20 หนุ่มที่แต่งตัวดีที่สุดในโลก by GQ

20 หนุ่มที่แต่งตัวดีที่สุดในโลก by GQ


WILL WELCH
และ GQ  นิตยสารผู้ชายชื่อก้องโลกได้ร่วมกันจัดอันดับผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในโลก 20 คน โดย WELCH บอกว่า การจัดอันดับครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับความดัง หรือ จำนวนเงินที่จ่ายไปกับซื้อผ้าแบรนด์เนม แต่เกี่ยวกับความมันใจ ความเป็น Original และความดูดี TickeatTail พาคุณไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง
1. Kanye West  นักร้องฮิพฮอพและโปรดิวเซอร์

Photo Credit : fashionbeans.com

2. Jeff Goldblum นักแสดง ที่โด่งดังจาก Jurassic Park พากษ์แรก 

Photo Credit : denimblog.com

3. Pharrell Williams นักร้อง และ Producer ชื่อดัง

Photo Credit: fashion-couture.com

4.Ryan Gosling

Photo Credit: thetrendspotter.net

5. Jared Leto : นักร้องนำวง Thirty Seconds to Mars และ นักแสดง

Photo Credit:yournextshoes.com

6. Bradley Cooper นักแสดงชาวอเมริกันที่เคยได้ตำแหน่งหนุ่ม Sexy ที่สุดในโลกจากนิตยสาร People ในปี 2011

Photo Credit:irishmirror.ie

7. LeBron James ยอดนักสเก็ตบอลที่เก่งที่สุดในโลก

Photo Credit:morethan-stats.com

8. A$AP Rocky แร็พเพอร์จาก New York


Photo Credit:.zimbio.com

9. Jay Z : ราชาเพลงฮิพฮอพ และ เจ้าของค่ายเพลง

Photo Credit:popsugar.com

10.Brad Pitt : ดาราฮออลีวูด

Photo Credit:laineygossip.com


11. Harry Styles : นักร้องนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ หนึ่งในสมาชิกวง One Direction

Photo Credit:styleoversubstances.com

12. Daniel Craig : นักแสดงชาวอังกฤษเจ้าของบท เจมส์ บอนด์


Photo Credit:pinterest.com

13. Cristiano Ronaldo : นักฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกศ เรอัล มาดริด 

Photo Credit:imgkid.com

14. Russell Westbrook นักบาสเก็ตบอล NBA

Photo Credit:necolebitchie.com

15. John Mayer : นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน

Photo Credit:dailymail.co.uk

16. Jaden Smith : นักร้อง และ นักแสดงรุ่นเด็ก ลูกชายของ Will Smith

Photo Credit:styleblazer.com


17. Eddie Redmayne : นักแสดงชาวอังกฤษผู้รับบทนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ สตีเฟน ฮอว์กกิ้น

Photo Credit:zimbio.com


18. Mario Balotelli : นักฟุตบอลจอมสร้างปัญหาชาวอิตาเลี่ยน

Photo Credit:lovebirdsblog.com


19. Mark Ronson : นักดนตรี และ ดีเจ ชาวอังกฤษ

Photo Credit: archive.entertainmentwise.com


20. David Beckham : พลาดไม่ได้จริงๆ สำหรับคุณพ่อลูกสี่

Photo Credit:mirror.co.uk

และนั่นคือ 20 ผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในโลกจาก GQ ที่ TKT  your lifestyle calendar รวบรวมมาให้คุณดู

เรียบเรียงโดย TKT TEAM
ต้นฉบับ : http://www.gq.com/blogs/the-feed/2015/06/most-stylish-list-ryan-gosling-kanye-west.html

Cirque de Soleil ห้ามตายถ้าไม่ได้ดู

Cirque de Soleil ห้ามตายก่อนถ้าไม่ได้ดู

 

วันนี้ Tickettail มีงานโชว์มาฝากเพื่อนๆ อีกแล้ว ครั้งนี้จะมาชวนเพื่อนๆ ไปดูละครสัตว์ Cirque de Soleil(ละครสัตว์พระอาทิตย์) โดยเราจะมาสรุป 5 เหตุผลว่าทำไมถึง ห้ามตายก่อนถ้าไม่ได้ดู

1.อลัง

   ลองคิดถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้จากทีมงานมืออาชีพระดับโลกกว่า 100 ชีวิต พร้อมโปรดักชั่น แสง สี เสียง และอุปกรณ์การแสดงต่างๆบินตรงมาจากต่างประเทศมากกว่า 40 ตัน ซึ่งขนส่งโดยเครื่องบินโบอิ้ง 747 – 400 ถึง 2 ลำ!


2.สุนทรีย์แห่ง Arts

ทำไมต้องไปหลายงานแสดงเพื่อดูศิลปะให้ครบทุกแขนง? แต่ใน Cirque de Soleil มีศิลปะไม่ว่าจะเป็นละครเวที บัลเลต์ โอเปร่า เพลงพื้นบ้าน และเพลงร็อค ฯลฯ เพราะการแสดง Cirque de Soleil รวบรวมทั้งหมดมาใช้ในงานแสดงของตัวเองทั้งหมด

 

 

3.ผสานเทคนิคสมัยใหม่

Cirque de Soleil สามารถมองเห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อยากสิ่งของใกล้ตัว Cirque de Soleil มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงสี เสียงหรือเทคนิคใหม่ๆ ฉะนั้นคุณมั่นใจได้ว่า Cirque du Soleil การันตีได้ถึงคุณภาพและความเซอร์ไพรส์ที่สื่อสารมาถึงผู้ชมในทุกๆ จุดปะทะ

 

 

 

 

4.ใหม่เสมอ

Cirque de Soleil มีการจัดแสดง 5 ทวีปทั่วโลก หากคุณบอกว่า “เคยดู Cirque de Soleil แล้วที่…” คุณพลาดแล้วล่ะ เพราะ Cirque de Soleil จะสร้างสรรค์เนื้อหาในการแสดงแต่ละครั้งด้วยความพิเศษที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่

 

 


5.ละครสัตว์แต่ไม่มีสัตว์
?

Cirque de Soleil ถึงขึ้นชื่อว่าจะเป็นละครสัตว์ แต่ไหนไม่มีช้าง ไม่มีเสือ ฯลฯ นี่ล่ะเสน่ห์ การลดภาพลักษณ์ที่เราจำได้ว่าละครสัตว์ต้องมี 3 วงกลม โยนลูกบอล แต่ Cirque de Soleil เพิ่มรูปแบบของบทละครเข้าไป จึงเป็นการผสมผสาน ระหว่างการแสดงมหรสพ กับละครสัตว์

 

 

 

แล้วเราจะได้ดูอะไรที่กรุงเทพ

 Quidam Live in Bangkok 2015 (คิดัม ไลฟ์ อิน แบงค็อก 2015) ที่จะมาแสดงในไทยเป็นหนึ่งในชุดการแสดง Cirque de Soleil ที่การันตรีว่าเป็น 1 ในโชว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Cirque de Soleil เลยทีเดียว

  Quidam(คีดาม) ซึ่งหมายถึง คนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปมา ตามท้องถนน โดยเรื่องราวในโชว์ ชุดนี้เริ่มต้นด้วยครอบครัวหนึ่งที่หนูน้อย โซอี้ ที่นั่งเบื่อชีวิต เพราะพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ แม่ยุ่งกับการทำงานบ้านสนใจสิ่งอื่น เธอเลยสร้าง “จินตนาการ” ชึ่งเธอพยายามหาความหมายให้กับสิ่งที่ขาดหายไป

โดยโชว์ที่เป็นไฮไลน์ของชุดนี้ได้แก่

Statue การผสมผสานความแข็งแกร่งและอ่อนช้อยของร่างกายเข้าด้วยกัน

Aerial Contortion in Silk ความเข้มแข็ง ความสง่างาม ของหญิงสาวที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับผ้า

Aerial Hoops การแสดงของสามสาวบนห่วง กับการเคลื่อนไหวอย่างสวยงาม

Spanish Webs  การบินร่อนเหนือเวที ที่ไร้ตาข่ายตราตรึง รองรับ และความเป็นหนึ่งเดียวงดงาม ที่หาดูได้ยาก

เหตุฉะนั้นเพื่อนๆ ทุกท่านจะพลาดงานนี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงQuidam Live in Bangkok 2015 จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้(แต่ใกล้หมดแล้ว) จะรอช้าอยู่ใย ครั้งหน้า Tickettail  your lifestyle calendar จะนำงานอะไรมาฝาก ต้องติดตามครับ
[iframe id=”https://www.youtube.com/embed/7uc9lUuJQpE”]

ซื้อตั๋ว CLICK!! 

