Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

 

สมัยอะไรก็ง่ายไปหมด ยิ่งออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งง่ายแสนง่าย แค่แบกเป้ออกไปใบเดียว คุณสามารถไปตามที่ต่างๆได้หลายวัน เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ต้องขนบ้าหอบฝ่างเหมือนอย่างสมัยก่อน

แต่สิ่งที่ต้องคิดเสมอเมืิ่อจะก้าวเท้าออกจากบ้านหรือคอนโด คือเรื่องการเดินทาง อันไหนประหยัดเวลาอันไหนสบาย แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล บ้างคนอาจจะชอบขับรถไปเอง เพราะจะได้แวะตามที่ต่างๆที่ตัวเองต้องการ หรือบางคนอินดี้หน่อย ก็โบกรถไป คนละฟีล

Tickettail มานำเสนออีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าประหยัดเวลาและสะดวกสบาย สมมติว่าเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ แทบจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากกรุงเทพแล้วตอนนี้ เดินทางสะดวกทั้ง เครื่องบิน,รถไฟ หรือว่า รถทัวร์ มีหมด

การเดินทาง

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วถึงการเดินทางไปเชียงใหม่ ว่าแสนจะสบายมีทุกช่องทาง แต่ขอเลือกบนฟ้าละกันเพราะเร็วดี เรื่องการซื้อตั๋วเครื่องบิน ต้องดูช่วงดีๆเพราะแต่ละสายการบิน Low cost มีโปรโมชั่น ออกมาแทบจะทุกเดือน เลือกดีๆรับรองได้ถูกยิ่งกว่านั่งแท็กซี่ไปกลับใน กรุงเทพเสียอีก

เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว นั่งกระดิกเท้าบนเครื่องแป๊บเดียวเหินฟ้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยกัน เมื่อเท้าเหยียบสนามบินเชียงใหม่ ถ้าใครมีเพื่อนมีฝูงหรือญาติโกโหติกา อยู่ที่นั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับการเดินทาง

แต่ถ้าคุณไม่รู้จักใครเลยมาแบบเอาดาบหน้า ของแนะนำวิธีที่จะทำให้คุณสามารถไปได้ทุกที่ที่คุณอยากไป นั้นคือการ เช่ารถขับเอง เพราะการจะไปเหมารถตู้หรือว่าสี่ล้อแดงที่ีเชียงใหม่ ราคาไม่ได้ห่างกับเช่าเอง

ซึ่งบริษัทใช้เช่ารถนั้นมีอยู่มากมายจนเลือกแทบไม่ถูก แต่ละเจ้านั้นมีโปรโมชั่นมาให้เลือก ลดแลกแจกแถมกันเพียบ

Journeycnx

เป็นบริษัทรถเช่าที่มีรถไว้บริการมากมาย ส่วนค่าเช่านั้น ถ้าเป็น วีออส แจ๊ซซ์ ซิตี้ รุ่นเก่าจะวัน 1,000 ถ้าเป็นรุ่นใหม่ จะเป็นวันละ 1,200 ส่วนในเรื่องของเอกสารที่ต้องมีคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิตเพื่อรูดไว้ 10,000 บาท เป็นเงินประกัน เราจะไปรับรถที่ไหนก็ได้ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆกับการไปส่งรถรับรถ จ่ายแค่ค่าเช่าว่าจะเช่ากี่วันเท่านั้นเอง

northcarrental

อีกหนึ่งบริษัทรถเช่าที่เชียงใหม่ ราคาค่าเช่าตกอยู่ที่วันละ 900 จะเป็นรถซิตี้คาร์ ใช้คล่องตัวในเมืองทั้ง ซิตี้ แจ๊ซ วีออส ถ้าเป็นโฉมใหม่จะเป็นราคา 1,100 บาท ส่วนเอกสารที่ต้องนำไปคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ และ มีเงินค้ำประกัน 3,000 บาท ถ้ารถไม่ได้ชนอะไรมา รับเงินคืนตอนเอารถมาส่ง และจะให้บริการส่งรถที่สนามบินเชียงใหม่เป็นหลัก

ตะวันมอเตอร์

ถ้าไปถามคนเชียงใหม่ รับรองว่าต้องรู้จัก ตะวันมอเตอร์ อย่างแน่นอน อยู่ตรงสี่แยกแสงตะวัน มีรถโตโยต้าทุกรุ่นให่้เช่าตั้งแต่ วีออส ไปจนถึง คัมรี่ ค่าเช่าอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อวัน เอกสารก็เหมือนๆกับที่อื่นคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ และ เงินประกันอีก 5,000 บาท

 

สถานที่ท่องเที่ยว

เมื่อได้ยานพาหนะมาแล้ว ถึงเวลาที่เราจะไปตะลุยป่าเขาลําเนาไพร แมกไม้และสายธาร เพื่อเพิ่มพลังจากความเหนื่อยล้า ในการทำงาน สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในจังหวัดเชียงใหม่มีอยู่มากมายหลายที่ ได้สัมผัสธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม

หมู่บ้านแม่กำปอง

ใครอยากรู้ว่าชีวิต Slow life เป็นอย่างไร อยากจะให้เป็นสัมผัสที่หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน เพราะว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่ท่ามกลางหุบเขา แถมนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น บรรยากาศขอบอกว่าชิลล์เว่อร์!!

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ชมนกชมไม้กันบ้าง เพื่อจิตใจที่เบิกบาน การได้เห็นอะไรสวย        ๆงามๆ แถมยังได้ความรู้อีกต่างหาก เพราะเราจะได้เห็นพันธุ์ไม้แปลกที่เราไม่รู้จัก ร่วมถึงการดูแลรักษา อย่างต้นตะบองเพชรที่ตอนนี้หลายๆคนมักจะนำมาปลูกกันเพราะเชือว่าเป็นต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ

ดอยอินทนนท์

อากาศร้อนๆแบบนี้ขึ้นไปอยู่บนยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทยรับรองว่าอากาศยังไงก็เย็นกว่าพื้นที่ราบข้างล่างอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ไปสัมผัสอากาศอย่างเดียว บนดอยอินทนนต์ มีกิจกรรมให้ทำมากมายกราบศักการะ พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ,เดินป่าเข้าถ้ำบริจินดา,น้ำตกสิริธาร

 

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตง เผื่ออยากจะกระโดดน้ำ ท่ามกลางสายหมอก แมกไม้ สายลม และขุนเขา หลังจากลุยป่ามาเยอะ ฟินสุดๆ และมีแพที่พักให้คอยบริการมากมาย เหมาะแก่การพักผ่อน อ่างน้ำเหนือเขื่อนมีทัศนียภาพที่งดงาม

 

Cafe ฮิปฮิป

การได้นั่งทอดน่องสบายๆอามรณ์กันเครื่องดื่มดีๆ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ รวมทั้งดื่มด่ำกับบรรยากาศชิลๆที่ไม่เร่งรีบ มันเป็นอะไรที่สุขเว่อร์

 

