5 สถานที่นั่งจิบเบียร์รับลมหน้าหนาว

แม้ว่า กรุงเทพมหานคร จะไม่ค่อยมีลมหนาวพัดมาเท่าไร แต่สิ่งที่มาพร้อมกับหน้าหนาวเสมอคือเทศกาลเบียร์ทุกปี เรียกได้ว่า Drink  Drank Drunk กันแบบยาวๆ ตั้งแต่กลางเดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงปีใหม่โน่นเลย พร้อมกันนี้ เบียร์แต่ละค่ายต่างงัดกลเม็ดเด็ดออกมาใช้กันอย่างเต็มที่เพื่อดึงดูดลูกค้า แล้วทุกๆท่านคิดไว้หรือยังว่าจะไปนั่งสวยๆหล่อๆกันแถวไหน??? ถ้ายังวันนี้ Tickettail มีตารางลานเบียร์ในกรุงเทพมาอัพเดต อยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้างก็ไปดูกันเลย…

1.Central World

เบอร์หนึ่งของเทศกาลเบียร์ประเทศไทยไม่ทีที่ไหนยิ่งใหญ่เท่าที่ ลานอเนกประสงค์ ของห้าง เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว เพราะทุกปีมีการจัดงานยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมกับเบียร์รสชาติคุ้นคอพี่ไทย ไม่ว่าจะเป็น Heineken, Singha หรือ  Chang ที่มาเปิดความสุขให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงอซน,เบียร์สิงห์ 1 โซน และ เบียร์ ไฮเนเก้น 1 โซน

แต่ละค่ายขนเอาดารานักร้องมาเสิร์ฟความสุขให้กันทุกวัน เลือกกันได้เลยว่าอยากจะไปวันไหน  ข้อดีอีกอย่างของ เซนทรัลเวิร์ดคือ อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ไม่ต้องขับรถไป-กลับ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส คอยบริการกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

2.Susuki Avenue Rachayothin Singha Sky Park

ที่นี่เหมาะสำหรับคอ Singha ที่ชอบรสชาตินุ่มแต่หนักหน่วง ซึ่งถูกใจหลายๆคนแน่นอน บวกกับ บรรยากาศเลิศ 18 กะโหลก เพราะว่านั่งอยู่บนดาดฟ้า รับลมเย็นๆมองวิวสวยๆ มีดนตรีเล่นให้ฟัง เหมาะกะการสังสรรค์เป็นอย่างยิ่ง ชนแก้วมองดาวใต้ฟ้าชิลอย่างบอกใคร

Susuki Aveue Rachayothin  ตั้งอยู่ที่ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถือว่าเป็นทำเลที่ลงตัวเดินทางสะดวก นัดเพื่อนมาช้าดูหนังรอค่อยออกมาชนแก้วก็ยังทัน เพราะเปิดบริการตั้งแต่ 18:00 น. ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ลงตัวหมดกับลานเบียร์แห่งนี้จะรอช้าอยู่ทำไม ออกบ้านไปลุยกันดีกว่า!

3. Esplanade The Heineken Space

สำหรับคนชอบของนอกกับ The Heineken Space เตรียมความสนุกไว้รองรับกับลานเบียร์ ที่ห้าง Esplanade อยู่ใจกลางเมืองแหล่งชอปปิ้ง เดินกันมาเหนื่อยๆจากการเลือกซื้อของ แวะพักหาเบียร์เย็นๆดื่มกันก่อนกลับบ้าน หรือจะนัดเพื่อนมานั่งมอยเม้าท์เหมาะอย่างยิ่ง

ขอบอกว่าแต่ละทีสาวสวยหนุ่มหล่อมาให้เป็นอาหารตาเพียบ แถมมีศิลปินดารามากันแทบทุกวัน อย่างงี้จะพลาดได้ไง ทั้งบรรยากาศดีเบียร์ลื่นคอ ต้องจัดให้หนัก

4.ASIATIQUE The Riverfront Chang Live Park

อีกนึงสถานที่ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงChang Live Park เพราะว่าบรรยากาศสุดจริงๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำกับวิวงามๆ จิบเบียร์เย็นๆ อีกทั้งปีนี้ทาง ช้าง ได้ออกแคมเปญจัดหนักจัดเต็มความสนุก ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี,อาหาร หรือ เครื่องดื่ม

แถมที่  ASIATIQUE The Riverfront โลเคชั่นเลอค่าสุด เพราะว่ามีร้านค้าให้เดินเล่นมากมาย เมื่อยขาเมื่อไร นั่งที่ลานเบียร์ Chang Live Park  เป็นอะไรที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เสียเวลาทำไม ออกมาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงดีกว่า

5.HOBS

ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับ HOBS หรือ House Of Beers เป็นเหมือนสวรรค์ของคอเบียร์อย่างแท้จริง เพราะว่ามีเบียร์จากต่างประเทศมาให้ลิ้มลองกันให้เพียบหลากหลายยี่ห้อ ที่คุ้นสำหรับคอบ้านเราจะเป็น Stella Artois, Hoegaarden หรือ Leffe

แถมบรรยากาศไม่ต้องพูดถึง เหมาะแต่การนั่งชิลเป็นอย่างยิ่ง อาหารอร่อย เพราะทางร้านจะเน้นที่เหมาะกับการทานคู่กับเบียร์ ลงตัวอะไรอย่างงี้ สะดวกสาขาไหน จัดไปอย่าให้เสีย

 

Article by: นายชัดเจน

เครดิตภาพ:therichest,Mysinghaclub,The Heineken Space,Chang Live Park,HOBS Facebook

3 สิ่งที่คุณควรรู้ เรื่องบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อ

หากสินค้าที่คุณเป็นเจ้าของนั้นมีบริการหลังการขายที่ดีแล้ว รับรองว่านั่นจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นในการเลือกสินค้าซักชิ้น สิ่งที่คุณควรพิจารณานอกจากตัวสินค้าเองแล้ว บริการหลังการขาย และ ศูนย์บริการ ก็เป็นปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจด้วย
แต่คำถามคืออะไรบ้างล่ะ ที่ควรพิจารณา วันนี้เราจะพาคุณไปดู 3 ข้อที่คุณควรรู้ ในการตัดสินใจว่า บริการหลังการขายของค่ายไหน ที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น

1. คุณภาพศูนย์บริการ



คุณภาพของศูนย์บริการเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง คุณภาพในที่นี้หมายรวมถึง คุณภาพทั้งสถานที่ และ ตัวบุคลากรที่ให้บริการ คุณคงไม่อยากต้องไปนั่งรอในศูนย์บริการเก่าๆ ที่พนักงานหน้าบึ้งตึง และ บริการอย่าเชื่องช้าหรอก เพราะนั่นหมายความว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียไปทั้งวัน


2. จำนวนของศูนย์บริการ

จำนวนของศูนย์บริการที่มากขึ้นย่อมหมายถึงความสะดวกสบายที่มากขึ้น หลายครั้งที่การเดินทางในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่น่าบันเทิงซักเท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าถ้าสินค้าที่คุณใช้นั้นมีศูนย์บริการใกล้บ้าน ติดกับที่ทำงาน หรือ สถานที่ที่คุณมักต้องไปทำธุระบ่อยๆ เปิดโอกาสให้คุณสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้โดยไม่ต้องกระทบการดำเนินชีวิตตามปรกติของคุณ


3. บริการเสริมอื่นๆ


เนื่องจากในปัจจุบันนั้นการบริการหลังการขายไม่จำเป็นต้องจบแค่ในศุนย์บริการเท่านั้น คุณควรตรวจสอบดูว่า ศูนย์บริการหล่านั้น มีบริการอื่นๆ มาทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นไหม เช่น Call Center 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันของ SAMSUNG, Home Delivery Service ของ SONY
หรือ แม้แต่บริการที่เข้ากับยุค Digital Economy อย่าง Live Chat หรือ Remote Service ของ SAMSUNG นั้นก็เป็นเรื่องที่เหมาะกับ Lifestyle ของคุณ


และนั่นคือ
3 เรื่องหลักๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับศูนย์บริการของสินค้าอิเล็กโทรนิคต่างๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อความสบายใจ และสะดวกสบายของคุณเอง

 