TKT TEAM

10 เรื่องที่ควรรู้ก่อนดู CIRQUE DU SOLEIL “QUIDAM”

10 เรื่องที่ควรรู้ก่อนดู CIRQUE DU SOLEIL “QUIDAM”

ครั้งแรกในประเทศไทยกับคณะโชว์กายกรรมอันดับ 1 ของโลก Cirque Du Soleil โดยชาวไทยจะได้สัมผัสกับโชว์ที่ชื่อว่า QUIDAM ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้จักนิยามใหม่ของกายกรรม ที่ไม่ใช่แค่กระโดดโหนเชือก พ่นไฟ หรือ โยนลูกบอล…  แต่เป็นอัดแน่นด้วยสุดยอดโชว์เหนือจินตนาการ สมชื่อเสียง “Cirque du Soleil” 

แต่ก่อนที่จะไปดูกันนั้น TicketTail มีเรื่องเกี่ยวกับ “Cirque du Soleil” มาฝากกันค่าาาาาา

 

1. Cirque Du Soleil อ่านว่า เซิร์ค ดู โซเลย์ นะ…รู้ยัง

2. จาก 2 สู่ 4,000


จากการเริ่มต้นด้วยการก่อตั้งโดยนักแสดงข้างถนนธรรมดาๆ 2 คน และมีนักแสดงเพียง 70 คน เวลาผ่านไป 30 ปีจนถึงวันนี้ Cirque du Soleil มีนักแสดงกว่า 4,000 คนจากทั่วทุกมุมโลก นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่บอกได้ว่าเขาไม่ธรรมดาจริงๆ

3. Cirque Du Soleil ไม่เคยแสดงแค่ทวีป Antarctica

ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมายาวนานกว่า 30 ปี กับการแสดงไปทั่วโลก ต้องบอกว่าทั่วโลกจริงๆ เพราะ Cirque Du Soleil เขามีการแสดงโชว์มาแล้วทุกทวีป ยกเว้นเพียงแค่ทวีป Antarctica ที่เดียวเท่านั้นที่ยังไม่เคยไปจัดการแสดงโชว์ เพราะนกแพนกวินอาจจะไม่ชอบดูกายกรรมขนาดนั้น ไปมาครบขนาดนี้ แสดงว่าของเขาต้องเจ๋งจริงใช่มั้ยค้าาา

4. มากกว่าแค่กายกรรม

ด้วยการนำเสนอในรูปแบบที่ต่างออกไปจากโชว์กายกรรมอื่นๆ ที่ทาง Cirque Du Soleil ได้พยายามคิดค้น นำเอาศิลปะและการแสดง รวมถึงดนตรีสด มาผสมผสานเข้ากับการแสดงกายกรรมหลายรูปแบบจากทั่วโลก และนำเสนอออกมาอย่างมีเรื่องราว ทำให้โชว์กายกรรมนี้เป็นมากกว่าการแสดงกายกรรม

หลายคนมองว่ามันคือศิลปะการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังของจินตนาการ ทำให้ Cirque du Soleil เป็นที่หลงรักของผู้ที่ได้ชม

5. Quidam อ่านว่า คีดาม และเป็นโชว์ที่ฮิตมาก

Quidam อ่านว่า คีดามเป็นโชว์อันที่ 9 ของ Cirque Du Soleil ออกแสดงครั้งแรก ในปี 1996 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้เพียงแค่ 4 ปี ทาง Cirque Du Soleil ต้องขยายการแสดงจากเดิมที่เป็นโชว์แบบ Big Top คือแสดงในเต็นท์ มาเป็นโชว์แบบ Arena ซึ่งเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่ถึงกับต้องใช้พื้นที่ขนาดสนามกีฬากันเลยทีเดียว นอกจากนั้น โชว์ที่เป็นแบบ Arena ของ Cirque Du Soleil นั้นมีเพียงแค่ 3 โชว์ และ Quidam ก็เป็นหนึ่งในนั้น
6. Guy Laliberte เป็น Creative Guider ให้โชว์ Quidam

Guy Laliberte หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Cirque Du Soleil มีส่วนอย่างยิ่งในการคิดโชว์ชุด Quidam โดยปัจจุบัน Laliberte เป็น CEO ของ Cirque Du Soleil และมีทรัพย์สินรวมทั้งหมดประมาณ  60,000 ล้านบาท เป็นคนรวยอันดับที่ 21 ของ แคนาดา ….เบาๆ จ๊ะ
7. เรื่องราวของ Quidam

Quidam เป็นเรื่องราวของสาวน้อยโซอี้ เด็กสาวขี้เบื่อ ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้เป็นพ่อแม่ เธอรู้สึกเหมือนชีวิตนั้นขาดอะไรไปบางอย่าง เธอจึงหลีกหนีจากโลกแห่งความจริงเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ โลกที่เธอจะได้พบกับบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชายไร้หัว นักบินที่มีปีกเป็นกระดูก ชายผู้อยู่ในความว่างเปล่า ที่จะมาปลดปล่อยจิตวิญญาณของเธอให้เป็นอิสระโลดแล่นอย่างเต็มที่ โลกแห่ง Quidam

 

8. Costume เว่อวัง!!!!

เสื้อผ้าหน้าผมเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ Cirque Du Soleil ให้ความสำคัญ Quidam จึงเป็นโชว์ที่ใช้ชุดในการแสดงมากถึง 250 ชุด และอุปกรณ์การแต่งกายอย่างอื่นกว่า 500 ชิ้น รวมถึงรองเท้าที่ใช้ในการแสดงมากถึง 200-300 คู่ และรองเท้าทุกคู่ถูกเพ้นท์ด้วยมือก่อนโชว์ทุกครั้งเพื่อให้กลมกลืนไปกับเสื้อผ้าในแต่ละครั้ง คุณอยากจะรู้เหมือนกันไหม ว่าเขาเอาเวลาไหนไปเปลี่ยนชุด เปลี่ยนรองเท้ากันเยอะขนาดนี้….

 

9. อลังการงานฉาก และ แสง สี เสียง

เพื่อต้องการจำลองโครงสร้าง ให้เปรียบเสมือนสถานที่ ที่มีคนสัญจรไปมาตลอดเวลาอย่าง สนามบิน หรือสถานีรถไฟ ทำให้ต้องเตรียมซุ้มโค้งสูงถึง 120 ฟุต หรือ 36.57 เมตรเหนือเวที เพื่อให้นักแสดงสามารถโลดแล่นเหนือเวทีได้อย่างเป็นอิสระ โดยโครงสร้างนี้เรียกว่าtéléphérique.

ส่วนระบบแสงไฟในการแสดงนั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสว่างบนเวทีเพียงอย่างเดียว เพราะทางผู้ออกแบบต้องการให้แสงบนเวทีนั้นสามารถสื่อถึงอารมณ์ของแต่ละฉากได้อย่างทันทีด้วยการปรับเปลี่ยนแสง เรียกได้ว่าแม้ว่าจะเป็นฉากตลก ก็สามารถเปลี่ยนเป็นฉากเศร้าสลดได้ทันที


10. ท่ายากเยอะ

Quidam ประกอบไปด้วยโชว์ที่จะทำให้คุณประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AERIAL CONTORTION IN SILK การผสมผสานความอ่อนช้อยกับความเข้มแข็ง ของหญิงสาวผ่านผืนผ้า BANQUINE พีระมิดมนุษย์ โชว์ที่จะทำให้คุณแปลกใจจนหยุดหายใจ กับความมหัศจรรย์ของการเคลื่อนไหวร่างกายของมนุษย์ จนเป็นโชว์ที่ได้รับรางวัล GOLDEN CLOWN ในปี 1999 หรือ SPANISH WEBS ในแบบฉบับของ Cirque Du Soleil ที่แหวกแนวจากเดิม นักแสดงเหินเหนือเวที ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่เป็นกรุ๊ป สิ่งเดียวที่ตรึงเขาเหล่านั้นไว้มีเพียงเชือกเพียงเส้นเดียว..