เวียงจุมออน

Teahouse ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ต้องบอกว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการไปนั่งเม้าท์มอย หรือว่าหาเครื่องดื่มดับกระหาย เพราะทั้งบรรยากาศและรสชาติของเครื่องดื่มไม่ธรรมดา รวมทั้งยังมีขนมอร่อยๆให้เลือกมากมาย

 

The Giant

ครบเครื่องที่ในทีเดียว เป็นทั้งร้านกาแฟรสชาติเลิศและรีสอร์ทอันสวยงามท่ามกลางป่าเขา ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านป๊อก ห้วยแก้ว แม่ออน เด็กๆใครที่เคยฝันว่าอยากมีบ้านต้นไม้มาที่นี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

Nana Jungle

สุดยอดฟาร์มขนมปังสดใหม่ ต้องบอกว่ารีบตื่นแต่ไก่โห่ เพราะว่าคนเพียบจนล้น เพราะว่าขนมที่นี้อร่อยแสงออกปาก จนคุณอยากจะเปิดร้านขนมปังเลย เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของที่นี้


บ้านใกล้เรือนเคียง

 

จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นๆทางภาคเหนือหลายจังหวัด ซึ่งสามารถจะขับรถไปได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น

ลำปาง

เมืองรถม้าขับรถจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ถ้าใครชอบแบบธรรมชาติขอแนะนำ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เพราะว่าธรรมชาติสวยงามมาก

พะเยา

ที่แรกทีต้องไปเมืื่อไปถึงจังหวัดพะเยา ถ้าไม่มาที่เหมือนมาไม่ถึง กว๊านพะเยา เป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือ จะได้ศักการะหลวงพ่อศิลา กลางกว๊านพะเยา ต้องนั่งเรือพายไป

 

เชียงราย

เหนือสุดของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายว่าจะเป็น บ้านดำ ไปดู ศิลปะของอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ หรือ วัดร่องขุ่นที่เลื่องชื่อของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อยากไปธรรมชาติหน่อยก็ ไร่ฉุยฟ่ง หรือ บุญรอดฟาร์ม

 

ที่พัก

เมื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวแน่นอนว่า รีสอร์ท กับ โรงแรม มีให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งในตัวเมืองและต่างอำเภอ และแต่ละทีต้องบอกว่าสวยงามอย่างมาก

 

พราวภูฟ้า

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก เป็นรีสอร์ทที่ตอบโจทย์อย่างมากเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักมีให้เลือกหลากลายราคา แถมตกแต่งได้อย่างสวยงาม บวกกับบรรยากาศเดินไปไหนก็ได้ยินเสียงน้ำ เสียงนก สดชื่นอย่าบอกใคร

 

ปานวิมาน

สมกับชื่ออย่างแท้จริง เพราะสถานที่สวยงามถามท้องเรื่อง ตั้งอยู่บนเขาอย่างกับได้อยู่บนวิมาน ซึ่งทำให้เห็นทัศนียภาพรอบตัวอย่างชัดเจน สวยทั้งกลางวันและกลางคืน บรรยากาศดีเว่อร์ ไม่ไปสัมผัสเองไม่รู้หรอก ต้องหาโอกาสไป

 

Le Jardin de Maejo

ส่วนใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว รีสอร์ท เล็กๆน่ารักๆ ของแนะนำที่นี้เลย อยู่ที่อำเภอแม่โจ้ ไม่ได้ไกลจากจตัวเมืองเชียงใหม่ ขับรถแปปเดียวถึง      แต่ละห้องพักมีการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน สวยงามเหมือนอยู่ต่างประเทศ บรรยากาศเลิศมาก แต่ที่สำคัญคืออาหารอร่อยเว่อร์!!

ใครที่กำลังจะคิดไปเที่ยวทางภาคเหนือ อย่าได้รอช้า เพราะ มีข่าวดีมาบอกสำหรับแฟนๆ Tickettail คือไปนอนที่ Le Jardin de Maejo แถมรถเช่าไปให้เลยฟรีๆตามจำนวนวันที่เข้าพัก หรือ รถเช่าเล็กไม่รวมน้ำมัน เมื่อพัก 1 ห้อง 4-6 ท่าน 3950-5750 แต่ถ้ามา 8-10 ท่าน เช่า 2 ห้อง ให้รถตู้ ไม่รวมน้ำมัน สุดแสนสบาย เหินฟ้าจากเมืองหลวง พักที่โรงแรมน่ารักๆ มีรถขับไปเที่ยวฟรี จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกละ

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่

,

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่ เที่ยวง่าย 5 เส้นทาง วัดวาป่าเขาธรรมชาติครบรส

 

ให้บรรดานักเดินทางเลือกจังหวัดน่าเที่ยวสักสี่ห้าอันดับ รับรองว่าทุกลิสต์ต้องมีเชียงใหม่รวมอยู่ เพราะของเขาดีจริงมีทุกสิ่งให้เลือกสรร ยอดดอยเสียวสูง ธรรมชาติเขียวขจี ศิลปวัฒนธรรม แง่งามศาสนา เรียกว่าเป็นหนึ่งจุดหมายในฝันของคนเดินทางทั้งหลายไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือเซียนท่องเที่ยว

อย่างไรก็เถอะมักมีคำถามสำคัญของคนอยากเที่ยวเชียงใหม่คือ ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวจะเที่ยวยังไงให้สนุก ขอตอบเลยว่าทำได้ง่ายมากโดยไม่ต้องพึ่งพารถแดงแสนจะรีดราคาขูดเลือดขูดเนื้อ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสบาย ขอแค่ทักษะการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของคุณแข็งแรงประมาณหนึ่ง สำหรับผมทำมาหลายครั้งและต้องมีครั้งต่อไป ฟันธง!

 

 

วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ด้วยมอเตอร์ไซค์ เลือกใช้บริการรถทัวร์สะดวกที่สุด เพราะมีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์อยู่ตรงสถานีขนส่ง – คนเชียงใหม่เรียกว่าอาเขต พอลงรถทัวร์ปุ๊บเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ทันที วิธีคือจองตั๋วรถทัวร์รอบดึกมาถึงเชียงใหม่ตอนเช้า ร้านรถเช่าเดี๋ยวนี้มีหลายร้าน แต่ผมขอแนะนำร้าน Bikkey ข้างโรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์ เช่ามาหลายครั้งไม่เคยมีปัญหา เกียร์ธรรมดา 200 บาท ออโต้ 250 บาท ออโต้ตัวใหญ่ 300 บาท เปิดหกโมงเช้ายันสามทุ่มทุกวัน ส่วนขากลับจองรถรอบหัวค่ำ เอามอเตอร์ไซค์มาคืนแล้วจะได้ไม่ต้องรอขึ้นรถนานเกินไป วางโปรแกรมแบบนี้ลงล็อกสุดๆ ถ้าหากใครนั่งรถไฟหรือขึ้นเครื่องบินก็ต้องเสียค่ารถไปเช่ามอเตอร์ไซค์อีก ต่อครับ หาเช่าแถวถนนห้วยแก้วก็ได้

 