คลิกเพื่อขยายตาราง

5 สถานที่ใช้ชีวิตโรแมนติกนอนเต็นท์รับลมหนาว… หาสาวมานอนกอด

ลมหนาวพัดแผ่วมาแล้ว… ใครยังสัมผัสไม่ได้แสดงว่าความรู้สึกค่อนข้างช้า! เข้าสู่หน้าหนาวแบบนี้เรียกว่าเป็นเทศกาลเที่ยวเขาเที่ยวดอย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ ควงหวานใจไปนอนเต็นท์สัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โอบกอดกันให้อิ่มอุ่นหัวใจ แค่คิดก็โรแมนติกแล้วใช่ไหมล่ะ

แต่นั่นแหละเพราะรู้ว่าสำหรับบางคนบางคู่ที่เวลาน้อยนิด การงานกองโตกระดิกตัวลำบาก การเที่ยวภาคเหนือย่อมไม่ใช่เรื่องสะดวกสักเท่าไหร่ ดังนั้น TicketTail ตัวจริงเรื่องอีเวนท์ กับกระผม นายสองสามก้าว จึงอยากแนะนำสถานที่กางเต็นท์รับลมหนาวใกล้กรุงไม่ต้องเดินทางไกล มีเวลาแค่คืนเดียวก็โฉบเฉี่ยวไปสัมผัสความโรแมนติกของเหมันต์ฤดูได้เหมือนกัน

บอกเลยว่าใครควงคู่รักไปนอนกอดกันอุ่นๆ แบบนี้… ฟินอย่างถึงที่สุด

1.สังขละบุรี กาญจนบุรี

จุดกางเต็นท์ : จุดชมวิวเทศบาลตำบลวังกะ และที่พักที่เปิดให้บริการ

 

สังขละบุรีขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุงเพราะเดินทางสะดวก มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยว วิถีชีวิตชาวบ้านชาวมอญยังค่อนข้างเข้มแข็ง ตบท้ายด้วยความโด่งดังและสวยงามของสะพานมอญ แม้ว่าสิ่งที่หายไปคือความเงียบสงบแบบดั้งเดิม แต่ในภาพรวมสังขละยังคงน่าเที่ยวโดยเฉพาะฤดูหนาวซึ่งอากาศดี เย็นยะเยือก ปราศจากมลพิษ

แทบทุกรายที่ไปเที่ยวสังขละกลับมาต้องติดอกติดใจ ตอนเช้าเดินทอดน่องบนสะพานมอญ ใส่บาตรตามวิถีมอญ ตกสายไปกราบสักการะหลวงพ่ออุตตมะกับเจดีย์พุทธคยา ที่วัดวังก์วิเวการาม พอบ่ายคล้อยค่อยล่องเรือเที่ยวโบสถ์จมน้ำหรือเมืองบาดาล ซึ่งคือวัดวังก์วิเวการามหลังเดิมที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม และจะโผล่ให้เห็นเฉพาะช่วงน้ำในเขื่อนลดระดับเท่านั้น

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : หมอกขาวยามเช้าที่สะพานมอญ

 

2.วังน้ำเขียว นครราชสีมา

จุดกางเต็นท์แนะนำ : ลานกางเต็นท์ผาเก็บตะวัน และที่พักที่เปิดให้บริการ

ไม่เกินสิบปีที่ผ่านมานี้เองที่วังน้ำเขียวโด่งดังกลายเป็นเมืองตากอากาศยอดฮิต มีปีหนึ่งพีกมากถึงกระทั่งวันปีใหม่รถติดยาวเหยียด สถานที่เที่ยวทุกแห่งแน่นขนัด เพราะผู้คนแห่กันไปสัมผัสแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก (คำโฆษณาชวนเชื่อของเขา) จนกระทั่งใครต่อใครไปกันเยอะแล้ว ความนิยมจึงค่อยๆ ลดลงจนมาอยู่ในระดับกำลังดีเหมือนปัจจุบัน

ขายดีที่สุดของวังน้ำเขียวต้องหน้าหนาวนี่แหละ เพราะมีป่าใหญ่หลายผืนโอบล้อมทุกด้านทำให้อากาศดี หนาวเย็น แจ่มใสตลอดทั้งวัน การท่องเที่ยวนอกจากพวกสถานที่ชิคๆ ชิลๆ ของเอกชน และบรรดาร้านกาแฟ รีสอร์ทสวยๆ สไตล์ยุโรป ที่เหลือคือการเที่ยวเชิงเกษตร ชมไร่ ชมฟาร์ม สวนดอกไม้ เหมาะมากกับคนมีเวลาไม่เยอะแต่อยากออกมาสัมผัสชีวิตกลางแจ้งสักวันสองวัน

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ชมพระอาทิตย์ตกผาเก็บตะวัน

 

3.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี

จุดกางเต็นท์แนะนำ : ลานกางเต็นท์เขื่อนแก่งกระจาน บ้านกร่างแคมป์ และพะเนินทุ่งแคมป์

อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นั่นแหละคำจำกัดความสั้นๆ ของแก่งกระจาน และคำว่าแก่งกระจานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน แต่เป็นการบุกทะลวงเข้าไปในอุทยานฯ ดื่มด่ำกับป่าไม้เขียวขจี อากาศดีรอบกาย ฟังเสียงนกเสียงสัตว์ป่าดังแว่วตามแนวพงไพร เข้าป่าขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าบริสุทธิ์ขนาดไหน

ลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ มีสามระดับ ด้านล่างคือริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน เข้าถึงสะดวก ขั้นต่อมาคือหน่วยพิทักษ์ฯ บ้านกร่าง แหล่งดูนกยอดนิยม เดินทางไม่ยากด้วยรถยนต์ และสุดท้าย สูงที่สุด ไกลที่สุด ลำบากที่สุด แต่ก็สวยที่สุดเช่นกันคือหน่วยพิทักษ์ฯ เขาพะเนินทุ่ง ต้องใช้รถกระบะใหญ่หรือโฟร์วีล (สามารถจ้างรถที่อุทยานฯ) เป็นสุดยอดจุดชมทะเลหมอกโซนภาคกลาง-ตะวันตก บอกเลยว่าหน้าหนาวบนเขาพะเนินทุ่งจะทำให้คุณอยากได้ใครสักคนมานอนกอด

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง

 

4.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

จุดกางเต็นท์ : ลานกางเต็นท์ลำตะคอง และลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้

คงไม่มีใครไม่รู้จักเขาใหญ่ ป่ามรดกโลก เพราะครองแชมป์อุทยานแห่งชาติซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในแต่ละปีมายาวนานแบบผูกขาด ยิ่งหน้าหนาวลมเย็นพัดผ่านเป็นอะไรที่เหมาะมากกับการเที่ยวเขาใหญ่ อากาศดี น้ำตกยังคงมีน้ำพอสมควร ธารน้ำใสแจ๋ว ที่สำคัญคือบริเวณลานกางเต็นท์ไม่มีเจ้าทากดูดเลือดที่ปกติจะยั้วเยี้ยในหน้าฝนมาคอยกวนใจอีกแล้ว

ไปเขาใหญ่ขับรถเที่ยวสบายเพราะถนนหนทางสะดวกทุกจุด ชอบน้ำตกมีน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก ชอบชมวิวมีผาเดียวดาย อ่างเก็บน้ำสายศร ชอบเดินศึกษาธรรมชาติมีเส้นทางหนองผักชี และผากล้วยไม้ อีกทั้งตลอดเวลาบนเขาใหญ่คุณยังมีโอกาสพบสัตว์น้อยใหญ่ตั้งแต่ผีเสื้อยันโขลงช้าง ใครอยากได้ฟีลลิ่งเที่ยวป่าอีกแบบอย่าพลาดการส่องสัตว์ตอนกลางคืนกับรถนำเที่ยวของอุทยานด้วยล่ะ

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ผืนป่าเขาใหญ่สีขาวตอนเช้า

 

5.สวนผึ้ง ราชบุรี

จุดกางเต็นท์ : เขากระโจม ห้วยคอกหมู และที่พักที่เปิดให้บริการ

เมืองประเภทฮิป ชิค คูล ของเหล่าหนุ่มสาว เพียบพร้อมด้วยที่เที่ยวสร้างสรรค์ให้เก๋ไก๋สไตล์ต่างประเทศ ฟาร์มแกะมากมาย และร้านกาแฟน่ารัก เที่ยวกันแต่ละครั้งต้องเตรียมเมมโมรี่กับแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปไปให้พร้อม ซึ่งทั้งหมดนั่นเติบโตขึ้นมาด้วยปัจจัยสำคัญอันดับแรกคือที่นี่เป็นเมืองอากาศดีใกล้กรุงเทพ