 

และนั่นคือ 10 ข้อที่คุณควรรู้ก่อน ก่อนดู Cirque Du Soleil แต่จริงๆ แล้วสิ่งสำตัญที่คุณต้องรู้คือ คีดาม เปิดแสดงที่ IMPACT 29 กรกฎาค, – 3 สิงหาคม 2558 เป็นจำนวนทั้งหมดแค่ 11 รอบเท่านั้น และจองบัตรได้เลยเพียง Click
และถ้าไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ Events โดนๆ อย่าลืมติดตามได้ที่ www.tickettail.com …. Your LifeStyle Calendar

TKT Team

Road to Ultra Thailand 2015

Road to Ultra Thailand 2015 : A Bumpy road that makes you Bounce

 

จบไปแล้วสำหรับงาน EDM ระดับโลก Road to Ultra Thailand เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ BITEC บางนา ซึ่ง TicketTail ก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บบรรยากาศ และ สัมภาษณ์ความรู้สึกของเพื่อนๆที่ไปงานนี้มาฝากกันค่ะ
ส่วนจะมันส์ มีสีสัน และ ตื้ดส์กันแค่ไหนไปดูกันเลย

ต้องยอมรับว่าก่อนงานไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนใจหาย และ ดราม่า กันพอสมควรเมื่อ DJ ที่เป็นไฮไลต์ของงานอย่าง Alesso นั้นประกาศแคนเซิ่ลทริปทั้งหมดกลางอากาศ เล่นเอาแฟนๆ EDM ที่รอคอยเจ้าของเพลง Heroes รายนี้เหวอกันเป็นแถบๆ

ซึ่งไม่ใช่แค่แฟนในประเทศไทยเท่านั้นที่ออกอาการผิดหวังที่อดชมดีเจคนโปรดแบบสดๆ เพราะแฟนทุกชาติที่หวังรอคอยการปรากฏตัวของเขาใน Ultra Thailand และ Ultra Korea ก็แห่กันไปคอมเมนต์ใน Facebook ส่วนตัวของศิลปินรายนี้ จน Alesso ถึงกับทนไม่ไหวต้องออกมาตอบกลับในวันที่ 14 ว่า

“ดีเจและศิลปินหลายคนไม่สามารถเปิดการแสดงได้ด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป เหตุผลที่ผมไม่สามารถทำได้เนื่องจากผมป่วยหนัก แพทย์จึงสั่งให้ผมพักและงดการเดินทางทั้งหมด แน่นอนว่าผมต้องหวังว่าตัวเองจะหายป่วย และ กลับมาแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง  คุณจึงเห็นชื่อของผมในคอนเสิร์ต และ อีเวนต์ถัดไป แต่ที่ทำให้ผมเสียอารมณ์สุดๆก็คือการกระทำของคนบางคนที่เรียกตัวเองว่าแฟน หรือ คนที่ซัพพอร์ท EDM แต่กลับพูดและแสดงความปารถนาร้ายต่อผมอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงเพราะว่าบางสิ่งไม่เป็นไปอย่างที่พวกเขาต้องการ ผมจะอยากยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตที่เป็นสิ่งที่ผมชอบทำไม
สำหรับแฟนที่หวังดี และ ปารถนาดีต่อสุขภาพของผม ความปารถนาดีของคุณมีค่าอย่างมากต่อผม ผมขอบคุณมากสำหรับถ้อยคำดีๆและกำลังใจ และเสียใจที่ไม่สามารถไปเจอกับพวกคุณได้”

แต่ไม่ว่าจะดราม่าแค่ไหน The Show must go on และ เราก็เก็บบรรยากาศมาฝากกันค่ะ


ก่อนเริ่มงาน ที่ที่เป็นที่นิยมที่สุดยังคงเป็น Back Drop ต่างๆ


Selfie กันอย่างเมามัน

ไม่ใช่แค่แฟนคนไทยเท่านั้น ที่มาร่วมกันเดินบนถนนสายนี้


Gang นี้เป็นฝรั่งหัวใจช้างค่ะ


งานนี้ไม่ได้มีแค่คนที่มานะคะ

ในงานก็มีหมีมาแจมค่ะ.

บรรยากาศในงาม สวย และ หล่อไม่แพ้ข้างนอกเลยค่ะ




ดูดีเจ และบรรยากาศในงานกันบ้างดีกว่า



เรามาดูกันว่าบรรดาผู้ที่ไปงานนี้เขารู้สึกอย่างไรกันบ้าง

การ์ตูน : ธุรกิจส่วนตัว / พีช : ธุรกิจส่วนตัว /  ไอซ์ : ธุรกิจส่วนตัว

ทั้งสามสาวบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเธอคือขาประจำงาน EDM เรียกว่าแทบจะไม่พลาดซักงาน และถึงแม้ว่าวันนี้จะผิดหวังนิดหน่อยที่ Alesso ไม่สามารถมาได้ แต่ยังไงเมื่อซื้อบัตรไปแล้วก็ต้องมามันส์กันให้เต็มที่
สุดท้ายสามสาวยังทิ้งท้ายว่า เจอพวกเธอได้ตามงาน EDM ทุกงาน แต่ถ้าเจอแล้วไปทักทาย เธอจะทักคุณตอบหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวนะคะ


คุณต้น : พนักงานบริษัท คุณฝน : ธุรกิจส่วนตัว

TKT : มางาน EDM กันบ่อยแค่ไหน

คุณฝน : มาทุกงานเลยค่ะ เป็นขาประจำ

คุณต้น : ตอน Martin Garrix มาก็ไปครับ
TKT : มาวันนี้มาดูใครเป็นพิเศษคะ

คุณต้น : จริงๆตั้งใจมาดู Alesso ครับ

คุณฝน : แอบเฟลล์เหมือนกันนะเนี่ย

TKT : แล้วได้เข้าไปในงานแล้ว โอเคมั้ย
คุณต้น : ก็โอเคนะครับ สนุกดี

คุณฝน : จริงๆชอบ NERVO ด้วย ก็สนุกดีค่ะ

 

คุณเชียง : ผู้สื่อข่าวกีฬา
TKT : หน้าแดงเชียวเมารึยังคะ

คุณเชียง : นิดหน่อยครับ แพ้วอดก้า

TKT : มางาน EDM บ่อยมั้ย

คุณเชียง : เกือบทุกงานครับ ล่าสุดก็มาร์ติน แกร์ริกซ์ ส่วนครั้งสุดท้ายที่นี่ก็ Hardwell

TKT : แล้ววันนี้เทียบกับสองงานนั้น

คุณเชียง : จริงๆชอบที่จัดที่เอเชียทีคมากกว่าครับ เหมือนไฟมันเต็มที่กว่า แล้ววันนี้ก็แอบเซ็งที่ Alesso ไม่มา จะมาฟัง Hero แต่ยังดีที่ระบบการจัดการตั๋วดีกว่าตอน Hardwell วันนั้นข้างนอกต้องมาออกันเยอะมาก
TKT : แล้วนอกจาก Event EDM จะเจอคุณเชียงได้ตาม Event ไหนบ้างคะ

คุณเชียง : (นึก….เพื่อนตะโกนแซว งานประกวด Miss Maxim) ตอนทีมชาติไทยแข่งนับเป็น อีเวนท์มั้ยครับ
TKT :สุดยอดค่ะ ชอบดนตรีนอกแต่ไม่ลืมความเป็นไทย

