ชี้เป้า 5 เอาท์เล็ทฮ่องกง ขาช้อปห้ามพลาด

ชี้เป้า 5 เอาท์เล็ทฮ่องกง ขาช้อปห้ามพลาด

ไม่ต้องรอให้ถึงเทศกาลฮ่องกงลดทั้งเกาะ ถ้าคุณมีแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกงเร็วๆ นี้ นอกจากเรื่องเช็คอิน กิน เที่ยว แวะไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาทำกันที่นี่แล้ว ฮ่องกงก็ยังจัดเป็นแหล่งช้อปชื่อดังในโซนเอเชียที่มีของดีราคาถูก อีกทั้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ทีครบครัน แต่ทีนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเซลล์ เพราะครั้งนี้ เราจะมาชี้เป้า 5 เอาท์เล็ตในฮ่องกง ที่ชาช้อปห้ามพลาด

ซึ่งก่อนจะไปดูว่ามีที่ไหนบ้าง นอกจากตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็อย่าลืมจองที่พักฮ่องกงที่เดินทางง่ายเอาไว้ก่อน หากไม่รู้จะจองจากไหน ยังไงดีให้ได้ที่พักราคาถูก คุ้มค่า แนะนำให้ลองเช็คกับ Traveloka ตรงนี้ >>https://www.traveloka.com/th-th/hotel/hong-kong คุณจะเจอที่พักฮ่องกงราคาถูกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นที่พักย่านจิมซาจุ่ย มงก๊ก จะย่านไหนๆ  Traveloka เขาก็ไม่มีบวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม เหลือเงินให้ไปช้อปตามเอาท์เล็ทนี้เลย

1.  Citygate Outlets

พิกัด: MTR Tung Chung Station ทางออก C

เรียกได้ว่าเป็นเอาท์เล็ทอันดับต้นๆ ในฮ่องกงและเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เพราะ Citygate Outlets เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปขึ้นกระเช้านองปิง 360 (Ngong Ping 360) เพื่อที่จะไปเที่ยวเกาะลันเตา ส่วนในเอาท์เล็ทนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ก็คงจะเป็นสินค้ากว่า 80 แบรนด์ชั้นนำที่พร้อมใจกันลดราคา 30-70% ยกตัวอย่างแบรนด์ เช่น Guess, Armani Exchange, Juicy Couture, Calvin Klein, Nike, The Body Shop และอื่นๆ อีกมากมาย

2.   Horizon Plaza

ขอบคุณรูปภาพจาก: discoverhongkong.com

พิกัด: MTR Diamond Hill Station ทางออก C2 จากนั้น นั่งรถบัสสาย 671 ซึ่งจะจอดใกล้ๆ กับ Horizon Plaza

ถึงแม้ด้านนอกจะดูเป็นศูนย์การค้าเก่าๆ ไปซะหน่อย แต่ด้านในของที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง Horizon Plaza เป็นอาคารที่มีทั้งหมด 27 ชั้น เต็มไปด้วยแบรนด์ดังๆ มากมายที่ลดราคาตั้งแต่ 30-80% โดยเฉพาะแบรนด์ไฮเอ็นด์ต่างๆ อาทิ  Vivienne Westwood, Marc Jacob, ARMANI, YSL, Jimmy Choo, MARNI และอื่นๆ ซึ่งที่นี่อาจไม่เป็นที่คุ้นหูสำหรับคนไทยเท่าไหร่ แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงด้วยกัน ฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้คุณอาจต้องหลีกเลี่ยงการมาที่นี่ช่วงสุดสัปดาห์ ที่มีคนมาช้อปมากเป็นพิเศษ และควรช้อปปิ้งจากชั้นบนลงล่าง เนื่องจากลิฟท์ที่นี่รอนานมาก

3.  Prada Outlet Store

พิกัด: MTR Central ทางออก A จากนั้นเดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้าม ยัง Exchange Square เพื่อนั่งรถบัสสาย 590 ไปลงที่ South Horizons หรือ Marina Square East Wing โดยเอาท์เล็ทตั้งอยู่ติดกับ Marina Square East Market

เอาท์เล็ทนี้สาวกแบรนด์ Prada บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เพราะนอกเหนือจากแบรนด์ Prada เองแล้ว ที่นี่ก็ยังมีแบรนด์พี่น้องอย่าง Miu Miu ขายอยู่ที่นี่เช่นกัน ทั้งเครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า แอ็กเซสเซอรี่ และเสื้อผ้าต่างๆ ซึ่งถึงแม้บางอย่างจะตกรุ่นไปแล้ว แต่คุณก็สามารถหาไอเท็มคลาสสิคของแบรนด์ได้ที่นี่เช่นกัน ด้วยราคาปกติที่ลดอยู่ประมาณ 50% ซึ่งบางช่วงก็ลดถึง 80% เลยทีเดียว แต่ว่าที่นี่ปิดทุกวันจันทร์นะ