คำว่าอากาศดีเกิดขึ้นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนผึ้งเป็นป่า ป่าชายแดนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี หน้าหนาวอาจมีอุณหภูมิกลางคืนต่ำลงแตะเลขตัวเดียว ซึ่งหากใครอยากสัมผัสธรรมชาติแบบเจ๋งๆ ดังว่าให้ตรงดิ่งไปเลยบนเขากระโจม กับห้วยคอกหมู (ต้องว่าจ้างรถโฟร์วีลจากผู้ประกอบการ) สองขุนเขาซึ่งเป็นเขตชายแดนไทย-พม่า เป็นหน่วยทหาร ตชด. นั่นจึงจะเรียกว่าการเข้าถึงสวนผึ้งที่แท้จริงแบบไม่ต้องง้อเจ้าแกะขนปุย

ไฮไลท์แบบหนาวๆ : ทะเลหมอกเขากระโจม


About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอีเวนต์ดีๆ หรือกิจกรรมโดนๆ อย่าลืม Stay Tuned ที่เว็บไซต์ TicketTail.com ตัวจริงเรื่องอีเวนต์

::: ฉีกกฎเมนูมาม่าแบบเดิมๆ ด้วยเมนู “มาม่าไข่ข้น ราดซอสต้มยำกุ้ง” By Iammrerview :::

ใครๆก็ทำได้ ตามสไตล์ Iammreview

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ
พบกับแอมเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องของกินมานำเสนอทุกท่านเช่นเคย เราจะอ้วนไปด้วยกัน โอเค้ เริ่มกันเลย ><

ห่างหายจากการรีวิวไปพักใหญ่ หลายๆคนอาจลืมกันไปแล้ว TT
วันนี้มาเตือนความจำกันหน่อย ปล่อยเมนูใหม่กันซักเมนู ด้วยเมนูทำง่าย วัตถุดิบหาได้โคตรจะง่ายเช่นเคย มาม่าเจ้าเก่านั่นเอง !!!!!
จุ๊บๆจุ๊บๆจุ๊บๆ
วันนี้จะมาทำมาม่าอะไรดี ตอนแรกคิดอยู่นาน แต่การทำอาหารมันต้องใช้ฟิลลิ่ง
ชอบนู่นชอบนี่ก็เอามาปนกันมั่วๆไปเรื่อย เดี๋ยวมันก็เกิดเมนูใหม่เอง
เราชอบกินไข่ ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น จัดมาให้หมด ได้ทั้งนั้นอะ บวกกับเราชอบกินเผ็ดโดนัทพิซซ่าซูซิแฮมเบอร์เกอร์บะหมี่กาแฟอมยิ้มเค้ก

วันนี้เสนอเมนู “มาม่าไข่ข้น ราดซอสต้มยำกุ้ง” แปลกแต่ทำได้จริง ก็แล้วกันโน้ะ

มาเริ่มเตรียมวัตถุดิบกันก่อน
1.มาม่าลวก ครึ่งซอง
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3.เห็ดหอมหั่น
4.เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว พริก กระเทียม มะเขือเทศ หอมแดง ต้นหอม)
5.เนย
6.น้ำพริกเผา / น้ำปลา / น้ำตาลทราย
7.นมคาร์เนชั่น
8.กุ้ง

มาเริ่มทำกันเลย

ตอกไข่ใส่ชาม ตีให้เข้ากัน

ใส่นมคาร์เนชั่น 3 ช้อน

ใส่เห็ดหอม

นำมาม่าลวกใส่ชาม คนให้เข้ากัน

ตั้งกระทะ ใส่เนย

เทไข่ลงในกระทะ ไม่ต้องกลับด้านนะคะ เดี๋ยวมาม่าจะหลุด 555

ตักขึ้นมาพักไว้ในจาน

ตั้งกระทะ ใส่พริกกระเทียมลงไป

ตามด้วย หอมแดง ตะไคร้ มะเขือเทศ ใบมะกรูด ต้นหอม

ผัดรวมให้เข้ากัน

ใส่พริกเผาลงไป 1 ช้อน น้ำปลาครึ่งช้อน น้ำตาลทรายครึ่งช้อน (ถ้าเริ่มแห้งติดกระทะ ใส่น้ำต้มสุกลงไปนิดนึงนะคะ)

บีบมะนาวลงไปครึ่งลูก

ใส่นมคาร์เนชั่น 2 ช้อน

ใส่กุ้งสดลงไป แล้วผัดให้เข้ากัน

เสร็จแล้ววววววววววว

ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แต่งหน้าซักนิด ด้วยมะนาวฝาน กับ พาสเล่ย์ (เหลือในตู้พอดี 555)
เพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกินเพี้ยนกิน
เพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุกเพี้ยนไฟลุก
อะ ดูภาพเพิ่มเติมเพื่อเรียกน้ำย่อยกันหน่อยละกัน

ใครลองทำแล้วผลเป็นยังไงมาแชร์กันด้วยน้า ^^ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ กระทู้หน้าจะมาทำเมนูอะไรรอติดตามด้วยนะคะ
ไม่อยากพลาดเมนูเด็ดๆ ก็กดไลค์เพจ Iammreview ได้เลย

อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

5 สุดยอดร้านบุฟเฟ่ต์อิ่มพุงกาง… ราคาสบายกระเป๋า

สวัสดีค่ะ พบกับ Iammreview และ TicketTail ตัวจริงเรื่อง Event  กันอีกแล้วนะคะ ช่วงต้นเดือนเงินเดือนออกแบบนี้ มันต้องฉลองกันซะหน่อยแล้ว จะกินข้าวราดแกงก็ดูจะธรรมดาเกินไป ต้นเดือนแบบนี้ต้องบุฟเฟ่ต์สิ จะมัวรออะไร… แต่ถ้ากินแพงไปก็กลัวจะกระเป๋าแฟบก่อนสิ้นเดือนอีก วันนี้เราเลยมีบุฟเฟ่ต์ร้านดีร้านเด็ดทั้งปิ้งย่าง และชาบู มาฝาก ที่สำคัญราคาย่อมเยาว์สบายกระเป๋าเฟร่อมาฝาก ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มที่ร้านแรกกันก่อนเลยดีกว่า

1.Best Beef @BTS อ่อนนุช

ร้านอาหารประเภทจิ้มจุ่มและเนื้อย่างกระทะร้อน บรรยากาศในร้านเป็นแบบเปิดโล่ง โปร่งสบาย หอมกรุ่นไปด้วยเนื้อย่าง ใครที่ชอบทานเนื้อไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับร้านนี้ !!! เพราะเมนูเนื้อที่หลากหลายรอให้ทุกคนได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ทางร้านได้คัดสรรและพิถีพิถันคุณภาพคุ้มราคาไม่ว่าจะเป็น ทั้งเนื้อวัว (เสือร้องไห้ เนื้อหนอก เนื้อลาย เนื้อลูกวัว) เนื้อหมู (หมูสไลด์ หมูหมัก เบคอน ตับหมู ลิ้นวัว) เนื้อไก่ และซีฟู้ด (กุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ ปลาดอลลี่) อาหารทานเล่นก็มีเพียบไม่ว่าจะเป็นเฟรนซ์ฟรายด์ ไก่ทอด หรือใครหิวๆก็มีข้าวหน้าเนื้อ สปาเกตตี้ซอสเนื้อ และอื่นๆ อีกมากมาย

ราคา : ราคา 219 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ,ราคา 270 บาท (รวมน้ำเปล่า+น้ำอัดลม),ราคา 359 บาท (รวมน้ำเปล่า+น้ำอัดลม+เบียร์)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 16:00 – 00:00 น.
ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยอ่อนนุช หรือระหว่างซอยสุขุมวิท 48/2 และ 48/3 (เดินทางด้วย BTS ลงสถานีอ่อนนุช)
โทรศัพท์ : 02-7429416

Facebook : BestBeef Sukhumvit

 