คุณเจมส์ พนักงานบริษัท

TKT : มางาน EDM บ่อยมั้ยคะ

คุณเจมส์: ค่อนข้างบ่อยครับ แล้วแต่ว่ารวบรวมเพื่อนได้มั้ย

TKT : ถ้าคนเดียวไม่มา

คุณเจมส์: แหมงานอย่างนี้ มันต้องมากันหลายๆคนครับ

TKT : งานสุดท้ายที่ไป

คุณเจมส์: มาร์ติน แกร์ริกซ์ครับ

TKT : วันนี้ใครเล่นมันส์สุดคะ

คุณเจมส์: จำไม่ค่อยได้ครับ…ผมจัดไปเยอะตั้งแต่ช่วงฟรีบาร์

TKT : แสดงว่ามาตั้งแต่เริ่ม

คุณเจมส์: เกือบๆครับ

TKT : แล้วจะอยู่จนจบเลยมั้ย

คุณเจมส์: ผมก็พยายามอยู่ครับ

พีช : พนักงานธนาคาร  พีนัท : นางแบบ

TKT : สวัสดีค่ะมางาน EDM บ่อยมั้ย
พีช : มาบ้างค่ะ

พีนัท : มาบ้างค่ะ เป็นพี่น้องกัน ถ้ามาก็มาด้วยกัน

TKT : ถ้าไม่เจอตามงานแบบนี้ จะเจอพี่น้องคู่นี้ได้ที่ไหนคะ

พีช : เอ่อ….เงียเลย 555

พีนัท : ก็ทั่วไปนะ…เอ็มโพเรี่ยม อ่อ อย่างงาน ART BOX ที่มักะสันก็อยากไป

TKT : แล้ววันนี้มาดูใครเป็นพิเศษมั้ย

พีช : Alesso ค่ะ

พีนัท : Alesso เหมือนกัน

TKT : แล้วทำไง

พีช :ก็มาแล้วก็เต็มที่ค่ะ

พีนัท : ช่าย สนุกได้อยู่แล้วค่ะ

 

 

และนั่นก็คือบางส่วนของงาน Road to Ultra ที่ TKT your lifestyle Calendar เก็บมาฝาก งานนี้ต้องเรียกว่าแม้จะเป็นขรุขระไปบ้าง แต่ก็เป็นถนนที่ทำให้ได้โดดกันอย่างสนุกทีเดียว
Road to Ultra Thailand 2015 : A Bumpy road that makes you Bounce

TKT TEAM

 

 

 

 

 

TKT ไปมาแล้ว : Art Box Bangkok

TKT ไปมาแล้ว : Art Box Bangkok

เชื่อว่าวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมานั้น เพื่อนๆที่มีโอกาสผ่านไปแถว สถานี แอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ มักกะสัน ก็คงจะสังเกตุเห็นตลาดนัดที่เต็มไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์มากมาย เพราะมีงานตลาดนัดสุด Hip ที่ชื่อว่า Art Box Bangkok กันอยู่ ข่าวดีสำหรับเพื่อนๆที่พลาดก็คือ ในศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ (19 – 21) ที่จะถึงนี้ เขาก็จะมีอีกครั้ง ดังนั้น TicketTail  จึงไม่พลาดที่จะไปตะลุยมาก่อน เพื่อจะให้เพื่อนๆที่จะไปในอาทิตย์หน้า เตรียมตัว เตรียมใจได้ถูกค่ะ

 

วันที่เราไปกันนั้นเป็นวันอาทิตย์ค่ะ ผู้เขียนนั่ง MRT มาลงที่สถานีเพชรบุรีแล้วออกทางออก 3 ปุ๊บก็เดินเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปทางรางรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ค่ะ ไม่ไกลเลย แค่ประมาณไม่เกิน 200 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ

 

ใครจะมาทางแอร์พอร์ตลิ้งค์ก็มาลงสถานีมักกะสันจะมีทางเชื่อมมาลงที่หน้างานเลยค่ะ

ส่วนใครขับรถมาให้เลยหน้างานไปก่อนแล้วจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอด แต่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ขับรถมานะคะ เพราะหลายครั้งที่มีงานที่นี่ แค่รถพ่อค้าแม่ค้าก็จอดเกือบเต็มแล้วค่ะ เชียร์ให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนค่ะ

ถ้ามาถึงหน้างานก็ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้กันซักหน่อย มุมบังคับค่ะ ไว้โพสท์ลง FB หรือ IG ว่ามาแล้ว…ถ้าจังหวะดีๆจะมีละครใบ้มาเล่นโชว์ด้วยค่ะ

ถ่ายรูปและ  Check In เรียบร้อยแว้ว เข้างานกันค่ะ

เพื่อให้ตามอ่านง่ายๆ ผู้เขียนขอแบ่งเป็น Categories ต่างนะคะ มาเริ่มกันด้วย


Shopping

ในหมวด Shopping นั้นก็มีร้านไว้เอาใจขาชอป ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าใน IG


เรียกว่าก็มีให้เลือกกันพอสมควรเลยค่ะ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย หลากหลายสไตล์เลยค่ะ เครื่องประดับ แว่นตา กระเป๋า เรียกว่ามีครบตั้งแต่หัวจดเท้าเลยค่ะ

นอกจากเครื่องแต่งกายแล้ว ของประเภทอื่นๆก็มีให้ Shop นะคะ

ส่วนร้านนี้ขายวาไรตี้มากเลยค่ะ ทั้งเครื่องครัวที่ทำจากไม้ เสื้อผ้าเด็ก และ เคสไอโฟนแฮนด์เมด

ร้านนี้คนมุงแน่นเชียว ขายสายคล้องกล้องค่ะ ใครที่เบื่อสายคล้องคอกล้องสีดำแบบเรียบๆ มาจัดได้ค่ะที่ร้าน YES IDID

มีให้ช็อปกันทั้งคุณผู้หญิงผู้ชายเลยค่ะ…อยู่ที่ว่ามีตังมาพอรึเปล่า

เดินช็อปไปช็อปมาหลุดเข้ามาโซนอาหาร กลิ่นหอมเชียว แถมผู้เขียนยังไม่ได้ทานข้าวเย็นมาด้วย ขอพอสเรื่อง Shop ไว้ก่อนแล้วไปหาอะไรทานกันค่ะ..I’m hungry


FOOD

งานอย่างงี้จะขาด Food Truck ไปมิได้ และเบอเกอร์ ฟูดทรัคชื่อดังอย่าง Orn The Road  ก็มาจอดในงานนี้ด้วยเช่นกันค่ะ และก็ไม่หมดแค่ร้านนี้มีร้านอื่นๆอีกเต็มเลยค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ มีมาแบบ Food Truck สองร้านคะ

ก๋วยเตี๋ยวแบบไทยแล้วมาดู ก๋วยเตี๋ยว Food Truck แบบญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ สีสันน่ากินเชียว

อาหารญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ อุด้งร้านนี้นะคะ ยังมีร้านอื่นอีกเพียบ

ร้านนี้เป็น Food Truck ที่ดังเรื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น Kofufu ส่วนร้านต่อไปไม่ได้เป็น Food Truck ค่ะ แต่ยกมาเป็นซุชิบาร์เลย

อาหารฝรั่งก็มีนะคะ และมีเยอะด้วย Forkers อีกหนึ่ง Food Truck ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Pasta ค่ะ สั่งปุ๊บก็เอาซ่อมจิ้มกินได้เลย

จริงแล้วร้านมีเยอะมากมายเลยค่ะ ทั้งแบบเป็น Food Truck และ แบบเป็นร้านเฉยๆ ทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีฟ…คงอธิบายทุกร้านไม่ไหว มาไล่ดูกันเองดีกว่าค่ะ

คอหมู RANGER ที่ทั้งคนขายคนย่างต้องใส่ชุดพราง

หรือจะเป็นอาหารแบบไทยๆ ก็มีนะ


หรือจะเป็นไทยภาคเหนือ ฟิวชั่นแบบร้านนี้ก็มีนะ

ชาวต่างชาติมาขายเองก็มี อย่างเจ้านี้ฮีขาย บอริโต้ จ๊ะ
แต่ที่ดูแล้วมันส์สุดต้องฝรั่งคนนี้ค่าาาาา ไม่รู้ว่าจบงานนี้แกจะสูดควันเข้าไปมากขนาดไหน เล่นเอาเตาย่างมาแขวนคอ ย่างกันอย่างนี้