4.    Spring Garden Lane, Wan Chai

พิกัด: MRT Wan Chai ทางออก A3, Spring Garden Lane

สำหรับใครที่ชอบเดินช้อปปิ้งชิลๆ ไปตามถนน เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ สัมผัสกับบรรยากาศข้างทางที่ไม่ใช่อยู่ในตัวตึก ในย่าน Wan Chai นี้ถือว่าเหมาะเจาะเลยทีเดียว โดยที่นี่คุณจะได้พบเห็นร้านค้าเอาท์เล็ทสตรีทแบรนด์ที่มีราคาปานกลางอยู่ รวมไปถึงถนน Spring Garden Lane นี้ยังเป็นถนนที่คู่ขนานไปกับถนนของเล่นหรือ Tai Yuen Street อีกด้วย ซึ่งการมาช้อปปิ้งที่นี่ก็สามารถมาได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา  11:00 – 19:00 . นอกเหนือจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งที่พักฮ่องกงที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เนื่องจากเดินทางสะดวก มีที่เที่ยวที่ช้อปเก๋ๆ เพียบ

5.  China Hong Kong City, Tsim Sha Tsui

 

ขอบคุณรูปภาพจาก: discoverhongkong.com

พิกัด: MTR Tsim Sha Tsui ทางออก A1 หรือ MTR Austin ทางออก F

ปิดท้ายกันที่เอาท์เล็ทในย่านช้อปปิ้งและย่านที่พักฮ่องกงสุดฮิต ซึ่งเดินทางง่ายอย่างแน่นอน China Hong Kong City เป็นห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ข้างๆ กับห้างHabour City โดยที่นี่มีร้านค้าที่เป็นเอาท์เล็ทกว่า 20 ร้านแบรนด์ดัง อาทิ SIXTY, ESPRIT, G2000 และ Samsonite เป็นต้น ที่คุณจะได้พบสินค้าลดสูงสุดกว่า 70%ซึ่งใครที่ไม่มีเวลาไปถึง Citygate Outlets ที่นี่ก็นับว่าเหมาะเจาะเช่นกัน

ขาช้อปรออะไร รีบจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักฮ่องกงกันได้เลย ซึ่งถ้าใครไม่อยากเข้าหลายเว็บ เช็คราคาให้วุ่นวาย เราก็แนะนำให้เข้ามาที่ Traveloka ที่เดียว จัดการเรื่องเที่ยวทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก แป๊ปเดียวก็เสร็จ แถมได้ราคาถูก เหลือเงินไว้ช้อปอีกต่างหาก ทีนี้ก็เหลือแต่เก็บเงิน แพ็คกระเป๋าเตรียมมาช้อปปิ้งอย่างเดียวแล้ว

สัมผัสเบื้องหลังประสบการณ์งานบริการระดับโลกกับโรงแรมโอเรียนเต็ล

สัมผัสเบื้องหลังประสบการณ์งานบริการระดับโลก กับ โรงแรมโอเรียนเต็ล

 

คุณอยากสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกที่เป็นความฝันของใครหลายๆคน ไหม ซึ่งครั้งนี้คุณไม่ได้มีโอกาสแค่สัมผัส แต่มีโอกาสเรียนรู้ถึงเบื้องหลังของ World Class experiences เหล่านั้น เพราะโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพหนึ่งใน โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ชวนคุณมาสัมผัสและเรียนรู้ประสบการณ์งานบริการที่เป็นเลิศมาอย่างยาวนาน งานนี้ TicketTail จะมาเล่าให้ฟังว่าทำไม โรงแรมแห่งนี้ถึงเป็นเบอร์หนึ่งในใจของแขกระดับ VIP ทั่วโลก

 

1 โรงแรมแห่งแรกของประเทศไทย

โรงแรมโอเรียนเต็ลก่อตั้งโดย “ซี ซาลเจ” กะลาสีชาวเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ.2413 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โอเรียนเต็ลมีประสบการณ์ยาวนานในงานด้านบริการที่เป็นเลิศ

 

2. โรงแรมดีที่สุดของโลก

โรงแรมโอเรียนเต็ลได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกถึง 10 สมัย ตั้งแต่ ค.ศ.1981 ถึง ค.ศ.1990 โดยสถาบันนักลงทุน (Institutional Investor) จนเป็นความฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า อยากที่จะสัมผัสโรงแรมแห่งนี้ สักครั้ง

 

3. โรงแรมโปรดของระดับ VVIP

โดยปรกติแล้วโรงแรมระดับนี้จะมีมาตรการปกปิดรายชื่อแขกที่เข้าพัก เพื่อความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแขกระดับ VVIP แล้วนั้น ยากจะหลุดออกมาได้ แต่ก็มีแขกระดับ VVIP หลายรายที่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกเขาเคยใช้บริการโรงแรมแห่งนี้ ซึ่ง TKT ของยกมาบางส่วน เพราะมีเยอะจริงๆ

ไมเคิล แจ็คสัน อดีตราชาเพลงป็อบที่ทั้งโลกต้องรู้จักเขาคนนี้

ดาราฮอลลีวู้ด จำนวนมากก็เคยสัมผัสโรงแรมชื่อดังแห่งนี้มาแล้ว เช่น เมลล์ กิ๊บสัน, ฌอน คอเนอร์รี่ และ ออเดรย์ เฮพเบิร์น

นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก และ โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง เปเล่ และ เดวิด เบคแฮม ล้วนแต่เคยพักที่นี่มาแล้วทั้งนั้น

นีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์ก็เคยมาพักที่โรงแรมแห่งนี้