2.บาร์บีคิว รีสอร์ท (Bar B Q Resort) @สาขารามอินทรา

บุฟเฟ่ต์หมูกะทะแบบไม่จำกัดเวลา เรียกได้ว่า งานนี้จัดหนักจัดเต็ม ไม่อิ่มไม่กลับว่างั้น 555 ร้านนี้พร้อมให้บริการกับเมนูที่หลากหลายจัดแบ่งเป็นโซน มีทั้งอาหารทะเล มีหอยต่างๆ, เนื้อปลา, ปลาหมึก, กุ้งสด โซนเนื้อต่างๆ หมูที่นี่มีหลากหลายประเภทมว๊ากกกกกกกก ทั้งหมูพริกไทยดำ หมูหมักงา และหมูอื่นๆ มากมาย เลือกกินกันแทบไม่ถูกเลย ใครที่ใจร้อนหิวมากๆ ก็มีโซนอาหารปรุงสำเร็จมีทั้งนักเก็ตไก่, น่องไก่ทอด, หนังไก่ทอด, French Fries, หมูยอทอด, ไส้กรอกทอด, ข้าวเกรียบ,ข้าวผัด, มาม่าผัด, ยำ, ผัดผัก, ทะเลผัดผงกะหรี่ และเมนูอื่นอีกมากมาย ต้องไปดูเองนะเพราะมันเยอะมากจริงๆ >< ตบท้ายด้วยโซนของหวาน มีทั้งขนมไทย, น้ำแข็งใส, ผลไม้, ไอศกรีม ลืมบอกไปว่าโซนเครื่องดื่มเราสามารถกดน้ำเองได้เลย จะเป็นน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมก็จัดไปตามใจ หรือถ้าจะดื่มน้ำเปล่า เค้าก็จะมีเป็นขวดให้หยิบเองได้เลย ใครอยากดื่มเบียร์ก็สั่งเพิ่มไปได้ โดยคิดราคาแยกนะคะ นอกจากนี้จะมีขนมจีบ, ซาลาเปา รวมทั้ง station สั่งทำกุ้งอบวุ้นเส้น, ต้มยำกุ้ง ด้วยนะ

ราคา : ราคา 229 บาท  (มาท่านเดียวคิด 259 บาท)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 15.00 – 24.00 น.

ที่อยู่ : สาขารามอินทรา รามอินทรา-วัชรพล 247 ซอย รามอินทรา51 เข้าซอยวัชรพล  (มีสาขา รามอินทรา บางแค ปิ่นเกล้า บางนา นวนคร)
โทรศัพท์ : 088-2495299

Facebook :  บาร์บีคิวรีสอร์ท

 

3.รสเด็ด บุฟเฟ่ต์กุ้งกะทะ  @สาขาประชาชื่น

จุดเด่นของที่นี่ คือ กุ้งสดๆ ตัวโตๆ เติมได้ไม่อั้น มาพร้อมกับอาหารสดอีกหลากหลายชนิดมีทั้งเนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่, หมูบด, ไก่บด, ปลาบดและเครื่องใน แต่ละชนิดก็จะมีการหมักสูตรพิเศษ แบบนุ่ม แบบพริกไทยดำ ให้เราเลือกตามความชอบ ซีฟู้ด ผัก อาหารจานเดียว ซูชิ ขนมหวาน ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำผลไม้, น้ำอัดลม, น้ำเปล่า ซึ่งรวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์แล้ว โอ้โห… การันตีความคุ้มค่าเลยร้านนี้ หรือใครรอสุกไม่ไหวทางร้านมีบริการ “อาหารจานเดียว” ต้อนรับด้วยเมนูสุดอลัง ข้าวผัดทะเล, ไก่สมุนไพร,ยำเล็บมือนาง,ยำรวมทะเล, ยำวุ้นเส้น (ทางร้านใช้เส้นบุกกรุบกรอบแปลกใหม่ดี) , ยำไข่เยี่ยวม้า, ปูผัดผงกะหรี่, ปูผัดพริกไทดำ, กุ้งผัดพริกไทดำ, ตับหมูทอดกระเทียม, ลาบหมู, เนื้อแดดเดียว, ผัดหอยลาย, น่องไก่ทอด, หนังไก่ทอด, หมูมะนาว, ปอเปี๊ยะทอด, หอยนางรมทรงเครื่อง เมนูที่ปรุงใหม่ๆ ต้มยำกุ้งน้ำใส กุ้งอบวุ้นเส้น ปลานิลเผา กุ้งเผาสเต๊กหมู และเมื่อเราเดินไปโซนปิ้งย่างที่ทางร้านจะมีพนักงานคอยบริการปิ้ง มีทั้งเบคอนห่อเห็ดเข็มทอง, ลูกชิ้นปิ้ง, ปูอัดราดซอส, หมูสเต๊ะ และสุดยอดความแซ่บและสด กุ้งแช่น้ำปลา แทบทุกโต๊ะต้องมี

ราคา : ราคา 209 บาท (มาท่านเดียวคิด 239 บาท)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 15.00 – 24.00 น.

ที่อยู่ : สาขาประชาชื่น 37/1 ซ.ประชาชื่น นนทบุรี 8/1 (เยื่อง ม.ธุรกิจฯ) บางเขน ถนนประชาชื่น อ.เมืองนนท์ จ.นนทบุรี 11000 (สาขาประชาชื่น, นวมินทร์, มีนบุรี, อ่อนนุช, พระประแดง และหทัยราษฎร์)
โทรศัพท์ : 083-4488126 , 081-3535806

Facebook : rosdedbuffet

 

4.Hippoya Shabu Shabu @แยกเกษตร

ใครกำลังมองหาร้านชาบูฮิพๆ ต้องร้านนี้เลยค่ะ ร้านมี 2 ชั้น ภายในตกแต่งด้วยปูนเปลือย ดูสบายตา จุคนได้ประมาณ 80 คน ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป น่านั่งสุดๆ ที่ร้านพร้อมเสิร์ฟเมนูเนื้อคุณภาพ ที่คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อโคขุน หรือเนื้อหมูสดสะอาด ไก่ เบค่อน หรือว่าจะเป็นเมนูซีฟู๊ดกุ้งสด ปลาหมึก เนื้อปลาดอลลี่ เมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย น้ำซุปมีแค่น้ำใสอย่างเดียว  มาพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดทั้ง3 แบบ คือน้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มพอนซึ และน้ำจิ้มงา เมนูของกินเล่นขอบอกว่าเด็ดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นซูชิทอด มันบดชีสทอด และเมนูอื่นๆอีกมากมายรอคุณอยู่แล้วที่นี่ !!!

ราคา : ราคา 269 บาท (รวมเครื่องดื่ม) (ช่วงเวลาทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา เปิดตั้งแต่ 11:30 – 22:00 น.
ที่อยู่ : 2214 ถนน พหลโยธิน 34 แยก 1 (ร้านอยู่แยกเกษตร ฝั่งตรงข้ามทางเข้าตลาดอมรพันธ์ เส้นพหลโยธิน ติดกับร้านอาหารตามสั่ง)
โทรศัพท์ : 02-561-2544

Facebook : Hippoya Shabu Shabu

 5.ร้าน Shuba Shabu @BTS ราชเทวี

ร้านชาบูขนาดเล็ก ๆ ที่เต็มอิ่มไปด้วยเมนูอาหารให้เลือกมากมาย จุดเด่นของร้านอยู่ตรงน้ำซุปที่เลือกใช้เนื้อปลาอย่างดีมาเป็นส่วนผสมสำคัญ รวมทั้งคัดเลือกเนื้อวัว, เนื้อติดมัน, เบคอน, เนื้อหมู, สันคอหมู, เนื้อไก่, หมึก, กุ้ง, ลูกชิ้น, เต้าหู้ปลา-ไข่, ปูอัด, เส้นอูด้ง, เส้นบุก และชุดผักสดเพื่อสุขภาพ พร้อมข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ เมนูที่นิยมสั่งกันมากที่สุดต้องเนื้อติดมันเลยค่ะ เพราะเนื้อวัวของที่นี่คัดมาพิเศษเกรดเดียวกับเนื้อโคขุน เบค่อนเกรดดี อาหารทะเลพวกกุ้ง ปลาหมึก เสิร์ฟกันแบบสดๆแกะเปลือกมาเรียบร้อยพร้อมทาน ส่วนของทอดต้องกุ้งบอมบ์เลย สั่งกันแทบทุกโต๊ะ วัตถุดิบคุณภาพดีแถมกินได้ไม่อั้นแบบนี้ จะช้าอยู่ทำไม รีบออกไปกินกันเร้ยยยยยย ><

ราคา : ราคา 239 บาท (ไม่รวมเมนูพิเศษ) (ช่วงเวลาทาน 1 ชั่วโมง 30 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันเวลา 12.00-22.00 น. (สั่งจองได้เฉพาะวันธรรมดา ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์รับเฉพาะลูกค้า walk in)
ที่อยู่ : อาคาร coco walk ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 08 2779 8789
Facebook : Shuba Shabu