ส่วนการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่แบบไม่ยากผมมีแนะนำ 5 เส้นทาง มีเวลากี่วัน อยากเที่ยวที่ไหนมากกว่ากันตัดสินใจเอาเองครับ…


Route 1 : 5 km : ท่องตัวเมือง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

วัดพระสิงห์ – วัดเจดีย์หลวง – วัดพันเตา – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ – วัดเชียงมั่น – วัดสวนดอก – วัดเจ็ดยอด – วัดศรีสุพรรณ

 

เมืองเชียงใหม่มีวัดเพียบ ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เส้นทางเที่ยวกลางเมืองจึงเน้นวัดเป็นหลัก เข้าวัดไหว้พระ ชื่นชมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาพื้นถิ่น ซึ่งผมขอคัดแค่วัดเด่นๆ น่าสนใจนะครับ ไม่อย่างนั้นมีหวังเที่ยวสามวันก็ไม่หมด

เริ่มต้นคือวัดพระสิงห์ สำคัญเพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองซึ่งจะอัญเชิญมาให้ประชาชนสรงน้ำในวันสงกรานต์นั่นไง องค์พระประดิษฐานในวิหารลายคำนะไม่ใช่วิหารหลวงด้านหน้า องค์พระสวยงามตามศิลปะล้านนาอย่างมาก ต่อมาคือวัดเจดีย์หลวง อันหมายถึงเจดีย์ใหญ่ ซึ่งยอดหักโค่นเหลือเพียงครึ่งจากเหตุการณ์ฝนตกแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2088 เจดีย์แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเมื่อครั้งองค์พระอยู่ที่เชียงใหม่ ขณะที่ติดกับวัดเจดีย์หลวงคือวัดพันเตา โดดเด่นด้วยวิหารหอคำหลวงสร้างด้วยไม้สัก

 

 

 

ลัดเลาะต่อมาถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คือพญามังราย อาณาจักรล้านนา พญางำเมือง อาณาจักรภูกามยาว (พะเยา) และพ่อขุนรามคำแหง อาณาจักรสุโขทัย ซึ่งตำนานว่าทำไมกษัตริย์ทั้งสามถึงมีความสัมพันธ์แนบแน่น และเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างไร หาอ่านได้เลยภายในศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เรียกว่าเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ ประกอบด้วยสามส่วนคือหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ กับหอประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ ส่วนพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดพิพิธภัณฑ์ที่ผมชื่นชอบมาก เช่นเดียวกับประวัติของกษัตริย์ทั้งสาม

 

 

 

ในคูเมืองยังมีอีกวัดน่าสนใจอีกคือวัดเชียงมั่น วิหารหลวงมีจิตรกรรมลายคำสวยงาม ส่วนวิหารหลังเล็กประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์สององค์ คือพระเสตังคมณี พระแก้วใสองค์สูงแค่ราวสิบห้าเซนติเมตร กับพระศิลา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักบนแผ่นหิน อายุนับพันปี

เพียงเท่านี้หากใครใช้เวลาเนิบนาบอิ่มเอมกับทุกอย่างน่าจะใช้เวลาจากเช้าจนบ่ายแก่ๆ แต่ถ้ายังไม่หนำใจ นอกคูเมืองมีวัดแนะนำอีกสามแห่งสามทิศทาง คือวัดสวนดอกทางตะวันตก วัดเจ็ดยอดทางตะวันตกเฉียงเหนือ และวัดศรีสุพรรณ ทางทิศใต้

วัดเจ็ดยอด อยู่บนทางหลวงหมายเลข 11 ซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ไม่ไกลจากทางขึ้นดอยสุเทพ มีเจดีย์สวยแปลกคือเป็นอาคารทรงเหลี่ยม ด้านบนมียอดเจดีย์เรียงรายกันเจ็ดยอด ส่วนวัดสวนดอกออกจากตัวเมืองทางประตูสวนดอก ในวัดมีกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือพระเจดีย์บรรจุอัฐิของเหล่าเจ้านายเจ้านครในอดีต แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดอยู่ในพระอุโบสถคือพระเจ้าเก้าตื้อ พระประธานปางมารวิชัย ซึ่งองค์ไม่ใหญ่นักทว่ามีความสวยงามเปล่งปลั่งที่สุด เป็นพระพุทธรูปซึ่งผมบอกเลยว่าสวยที่สุดองค์หนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา

 

 

 

และสุดท้ายวัดศรีสุพรรณ ไปทางใต้บนถนนวัวลาย มีป้ายชี้บอกหาไม่ยาก ถนนวัวลายเป็นแหล่งทำเครื่องเงินชั้นดี ทางวัดจึงผุดไอเดียสร้างพระอุโบสถทรงล้านนาจากเงินทั้งหลัง งานฝาผนังที่ปกติเป็นภาพจิตรกรรมเปลี่ยนเป็นงานแกะสลักเครื่องเงิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใช้ฝีมือขนาดไหน

 

ใครไปหมดแบบไม่ใช่ชะโงกทัวร์ เที่ยวชมเรียนรู้จริงจัง แค่นี้ต้องบอกว่าเหนื่อยแล้ว


Route 2 : 30 km : ดอยสุเทพ-ปุย บิดฉลุยจากตีนถึงยอด

สวนสัตว์เชียงใหม่ – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย – น้ำตกห้วยแก้ว – น้ำตกมณฑาธาร – จุดชมวิว – วัดพระธาตุดอยสุเทพ – พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ – บ้านม้งดอยปุย – ขุนช่างเคี่ยน

 

เส้นทางยอดฮิตสำหรับนักบิดและท่องเที่ยว การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นดอยสุเทพคือความสนุกสนาน ถนนอย่างดี ไม่ชันเกินไป ที่เที่ยวรายทางเพียบ เกียร์ธรรมดาหรือออโต้ได้หมด ตีนดอยถึงยอดดอยแค่จิ๊บๆ แต่เที่ยวแค่วันเดียวไม่มีทางหมด ต้องเลือกคัดกรองจุดหมายเอาครับว่าอยากไปที่ใดบ้าง

จุดแรกสวนสัตว์เชียงใหม่ หากมาที่นี่ปิดประตูเที่ยวที่อื่นเลย อยู่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ถัดไปอีกนิดตรงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เลี้ยวเข้าไปจะพบน้ำตกห้วยแก้ว อยู่ในความดูแลของ อช.ดอยสุเทพ-ปุย ไม่เก็บค่าเข้าชมเพราะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มานั่งปิกนิกสบายดี แต่ความสวยงามอาจไม่มากเท่าไหร่

 

ใครอยากชมน้ำตกสวยกว่าต้องน้ำตกมณฑาธาร ขึ้นจากตีนดอยไปสัก 4 กิโลเมตร ผ่านด่านอุทยานฯ เสียตังค์เข้าไปอีกนิด ถนนลาดยางขี่สบาย ความจริงน้ำตกมีทั้งหมดเก้าชั้น แต่จำกัดการเที่ยวเพียงสองชั้น อยากผจญภัยชมน้ำตกสูงกว่าต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

 