ระดับผู้นำประเทศอย่าง จอร์จ บุช ซีเนียร์ และ ริชาร์ด นิกสัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึง ฌาคส์ ชีรัค อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ระดับประมุขของประเทศอย่าง สมเด็จราชาและพระราชินีแห่งประเทศสวีเดน ที่ประทับใจโรแรมแห่งนี้ หรือ เจ้าฟ้าชายชาร์ล และ เจ้าหญิงไดอาน่า

 

4. สัดส่วนพนักงานกับผู้เข้าพักมากที่สุดในโลก

โรงแรมโอเรียนเต็ล มีสัดส่วนของพนักงานกับแขกที่เข้าพักมากที่สุดในอุตสาหกรรมโรงแรมระดับโลก โดยมีพนักงาน 3 คนต่อแขกที่พักในหนึ่งห้อง นั่นทำให้การบริการของโรมแรมแห่งนี้ไม่ใช่แค่ทั่วถึง แต่เหนือความคาดหมายอีกด้วย

 

5. ทุ่มใจบริการ

ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีพระประมุขและพระบรมสานุวงศ์ เข้าพักในโรงแรมด้วยเหตุนี้โรงแรมต้องมีความพร้อม และใส่ใจในหลายระเอียดอย่างถี่ถ้วน ถึงขนาดที่ต้องรู้ว่าวันจริงจะใช้เวลาเสิร์ฟเท่าไรที่ให้ทุกคนได้รับอาหารในเวลาเดียวกันทั้ง 400 ท่าน จึงต้องมีการไปฝึกซ้อมในสถานที่จริง และรวมไปถึงพระราชพาหนะด้วย โดยมีเจ้าชายพระองค์หนึ่งชื่นชอบรถ BMW ทางโรงแรมจึงจัดซื้อ BMW Series 7 มาเป็นพระราชพาหนะ หรือแม้กระทั้งเครื่องแก้วและชามในห้องก็สั่งทำขึ้นพิเศษ ตามแต่ละพระองค์ทรงโปรดอีกด้วย

 

6. มาตรฐานระดับโลกในทุกจุด

มีเชฟระดับมิชลินหลายคนจากหลายประเทศที่เคย และยังทำงานอยู่ที่นี่ เช่นเดียวกัน โรงแรมโอเรียนเต็ลก็มี Barista ที่คอยควบคุมคุณภาพของกาแฟให้กับโรงแรม ผู้มาใช้บริการสามารถมั่นใจเลยว่าไม่ว่าส่วนไหนของโรงแรม คุณภาพก็จะเหมือนกันหมด และมี Tea Master ที่คอยควบคุมคุณภาพของชาในโรงแรมอีกด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไม มาตรฐานของโรงแรมแห่งนี้จึงระดับโลกในทุกรายละเอียด

 

7. บัตเลอร์ระดับโลก

บัตเลอร์ในโรงแรมโอเรียนเต็ลได้รับการอบรมจาก โรงเรียนบัตเลอร์ที่ดีที่สุดในโลก Spencer International School for Butler ประเทศอังกฤษ และในบางครั้งมีผู้เข้าพักยอมที่จะจ่ายเงินถึง 5000บาท/8ชั่วโมง เพื่อขอให้บัตเลอร์ดูแลเขาเป็นพิเศษ

 

8. แขกไม่ใช่แค่คนสำคัญ แต่เป็นคนพิเศษที่สุด

ในวันที่แขกเช็คเอาท์ บัทเล่อร์จะเซอร์ไพรส์ด้วยดอกไม้ช่อใหญ่แนบการ์ดขอบคุณและเชิญชวนให้กลับมาอีก ยิ่งตอกย้ำภาพความรู้สึกดีๆ และทำให้รู้สึกว่าแขกที่เข้าพักในโรงแรมแห่งนี้เป็นคนที่พิเศษที่สุด

เมื่อลูกค้าที่เคยมาพักที่โอเรียนเต็ล ต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ โรงแรมจะแสดงความเสียใจ และ คิดถึงไปพร้อมกับญาติ และ คนรักของพวกเขา โดยพนักงานโอเรียนเต็ล มักจะจัดพิธีทำบุญงานศพให้กับแขกเก่าที่เสียชีวิตและมีการส่งรูปถ่ายไปให้ครอบครัวแขกที่ต่างประเทศ เพื่อร่วมแสดงความรู้สึกเสียใจ
ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด แต่เป็นความจริงใจที่มีให้กับคนที่เคยมีประสบการณ์ดีๆร่วมกันในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต และ Human Touch เหล่านี้แหล่ะ ที่ทำให้โรงแรมเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ ยังคงอยู่ในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเสมอ

ทั้ง 8 ความสุดยอดที่กล่าวมานี้คือความเอาใจใส่ในรายระเอียดของโรมแรมโอเรียนเต็ลในการบริการ ซึ่งสามารถมั่นใจได้เลยว่าการเรียนรู้ประสบการณ์ทางด้านการบริการจากโรงแรมโอเรียนเต็ลจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ

เรียบเรียงโดย TKT Team

ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia และ เว็บไซต์ และ แฟนเพจโรงแรมโอเรียนเต็ล