ขอบคุณภาพประกอบจาก :BestBeef Sukhumvit ,บาร์บีคิวรีสอร์ท  ,rosdedbuffet ,Hippoya Shabu Shabu ,Shuba Shabu

 

 

 

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์ราคาสบายกระเป๋าวันนี้  อย่าลืมคอยติดตามคอลัมน์หน้านะคะ ว่าจะมีร้านเด็ดๆร้านไหนมาแนะนำกัน อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปก่อน พบกันใหม่คอลัมน์หน้านะค้า บ๊ายบาย ><

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

 

“มาม่าผัดต้มยำกุ้งแม่น้ำอบชีสซี๊ดซ๊าด” เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมด๊าาาาา

ใครๆก็ทำได้ ตามสไตล์ Iammreview

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วกับ Iammreveiw ที่ TicketTail เว็บไซต์ Events อันหนึ่งของประเทศ
พบกับแอมเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องของกินมานำเสนอทุกท่านเช่นเคย เราจะอ้วนไปด้วยกัน โอเค้ เริ่มกันเลย ><

เมนูภาคต่อนี้คงหนีไม่พ้นพระเอกของเราอีกเช่นเคย แต่มาครั้งนี้จะไม่ใช่แค่มาม่าบ้านๆธรรมดา แต่ขอบอกว่าเมนูนี้มีทั้งความแซ่บซี๊ด และ …….. เอาละสิ เอาละสิ ทำไรของมันว้ารอบนี้ หุหุ

เกริ่นก่อนเลยว่า ปกติเราเป็นคนชอบกินของเลี่ยนๆมันๆมาก อาหารฝรั่งจำพวกชีสเนี่ย คือเอามาเหอะ ว่างๆก็หยิบชีสมาเคี้ยวเล่นเพียวๆเลยล่ะ และของแซ่บๆเผ็ดๆนี่ก็เหมือนกัน เห็นหน้าจืดแต่กินไม่จืดนะ 55555 ดังนั้นเลยเกิดความคิดที่ว่า อาหารไทย กับ อาหารฝรั่งจะจับมือเป็นมิตรกันไม่ได้มั้ยว้า?
ปิ๊ง ทันใดนั้นเอง.. . คิดออกละโว้ย เมนูก่อนมาม่าต้มยำกุ้ง มาคราวนี้ขอเป็นมาม่าผัดต้มยำกุ้งละกัน ละกุ้งคราวนี้ไม่ธรรมดาครัชชชชชช ขอเพิ่มระดับความแอดวานซ์เป็นกุ้งแม่น้ำเลย ยังๆ ยังไม่จบ ขอเพิ่มความดับเบิ้ลแอดวานซ์อีก ด้วยการเอาไปอบชีสซะเลย ชอบนัก
เอารูปไปเรียกน้ำย่อยกันก่อนเลยละกัน 5555555555555เริ่มอยากรู้ละว่าทำไง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาตามไปดูกันเร้ยยยยยยยยยย
วัตถุดิบ
1.เส้นมาม่าลวก
2.กุ้งแม่น้ำผ่าหลัง
3.เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไค้ ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศ เห็ดฟาง มะนาว)
4.ต้นหอมซอย พริกขี้หนู กระเทียมสับ
5.ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย น้ำพริกเผา
5.พาสลีย์ ไว้ประดับถ่ายรูป 555555555
6.มอสซาเรลล่าชีส
7.น้ำมัน
8.เนยเค็มขั้นตอนการทำ
1.ลวกเส้นมาม่าในน้ำต้มเดือด

2.เอาเส้นมาม่าไปล้างน้ำเย็น ขอย้ำ! น้ำเย็นนะคะ เพื่อความเหนียวนุ่มของเส้น วิธีนี้คือการช็อคเส้นนั่นเอง ของเราพอดีน้ำเย็นไม่มี เลยเอาน้ำใส่น้ำแข็งแทน เป็นไงละ มาเป็นก้อนเลยงานนี้ ไม่เหนียวนุ่มให้มันรู้ไป 55555
3.ใส่พริกกับกระเทียมลงไปเจียวในน้ำมันร้อนๆ
4.ใส่เครื่องต้มยำ อันได้แก่ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง มะเขือเทศ ) ที่เตรียมไว้ตามลงไป


5.ตามด้วยน้องเห็ดฟางของเรา ใส่ตามลงไปเร้ย แล้วผัดให้เข้ากัน ไฟไม่ต้องแรงเว่อร์นะ เดี๋ยวน้องเห็ดเหี่ยวเกิน 555555


6.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเหยาะไปซัก 3 ที


7.ผงรสดีติ๊ดนึง รึถ้าใครผมหนาอยากผมร่วงก็ 2 ช้อนเต็มๆเลย เพื่อรสชาติให้อูมามิ 55555555555


8.ซอสหอยนางรม 1 เหยาะ


9.น้ำตาลทรายครึ่งช้อน เห่ย,, ครึ่งช้อนหรอวะนั่น เอาซะเกือบเต็ม 55555555555


10.น้ำพริกเผา 1 ช้อนหย่ายยยย เพื่อสีที่จัดจ้านถึงใจ


11.บีบมะนาวลงไป 3/4 ของลูกเลย

ขออภัยมือใหม่หัดทำอาจบอกอัตราส่วนผสมไม่เก่งเท่าไหร่ เพราะทำตามฟิลลิ่ง ชิมเอา เอาตามรสที่เราชอบ ถ้ามันหวานเกินก็เหยาะซีอิ๊วไปอีก ไม่เปรี้ยวก็บีบมะนาวเพิ่มเอานะจ้ะ เพราะการทำอาหารมันกะเกณฑ์รสชาติอะไรได้ไม่แน่นอนอยู่แล้ว 555555555555
สรุป อินี่มั่วเอานี่หว่า คร่อกฟี้คร่อกฟี้คร่อกฟี้


12.ปรุงรสเสร็จ ก็ใส่เส้นมาม่าลงไปผัด ผัดให้เข้ากันเลย

เสร็จแล้ว เอ่ยยัง นี่มันพึ่งเริ่มต้น
อุ้วววววว แค่เริ่มก็ซี้ดซะเเล้ว เเม่เจ้าโว้ย

13.ผัดเสร็จก็จัดการใส่จานให้เรียบร้อย

14.ต่อด้วยการโป้ะมอสซาเรลล่าชีส ให้เต็มหน้ามาม่าเร้ย เอาเลยค่ะ ท่านผู้ชมมมมมมมมมม โป้ะมันเข้าไป โป้ะให้เต็มที่ ท่องไว้ เพื่อความเยิ้มของชีส แต่อย่าพึ่งหมดถุงนะ ช้าก่อน !!! เหลือไว้ด้วย

ขอพักโฆษณาตรงส่วนนี้ซักครู่ ด้วยการมาจัดการน้องกุ้งแม่น้ำของเรา
กุ้งแม่น้ำที่เราได้ผ่าหลังมันเรียบร้อยแล้ว แต่ยัง ยังไม่จบแค่นั้น
เราต้องเพิ่มความฟินให้กับเนื้อกุ้งของเราอีกด้วยสิ่งนี้

15.ใช้เนยก้อนเล็ก แบ่งให้ได้ 4 ส่วน เพื่อทาตรงหลังกุ้งที่เราผ่าไว้


16.เสร็จก็นำไปวางบน มาม่าโป้ะชีสที่เราเตรียมไว้


17.นำชีสที่เหลือ มาโป้ะทับกุ้งแม่น้ำอีกรอบนึง โป้ะหมดถุงไปเร้ย จะเหลือไว้ทำไม 55555555555555

ขอเก็บภาพกับผลงานเป็นที่ระทึกแปป

ยิ้มหน้าแป้นแล้น แลดูภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นโบแดง ชิ้นนี้มว๊าก
เดี๋ยวๆ ใจเย็นเจ๊ แกรยังไม่ได้ชิมรสชาติเลยนะ อย่าพึ่งดีใจไป
55555555555555555555555


18.อบด้วยความร้อนสูงสุด ซัก 15-20 นาที คอยเปิดมาดูเรื่อยๆนะคะ กันไหม้ วิธีสังเกตุง่ายๆของเรา ใช้ฟิลลิ่งค่ะ เปิดมาดูพอเห็นชีสเริ่มเป็นสีน้ำตาลๆนิดนึงละ ก็เดาเอาเลยว่า น่าจะสุกละ เป็นการเดาแบบไม่มีหลักการใดๆทั้งนั้น