ถัดจากน้ำตกมณฑาธารคือจุดชมวิวตัวเมืองเชียงใหม่ พอเลยจุดชมวิวเทโค้งไปเทโค้งมาขึ้นเขาสัก 5 กิโลเมตร จึงถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เผื่อใครไม่รู้ขอบอกว่าวัดเปิดถึงสามทุ่ม ใครมาหามุมถ่ายภาพยามเย็นตอนท้องฟ้ากำลังสีน้ำเงินเข้มตัดกับองค์พระธาตุสีทองซึ่งฉาบฉายด้วยแสงไฟจะได้ภาพงดงามมาก

 

 

กราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพเสร็จ จับระยะทางอีก 4 กิโลเมตร ถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระตำหนักเปิดขายบัตรถึง 15.30 น. เที่ยวชมด้านในได้ถึง 16.15 น. ค่าเข้าชมคนไทยแบงค์สีเขียวใบเดียว แต่ต้องแต่งกายเรียบร้อย มีเส้นทางเดินชมพรรณไม้กับสวนสวยๆ โดดเด่นที่สุดคือกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ที่รับรองว่าไม่เคยเห็นตามปากคลองตลาด

หลังจากตรงนี้ต้องใช้ฝีมือเพิ่มขึ้นเพราะถนนแคบลง (เลยพระตำหนักมาแล้วนี่นะ) สักพักพบสามแยก เบี่ยงไปทางซ้ายราว 2 กิโลเมตร จะถึงบ้านม้งดอยปุย แต่ก่อนอยู่กินกันตามวิถีคนดอย ปัจจุบันชาวม้งเล่นแท็บเล็ตกดไอโฟนสนุกสนาน ไม่ขอพูดว่าไปชมวิถีชาวเขาเพราะคงเป็นการโกหกกัน เอาเป็นว่าหากอยากสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านบนดอยไปเชยชมสักหน่อยไม่เสียหาย

 

จากบ้านม้งดอยปุยย้อนกลับมาสามแยก อีกเส้นทางมุ่งสู่ขุนช่างเคี่ยนซึ่งเลื่องชื่อเรื่องดอกนางพญาเสือโคร่งนั่นไง ระยะทาง 5 กิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกินห้านาทีแน่นอน เส้นทางเพิ่มความแอ็ดวานซ์ในการขี่แมงกะไซค์ ระหว่างทางผ่านลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ผมนอนมาแล้วบรรยากาศเยี่ยม ตอนเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นจากศาลาชมวิว กระทั่งไฮไลท์สุดท้ายคือการตามล่าต้นซากุระเมืองไทย ณ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ป่าสีชมพูงามจับใจ ถือเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งใกล้ตัวเมืองที่สุด แต่เจ้าดอกไม้แสนสวยนี้ปกติจะบานราวเดือนมกราคม ระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์นะ ไม่ใช่มีให้ชมทั้งปี

 

 

จากตีนดอยถึงยอดดอยระยะทางแค่ 30 กิโลเมตร เที่ยวอะไรตามแต่สะดวกและเหมาะกับฤดูกาลนะครับ


Route 3 : 40 km : ซิ่งเส้นแม่ริม เอมอิ่มธรรมชาติ

ห้วยตึงเฒ่า – น้ำตกแม่สา – สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ – ม่อนแจ่ม

 

ม่อนแจ่มรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ไหม ขอตอบว่าง่ายยิ่งกว่ารถยนต์หลายเท่า… ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง ได้รับการแซวเล่นว่าเป็นถนนสารพัดสัตว์ เพราะมีทั้งคุ้มเสือ ปางช้าง โชว์งู จระเข้ ลิง สวนสัตว์แมลง ทัวร์ต่างชาติชมโชว์เลยวิ่งกันพล่านไปหมด แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของผมหรอกครับ ถ่อมาเชียงใหม่ทั้งทีจะชมโชว์สัตว์ทำไมกันเล่า

ออกจากคูเมืองเชียงใหม่ที่ประตูช้างเผือกทางทิศเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ระหว่างทางผ่านแยกศูนย์ราชการซึ่งเป็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อยากแวะเที่ยวก็ลุยเลย มีหาดทรายและเพิงอาหารริมน้ำสมฉายาทะเลเชียงใหม่ ถ้าไม่แวะก็ตรงมาอีก 15 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอแม่ริมจนถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนนแม่ริม-สะเมิง ระหว่างทางนี้จะเจอโชว์สัตว์ กิจกรรมผจญภัย สารพัด รวมถึงสวนกล้วยไม้สองสามแห่ง

 

 

ตรงตามถนนแม่ริม-สะเมิง 5 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าน้ำตกแม่สา จ่ายสตางค์ค่าเข้าอุทยานฯ แล้วพร้อมลุย น้ำตกนี้อยู่ในเขต อช.ดอยสุเทพ-ปุย แต่เป็นอีกฝั่งหนึ่งของภูเขา มีทั้งหมดสิบชั้น แต่ละชั้นห่างกันไม่มาก ทางเดินดีเยี่ยม เราเริ่มต้นตรงชั้นสี่ เดินไม่เกินสี่สิบนาทีถึงชั้นบนสุด ส่วนชั้นแรกถึงชั้นสามค่อยลงมาเที่ยวทีหลัง เรื่องความสวยงามคงไม่โกหกพกลมว่าสุดสวยขนาดนั้น แต่ความน่าเที่ยวยกนิ้วให้ เพราะเป็นน้ำตกใหญ่เที่ยวง่าย เข้าถึงสะดวก มาถึงแม่ริมทั้งทีต้องแวะสักหน่อย

 

 

ถัดจากน้ำตกแม่สา ถนนเริ่มคดเคี้ยวเป็นทางขึ้นเขาซิ่งมอเตอร์ไซค์สนุกสนาน ต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงปางช้าแม่สา จากปางช้างอีก 2 กิโลเมตร ถึงสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ่ายตังค์แล้วเอามอเตอร์ไซค์เข้าไปเที่ยวตามสะดวก ภายในสวนใหญ่มากกกกก (ขอลากเสียงหน่อย) ดังนั้นจำต้องเลือกโซนเที่ยว น่าสนใจสุดต้องบนยอดเขาโน่นแหละ เป็นที่ตั้งของกลุ่มเรือนกระจกจัดแสดงพันธุ์ไม้หลายประเภท ไม้ทะเลทราย ไม้น้ำ บัว เฟิน ไม้ประดับ สับปะรดสี เด่นที่สุดคือเรือนใหญ่จำลองป่าดิบชื้นเล่นเอาอึ้งเหมือนเดินเข้าป่าจริงๆ

 

 

จากนั้นระหว่างทางขี่ลงมาจะผ่าน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ Natural Science Museum จอดรถแล้วแวะชมเลยไม่เสียสตางค์เพิ่ม จัดทำค่อนข้างดี มีภาพสามมิติให้ถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยด้วย

 