4 ที่เช็คอินเด็ดเมื่อไปถึงเขาใหญ่ 

วางแผนเที่ยว12 เดือน ทั้งปีไม่มีพลาด

,

แต่ละเดือนควรเที่ยวที่ไหนถึงจะดีและเหมาะสมกับฤดูกาล

10 รีสอร์ทริมทะเลในไทย ที่ดังระดับโลก

,

กระเป๋าสะพายหลัง

เวลาที่คุณจำเป็นต้องออกเดินทางไปไหนไกลๆ ไม่ว่าจะไปเพราะต้องไปทำงาน เดินทางกลับบ้าน หรือไปเที่ยวนั้น คุณอาจจะต้องมีการแพ็กของใส่กระเป๋า ซึ่งถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็อาจจะสะดวกกับการเก็บของหน่อย แต่ถ้าคุณต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน รถทัวร์ รถตู้หรือรถไฟ คุณจำเป็นของพกของดีๆไว้หน่อยใช่มั้ยล่ะค่ะ หลายๆคนอาจจะต้องข้ามว่าเวลาเดินทางนั้นคุณต้องพกอะไรไปบ้างระหว่างทาง แต่ถ้าคุณใส่ใจกับมันซักนิด คุณก็จะได้เดินทางอย่างสะดวกสบายและไร้กังวลเลยล่ะ ลองมาดูกันว่า 5 ไอเท็มเหล่านี้จะช่วยอะไรคุณได้บ้าง

1. ผ้าคลุมไหล่

ถ้าใครเป็นคนขี้หนาวล่ะก็ แนะนำเลยค่ะว่าให้พกผ้าคลุมไหล่ไว้ติดตัวเมื่อต้องเดินทาง เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่าแอร์หรืออากาศระหว่างทางนั้นจะเย็นมากน้อยแค่ไหน ถ้าทนไหวได้หรืออยู่ในอุณหภูมิพอดีๆก็ยังดีอยู่ แต่ถ้าเกิดมันหนาวเวอร์ๆขึ้นมาล่ะก็ ลำบากแน่งานนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาด้วยนะคะ ดังนั้นเราจึงให้คุณพกแค่ผ้าคลุมไหล่ไปก็พอ เพื่อช่วยปกป้องเราจากความเย็นได้บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าอากาศร้อนก็สามารถพกใส่กระเป๋าได้ง่ายๆ ไม่เทอะทะเหมือนพกผ้าห่มค่ะ

2. กระเป๋าสะพายหลัง

หากต้องเดินทางจริง ของบางส่วนที่ต้องเก็บใส่กระเป๋าเสื้อผ้าอาจจะหยิบออกมาได้ลำบาก ดังนั้นคุณควรจะมีกระเป๋าที่สามารถเปิดเข้า-ออก บ่อยๆได้และสามารถใส่ของใช้จำเป็นระหว่างเดินทางได้ด้วยค่ะ แต่ถ้าเป็นกระเป๋าสะพายข้างก็อาจจะเล็กเกินไป หรือถ้าเป็นกระเป๋าที่ใช้สะพายสวยๆทุกวันก็อาจจะดูเป็นทางการไปหน่อย แถมยังไม่ช่วยให้กระฉับกระเฉง แนะนำเป็น กระเป๋าสะพายหลังสไตล์แมนๆค่ะ เวิร์คสุด เพราะสามารถจุของได้เยอะ ดีไซน์ก็เท่ห์เข้ากันได้กับทุกชุด แถมพกพาสะดวกไม่ต้องคอยกังวล ซึ่งถ้าเป็นกระเป๋าสะพายหลังของผู้หญิงอาจจะไม่ค่อยทนทานและจุของได้น้อยด้วยนะ

3. แว่นตากันแดด

ระหว่างเดินทางแว่นตากันแดดนั้นสารพัดประโยชน์จริงๆนะ เพราะถ้าคุณเจอแสงแดดระหว่างอยู่นอกรถก็สามารถป้องกันได้ แล้วยิ่งถ้าคุณนั่งอยู่ในรถทุกประเภท คุณอาจจะย้ายตัวเองออกจากมุมแดดไม่ได้ แล้วถ้ามันไม่มีผ้าม่านให้บังแดดล่ะก็ ตัวเกรียมไม่พอ สายตาอาจจะโดนรังสียูวีทำร้ายได้นะคะ ดังนั้นพกแว่นตากันแดดไว้อุ่นใจแน่นอน แล้วถ้าแดดไม่มี อยากจะนอนหลับยาวๆแว่นตากันแดดก็ช่วยให้เปลือกตาของคุณปิดสนิทได้แบบไม่ต้องกังวลเลยล่ะ

4. หูฟังพร้อมอุปกรณ์สำหรับเล่นเพลง

อุปกรณ์ที่ว่าอาจจะเป็นเครื่องเล่น MP3 หรือโทรศัพท์ของคุณก็ได้นะคะ ช่วยให้แก้เบื่อได้สบายๆเลยล่ะ ถ้าความจุใครเยอะจะเอาหนังไปนอนดูระหว่างทางก็ยังได้เลยนะ

5. น้ำดื่ม

ระหว่างเดินทางการเติมน้ำให้ร่างกายจะช่วยลดความเครียดและอาการปวดหัวได้นะคะ แต่ต้องระวัง ค่อยๆจิบเพราะถ้าอยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆแล้วทำไม่ได้ล่ะก็ อาจจะลำบากแทนค่ะ

ขอบคุณภาพสวยๆจาก Pinterest

Article by TKT Team

Tickettail.com Your Lifestyle Calendar

 

4เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่น

4เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่น 

 

ถ้าให้พูดถึงฤดูใบไม่ร่วง ที่โรแมนติกที่สุดอีกที่หนึ่งคงไม่พ้นญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันอย่างดี ความงามของธรรมชาติและบ้านเมืองทำให้เราแพ็คกระเป๋าบินไปญี่ปุ่นได้ทุกช่วงฤดู ทั้งฤดูร้อน ฤดูหนาว หรือ ฤดูใบไม้ร่วง วันนี้ TKT ขอแนะนำเทศกาลในฤดูใบไม้ร่วงที่รับรองความยิ่งใหญ่ เต็มอิ่มไปกับกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิม และเข้าใกล้ถึงวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นจริงๆ ผ่านเทศกาลสุดประทับใจ

 

Jidai Matsuri เทศกาลย้อนยุคของศาลเจ้าเฮอัน

เทศกาลย้อนยุคของศาลเจ้าเฮอันในเกียวโต คงไม่ต้องพูดถึงความยิ่งใหญ่เพราะ นี่นับเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ของเกียวโต โดยมีผู้เข้าร่วมมากว่า 2,000 คน และใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการชมขบวนทั้งหมด นอกจากนี้ผู้ร่วมขบวนแห่จะแต่งกายตามยุคสมัยใน ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น งานนี้ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และเดินตามรอยประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้ไม่มีเบื่อ

cr photo : www.viajesajapon.net

 

Jidai Matsuri แปลตรงๆ ตัวคือ “เทศกาลแห่งยุคสมัย” เป็นเทศกาลจัดขึ้นในทุกวันที่ 22 ตุลาคมของทุกปี ตามวันครบรอบการก่อตั้งเกียวโตนั่นเองในขบวนแห่จะมี Mikoshi (ศาลเจ้าเล็กๆ) ซึ่งที่เฮอันนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า Mikoshi ที่แห่กันนั้นเป็นที่สถิตย์ดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิพระองค์แรกของกรุงเกียวโต คือจักรพรรดิคัมมุ และดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิโคเมอิ จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายของกรุงเกียวโต

cr photo : www.kyoto-ryokan-sakura.com

ตลอดเส้นทางของขบวนแห่ ส่วนที่จะมีผู้เข้าชมเยอะที่สุดมักจะเป็นที่พระราชวังอิมพีเรียล และบริเวณใกล้เคียงกับศาลเจ้าเฮอัน ถ้าสนใจที่จะเข้าชมควรไปถึงก่อนเวลา เพราะนักท่องเที่ยวในช่วงใกล้หน้าหนาวแบบนี้จะค่อนข้างเยอะพอสมควร และสามารถเข้าร่วมขบวนแห่ได้ตลอดเส้นทาง เก็บภาพบรรยากาศได้เต็มอิ่มแน่นอน

 

Karats Kunchi Matsuri เทศกาลฤดูใบไม่ร่วงศาลเจ้าคะระสึ

เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงศาลเจ้าคะระสึ ที่โดดเด่นคงจะไม่พ้นขบวนแห่รูปปลาสีแดงใหญ่ที่ อลังการงานสร้าง ซึ่งในแต่ละปีมี ผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 500,000 คน จัดว่าเป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ ของญี่ปุ่นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และเป็นเทศกาลที่ได้ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเทศกาลจะจัดขึ้นทุกๆปีในวันที่ 2-4 พฤศจิกายน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ศาลเจ้า Karatsu

 

เทศกาล Karatsu kunchi Matsuri จะเริ่มต้นด้วยพิธีขอบคุณเทพเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ความสำเร็จของการทำธุรกิจต่างๆ ส่วนไฮไลท์ของงานนี้เลยจะอยู่ในวันที่สองของเทศกาล คือมีขบวนพาเหรดโคมลอยขนาดใหญ่ถึง 14 โคมลอยด้วยกัน ซึ่งจะมีโคมลอยหลายแบบ นับว่าเป็นสีสันของพาเหรดเลยว่าได้ เช่น ปลาทะเล สิงโต หมวกนักรบซามูไร และอีกมากมายให้ผู้คนที่เข้าร่วมชมพาเหรดได้หยิบกล้องออกมาถ่ายภาพความสวยงามนี้

cr photo : www.goldenjipangu.com

Hakone Daimyo Gyoretsu เทศกาลขบวนแห่เจ้าเมือง

เทศกาล Hakone Daimyo Gyoretsu จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันวัฒนธรรม (วันหยุดแห่งชาติ) งานนี้มีผู้ร่วมขบวนกว่า 200 คน ไฮไลท์เลยคือการแต่งตัวย้อนยุคไปในสมัยเอโดะ ทั้งซามูไร และเจ้าหญิง สวยงามทั้งขบวนแห่และในแง่ของประวัติศาสตร์

cr photo : http://event-carnival.com

โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นที่เมือง Hakone ประเทศญี่ปุ่น โดยเทศกาลจะเริ่มตอน 10 โมงเช้า และในขบวนแห่จะแบกเกี๊ยวที่มีความเชื่อว่าเป็นพระเจ้าสิงสถิตย์อยู่ และมีเสียงตะโกน “ลงมา! ลงมา! พระเจ้ามาแล้ว!” โดยผู้นำขบวน โดยออกจากวัด Sounji และเดินขบวนมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหมายปลายทางที่โรงแรม Yumoto Fujiya เทศกาลจะเริ่มคึกคักตอนช่วงบ่ายๆ โดยการแสดงดนตรีและเต้นรำของเกอิชา ที่สร้างความสุขและความบรรเทิงของเทศกาล