ส่วนร้านนี้เป็นร้านที่โดนที่สุดค่า….ไม่ใช่ร้านอื่นไม่ดีนะ แต่ร้านดังๆหลายร้านเราทานมาหลายรอบแล้วค่ะ แต่ร้านนี้เป็นครั้งแรกผู้เขียนได้ลอง เป็น วาฟเฟิ่ล ฮอตดอก
วาฟเฟิล รสชาติดีค่ะ ไส้กรอกเลิศ ไม่ใช่แบบเน้นแป้งแบบไส้กรอกที่เรามักจะเจอ ให้สามผ่านเลยค่ะ

ทานคาวไม่ทานหวาน มันไม่หนำใจ มาดูของหวานกันค่ะ

หรือใครสนใจจะรวบของหวานกับแอลกอฮอล์ไปเมนูเดียวกันก็มีไอติมเจ้านี้จ้าาา

พูดถึงเรื่องดื่มๆ แล้ว มาดูฝากเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่าค่ะ


Drinks

เริ่มต้นด้วยเจ้าใหญ่เจ้าดังค่ะ HOBS  ก็นำเบียร์มาออกบูธด้วยค่ะ เดินเข้าไปในสุด อยู่ทั้งซ้ายทั้งขวาเลย แถมไม่ได้มาแต่เบียร์นะ อาหารก็มาด้วย

ดูเจ้าใหญ่แล้วไปแล้ว…มาดูเจ้าเล็กๆกันบ้างค่ะ

ไปดูแบบดื่มแล้วไม่มาวกันบ้างดีกว่า เดวคนขับรถมาไม่มีไรดื่ม

นมไปแล้ว ชาไปแล้ว…มาดูกาแฟกันบ้างค่ะ ทรูคอฟฟี่ก็มานะคะ

หรือจะเป็นกาแฟแบบ Hipster ค่อยๆ ดิพ ชงเย็น ก็มีให้ได้ลองกันค่ะ

เอาล่ะ…กินอิ่มแล้วไปดูว่ามีอะไรให้ทำกันบ้างค่ะ


Arts and Shows

มีทั้งความบันเทิงที่สอดแทรกอยู่ตามงาน และ ความบันเทิงบนเวทีค่ะ

 

นอกจากนี้ยังอาจจะมีบางเรื่องที่ผู้เขียนอยากจะเตือนเพื่อนๆ “ทิคเก็ตเทล” ไว้นิดนึง คือ

1. เรื่องห้องน้ำค่ะ แน่นอนว่างานกลางแจ้งอย่างนี้ จะให้สร้างห้องน้ำขึ้นมาเลยก็ใช่เรื่อง เพราะฉนั้นห้องน้ำจึงเป็นรถสุขาอย่างที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหากับห้องน้ำอย่างนี้ก็เตรียมตัวมาให้พร้อมละกันค่ะ

2. พื้นหลังฝนตก ด้วยความที่งานจัดอยู่บนสนามหญ้า หลังฝนตกพื้นนี่เลอะเทอะใช้ได้เลยค่ะ ผู้เขียนใส่ลองเท้าแตะไป กลับมาเท้าดำปี๋เลยค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่ไม่ชอบเฉอะแฉะ ถ้าฝนตกนี่ เปลี่ยนไปเป็นวันอื่นเลยนะคะ
3. อาทิตย์หน้าจะมี EDM Market ที่ Central World เชื่อว่าหลายร้านอาจจะย้ายไปอยู่ที่นู่นบ้าง นั่นหมายความว่าร้านบางร้านที่เห็นในรีวิวอันนี้อาจจะไม่อยู่ค่ะ

 

สรุป

งาน Art Box Bangkok นั้นตอนแรกที่ผู้เขียนไปคิดว่าจะมีงานศิลปะต่างๆ หรือการแสดงให้ชมมากกว่านี้ แต่อาจจะเป็นเพราะวันที่ไปนั้นมีฝนตกลงมาก่อนหน้าทำให้ต้องแคนเซิ่ลบางอย่างไป ซึ่งหากเพื่อนหวังจะไปเพื่อเสพศิลป์เหมือนชื่องาน ท่านอาจจะผิดหวัง

แต่ถ้าเรื่องของกินแล้วนั้น งานนี้ถือว่าเป็นงานที่ถือว่ามาเยอะที่สุดงานหนึ่งตั้งแต่ที่เคยจัดที่สนามหญ้าข้าง Airport Link มักกะสัน โดยปรกติแล้วงานส่วนใหญ่ที่จัดที่นี่เช่น SlowFest หรืองานอื่นๆมักจะไม่มีร้านขายของกินเยอะเท่านี้ และของกินมักจะหมดเร็วมาก แต่ Art Box Bangkok นั้น 1/3 หรืออาจจะครึ่งหนึ่งของร้านทั้งหมดเป็นของกิน ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆที่เป็น Food Hunter งานนี้โดนค่ะ

แต่ควรจะเลือกวันที่ฝนไม่ตก มารถไฟฟ้า เข้าห้องน้ำไปให้เรียบร้อย และ ไปกันหลายๆคน (จะได้ทานได้หลายอย่าง) …ค่ะ

เมื่อธรรมชาติ ทวงคืนโลก

เมื่อธรรมชาติ ทวงคืนโลก

ครั้งหนึ่ง Jonas Salk นักวิจัยไวรัสชาวอเมริกัน เคยกล่าวไว้ว่า “If all the insects were to disappear from the Earth, within 50 years all life on Earth would end. If all human beings disappeared from the Earth, within 50 years all forms of life would flourish.”

“ถ้าแมลงทั้งหมดหายไปจากโลก ภายใน 50 ปี จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอะไรเลยเหลืออยู่ในโลก แต่ถ้ามนุษย์ทั้งหมดหายไปจากโลก ภายใน 50 ปี โลกจะอุดมสมบูรณ์สุดๆ”
วันนี้ “ทิคเก็ตเทล” เลยพามาดูว่า ธรรมชาติมีกิจกรรมอะไรยามที่ปราศจากมนุษย์ และการทวงคืนของธรรมชาติที่เพื่อนๆจะได้ชมนั้น หลายที่ใช้เวลาเพียงแค่ปีสองปีเท่านั้นเอง …ไปดูกันแล้วจะเห็นว่าโลกจะอยู่กันอย่างไรเมื่อมนุษย์อย่างเราๆจากไป
อ่อ…มีรูปในประเทศไทยด้วยนะ

ต้นไม้ที่หลงใหลในเสียงดนตรี ที่แคลิฟอเนียร์

 

Image credits: Crackoala

อยู่รอดในป่าคอนกรีต ที่ฮ่องกง

Image credits: Romain JL

รางรถไฟที่ถูกทอดทิ้งในปารีส กลายเป็นกระถางต้นไม้ขนาดยักษ์

Image credits: messynessychic.com

จอดผิดที่ต้องโดนล็อคล้อ เมื่อจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ ที่วอชิงตัน

Image credits: Ethan Welty


โรงโม่ที่ถูกทอดทิ้งในอิตาลี


Image credits: Jason Wallace

เมื่อธรรมชาติอยากเล่นชิงช้าสวรรค์


Image credits: Kyle Telechan

รถ Vintage ของแท้ที่เบลเยี่ยม


Image credits: Rosanne de Lange

เมื่อเม็ดทรายอยากอยู่บ้าน บ้านพักที่ถูกปล่อยทิ้งในเหมืองร้างที่นามิเบีย


Image credits: Marsel Van Oosten


รางรถไฟที่ถูกปล่อยร้างมา 16 ปีในปารีส…ดูไม่ได้เลยเนอะ


Image credits: Pierre Folk


เรือแก่ๆอายุ
102 ปีที่ ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย

 Image credits: AndyBrii

ปลดปล่อย ผสมผสาน และ แทรกซึม

 Image credits: worldbeyondyourown

 