จากสวนพฤกษศาสตร์ บิดมอเตอร์ไซค์ต่อ 3 กิโลเมตร ถึงแล้วครับทางเลี้ยวขวาขึ้นเขาสู่โครงการหลวงหนองหอยหรือที่คุ้นปากว่าม่อนแจ่ม เข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ใครมาเยือนแล้วประทับใจสุดๆ หรือไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษอยู่ที่ทัศนะส่วนบุคคล โดยมากนิยมขึ้นไปกินข้าวชมวิวสบายๆ และถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ที่เขาจัดทำไว้ ใกล้เคียงมีที่เที่ยวอื่นชื่อม่อนโน้นม่อนนี้ตามกระแสเต็มไปหมด ก็แล้วแต่สะดวกอยากไปตรงไหนตามใจเลย

 

โดยสรุป ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง น่ารักน่าหลงน่าเที่ยวและขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวง่ายมาก


Route 4 : 30 km : สายธารแม่ขาน ตำนานดอยคำ

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ – วัดพระธาตุดอยคำ – เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี – วัดต้นเก๋วน – อช.ออบขาน

 

เส้นทางโปรดของผม ขี่มอเตอร์ไซค์ง่าย รถโล่งซิ่งสบาย สำคัญคือมุ่งหน้าไปทางอุทยานแห่งชาติซึ่งผมหลงรักหัวปักหัวปำ อช.ออบขาน แห่งอำเภอหางดง แถมระหว่างทางยังมีที่เที่ยวชื่อดังรออยู่อีกเพียบ ซึ่งผมขอเน้นเที่ยวออบขานเป็นอันดับแรก แล้วค่อยย้อนกลับมาครับ ตามใจคนเขียนล้วนๆ (ฮา…)

จากตัวเมืองลงใต้ผ่านประตูเชียงใหม่วิ่งเข้าถนนวัวลายออกสู่ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด มาเลี้ยวขวาที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (ชื่อเขาจริงๆ นะ) เข้าทางหลวงหมายเลข 121 วงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ (สายนี้เลี้ยวซ้ายมาจากแยกที่ถนนห้วยแก้วทางขึ้นดอยสุเทพก็ได้) ไปเรื่อยๆ สุดถนนถึงสี่แยกต้นเก๋วน ตรงเข้าทางหลวงชนบท ชม.3035 เลียบคลองชลประทาน จนพบป้ายเลี้ยวขวาเข้าอุทยานฯ จากปากทางนับอีก 12 กิโลเมตร ถนนลาดยางวิ่งคดเคี้ยวดั่งงูเมายาจนถึงด่านตรวจ จากนั้นจึงเป็นทางลูกรังรถยนต์อาจต้องระวัง แต่รถมอเตอร์ไซค์สบายบรื๋อ

คำว่าออบหมายถึงช่องแคบหรือร่องผาซึ่งมีลำน้ำไหลผ่านด้านล่าง ออบขานจึงหมายถึงออบที่แม่น้ำขานไหลผ่าน ปัจจุบันเป็นอุทยานฯ ซึ่งยังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ใครอยากเล่นน้ำเตรียมชุดมาเปลี่ยนได้เลย

 

ออบขานอยู่ห่างจากลานจอดรถแค่ไม่กี่ร้อยก้าว ทางเดินศึกษาธรรมชาติเริ่มต้นด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เลียบหน้าผาไปเรื่อยๆ คือออบขาน สวยงามแปลกตา พ้นจากออบขานจะถึงแม่น้ำขานช่วงที่เราสามารถลงเล่นสนุกชื่นฉ่ำ เส้นทางเลียบแม่น้ำขานยาวประมาณ 1 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่ออบไฮ ออบอีกแห่งหนึ่งเล็กกว่าออบขาน จากนั้นทางเดินจะเลี้ยวเข้าป่าวนกลับถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ใครอยากเดินเชิญตามสบาย แต่ผมเลือกเลาะแม่น้ำขานกลับได้อรรถรสทางสายตามากกว่าครับ

 

หากไม่อยู่ที่ออบขานจนเย็นย่ำสามารถซิ่งมอเตอร์ไซค์แวะที่เที่ยวเจ๋งๆ ตามรายทางขากลับ ย้อนมาถึงแยกต้นเก๋วน เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าสู่วัดต้นเก๋วน วิหารของวัดต้นเก๋วนเป็นต้นแบบหอคำหลวง ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จากนั้นกลับเข้าถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ หรือทางหลวงหมายเลข 121 สัก 8 กิโลเมตร จะถึงสี่แยกราชพฤกษ์ ให้เลี้ยวเข้าสู่อุทยานหลวงฯ ได้เลย ชมดอกไม้และการจัดสวนสวนหลากหลายรูปแบบตามใจชอบ

 

หากมีเวลาอยากให้แวะวัดพระธาตุดอยคำ อีกหนึ่งพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ไม่แพ้พระธาตุดอยสุเทพ มีตำนานว่ากาลก่อนดอยคำเป็นที่อยู่ของยักษ์สองตนคือปู่แสะย่าแสะ ผู้เป็นพ่อแม่ของเทวฤๅษี (ดอยสุเทพตั้งชื่อมาจากเทวฤๅษีนี่แหละ และเทวฤๅษีคือพ่อบุญธรรมของพระนางจามเทวี กษัตรีแห่งอาณาจักรหริภุญชัย – ว่ากันตามตำนานสนุกๆ นะครับ) ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่รับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่เกิดจากปู่แสะย่าแสะ จึงแสดงธรรมจนยักษาเกิดความเลื่อมใส พระพุทธเจ้ามอบพระเกศาธาตุให้แก่ยักษ์ทั้งสองตน อันกลายเป็นที่มาของพระธาตุดอยคำนั่นเอง

นอกจากพระธาตุดอยคำสีทองอร่าม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี รูปปั้นปู่แสะย่าแสะ สุเทวฤๅษี ทางวัดยังสร้างจุดชมวิวสวยๆ มองลงไปเห็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์เหลือเล็กนิดเดียว

 

 

ทางเส้นนี้ที่เที่ยวไม่เยอะแต่เล่นเอาเหนื่อย… อะไรนะ ยังเหลือ ไนท์ ซาฟารี พลาดไม่ได้เสียด้วยสิ (เห็นเขาว่าเวิลด์คลาส)


Route 5 : 40 km : ปลดตัวอาบน้ำแร่ เปลื้องเท้าแช่น้ำร้อน

ศูนย์อุตสาหกรรมร่มบ่อสร้าง – ถ้ำเมืองออน – น้ำพุร้อนสันกำแพง

 

ปิดท้ายกับเส้นทางแนะนำสำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสผจญภัยเที่ยวเชียงใหม่หลายวัน เพราะยามหนังใกล้เก็บฉากจะมีอะไรดีกว่าการผ่อนคลายสลัดความเมื่อยล้า ชื่อเสียงของน้ำพุร้อนสันกำแพงได้ยินมานานต้องขอโดนสักหน่อย ระยะทางไกลแต่จุดหมายไม่เยอะ ใช้เวลาได้เต็มที่