 

SHICHI GO SAN เทศกาลฉลองอายุ 3,5 และ 7 ขวบ

ป็นเทศกาลที่มีความสำคัญต่อเด็กๆในญี่ปุ่นมาก ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 พฤศจิกายน ใครที่ไปเที่ยวในช่วงนี้ จะพบเห็นเด็กๆใส่ชุดกิโมโน หรือชุดที่สวยงามที่สุด เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเด็กชายวัย 3 และ 5 ขวบ และเด็กหญิงวัย 3 และ 7 ขวบ โดยผู้ปกครองจะพาไปไหว้พระที่ศาลเจ้า เพื่อขอให้เด็กๆมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรงในวันข้างหน้า

 

เทศกาล SHICHI GO SAN เด็กชายจะสวมฮะโอะริ ซึ่งเป็นเสื้อคลุมสวมทับกิโมโน และ กระโปรงกางเกงแบบญี่ปุ่นยาวคลุมข้อเท้า เด็กหญิงอายุ 3 ขวบจะสวมสายคาดง่าย ๆ ที่ทำติดกับกิโมโนของเด็ก และเมื่ออายุ 7 ขวบจะสวมโอะบิ สายคาดเอวขนาดใหญ่ สำหรับชุดกิโมโนแทน หลังจากเสร็จพิธีแล้วผู้ปกครองจะซื้อลูกอมพันปีและเครื่องรางให้เป็นของขวัญ ลูกอมพันปีมีความเชื่อว่า อายุยืนยาว และหลังจากนั้นจะเป็นการเฉลิมฉลองกันในครอบครัว

cr photo : http://asian-images.photoshelter.com

 

 

จัดไป! 5 ที่เที่ยวชะอำ – หัวหินใหม่แกะกล่อง เสาร์อาทิตย์ก็เที่ยวได้ Huahin’s newest

จัดไป! 5 ที่เที่ยวชะอำ – หัวหินใหม่แกะกล่อง เสาร์อาทิตย์ก็เที่ยวได้

 

ในช่วงนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวในชะอำ – หัวหิน ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเปิดตัวกันไปหลายแห่ง แต่ละที่สวยเก๋ มีคอนเซปต์เจ๋งๆ น่าไปถ่ายรูปเช็คอิน ลงโซเชียลแบบสุดๆ ตั้งแต่คอมมูนิตี้มอลล์ สวนสัตว์ สวนสนุก ยกขบวนกันมาแบบครบรส! วันนี้ TicketTail ร่วมกับ Traveloka รวบรวมมานำเสนอให้ได้แวะไปเยี่ยมชมกัน ต้องบอกว่าแต่ละแห่งเด็ดๆทั้งนั้น ว่าแล้วก็อย่ารอช้า รีบไปดูกันเลย

 

1. Camel Republic: คาเมล รีพลับบลิค สวนสัตว์และสวนสนุก ชะอำ

ขอบคุณภาพจาก camel-republic.com

 

Camel Republic สวนสัตว์และสวนสนุกเปิดใหม่ของชะอำ ที่ตกแต่งในสไตล์โมร็อคโค สวยเก๋เหมาะแก่การถ่ายรูปแบบสุดๆ ด้านในยังเต็มไปด้วยเครื่องเล่นสุดมันส์ที่ยกทัพมาให้ความสนุกกัน เช่น Sky Fly เครื่องเล่นไฮไลต์ที่จะทำให้คุณลอยตัวในอากาศ เหมือนการกระโดดร่ม ซึ่งเครื่องเล่นนี้ที่มีอยู่ที่นี่ที่เดียวในไทยด้วยล่ะ นอกจากนี้ยังมี Drop Twist เครื่องเล่นดิ่งพสุธาสุดเสียว หรือจะเป็น Gyro Xtreme วงล้อตีลังกาสุดมันส์เหมือนอยู่ในทอร์นาโด และอื่นๆอีกมากมายที่ให้คุณได้มาประลองความกล้ากัน รวมทั้งมีโซน Animal Park สวนสัตว์ที่ได้รวบรวมสัตว์หายากมาให้ชมกันอย่างใกล้ชิด เช่น อัลปาก้า อูฐ นกฟลามิงโก้ พาตาโกเนียนมารา และอื่นๆอีกมากมายที่เค้าเปิดให้เราได้ป้อนอาหารด้วย นอกจากนี้ยังมีโซนของฝาก ของที่ระลึก และร้านอาหารพร้อมเครื่องดื่ม ไว้คอยให้บริการแบบจัดเต็ม

 

วันและเวลาเปิดให้บริการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น. / วันเสาร์ – วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 – 18.30 น.