เมื่อธรรมชาติอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ ที่ไอร์แลนด์

Image credits: Sam Abell

สถานีรถไฟร้างที่จอร์เจีย

Image credits: Ilya Varlamov


คูลิ่งทาวเวอร์ที่ดูแลโดยธรรมชาติในเบลเยี่ยม


Image credits: brokenview


หมู่บ้านชาวประมงที่ไม่มีชาวประมงหลงเหลือ ในรัสเซีย


Image credits: englishrussia.com

นครวัดที่ยิ่งใหญ่สุดท้ายก็ต้องเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

Image credits: Brad Grove

โรงแรมที่มนุษย์ Checked Out ธรรมชาติ Checked In

Image credits: Matthias Haker

Ghost Town ในยูเครนที่เป็นผลพวงมาจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอโนบิล


Image credits: castlemaineindependent.org


และสุดท้าย…ตึกในกรุงเทพที่ได้รับการดูแลโดยท่าน… ช่างมันเถอะครับ

Image credits: Jesse Rockwell

เป็นอย่างไรครับ…ดูรูปเหล่านี้แล้ว บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้ามนุษย์เราแบ่งปันให้ ธรรมชาติได้มีส่วนร่วมดูแลโลกใบนี้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่  โลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นมั้ย

TicketTail … Your Lifestyle Calendar

TKT TEAM
แปลและเรียบเรียงจาก

นอกจาก Alesso มีใครใน Ultra

คู่มือดู Road to Ultra ฉบับสมบูรณ์

(ต้องบอกว่าตอนทำ Article นี้ ทีมงานยังไม่ทราบว่า Alesso จะ แคนเซิล) งาน EDM สุดมันอย่าง Road to Ultra จะระเบิดความมันขึ้นแล้วในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ แต่นอกจาก Alesso ที่เป็น DJ ที่เรารู้จักกันดีที่สุด แล้วคนอื่นล่ะ เป็นใครกันบ้าง วันนี้ “ทิคเก็ตเทล” ชวนคุณมารู้จัก DJ อีก 4 คนที่ติดอยู่ใน 100 DJ ที่ดีที่สุดในโลกของ DJ Mag มีใครบ้างไปดูกัน

No.53 Knife Party

Rob Swire และ Gareth McGrillen คู่ดูโอจาก เพิร์ธ ออสเตรเลีย ที่รู้จักกันในนาม Knife Party นั้นรั้งตำแหน่งที่ 53 ใน DJMag TOP100 เป็นดีเจแนว Dubstep และMoombaton (แนวเพลงที่เป็นการผสมผสานระหว่าง House music และ Reggaeton)  โดยล่าสุดทั้งคู่พึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากแสดง Live Set ในงาน Tomorrowland จากสาวก EDM สายฮาร์ดคอร์ว่าแสดงได้ถึง โดยเฉพาะยามที่  Rob Swire  ตะโกนบิ้วท์คนฟังว่า “C’mon Tomorrowland people, are you ready? Let’s go!”

โดย Track ที่ดังที่สุดของ Knife Party คือ “Internet Friends” ที่มีท่อนฮุคร้องว่า You blocked me on Facebook, Now you are going to die!!!

คลิ๊กฟัง Tracks ดัง Knife Party
Internet Friends
Bonfire

No. 21 NERVO

Miriam Nervo และ Olivia Nervo สองพี่น้องชาวเมลเบิร์นที่หันหลังให้กับอาชีพซุปเปอร์โมเดล และเลิกเดินบน Fashion Runway แต่เลือกเดินบนเส้นทางทางEDM คือ DJ ผู้หญิงที่อันดับสูงสุดใน Rank ของ DJ Mag ในปัจจุบัน โดยทั้งคู่ถูกจัดไว้ที่อันดับที่ 21 ซึ่งสไตล์เพลง EDM ของพวกเขาคือสไตล์ที่เจ้าตัวภูมิใจเรียกว่าเรียกว่า “Loud and Proud”
ซึ่งนอกจากทั้งคู่จะมีเพลงฮิตของตัวเอง และร่วมงานกับศิลปินแนว EDM ระดับเทพมามากมายแล้ว ทั้งคู่เป็น Co-Writing ของเพลง “When Love takes over” ของ David Guetta และ Kelly Rowland ที่ได้รับรางวัล Single of the year รางวัลแกรมมี่

คลิ๊กฟัง Tracks ดัง NERVO
The Way We See The World

Revolution

You’re Gonna Love Again

We’re All No One

No. 50 Laidback Luke

ดีเจ และ โปรดิวเซอร์ ชาวดัตช์-ฟิลิปินโน่ ที่มากประสบการณ์รายนี้คือ DJ ที่ร่วมงานกับศิลปินแนว EDM มาแล้วทั่วโลก และปั้น DJ ดังๆมาแล้วมากมาย ครั้งหนึ่ง Laidback Luke เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน DJ ที่ดีที่สุด 10 คนแรกของโลกมาแล้ว สไตล์การเล่น Live Set ของดีเจลูกครึ่งรายนี้ผสานความขี้เล่นแบบเอเชี่ยนด้วยการมิกซ์ที่อัดแน่นไปด้วยการใช้ Effect และ Scratch ต่างๆ ที่ต่างจาก DJ คนอื่นอย่างมาก นอกจากนี้ Laidback Luke ยังได้รับการยกย่องจากบรรดาแฟนเพลง EDM ว่าเป็นหนึ่งใน DJ ที่สามารถ Read the Crowd อ่านอารมณ์คนดูได้ดีที่สุดคนหนึ่ง

คลิ๊กฟัง Tracks ดัง Laidback Luke
Turbulence

Show Me Love

Leave the World Behind

Natural Disaster

No. 86 Quintino

ดีเจชาวดัตช์รายนี้ถูกค้นพบโดยรุ่นพี่อย่าง Laidback Luke เมื่อตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น โดยที่เขาบอกว่าเป็น Laidback Luke ที่ทั้งนำเขาเข้าวงการ EDM และ ทำให้เขาหลงรักแนวเพลงประเภทนี้ โดยปีนี้เป็นปีแรกที่เขากระโดดเข้ามาอยู่ใน Top 100 เนื่องจากผลงานในการเป็นเรสซิเดนท์ดีเจที่ Drai’s Las Vegas Nightclub and Beach Clubนอกจากนี้ “Go Hard” ซิงเกิลของ เขาก็ยังมีผู้ชมถึงกว่า 18 ล้านวิวใน YouTube อีกด้วย

คลิ๊กฟัง Tracks ดัง Quintino

Go Hard

Slammer


นั่นแหล่ะฮะ ท่านผู้ชม 4 DJ ที่ติดหนึ่งใน 100 ของ DJ Mag ที่จะขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์บนเวที Road To Ultra ศุกร์นี้  เมื่อรวมกับ Alesso นั่นเท่ากับว่าจะมีดีเจถึง 5 คน ที่ติดอันดับ 100 DJ ที่ดีที่สุดในโลกมาเล่น Live Set ให้คุณชม และเต้นกันจะๆ  รู้อย่างนี้แล้วห้ามพลาดนะ

คลิ๊กเพื่อซื้อบัตร

คลิ๊ก: 10 เหตุผลที่ต้องไปตื๊ดส์กับ Alesso

และถ้าไม่อยากพลาด Event ดีๆ Activity โดนๆ อย่าลืมตืดตามได้ที่ TicketTail … Your LifeStyle Calendar

TKT Team

 

10 เหตุผลที่ต้องไปตื้ดส์กับ Alesso ใน Road to Ultra

10 เหตุผลที่ต้องไปตื้ดส์กับ Alesso ใน Road to Ultra

อีกไม่กี่อึดใจ งาน Road to Ultra ก็จะระเบิดความมันขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน ที่ BITEC บางนานี้ มี Alesso เป็น DJ หลักในงานนี้ วันนี้ TicketTail มาเม้าท์ให้ฟังว่าทำไมเพื่อนๆที่ชอบแนว EDM จึงไม่ควรพลาดที่จะไปตื้ดส์กับ DJ Alesso