แอร๊ยยยยยย,,, แต่มันก็สุกจริงๆนะ

19.แต่งหน้าด้วยพาสลีย์ และมะนาวฝานบางๆ เพื่อความสวยงามตามท้องเรื่อง 5555555
ขอสารภาพเลยว่า พาสลีย์เรา ซื้อมาถุงนึง คือได้มาทั้งต้นแบบเยอะมาก เพื่อเอามาใช้แค่ก้านเล็กๆโป้ะหน้าเพื่อความสวยงาม
คือแบบ,, ลงทุนไปมั้ยคะ ??? แต่เพื่อความสวยงาม แบบว่า ไม่หร่อยไม่เป็นไร ขอสวยไว้ก่อน กร๊ากกกกกกกกกก

อะ
อะ
อะ
ยังๆ ทำมาตั้งนาน จะถ่ายรูปแค่นี้หรอ เอาไปอีก หลายๆมุมเลย
555555555555555555555555

สรุปผลงานมื้อนี้
ตอนแรกแอบกังวลว่า มันจะอร่อยปะว้า ตอนชิมตอนปรุงรสคือรสไรวะเนี่ยหวานๆ ไม่ค่อยเผ็ดอะไรเลย ปรุงคือตามฟิลลิ่งสุดๆ
แต่ก็คิดว่า เออ,,, ชั่งมันก่อน ใส่ชีสคงน่าจะรสชาติดีขึ้นมั้ง ก็ทำไปเรื่อยๆ จนทำเสร็จ
ตอนเปิดเตาคือหอมอะ โคตรหอมเลย หอมกุ้ง หอมชีส ไม่มีรสต้มยำใดๆทั้งสิ้น
สงสัยอัดชีสกลบไปหมดละ 555555555555 คือถ่ายรูปไปสูดดมไปแบบฟิน ฟิน ฟิน

ตอนจิ้มส้อมลงไป,, อื้อหือ กลิ่นต้มยำลอยมาละ แบบพวกเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด นำมาเลย
พอได้กินคำแรกถึงกับน้ำตาไหล เออ,, ไม่ใช่อะไรกัดลิ้นตัวเอง ตื่นเต้นไปหน่อย 555555
แล้วก็ตะโกนเรียกคนทั้งบ้าน
และแล้วก็…..
มาชิมเร๊ว โคตรอร่อยเลย มามามา คนละคำ (แอบงกค่ะ จำกัดคนละคำ กร๊าก >< ) มาชิมเร็ว
ใครอยู่ในห้องเคาะมาให้หมด มาชิมให้กำลังใจกันหน่อย
ทุกคนมาชิม ละตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
“เห่ย หร่อยดี เด็ดๆ” แคะชีสที่ติดขอบจานกินกันใหญ่ กินกะเส้นมาม่าผัดต้มยำ พร้อมชีสนี่ มันเข้ากันอะ
ไม่มีคำบรรยายใดๆจริงมื้อนี้ สำเร็จไปด้วยดี จากการปรุงด้วยฟิลลิ่งล้วน 55555555555


เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมนูวันนี้ น่ากินขนาดนี้อดใจไม่ไหวเลยใช่มั้ยคะ รีบออกไปเตรียมวัตถุดิบให้ไวเลยค่าาาา ถ้าหากใครลองทำแล้วอย่าลืมเอามาอวดกันบ้างนะ ><  อย่าลืมคอยติดตามเมนูอาหารอร่อยๆ ทำง่ายๆ ตามสไตล์ Iammreview ได้ทาง Tickettail ในครั้งหน้านะคะ สำหรับกะทู้นี้ขอลาไปก่อน หากทำร้ายคนหิวก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลืมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

TGIF : มาปลดปล่อยอารมณ์กันให้สุดเหวี่ยงในค่ำคืน HALLOWEEN NIGHT

TGIF ขอหลุดโลกออกไปนอกโลกขึ้นยานแม่ ตะลุยกาแล็คซี่ ข้ามทางช้างเผือก ไปเปิดประตูนรก ปล่อยผีสางนางไม้ ออกมาสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเทศกาล ฮาโลวีน ในวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี จะเป็นวันที่คุณจะสามารถแต่งตัวเพี้ยนๆได้แบบที่ไม่มีใครเรียกคุณว่า”บ้า”

Tickettail your lifestyle calendar จะชี้ทางไปปากขุมนรกว่าต้องไหนเปิดให้ทุกๆท่าน ปลอดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกกันให้สุดเหวี่ยงในค่ำคืนวันฮาโลวีน

 

สุขุมวิท

เป็นแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี ที่ชาวต่างชาติทุกเชื้อชาตินิยมกันไปอย่างมาก และแน่นอนว่าแต่ละ ฮาโลวีน เป็นเทศกาลของชาวตะวันตกจัดหนักจัดเต็มสุดติ่งกระดิ่งแมว อย่าว่าแต่แต่งกันเป็นผีเลย คุณจะเจอซูเปอร์ฮีโร่ ทุกคนที่คุณรู้จัก หรือ คอสเพลย์ตัวการ์ตูนต่างๆ ตื่นตาตื่นใจกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ละร้านจัดกิจกรรมกันให้สนุกลืมโลก

คลับเล้าจ์หรูอย่าง Level สุขุมวิท 11 ไม่พลาดกับกิจกรรมเด็ดๆ อย่าง  HALLOWEEN NIGHT – TWILIGHT “Sexy Vampires” แค่ได้ยินชื่อก็ยากจะเดินเข้าปยื่นคอให้ดูดเลือดเหลือเกิน

อีกคลับที่น่าสนใจ Insanity Nightclub ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 12 พร้อมระเดิบความมันส์กับ  FREAK SHOW HALLOWEEN เอากันให้สว่างคาตากันไปข้างนึง

คลับระดับตำนาน Narz เอาใจผีสางนางไม้เต็มที่จัดงาน 2 วัน ลุยกันตั้งแต่วันที่ 30-31 ตุลาคม กับงาน HALLOWEEN THE WALKING DEAD มันส์กว่าดูซีรี่ย์อยู่บ้านแน่ๆ

 

เอกมัย-ทองหล่อ

ขึ้นชื่ออยู่แล้วกับสถานบันเทิงยามคำ่คืนของกรุงเทพ คิดอะไรไม่ออก ไปเอกมัย-ทองหล่อไว้ก่อน เพราะว่าอัดแน่นไปด้วยร้านระดับคุณภาพ แวมไพร์หนุ่มสุดหล่อ นางไม้สุดสวยเพียบแน่ อีกอย่างคือแต่ละร้าน กิจกรรมสนุกๆกันแทบทุกร้าน ไปปล่อยผีกันให้ทะลุมิติ

เริ่มกันที่ DEMO FREAK SHOW HALLOWEEN 2015 ที่สุดแห่งปาร์ตี้ ที่เหนือจินตนาการ  ขอบอกว่าต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะทุกปีที่ Demo จัดงานเหลือรับประทานอยู่ แล้วมาสัมผัสความสยองแบบ FREAK FREAK  ในค่ำคืนวันที่ 31 ตุลาคม

ไม่ต้องไปไหนไกลเดินทะลุมาต่อที่ FUNKY VILLA กับงาน HALLOWEEN แบบกุ๊กกิ๊กๆ ในชื่องานว่า ผีน่ารัก โดยมีคอนเสิร์ตของ LIPTA มาให้ทุกคนตะโกนแหกปากร้องเพลงกันให้เต็มเสียง

แค่ใบปิดเชิญชวนของทางร้าน Safe House เห็นแล้วสยองได้ใจทีเดียว ยิ่งเจอชื่องานเข้าไป SAFE HOUSE HOSPITAL ใครเป็นโรคอะไรรักษาไม่หาย มาที่นี้กลับบ้านไปหายเป็นปลิดทิ้ง

 

อาร์ซีเอ

อยากออกไปย่ำราตรีในกรุงเทพถ้าคุณไม่มา อาร์ซีเอ เหมือนไม่สุด เพราะที่นี้มีผับบาร์ตอบสนองทุกสไตล์ และทุกเทศกาลที่นี้จัดงานกันแบบสุดเหวี่ยงอย่าบอกใคร

ONYX RCA พร้อมเปิดประสบการณ์ฮาโลวีนแบบเหนือระดับในชื่องาน GREY GOOSE ZERO GRAVITY ให้ทุกๆท่านได้สัมผัส ถึงความสยองแบบขนแขนสแตนอัพ แถมยังพาขึ้นยานแม่ออกไปไร้แรงโน้มถ่วง ทะลุมิติไปกับบรรยากาศสุดล้ำ