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 120 บาท / เด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าฟรี

การเดินทาง: Camel Republic ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ บนถนนเพชรเกษม ใกล้กับสวนน้ำซานโตรินี

 

2. พิพิธภัณฑ์ภาพ 4 มิติ For Art’s Sake

ขอบคุณภาพจาก forartssakehuahin.com

For Art’s Sake  พิพิธภัณฑ์ภาพ 4 มิติแห่งใหม่ของหัวหิน มีภาพเสมือนจริงและพร็อพมากมายให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งถ้าไปกับแกงค์เพื่อนคงจะเฮฮาน่าดู ที่นี่มีภาพ 4 มิติจัดแสดงทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ โซนภาพเหนือจินตนาการ โซนภาพสยองขวัญ โซนห้องกลับหัว โซนย้อนวัยเด็กและโซนลวงตา ที่ต้องบอกว่าเหมือนจริงมากๆ

 

วันและเวลาเปิดให้บริการ : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 180 บาท / เด็ก 120 บาท

ที่ตั้ง : 22/141 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

3.คอมมูนิตี้มอลล์ Seenspace HuaHin

ขอบคุณภาพจาก Facebook : Seenspacehuahin

Seenspace HuaHin คอมมูนิตี้มอลล์สุดคูลแห่งใหม่ของหัวหิน สถานที่สุดชิลติดทะเลหัวหิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eat, Lay, Play, Relax” ที่ Seenspace เขาได้รวบรวมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังไว้มากมายเช่น HOBS, The Barrel, White Shuffle,Paul Smith, Marc by Marc Jacob, DKNY, Diesel และอื่นๆอีกมากมาย ใครมาเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (วันเสาร์ – จันทร์) ก็อย่าลืมมาเดินเล่นตลาดนัด Seen Space Open Fest ที่รวมอาหารและเครื่องดื่มเด็ดๆมาให้เลือกเพียบ เลือกซื้ออาหารแล้ว ก็มานั่งชิลเคล้าเสียงดนตรี รับลมทะเล บอกเลยว่าดีต่อใจมากๆ

 

วันและเวลาเปิดให้บริการ: วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 11.00 – 22.00 น. / วันศุกร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 22.00 น.

ค่าเข้าชม: เข้าฟรี

ที่ตั้ง: ซอยหัวหิน 35 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

4. แหล่งช้อปปิ้ง Bluport HuaHin

ขอบคุณภาพจาก Facebook : BlúportHuahin

Bluport HuaHin แหล่งช้อปปิ้งเปิดใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานแรงบันดาลใจจากเมืองรีสอร์ทชายทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาไว้ที่เมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์มนต์เสน่ห์แห่งการเดินทางสู่ความหรรษา สามารถช็อปปิ้งอย่างเพลิดเพลินกับร้านค้ามากมายหลากหลาย บนพื้นที่ 50,000 ตร.ม. ภายในถูกจัดไว้หลายโซน ประกอบด้วย Beach Story ที่รวบรวมสินค้าเกี่ยวกับทะเลและชายหาดเอาไว้ ทั้งเสื้อผ้าและ Accessories มากมาย, Dining Port ที่มีร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังให้ได้เลือกทานกันมากกว่า 50 ร้าน, Gold and Jewelry Port แหล่งรวมร้านเครื่องประดับที่ได้มาตรฐาน, Beauty Hall เอาใจสาวๆ ที่รักความสวยความงาม ขนเครื่องสำอางแบรนด์ดังมาให้ได้เลือกช็อปปิ้งกัน นอกจากนี้ยังมี โซน Be trend, Financial Port, Port walk, Game Port และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

วันและเวลาเปิดให้บริการ : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10.30 – 00.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 00.00 น

ที่ตั้ง : 8/89 ซอยหมู่บ้านหนองแก ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

 5. โชว์สัตว์แสนรู้ หัวหินทีค

ขอบคุณภาพจาก hua-hintique.com/home-th

หัวหินทีค สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ มีการแสดงโชว์จากสัตว์แสนรู้มากมาย สร้างความตื่นตา ตื่นใจ ทั้งโชว์งู โชว์ช้าง โชว์นก โชว์มายากล อีกทั้งยังมีขบวณรถโบราณสุดคลาสสิค ให้ได้ร่วมถ่ายภาพคู่กันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังรวบรวมร้านค้าของขายของฝากและอาหารจากภาคใต้ ให้ได้เลือกช็อปเลือกชิมมากกว่า 200 ร้านอีกด้วย

วันและเวลา เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 16.00 – 24.00 น.

ค่าเข้าชม : 200 บาท / คน

ที่ตั้ง : ซอยหัวหิน 112 ติดกับตลาดน้ำสามพันนาม

 

หากใครไม่อยากตกเทรนด์ ก็รีบเก็บกระเป๋าไปตะลุยเช็คอินทีเที่ยวใหม่ๆในชะอำและหัวหิน ก่อนออกเดินทางก็อย่าลืมจองพักล่วงหน้าบน Traveloka เพราะเขาได้รวมที่พักหลากหลายสไตล์ไว้ในที่เดียว ทั้งที่พักราคาถูก ที่พักติดทะเลและแนวอื่นๆ โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมในการจองได้ ลองดูไอเดียโรงแรมดีๆในหัวหินได้ที่นี่ แล้วบึ่งไปถ่ายรูปเช็คอินอวดเพื่อนๆ กันเลยค่ะ

 

 

เห็นแล้วต้องโดด! 5 พิกัดสระว่ายน้ำโรงแรมพัทยาเด็ดๆ ที่แก็งค์คุณห้ามพลาด

เห็นแล้วต้องโดด! 5 พิกัดสระว่ายน้ำโรงแรมพัทยาเด็ดๆ ที่แก็งค์คุณห้ามพลาด

 