1. ด้วยความที่เป็นลูกครึ่ง อิตาเลี่ยน สวีดิช ทำให้ Alessoคือ DJ ที่ว่ากันว่าหล่อที่สุดในโลกคนหนึ่ง จริงๆแล้ว Alesso กับ Martin Garrix นั้นเบียดกันอยู่ในเรื่องหน้าตา แต่ว่า Alesso นั้นพกส่วนสูงมามากกว่า เลยเฉือนชนะไป

2. Alesso เป็น DJ อันดับ 15 ของโลก จากการจัดอันดับ ของ DJ magazine สูงกว่า Deadmau5 ที่เป็นไฮไลท์ของงาน S2O เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยอันดับสูงสุดที่เขาเคยทำได้คือ อันดับ 13


3. Alessoคือ DJ ที่ผ่าน Main Stage ของงาน EDM ระดับ TOP ของโลกมาแล้วทุกงาน
ไม่ว่าจะเป็น Ultra, Coachella, Electric Daisy Carnival, และ Tomorrowland

โดย“Road to Ultra”เป็นงานลูกของงานแม่อย่าง Ultra Miami งาน EDM ระดับใหญ่โคตรๆของโลก ที่จัดขึ้นทุกปีที่ Miami ซึ่งงาน Ultra ที่ไมอามี่นี่แหล่ะ ที่แฟนๆ EDM ทัวโลกมักจะนำมาเปรียบเทียบกับงาน “Tomorrowland” ที่เบลเยี่ยมอยู่เสมอว่า งานไหนคือ เบอร์หนึ่งของ EDM กันแน่

 

 


4. ในขณะที่ Martin Garrix มี Mentor ที่ชื่อ Tiesto และ AfroJack มี Mentor เป็น David Guetta นั้น Alesso ก็มี Mentor ที่ชื่อ Sebastian Ingrosso ดีเจ และ Producer ระดับเทพชาวสวีเดน อดีตหนึ่งในสมาชิก Swedish House Mafia โดยทั้งคู่เคยมีผลงานร่วมกันใน Track ที่ชื่อว่า Calling (lose my mind) ซึ่งเป็น Track แรกที่สร้างชื่อให้ Alesso
 

5. MTV มอบตำแหน่ง “EDM Rookies to Watch” ให้กับ Alesso ในปี 2012 ขณะที่นักร้องระดับตำนานอย่าง Madonna เลือก Alesso ไปเล่นเปิดใน MDNA ทัวร์ของเธอ พร้อมกับบอกว่า Alesso จะเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญของดนตรีเต้นรำในอนาคต “the next big thing in dance music.”

6. Alesso ร่วมงานกับศิลปินระดับ Big Name มาแล้ว ทั้วโลก ทั้งในวงการ EDM หรือวงการอื่นๆไม่ว่าจะเป็น David Guetta, Sebastian Ingrosso, Avicii, Calvin Harris, Madonna และ One Republic

7. Alesso พึ่งออกอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของเขา “FOREVER” เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพราะฉนั้นรับรองได้ว่า Alesso จะมีเพลงมาเปิดให้ตื้ดส์กันได้อย่าง forever ชัวร์ๆ

8. ไม่รู้เกี่ยวมั้ย แค่อยากเล่าให้ฟังว่า Alesso เคยเรียนโรงเรียนเดียวกับ Avicii ที่สวีเดน …โรงเรียนนั้นคงตื้ดส์น่าดู

9. แนวเพลงของ Alesso คือแนว Progressive House หรือ Electro House ขณะที่ DJ Mag บอกว่าเป็นแนว Arena House ซึ่งเป็นแนวที่เหมาะสุดๆกับการเล่นในงาน EDM

10. จากชื่อเสียงที่โด่งดังของเขาในปัจจุบัน ทำให้ Alesso ได้มีโอกาสไปแสดงสดมาแล้วแทบจะทั่วโลก ซึ่งเมื่อถูกถามว่าเหลือที่ไหนที่เป็นเป้าหมายที่เขาอยากไปเปิดแผ่นบ้าง Alesso ก็ตอบว่า…. “ดาวอังคาร” !!!! ใช่ …ดาวอังคาร!!!! ตื้ดพอมั้ยล่ะ


เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ อ่านทั้ง 10 ข้อแล้วอยาก ไปมันส์กับ Alesso ในงาน Road to Ultra กันรึยัง ใครที่อยากไปแต่ยังไม่มีบัตร ซื้อด่วนที่นี่
ส่วนเพื่อนคนไหนที่มีบัตรแล้วเจอกันศุกร์นี้ แล้วถ้าไม่อยากพลาด Event ดี Activity มันส์ๆ ต้องติดตาม tickettail.com ….Your Lifestyle Calendar


Tracks Hit ของ Alesso ที่ต้องฟังไว้ให้ขึ้นใจก่อนไป Road to Ultra

คลิ๊กฟังได้เลย

Calling(lose my mind)
Years
If I lose MySelf
City of Dream
Under Control
Hero
Article by MC Kelvin
เครดิตภาพ http://alessoworld.com/

4 เทศกาลหนังเดือนมิถุนา

4 เทศกาลหนังเดือนมิถุนา 4 อารมณ์

4 Films Fests … 4 Feeling

 

TicketTail ชวนเพื่อนๆไปสนุกกับเทศกาลหนังดีๆ 4 รูปแบบ 4 อารมณ์ ในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วน Film Fest อารมณ์ไหนจะถูกใจเพื่อนๆ กันบ้าง ไปดูกันเลย


“Italian Film Festival Bangkok 2015”

มาเริ่มกันที่งานนี้เลย “Italian Film Festival Bangkok 2015” ซึ่งมีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึง 7 เรื่อง 7 สไตล์ที่มีเป้าหมายในการเปิดประสบการณ์ใหม่ทางวัฒนธรรม และเรียนรู้กับมุมมองชีวิตใหม่ๆ ผ่านภาพยนตร์ของชาวอิตาเลียน

ภาพยนตร์ที่นำมาฉายนั้นจะเป็นภาพยนตร์ตั้งปี 2012 – 2014 อย่างเช่นเรื่อง The Great Beauty(La grande bellezza) ที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 2014 มาแล้ว หรือจะเป็นเรื่อง Reality ดีกรีรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์คานส์ประจำปี 2012 โดยภาพยนตร์ทุกเรื่องจะฉายด้วยเสียงต้นฉบับเป็นภาษาอิตาเลียนและมีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาอังกฤษครับ

Date: 2 – 11 มิถุนายน 2558

Venue: โรงภาพยนตร์ Quartier Cineart ห้างสรรพสินค้า Emquartier

More info: https://www.facebook.com/LaDanteBangkok
Ticket Price: 150 / 170 และ 300 บาท

 

“Bangkok Gay & Lesbian Film Festival 2015”

 

ต่อด้วย “Bangkok Gay & Lesbian Film Festival 2015” เทศกาลภาพยนตร์เกย์-เลสเบี้ยน ครั้งแรกในไทย ซึ่งปัจจุบันสังคมไทยจะเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้นแต่ก็ยังมีช่องว่างในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งภาพยนตร์ก็เป็นสื่อหลักที่จะมาสามารถอธิบายและสร้างความเข้าใจ ความรู้สึกและทัศนคติของผู้คนเหล่านี้ได้ดีที่สุด งานนี้เหมาะสำหรับทุกคน มาดูแล้วจะเข้าใจพวกเขามากขึ้นว่าพวกเขาไม่ได้แตกต่างจากเพศอื่นในสังคมเลย

ภาพยนตร์ที่นำมาฉายเปิดเทศกาลคือเรื่อง How To Win At Checkers (Every Time) ซึ่งสร้างจากเรื่องสั้น 2 เรื่องของนักเขียนไทยที่ไปเติบโตอยู่ในอเมริกา และปิดเทศกาลด้วยภาพยนตร์ภาคต่อจากซีรี่ส์เพื่อนเฮี้ยน…โรงเรียนหลอน ที่สร้างความฮือฮามาแล้วในไทย และยังได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมาอีกด้วย