ผับระดับตำนานอีกทีหนึ่ง ROUTE 66 จะพาทุกคนไปไขปริศนากับ AREA 107 ZONE 66 ไม่ว่าจะเป็น LIVE ZONE ที่จะระเบิดความมันส์กับวง ZEAL โดดกันให้เต็มเหนี่ยว

 

ข้าวสาร Road

หัวทองหัวดำ มากันที่นี้หมด เป็นศูนย์รวมของสถานบันเทิงยามราตรี ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของกรุงเทพ และไม่พลาดแน่นอน กับกิจกรรม ฮาโลวีน แต่ละปีหลุดโลกกันสุดๆ เสื้อผ้าหน้าผมต้องจัดเต็ม เอาให้ผีจริงยังอาย

The Club Khaosan คลับหรูอยู่คู่กับ ข้าวสาร Road มาอย่างยาวนาน ฮาโลวีน ปีนี้จัดกันให้หนักสองวัน วอร์มอัพกันก่อนในวันที่ 30 ก่อนจะจัดเต็มในค่ำคืน 31 ตุลาคม พลาดไม่ได้ถ้าอยากมันส์แบบไม่แคร์สื่อ

ถ้าอยาก ฮิค ฮิค เป็นผีสกาเร็คเก้ ต้องมาที่ บริค บาร์ เท่านั้น ตั้งอยู่ใต้ถุนโรงแรม Buddy Lodge รับรองความสยองและสนุกเฮฮากับการปล่อยผีอย่างเต็มที่ไม่เป็นรองที่ไหน

Tickettail your lifestyle calendar ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวัน ฮาโลวีน และอย่่าลืมเมาไม่ขับ มีสติเพื่อกลับบ้านอย่างปลอดภัย

เครดิตภาพ: All Hallows Eve,Michael  Jackson,Level,Insanity Nightclub,Narz,DEMO,FUNKY VILLA,Safe House,ONYX,ROUTE 66 ,The Club Khaosan Facebook

 

ฉลอง Halloween สไตล์ Hollywood

ช่วงนี้ก็เข้าใกล้เทศกาล Halloween แล้ว เพื่อนๆคนไหนที่ยังไม่มีไอเดียว่าจะแต่งผีออกแบบไหนไป Trick or Treat ละก็  TicketTail : Your event calendar  ก็ไม่ลืมจะเอาไอเดียเจ๋งๆ มาฝาก โดยเฉพาะปีนี้วันปล่อยผีตรงกับวันเสาร์ซะด้วย จะให้นอนเหงาอยู่บ้านก็ยังไงอยู่

ดังนั้น Tickettail เลยเอาไอเดียการแต่งผีของเหล่าดารา Hollywood มาฝาก ส่วนจะแซ่บแค่ไหน…ไปชมกันเลยครับ


Demi Lovato กรรมการสาวสวยเสียงดี แห่ง X-Factor อเมริกา แปลงร่างเป็นซอมบี้สาว ที่ใครใครเจอก็หลอนไปตามๆ กัน



John Stamos อดีตสมาชิกวง The Beach Boys หรือ ดอกเตอร์ โทนี่ เกตส์ จากซีรียส์ดังอย่าง ER แต่งเป็นปีศาจหนุ่ม ดูแล้วเท่ห์ด้วย Devil Horn ที่มีเอกลักษณ์

 


Beyoncé  ราชินี HipHop และ ดีว่าตัวแม่ แหวกแนวจากผีมาเป็นนางฟ้าสาวสวยสุดเซ็กซี่ เลยนะ

ส่วนใครอยากได้ไอเดียแบบเป็นคู่ต้อง Adam Levine & Behati Prinsloo นักร้องนำวง Maroon 5 มาเป็นแพ็คคู่เลยดูสวีท เซ๊กซี่ แล้วก็เท่ห์มากๆ

Shenae Grimes ดาราสาวจาก Scream 4 และ Sugar แต่งเป็นแฟรงค์เกนสไตล์สาว แต่ดูคล้ายๆแม่มดด้วยนะ ทรงผมก็ไม่เบาเลย เริ่ดค่ะ

Kelly Osbourne ในชุดนางฟ้าปีศาจ มีเลือดเพิ่มความหลอน แต่ก็มีความน่ารักและน่าค้นหาแฝงอยู่ ดูน่าสนใจไม่เบาเลย แต่จริงๆแล้วเอาคุณพ่อมาด้วยจะหลอนขึ้น 2.5 เท่า

Liam Payne & Tom Daley หนุ่มหล่อมาคู่ Liam Payne มาในชุดชุดแบทแมนดูแปลกแหวกแนวมาก ส่วน Tom Daley เป่าลมเข้าไปในชุดยังไงนะ ใครจะใส่ระวังโดนแกล้งเจาะลมออกนะ

Martha Stewart มาในชุดนางฟ้าสีชมพูสดใส ดูหวานแล้วก็น่ารักมากๆ ดึงดูดความสนใจได้มากเลยทีเดียว สาวๆ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะ รับรองหนุ่มๆ มองตามกันเป็นแถวๆ เลย

สุดท้ายนี้ขอจบด้วยผีแบบไทยๆ  “ใหม่ ดาวิกา” ในชุดแม่นาค ผีไทยพันล้าน

ผมว่าจริงแล้วผีของไทยน่ากลัวที่สุดแล้ว ใส่ชุดไทยก็เพิ่มความหลอนได้อีกเหมือนกัน เพื่อนๆ ลองนำชุดไทยไปใช้ลั่นล้า…หลอนผู้คนกันได้นะครับ ดูเป็นตัวของตัวเอง แบบแตกต่างและมีเอกลักษณ์สุดๆ แถมยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วยจริงมั้ย

 

“พี่มากขา……”

 

About Author: มนุษย์แว่นเรียนคอมหัวใจครีเอทีฟ เสพย์หนังและแฟชั่นเป็นว่าเล่น ชอบท่องโลกกว้างแต่ขี้เกียจขึ้นรถลงเรือเพราะเบื่อการเดินทาง มีความคิดประหลาดแต่เข้าใจความต่างอย่างมีสไตล์


เรียบเรียงจาก : http://edition.cnn.com/2013/10/30/showbiz/celebrity-news-gossip/celebrity-halloween-costumes/


 

ท้าให้ลอง… กับเมนูสุดน่ารักต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน

สวัสดีค่ะ พบกับ Iammreview และ TicketTail ตัวจริงเรื่อง Event  กันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน พูดถึงฮาโลวีนนอกจากการแต่งหน้า แต่งตัวเป็นบรรดาผีต่างๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของกินใช่มั้ยคะ >< จะให้มาทำเองก็คงลำบาก กลัวว่าหน้าตาจะออกมาน่ากลัวเกิ้น 5555555 วันนี้เลยขอตามกระแสรวบรวมเมนูอาหารและเครื่องดื่มต้อนรับเทศกาลที่สามารถหาซื้อได้จริงมาฝากทุกคน ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า… วันนี้มีร้านเด็ดๆมาฝากเพียบบบบบบบ รับประกันว่าน่ารักถูกใจทุกคนแน่นอน ^^

เริ่มที่ร้านแรกกันก่อนเลยดีกว่า

1.Uncle Tetsu

เมนู Japanese Cheesecake ที่ว่ากันว่านุ่มที่สุดในประเทศ

ติดตามข่าวสารได้ทาง

IG : UncletetsuThailand

Facebook : uncletetsu.thailand

2.Bonca

เมนู Macaron icecream จากร้าน Bacon

ติดตามข่าวสารได้ทาง

IG : bonca_cookieicecream

Facebook : boncacookieicecream

3.Pandora

เมนู Halloween’s cake pop จากร้าน Pandora

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : PANDORABAKESHOP

4.Kaethy the Witch

No Pain – No Gain เป็นเมนู Strawberry Blood Velvet Cake with Sugar mirror cracked จากร้าน  Kaethy the Witch

เมนู Halloween cookies จากร้าน Kaethy the Witch

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : kaethythewitch

5.Krispy Kreme Thailand

เมนู Green Monster,Spier Web,Pumpkin,Halloween sprinkle จากร้าน Krispy Kreme

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : Krispy Kreme Thailand

6.Melt me Thailand

เมนู Rock Me Halloween จากร้าน Melt me

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : MeltmeThailand

7.Farm Design 

เมนู Red Halloween Cheesecake Frappe จากร้าน Farm Design

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : FarmDesignThailand

8.Mrs. Fields 

เมนู มัฟฟินเนื้อนุ่ม หอมกรุ่น สูตรเฉพาะ จาก Mrs. Fields

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : Mrs.FieldsThailand

9.Stickhouse Thailand

เมนู Spooky Pearl (mini gelato on a stick coated with premium chocolate) จากร้าน Stickhouse Thailand