เที่ยวอำเภอสันกำแพง-แม่ออน ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่ประตูท่าแพ วิ่งมาทิศตะวันออกอย่างเดียวเข้าทางหลวงหมายเลข 1006 เชียงใหม่-สันกำแพง ผ่านบ้านบ่อสร้าง อยากชมเขาทำร่มและซื้อสินค้าหัตถกรรมติดไม้ติดมือแวะเลยที่ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม พอเสร็จสรรพค่อยตรงไปจนถนนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1317 หรือถนนเชียงใหม่-สันกำแพง สายใหม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำพุร้อน แต่หากใครไม่สนใจดูการทำร่มบ่อสร้าง แนะนำให้ออกจากเมืองเชียงใหม่มาทางสนามบิน ถึงแยกดอนจั่น แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1141 ดอนจั่น-เชียงใหม่ จนเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1317 ได้เลยจะไม่ต้องผ่านตัวอำเภอสันกำแพง

 

ริมทางหลวงหมายเลข 1317 ผ่านอำเภอสันกำแพงจนถึงอำเภอแม่ออน จะเห็นป้ายบอกทางเข้าถ้ำเมืองออน ฟังชื่อน่าสนเลี้ยวรถโดยพลัน ถ้ำเมืองออนไม่ใช่ถ้ำแบบเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นถ้ำซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานเต็มไปหมด มีไฮไลท์ตรงพระธาตุนมผาซึ่งเป็นหินงอกขนาดใหญ่แลดูคล้ายพระสถูปเจดีย์ ขณะที่บนเขาด้านบนยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ รูปหล่อครูบาศรีวิชัย และพระธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิของท่าน บอกเลยว่าเดินขึ้นไปหอบใช่เล่นแต่คุ้มค่าอยู่

 

ออกจากถ้ำเมืองออน อีกกิโลเมตรเดียวก็ถึงน้ำพุร้อนสันกำแพง หลายคนคงงงว่าเราผ่านอำเภอสันกำแพงมาแล้วนี่ ความจริงคือตอนจัดสร้างน้ำพุร้อนสันกำแพง แม่ออนยังเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสันกำแพง จนภายหลังยกฐานะเป็นอำเภอแม่ออน ทว่าก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อน้ำพุร้อนแต่อย่างใด เท่ากับว่าน้ำพุร้อนสันกำแพงอยู่ที่อำเภอแม่ออน ไม่ใช่อำเภอสันกำแพง

ที่น้ำพุร้อนมีค่าเข้าเล็กน้อย มาถึงแล้วกิจกรรมยอดฮิตคือการกินไข่ต้มใบน้อย จากนั้นค่อยถึงเวลาแช่น้ำร้อน มีให้เลือกหลากรายการ ห้องอาบส่วนตัว ตักอาบ แช่อาบ สระน้ำรวม หากไม่ต้องการขนาดนั้นขอแค่นั่งแช่เท้าอุ่นๆ ให้เลือดไหลเวียนก็ผ่อนคลายแล้ว แช่เท้าจนหนำใจค่อยเดินไปอาคารนวดแผนไทย นวดตัว นวดฝ่าเท้า สนนราคาคนไทยชั่วโมงละ 140 บาท ต้องจัดไปอย่าให้พร่อง ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร

 

ที่น้ำพุร้อนสันกำแพงมีนักท่องเที่ยวเยอะทุกวัน ทั้งชาวบ้าน ชาวไทย รวมถึงต่างชาติ หยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งคนตรึม เขามีที่พักค้างแรมด้วยนะ ทั้งแบบบ้านพักหรือกางเต็นท์นอน เบ็ดเสร็จครบวงจร

ก่อนกลับบ้านจัดสบายเสียหนึ่งวัน เที่ยวเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องขึ้นดงดอยสูงเสียดฟ้าเสมอไป เลือกเที่ยวได้หลายสไตล์ตามความชอบ รับรองมอเตอร์ไซค์คันเดียวเอาอยู่… จริงๆ นะจะบอกให้


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

IMG_7214

10 Islands 10 Styles


ลาพักร้อน… ไปนอนอาบแดด


10 เกาะ 10 สไตล์ ทะเลไทยสวยใสเที่ยวง่าย จากตะวันออก อ่าวไทย ถึงอันดามัน

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน จริงๆ ไม่ต้องประกาศก็รู้กันเองอยู่แล้วล่ะนะเรื่องแบบนี้ เชื่อว่าพอเข้าหน้าร้อนปุ๊บหลายคนคงวางแผนเตรียมเก็บกระเป๋าเที่ยวทะเลทันที แหม… จะมีฤดูไหนที่เหมาะกับการท่องทะเลเท่าตอนแดดแรงๆ อีกล่ะ ว่าแล้วเลยขอหยิบยกเอาเกาะในทะเลไทยสักหอมปากหอมคอ 10 เกาะ มาแนะนำเป็นตัวเลือกสำหรับออกทริปเที่ยวทะเลฤดูร้อนนี้กัน ชอบใกล้หรือไกล สไตล์ชิลๆ หรือแบกเป้เที่ยวก็เลือกเอาตามสะดวกครับ

เกาะล้าน ชลบุรี

 

รู้จักสักหน่อย : เกาะน้ำใสใกล้กรุง อยู่แค่พัทยานี่เอง เกาะล้านเป็นชุมชนใหญ่ แต่มีชายหาดหลายแห่ง โดดเด่นคือหาดตาแหวน หาดเทียน หาดแสม แต่ละวันฝรั่งตี๋หมวยจากพัทยาข้ามไปเล่นน้ำอาบแดดกันเพียบ ส่วนเราจะเที่ยววันเดียวก็ได้หรือนอนค้างก็ดี บนเกาะมีที่พักกับร้านอาหารเพียบ แถมหลายสไตล์ทั้งแหววๆ หรือแบบเหมาะกับก๊วนเฮฮา

ไปง่ายๆ ไปยังไง : จับรถหรือขับรถตามสบายไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา หากเดินทางจาก กทม. มีรถตู้ย่านอนุสาวรีย์ชัยส่งถึงท่าเรือ สำหรับเรือโดยสารมีบริการตลอดตั้งแต่เช้าถึงเย็น สลับกันลงเกาะล้านที่ท่าหน้าบ้าน กับหาดตาแหวน

ไปแล้วห้ามพลาด : จุดชมวิวเขาหน้ายักษ์ หรือบ้างเรียกจุดชมวิวกังหัน มองลงมาเห็นหาดแสมมุมสูงลิบ มีแนวกังหันลมใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมเป็นพร็อพเก๋ๆ

 

เกาะแสมสาร ชลบุรี


รู้จักสักหน่อย :
เกาะเขตทหารเรือในอ่าวแสมสาร อำเภอสัตหีบ อยู่ใกล้ฝั่งนิดเดียว แต่ทะเลสวยใสจนต้องร้องโอ้โฮ เที่ยวที่นี่รับประกันว่าได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารเรือ มีพาไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นซึ่งกำลังฟื้นฟูด้วย (แต่อย่าคาดหวังว่าจะสวยมากนะ) หรือปั่นจักรยานเที่ยวบนเกาะก็สนุกดี เปิดเฉพาะไปเช้า-เย็นกลับ ไม่อนุญาตให้ค้างคืนนะ