 

Date: 5 – 14 มิถุนายน 2558

Venue: เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก

More info: https://www.facebook.com/events/855119521191432/
Ticket Price: สอบถาม ณ จุดจำหน่ายตั๋ว

“Lusophone Film Fest Bangkok”

 

 

ตามมาด้วยเทศกาลภาพยนตร์ที่มีการฉายหนังจากประเทศต่างๆ ที่ใช้ภาษาโปรตุเกส “Lusophone Film Fest Bangkok” งานนี้เขาฉายภาพยนตร์เดือนละ 1 ครั้ง โดยเริ่มครั้งแรกวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ยาวจนไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยวันแรกเราจะมีงานเปิดเทศกาลแบบลำลอง ด้วยความร่วมมือจากสถานทูตฝรั่งเศส บราซิล โปรตุเกส ที่จะมาร่วมงานด้วย

รายชื่อภาพยนตร์และแอนิเมชั่นประกาศออกมาแล้วทั้งหมดด้วยกัน 17 เรื่อง ซึ่งถือว่าเต็มอิ่มเลยล่ะครับ ส่วนใครที่สนใจเรื่องไหน ต้องคอยติดตามข่าวสารบ่อยๆ ว่าจะเข้าฉายเมื่อไหร่ เพราะว่าถ้าพลาดแล้วไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เหล่านี้อีกเมื่อไหร่ และเทศกาลแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก

 

Date: 6 มิถุนายน 2558 – กุมภาพันธ์ 2559

Venue: Speedy Grandma

More info: https://www.facebook.com/events/381330485387154/
Ticket Price: สอบถาม ณ จุดจำหน่ายตั๋ว

 

“The Silent Film Festival”

 

ปิดท้ายด้วย “The Silent Film Festival” หรือ “เทศกาลภาพยนตร์เงียบ” ซึ่งได้จัดมาเป็นครั้งที่ 2 แล้วหลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้มีภาพยนตร์เงียบ 10 เรื่อง จากหลากหลายประเทศ หลากหลายเนื้อหา มาจัดแสดงให้แฟนภาพยนตร์ในเมืองไทยได้รับประสบการณ์การชมภาพยนตร์เงียบคลาสสิกประกอบดนตรีประกอบสดๆ ที่บรรเลงโดยนักเปียโนมืออาชีพระดับโลกอีกด้วย

ภาพยนตร์ปิดเทศกาลในปีนี้คือ The Epic of Everest(1924) หนังสารคดีที่จะพาผู้ชมไปพบกับความระทึกขวัญของการปีนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก และรายได้ทั้งหมดในรอบปิดเทศกาลทางหอภาพยนตร์จะนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติที่ประเทศเนปาลด้วยครับ

 

Date: 10 – 16 มิถุนายน 2558

Venue: โรงภาพยนตร์ลิโด และโรงภาพยนตร์สกาลา

More info: https://www.facebook.com/silentfilmthailand
Ticket Price: โรงภาพยนตร์ลิโด 120 บาท, โรงภาพยนตร์สกาลา 200 บาท

 

 

เป็นยังไงบ้างครับ แต่ละเทศกาลคงถูกใจหลายๆ คนไม่น้อยเลยล่ะ แต่ถ้าจะให้ดีไปดูทุกเทศกาลเลยครับ เก็บเกี่ยวทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก และถ้าอยากหาอะไรในยามว่างๆ อย่าลืมนึกถึง TicketTail  … “Your lifestyle calendar” ที่จะให้คุณมีอะไรดีๆทำ…ทุกวัน!!!

 

หลบฝน…ดูคอนเสิร์ต

 

เรามาดูกันว่าเริ่มต้นหน้าฝนเดือน มิถุนายน นี้ มีคอนเสิร์ตอะไรดีๆ ไว้ดูตอนหลบฝน TicketTail รวบรวม 4 คอนเสิร์ต 4 สไตล์ มาให้ได้วางแผนกัน

 

EDM

Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015

 

[iframe id=”https://www.youtube.com/embed/Z6LAvnGaGbQ”]

จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการเปิดประวัติศาสตร์หน้าแรกของสุดยอดเทศกาลดนตรีระดับโลกในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ซัมซุงกาแลคซี่กลับมามอบประสบการณ์ความมันส์ระดับ World Class อีกครั้งกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ในเทศกาลดนตรีระดับโลก Samsung GALAXY Road To Ultra Thailand 2015 ผู้ที่อยากสัมผัสความมันระดับโลกห้ามพลาด!! จองบัตรได้แล้ววันนี้ก่อนที่จะตกขบวนความมันส์

Date: 12 มิถุนายน 2558

เวลา 17.00 น.

Venue: ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
Ticket : VIP 3,870 บาท / 2,870 บาท
ซื้อตั๋วคลิ๊ก : http://www.thaiticketmajor.com/concert/road-to-ultra-2015-th.html

 

Rockband

Cocktail : The Heartless Live

คอนเสิร์ตที่คุณจะได้ฟังเพลงฮิตมากมายจาก Cocktail รวมทั้งเพลงที่วงไม่ค่อยมีโอกาสได้เล่นที่ไหน คอนเสิร์ตที่คุณจะได้เต็มอิ่มเต็มอารมณ์กับโชว์เต็มรูปแบบของวง พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษที่ทุกคนต้องเซอร์ไพร้ซ์

Date: 13 มิถุนายน 2558

เวลา 18.00 น.

Venue: เมืองไทย GMM LIVE HOUSE @Central World ชั้น 8
Ticket : 999 บาท
ซื้อตั๋วคลิ๊ก
ประกาศ : ล่าสุดบัตรเต็มแล้ว

ตลาดตั๋วมือ 2 คลิ๊ก

 

 

Pop

Blue Live in Bangkok 2015

นับเป็นโปรเจคแรกเปิดตัวผู้จัดหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง PIC Production ที่ฮือฮาไม่น้อย เพราะสามารถพาวง BLUE แบบครบวง มารียูเนี่ยนเปิดคอนเสิร์ตที่ไทยได้อีกครั้ง หลังห่างหายนาน 10 ปี ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรอบทศวรรษแถมยังสุดแสนเซอร์ไพรส์แฟนเพลงไทยอย่างมาก กับคอนเสิร์ต “Blue Live in Bangkok 2015” ของบอยแบนด์ต้นตำรับจากเกาะอังกฤษอย่างวง BLUE ทำเอาสาวกที่เคยคลั่ง BLUE ต่างดีใจกับข่าวการมาจัดคอนเสิร์ตของ BLUE ที่ไทยในครั้งนี้แบบปลื้มปริ่มสุดๆ

Date: 13 มิถุนายน 2558

เวลา 20.00 น.

Venue: ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

Ticket : 6,500 / 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,000 บาท

ซื้อตั๋วคลิ๊ก


SUKIE BOYD SOMKIAT Present B Day Dance Party concert

เตรียมตัวไปฟินแบบสุดๆ ในคอนเสิร์ต “สุกี้, บอย, สมเกียรติ พรีเซ้นท์ บีเดย์ แดนซ์ ปาร์ตี้” SUKIE, BOYD, SOMKIAT present BDAY DANCE PARTY คอนเสิร์ตปาร์ตี้ดนตรีเต้นรำ ที่จะพาไปสู่โลกใหม่แห่งเสียงเพลงด้วยดนตรีซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย และทำให้ตำนานของคอนเสิร์ต BDAY กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

Date: 19 มิถุนายน 2558

เวลา 19.00 น.

Venue: Royal Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
Ticket : 3,000 / 2,500 / 1,500 บาท (บัตรยืนไม่ระบุที่)

ซื้อตั๋วคลิ๊ก
เป็นไงครับ คอนเสิร์ตไหนถูกใจบ้างรึเปล่า …และถ้าอยากหาอะไรทำอีก อย่าลืมนึกถึง www.tickettail.com …. “Your lifestyle calendarที่จะให้คุณมีอะไรดีๆทำทุกวัน!!!

TKT TEAM