เมนู ไอศกรีมเค้ก Tiramisu Gelato พร้อม Hazelnut จากร้าน Stickhouse Thailand

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : stickhouse.th

10.Mister Donut

เมนูต้อนรับฮาโลวีน จากร้าน Mister Donut

ติดตามข่าวสารได้ทาง

Facebook : MisterDonutThailand

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเมนูต้อนรับฮาโลวีนน่ารักๆในวันนี้ อย่าลืมคอยติดตามคอลัมน์หน้านะคะ ว่าจะมีร้านเด็ดๆ หรือเมนูโดนๆจากร้านไหนมาแนะนำกัน อย่าลืมนะ… ถ้าอยากหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับ Events ต่างๆ  หรืออยากหาอะไรทำอย่าลิมนึกถึง TicketTail  : Your Events Calendar …เว็บไซต์ Event อันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปก่อน พบกันใหม่คอลัมน์หน้านะค้า บ๊ายบาย ><

About Author: จากผู้หญิงเบื่อง่าย ที่วิ่งตามหาตัวเองมานาน จนกลับมาเริ่มค้นหาตัวเองใหม่ในห้องครัว เริ่มลงมือทำอาหาร ก้าวออกไปหาอะไรแปลกใหม่ทาน และนำประสบการณ์มาแบ่งปันกับคนอื่นๆ แม้ยังไม่แน่ใจว่านี่คือตัวตนที่ตามหามั้ย แต่วันนี้มีความสุข และ เป็นตัวของตัวเองแบบ Iammreview

 

8 วิธีเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ให้ชีวิตเดินช้าๆ

กำลังฮิตทั่วเมืองกับกระแส Slow life แม้จะมีการตีความหมายแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตามเถอะ ความจริงแล้วสโลว์ไลฟ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่ทำใจให้สดใส ลดการแข่งขัน ละความอยาก ใช้ทรัพยากรต่างๆ แต่น้อย ไม่เบียดเบียดผู้คน ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ หรือพูดให้เก๋คือใช้ชีวิตพอเพียง ก็จะรู้สึกว่าเวลาแต่ละวันของเราเดินช้าลงแล้ว

 

กับการท่องเที่ยว เพระกระแสยึดติดมาว่าความไม่ทันสมัยคือสโลว์ไลฟ์ ทำให้ปลายทางอย่างอำเภอเชียงคาน สังขละบุรี เมืองน่าน แพร่ ลำปาง กลายเป็นจุดหมายของคนใฝ่หาสโลว์ไลฟ์ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องไปเมืองดังกล่าวก็สามารถเข้าถึงสโลว์ไลฟ์เช่นกัน และอาจเป็นสโลว์ไลฟ์ของจริงมากกว่าเสียอีก เที่ยวแบบไหนให้ชีวิตเดินช้า ไปลองดูกันครับ

 

1. นั่งรถไฟ

หยุดการเดินทางด้วยการเหยียบคันเร่ง 140 กม. ต่อชั่วโมง เปลี่ยนมานั่งรถไฟฉึกฉักหวานเย็น แล้วนาฬิกาชีวิตของคุณจะเดินเนิบนาบลงเยอะ แน่นอนว่าคุณอาจถึงที่หมายช้า แต่ระหว่างความช้าคือวิวสองข้างทาง บรรยากาศท้องถิ่น และเสียงรถไฟซึ่งมีเอกลักษณ์ ให้เสน่ห์ของการเดินทาง สำหรับผม การนั่งรถไฟเที่ยวถือเป็นการบำบัดจิตใจอย่างหนึ่งเชียวล่ะ

 

2. เลือกสถานที่เที่ยว

ต้องยอมรับว่าสถานที่ไม่สำคัญเท่าจิตใจในแง่ของสโลว์ไลฟ์ แต่ปฏิเสธเช่นกันไม่ได้ว่ามันมีส่วน เพราะเมืองใหญ่มักมีสิ่งกระตุ้นเร่งเร้ามากกว่า
ดังนั้นต้องยอมตามเทรนด์เลือกเมืองเล็กๆ เป็นปลายทาง หรือจะให้ดีกว่าก็ยึดติดธรรมชาติ ป่า เขา น้ำตก อยากเที่ยวทะเลก็เน้นเกาะซึ่งไม่พลุกพล่าน ไร้ผับบาร์ริมชายหาด ให้เวลากับการชื่นชมธรรมชาติ

 

3. นอนเต็นท์

เอาล่ะ… มันอาจไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่การละความสบายเป็นหนึ่งในแนวทางสโลว์ไลฟ์ การนอนเต็นท์ทั้งประหยัด และทำให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด ห่างจากสิ่งเร้าอื่นๆ มากที่สุด
เกือบทุกอุทยานแห่งชาติในบ้านเรามีลานกางเต็นท์บริการ จะเป็นเข้าปา เที่ยวดอย ชมน้ำตก ริมชายหาด ก็ตามความชอบ หรือหากไม่สะดวกเรื่องห้องน้ำห้องท่า แนะว่าเลือกที่พักแบบเรียบง่ายไม่ต้องทันสมัยมากแทนก็ได้

 

4. ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก

ใช้เวลาแต่ละวันให้คุ้มค่า นอกจากการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จะให้ความสุนทรีย์ทางอารมณ์แก่คุณอย่างมาก ยังเป็นการบังคับให้คุณต้องตื่นก่อนสว่าง (กรุณาอย่ากลับไปนอนต่อล่ะ) เท่ากับคุณได้ใช้เวลาทุกวินาทีของวันยามมีแสงสว่าง ความรู้สึกว่าวันนี้ยาวนานกว่าปกติย่อมต้องเกิดขึ้น

 

5. ชมดาวชมจันทร์

แค่เอนตัวลงนอน แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณเห็นอะไร… การดูดาวดูพระจันทร์อาจดูเหมือนปล่อยผ่านเวลาอย่างไร้ค่า แต่รู้หรือไม่คนเรามักมีจินตนาการเลิศล้ำและผ่อนคลายเสมอยามนอนมองดูดวงดาวทั้งหลายในจักรวาลที่ไม่มีขอบเขตสิ้นสุด คุณจะมีคำถามคำตอบมากมายให้กับตัวเองอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

 

6. งดแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์อาจเป็นตัวเร่งความเร็วชีวิตแบบติดสปีด หรือ ทำให้ชีวิตช้ากว่าคำว่าสโลว์ (นอนแฮงค์) และจริงๆแล้วมันอาจไม่ใช่วิถีทางของสโลว์ไลฟ์ด้วยประการทั้งปวง
ไม่ว่าคุณจะกระดกมันเข้าปาก ณ สถานที่แห่งใด คุณอาจบอกว่าแค่กินเพื่อสนุกสนานพูดคุยกับเพื่อนฝูง ถ้าแบบนั้นลองเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มอื่นก็ได้มั้ง

 

7. อย่าสันหลังยาว

สโลว์ไลฟ์ไม่ใช่การขี้เกียจ การกลิ้งเกลือกนอนสบายอยู่บนเตียงทั้งวันอาจเป็นการพักผ่อนในฝัน แต่มันกลับจะย่นเวลาในการใช้ชีวิต
พยายามใช้ทุกนาทีของวันให้มีค่า จะเป็นกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ เดินชมนกชมไม้ ถ่ายรูป หรือจะเป็นกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม เดินป่า พายเรือ ดำน้ำ ก็ตามสถานที่ที่คุณเที่ยวนั่นแหละ

 

8. พูดคุยกับคนท้องถิ่น

มิตรภาพเป็นเรื่องดี รอยยิ้มก็เป็นเรื่องดี และการพูดคุยกับคนท้องถิ่น หรือพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จะทำให้คุณได้ทั้งมิตรภาพ ความรู้ ความเข้าใจในท้องถิ่นนั้นๆ
ความอิ่มเอบที่เกิดขึ้นจากการแบ่งปันการสนทนา เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สร้างความสุขให้แก่ชีวิต


About Author:นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับอีเวนต์ดีๆ หรือกิจกรรมโดนๆ อย่าลืม Stay Tuned ที่เว็บไซต์ TicketTail.com ตัวจริงเรื่องอีเวนต์