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่ท่าเรือเขาหมาจอ ตรงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย บัตรราคาเต็มผู้ใหญ่ 250 บาท ขับรถส่วนตัวสะดวกสุด หากไม่มีรถต้องนั่งไปตลาดสัตหีบ แล้วต่อสองแถวสัตหีบ-ช่องแสมสาร ขากลับอาจต้องขอเบอร์โทรศัพท์นัดแนะโชเฟอร์ เพราะปกติสองแถวไม่มารับคนที่พิพิธภัณฑ์ฯ

ไปแล้วห้ามพลาด : ไม่ได้อยู่บนเกาะ แต่แนะนำให้ขึ้นไปชมวิวทะเลช่องแสมสารบนยอดเขาหมาจอ ด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ฯ จะเห็นเกาะแสมสาร และเกาะน้อยใหญ่ โดยรอบสวยสุดๆ

 

เกาะเสม็ด ระยอง

 

รู้จักสักหน่อย : นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ไปเสม็ดก็ยังเสร็จทุกรายและทุกทีเพราะสวยไม่เคยสร่าง (บางคนก็ไม่เคยสร่างเมา!) เดี๋ยวนี้เสม็ดเติบโตขึ้นมาก เพียบพร้อมทั้งรีสอร์ต บ้านพัก 7-11 ร้านอาหาร ผับบาร์ริมทะเล โดยเฉพาะแถวหาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ อ่าววงเดือน ส่วนใครอยากผ่อนคลายสบายๆ หนีห่างจากสามอ่าวนั้นมาก็ใช้ได้แล้ว

ไปง่ายๆ ไปยังไง : เรือข้ามไปเสม็ดมีหลายท่าเรียงรายที่ตำบลบ้านเพ จิ้มเลือกกันตามสะดวก เกือบทุกท่ามีบริการรับฝากรถยนต์ ใครไม่ขับรถก็จับรถโดยสารไปบ้านเพ จากกรุงเทพขึ้นที่ขนส่งเอกมัย หรือจะใช้รถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยก็สะดวกดี เรือข้ามเกาะวิ่งเช้ายันค่ำไม่มีขาด

ไปแล้วห้ามพลาด : จุดชมวิวท้ายเกาะ ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ อ่าวปะการัง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยมาก แต่ก่อนไปยากเพราะถนนเป็นลูกรัง เดี๋ยวนี้ปั๊ดตะนาเป็นคอนกรีตอย่างดีทั้งหมดแล้ว

 

เกาะช้าง ตราด

 

รู้จักสักหน่อย : เกาะใหญ่ที่สุดของทะเลตะวันออก เต็มไปด้วยรีสอร์ต โรงแรมหรูไฮโซ และบังกะโลเกสต์เฮ้าส์ริมชายหาด แต่ถึงอย่างนั้นยังคงสมบูรณ์ด้วยผืนป่าและน้ำตกขนาดย่อมที่มีให้เที่ยวอยู่หลายแห่ง ขาลุยจะรู้ดีว่าเกาะช้างฝากตะวันตกอาจเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง แต่ฝากตะวันออกยังดิบๆ เหมาะกับคนชอบแอดเวนเจอร์

ไปง่ายๆ ไปยังไง : มีเรือเฟอร์รี่ (นำรถข้ามได้) สองบริษัทข้ามไปเกาะช้าง คือท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง กับท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ ถ้านั่งรถโดยสารมาลงที่สถานีขนส่งตราด ต้องต่อสองแถวไปท่าเรืออีกที สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพ มีรถตู้บริการที่อนุสาวรีย์ชัยถึงท่าเรือด้วย ส่วนรถทัวร์มีทั้งไปสถานีขนส่งและท่าเรือ

ไปแล้วห้ามพลาด : เอาแบบชิลๆ ต้องซื้อทัวร์เดย์ทริปไปชมทะเลดำน้ำตื้นดูปะการังและแหวกว่ายกับฝูงปลาที่หมู่เกาะรัง มีทั้งแบบเรือไม้ลำใหญ่และสปีดโบ๊ตหลายบริษัท เลือกกันตามสะดวก ไม่ต้องจองล่วงหน้าไปหาซื้อบนเกาะช้างได้เลย

เกาะกูด ตราด


รู้จักสักหน่อย :
ปลายภาคตะวันออกน่านน้ำไทย พ้นจากนี้ไม่นิดเดียวก็เขมรแล้วล่ะ เป็นเกาะใหญ่ที่ยังคงดิบอยู่พอตัว น้ำทะเลใสกริ๊ง หาดทรายขาวสวย เปรียบดั่งไข่มุกแห่งตะวันออกสวยไม่แพ้ฝั่งอันดามัน แถมเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ไม่ค่อยมีแสงสี เหมาะกับขาแบ็กแพ็กรักความสงบ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ็กแพ็กเที่ยวทะเลก็ได้

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่แหลมศอก มีเรือโดยสารสองเจ้าคือเกาะกูดปริ๊นเซส กับเกาะกูดเอ๊กเพรส ออกจากฝั่งวันละเที่ยวประมาณเที่ยง เขาบริการตั้งแต่รับ-ส่งฟรีจาก บขส. ไปท่าเรือ พอขึ้นเกาะแล้วก็ส่งถึงรีสอร์ตที่พักอีกต่างหาก ราคาทุกอย่างเบ็ดเสร็จประมาณ 350 บาท หรือใครขับรถไปมีบริการฝากรถอย่างดี ไม่เช่นนั้นก็ต้องเดินทางกับสปีดโบ๊ทของรีสอร์ตต่างๆ ด้วยราคาแพงขึ้น

ไปแล้วห้ามพลาด : ชายหาดสวยของเกาะกูดมีเยอะ แต่น่าเที่ยวที่สุดคือหาดบางเบ้า เพราะอยู่ในอ้อมโอบของปลายแหลมสองฝั่ง คลื่นลมจึงค่อนข้างสงบ น้ำนิ่งและใสมาก บรรยากาศสบายที่สุดในบรรดาทุกหาด

เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี


รู้จักสักหน่อย :
เกาะใหญ่ยักษ์ เปรียบเทียบเหมือนกับภูเก็ตแห่งทะเลอ่าวไทย เที่ยวสมุยมีกิจกรรมให้ทำทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เล่นทะเล อาบน้ำ เที่ยวน้ำตก เดินตลาด ปาร์ตี้กลางคืน สารพัดจะสาธยาย และหาดสวยๆ มีให้เลือกเพียบ เฉวง ละไม แม่น้ำ บ่อผุด ฯลฯ ที่พักมีตั้งแต่ครึ่งดาวยันห้าดาวครึ่ง!

