด้วยการเสนอหุ้น หรือเงินปันผลให้ ด้วยสิทธิพิเศษจากสภาพคล่องที่สูงขึ้น

 

  1. คุณจะสามารถให้รางวัลแก่ทุกคนที่ร่วมต่อสู้เพื่อบริษัทของคุณ ตั้งแต่ผู้ร่วมก่อตั้งไปจนถึงพนักงานจะได้รับรางวัลจากการทำงานหนักอย่างน่าชื่นใจ ในรูปแบบของเงินสดหมุนเวียนและความเป็นหุ้นส่วน

 

  1. คุณจะได้รับโอกาสทางการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ การที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ถือเป็น จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในด้านการตลาดของบริษัท วินาทีที่บริษัทของคุณเริ่มต้นเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในครั้งแรก ตลาดทั้งตลาดจะฉายสปอตไลท์มาที่คุณคนเดียว

 

และถ้าหากคุณอยากเปลี่ยนบริษัทของคุณให้กลายเป็นธุรกิจใหญ่ระดับ​ “มหาชน”

อยากเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์อย่างเพียบพร้อม อยากยกระดับจุดยืนทางการค้าของบริษัท

และต่อยอดธุรกิจแบบก้าวกระโดด

 

เตรียมตัวให้พร้อม !

เพราะ Timing จังหวะเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

 

วิธีเตรียมช่องทางการระดมทุน

สิทธิพิเศษเมื่อบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

การประเมิณมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์

กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าให้ได้ IPO สูงที่สุด

หลักการเตรียมความพร้อมต่างๆให้กับธุจกิจของคุณ

และอีกมากมายที่คนทั่วไปยังไม่รู้

 

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบไหน จะเปิดบริษัทมานานหลายปี หรือจะเป็นบริษัท Start up

ขอแค่พร้อม… ธุจกิจของคุณก็สามารถเฉิดฉายในตลาดหลักทรัพย์ได้

 

ทั้งหมดนี้ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์โดยเฉพาะ อาทิ

คุณนิมิต วงศ์จริยกุล

กรรมการบริหาร Capital Nomura Securities Public Company Limited
คุณสุดวิณ ปัญญาวงศ์ขันติ

Partner PriceWaterHouseCoopers ABAS Ltd.
คุณโสภิต ศุภวรรณาภรณ์

ที่ปรึกษาด้านการวางระบบ กรรมการผู้จัดการ TQM Center Co., Ltd.
คุณกฤษดา สาธุกิจชัย

ผู้เชี่ยวชาญการวางระบบสารสนเทศ กรรมการผู้จัดการ Netizen Co., Ltd.
คุณศรัญญา เสนสุภา

Trust Manager ของ SME Bank และ กรรมการผู้จัดการ Infinite Success Center Co., Ltd.

 

รายละเอียดของงานสัมมนา

วันอังคารที่ 29 มี.ค. 2559 เวลา 13:00-16:30 น. โรงแรมจัสมิน ซิตี้ สุขุมวิท 23

(สถานีรถไฟฟ้าอโศก)

 

ราคาบัตร4,000 บาท (รับจำนวนจำกัด)

โปรโมชั่นพิเศษ Corporate Package มา 2 ท่านลดเหลือเพียง 5,500 บาท

 

จองบัตรได้แล้วที่: http://tickettail.com/event/fn/

สอบถามเกี่ยวกับการจองบัตร: email: [email protected] โทร: 090-812-9339