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขับรถไปเอารถข้ามเกาะได้เลย มีท่าเรือเฟอร์รี่สองท่าคือ ซีทรานเฟอร์รี่ กับราชาเฟอร์รี่ หรือถ้าเดินทางจากกรุงเทพมีรถโดยสาร กรุงเทพ-เกาะสมุย ขึ้นเรือไปกับรถนั่นแหละ (แต่ต้องซื้อตั๋วเรือต่างหากนะ) ไม่เช่นนั้นไฮโซขึ้นเครื่องบินก็ได้ มีสายการบินทั้งบินตรงไปเกาะ หรือไปลงสุราษฎร์ ลงนครศรีธรรมราช แล้วมีรถรับส่งทรานเฟอร์สไปต่อเรืออีกที

ไปแล้วห้ามพลาด : ที่สมุยมีถนนคนเดินหลายแห่งเวียนกันไปตลอดทั้งสัปดาห์ แต่แนะนำสุดๆ คือถนนคนเดินบ่อผุดซึ่งปิดถนนย่านหาดบ่อผุด ชุมชนประมงเก่า หรือเรียกภาษาปะกิตเก๋ๆ ว่า ฟิชเชอร์แมน วิลเลจ บรรยากาศคึกคัก ของกินของขายเยอะที่สุด ที่นี่มีทุกวันศุกร์นะไปวันอื่นก็อดตามระเบียบ

เกาะพยาม ระนอง


รู้จักสักหน่อย :
เกาะแรกๆ ทางทะเลอันดามัน ใครคุยว่าเป็นแบ็กแพ็กเกอร์แล้วไม่เคยแบ็กแพ็กมาเกาะพยามถือว่ายังไม่ใช่แบ็กแพ็กเกอร์ตัวจริง แม้จะมีรีสอร์ตดังโปรโมตภาพให้เกาะพยามเป็นประหนึ่งมัลดีฟส์  แต่ตัวตนของเกาะพยามจริงๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เกาะพยามของแท้ต้องแบ็กแพ็ก นอนบังกะโลริมหาดถูกๆ ที่มีไฟใช้วันละไม่กี่ชั่วโมง ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ นั่นถึงจะฟินกับที่นี่

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่ท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ เรือโดยสารไม้ลำใหญ่มีวันละหนึ่งหรือสองเที่ยวตามแต่ฤดูกาล โดยมีสปีดโบ๊ตเพิ่มเติมอีกสองถึงสามเที่ยวพร้อมราคาที่แพงขึ้น การไปท่าเรือก็นั่งรถไปลง สถานีขนส่งระนอง แล้วต่อรถรับจ้างไปสบายๆ ไม่แนะนำให้ขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ท่าเรือ

ไปแล้วห้ามพลาด : อ่าวกวางปีบ ตอนเหนือสุดของเกาะพยาม เป็นอ่าวเล็กๆ มีความเป็นส่วนตัวสูง จะนอนพักที่ไหนบนเกาะก็ได้แต่ควรแวะมาเที่ยวที่นี่ด้วย

เกาะตาชัย พังงา


รู้จักสักหน่อย :
เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้รับการผนวกเข้ามาภายหลัง กำลังโด่งดังและโดดเด่นทั่วคุ้งแคว้นแดนสยามเพราะน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส กับชายหาดทรายขาวละเอียดราวแป้งฝุ่นทอดตัวยาวเกือบกิโลเมตร ที่นี่ไม่ใช่แหล่งดำน้ำตื้นเลิศหรูที่สุด แต่มีชายหาดและสีน้ำทะเลที่สุดยอดกว่าที่ใด ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการค้างแรมบนเกาะ

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ง่ายดายมากเพราะยังไงก็ต้องพึ่งพาบริษัททัวร์ การเดินทางต้องออกตัวจากท่าเรือทับละมุ เขาหลัก จังหวัดพังงา โดยบริษัททัวร์ต่างๆ จะมีบริการรถรับส่งจากโรงแรมที่พักในโซนเขาหลัก (ฟรี) และจังหวัดภูเก็ต (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ราคาเดย์ทริปด้วยเรือสปีดโบ๊ตทั่วไปอยู่ราว 2,000 – 2,5000 บาท ต่อคน

ไปแล้วห้ามพลาด : กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วมาว่าเที่ยวตาชัยต้องกระโดด ใครเป็นคนต้นคิดไม่รู้ แต่รู้ว่ามีคนทำตามเพียบ!

เกาะห้อง กระบี่

รู้จักสักหน่อย : ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้องโดดเด่นด้วยทะเลสีเขียวมรกตที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนแสนอลังการ ขณะที่อีกด้านของเกาะมีชายหาดสีขาวนวล เราสามารถค้างแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่ต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไปเอง ดังนั้นคนเลยนิยมเที่ยวแบบเดย์ทริปมากกว่า

ไปง่ายๆ ไปยังไง :  วิธีง่ายที่สุดในการเที่ยวเกาะห้องคือการซื้อทัวร์นำเที่ยวหนึ่งวันจากผู้ประกอบการที่อ่าวนางซึ่งมีอยู่หลายบริษัทให้เลือก ราคาเรือสปีดโบ๊ตประมาณ 1,200 – 1,500 บาทต่อคน ส่วนเรือหัวโทงถูกกว่าอีกหลายร้อยบาท สำหรับเรือโดยสารนั้นยังไม่มีบริการ

ไปแล้วห้ามพลาด : ผจญภัยพายเรือคายัคเที่ยวอ่าวห้องหรือทะเลในที่โอบล้อมด้วยขุนเขา เป็นหนึ่งในฉากแสนสวยของทะเลกระบี่ที่สักครั้งในชีวิตต้องมาสัมผัส

เกาะหลีเป๊ะ สตูล


รู้จักสักหน่อย :
เกาะสุดท้ายตอนใต้ของสยามประเทศติดกับน่านน้ำมาเลเซีย สวยใสทั้งน้ำทะเลและมวลหมู่ปะการัง จัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งดำน้ำทั้งตื้นและลึกสวยที่สุด หลีเป๊ะนั้นเป็นหนึ่งในเกาะของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แต่ได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษให้อยู่นอกเหนืออำนาจอุทยานฯ เลยพัฒนาเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยรีสอร์ตแบบที่เรารู้กัน

ไปง่ายๆ ไปยังไง : มีบริการเครื่องบิน ต่อรถ ต่อเรือ ถึงหลีเป๊ะจากหลายสายการบิน โดยขึ้นเครื่องไปลงที่อำเภอหาดใหญ่ สงขลา ต่อรถมาท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล รวมถึงล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เอากับเขาด้วยคือนั่งรถไฟไปหาดใหญ่ก่อนต่อรถและต่อเรือตามลำดับ แต่ใครไม่ชอบแบบนั้นสามารถนั่งรถทัวร์โดยสารไปลงอำเภอละงู แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือสองแถวไปท่าเรือปากบาราได้เช่นกัน

ไปแล้วห้ามพลาด : นอกจากการดำน้ำตามเกาะต่างๆ ต้องขึ้นไปชมวิวที่ผาชะโด เกาะอาดัง ซึ่งอยู่ใกล้กับหลีเป๊ะนั่นแหละ มองลงมาจะเห็นหลีเป๊ะทั้งเกาะลอยเด่นกลางทะเลสีเขียวคราม


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

 

FB570423_01