พัทยา เมืองชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย รวมถึงที่พักจำนวนมากที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เช่น ดีไซน์ ทำเล ห้องพัก หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งเลยที่ขาดไม่ได้คือสระน้ำสวยๆ ที่เห็นแล้วผ่อนคลาย และให้คุณกับเพื่อนๆได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน วันนี้ Traveloka เว็บไซต์จองที่พักและตั๋วเครื่องบินชั้นนำ จึงขอเอาใจคนรักสระว่ายน้ำ ด้วยการคัดโรงแรมในพัทยาที่มีจุดเด่นเรื่องสระว่ายน้ำมาฝากกัน มีทั้งประเภทยิ่งใหญ่อลังการ ประเภทมีสไลเดอร์ และประเภทเน้นความชิลแบบฟินๆ

 

ก่อนออกเดินทางก็อย่าลืมจองที่พักในพัทยาล่วงหน้าผ่านทาง Traveloka ที่รวมที่พักจำนวนมากไว้ในที่เดียว แถมยังมีโปรโมชั่นอยู่ตลอด จองง่ายจ่ายง่ายได้หลายช่องทาง ไม่ต้องมีบัตรเครดิตยังจองได้เลย

 

ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมแพยาง กล้องถ่ายใต้น้ำ หรือพร็อพต่างๆ ให้ครบ แล้วไปดูที่พักดีสระน้ำเด็ดกันเลย

 

 

  1. เมอร์เคียว พัทยา โอเชียน รีสอร์ท (Mercure Pattaya Ocean Resort)

เมอร์เคียว พัทยา โอเชียน รีสอร์ท (Mercure Pattaya Ocean Resort) เป็นโรงแรมดีที่มีสระว่ายน้ำเด็ดแบบห้ามพลาด จากขนาดแล้ว เราสามารถเรียกสระว่ายน้ำที่นี่ว่าสวนน้ำย่อมๆ ได้เลยทีเดียว เพราะมีสไลเดอร์ และยังห้อมล้อมด้วยน้ำตกและต้นไม้สุดร่มรื่น รับรองว่าถูกใจคนชอบเล่นน้ำทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน เมอร์เคียวตั้งอยู่บนถนนเลียบชายหาดพัทยาในทำเลที่ล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่าง ๆ เช่น ทิฟฟานี่โชว์ (Tiffany Show) อาร์ตอินพาราไดซ์ (Art in Paradise) และ ห้างเซนทรัลเฟสติวัล (Central Festival Shopping Center) เป็นต้น

ส่วนห้องพักของที่นี่ก็มีมากถึง 210 ห้องด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 แบบใหญ่ ๆ คือ ห้องพักแบบซูพีเรีย (Superior Room) แบบดีลักซ์ (Deluxe Room) และแบบสวีท (Suite Room) สำหรับใครที่อยากพักห้องแบบสองเตียง (Twin Bed) ก็ต้องเลือกห้องแบบซูพีเรียและห้องแบบดีลักซ์ค่ะ เพราะห้องแบบสวีทจะมีแต่เตียงใหญ่ (King Bed) เท่านั้นการตกแต่งสถานที่และห้องพักของเมอร์เคียว เน้นโทนสีขาวตัดกับสีฟ้าและเหลือง สดใสสะอาดตา ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และเย็นสบาย

พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ถือว่าโดดเด่นมากเลยทีเดียวค่ะ สระว่ายน้ำที่นี่มีถึง 2 สระด้วยกัน คือสระแบบธรรมดา และสระที่มีสไลเดอร์พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็ก เป็นเสมือนสวนน้ำย่อม ๆ เลยก็ว่าได้ นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว ยังมีหน้าผาจำลองไว้สำหรับผู้เข้าพักที่ชื่นชอบกิจกรรมท้าทาย ห้อง common room สำหรับเด็ก ห้องอาหาร บาร์และฟิตเนสครบครัน โดยรูมเซอร์วิสที่นี่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลยล่ะ เมอร์เคียวเป็นรีสอร์ทที่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งแบบส่วนตัวและแบบครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวไหนที่มีเด็กๆ รับรองว่าจะต้องถูกใจอย่างแน่นอน โรงแรมดี สระว่ายน้ำเด็ดขนาดนี้ เข้าไปกดจองกับ Traveloka ได้เลยที่ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/mercure-pattaya-ocean-resort-1000000463392

ขอบคุณภาพจาก mercurepattaya.com

 

  1. สยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเทล พัทยา (Siam @ Siam Design Hotel Pattaya)

สระว่ายน้ำของ สยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเทล พัทยา (Siam @ Siam Design Hotel Pattaya) แบ่งออกเป็น 2 สระด้วยกัน คือสระว่ายน้ำชั้น 23 และสระว่ายน้ำชั้น 24 ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศสวยงามของเมืองพัทยากันได้แบบเต็มอิ่ม รวมถึงยังมีดีไซน์เก๋แบบโมเดิร์น เน้นการใช้สีสันสดใส และรวมความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัว ที่ห้ามพลาดเลยคือการแชะภาพกับรูปปั้นหนุมานริมสระน้ำ

ในส่วนของห้องพัก สยาม แอท สยาม มีห้องพักถึง 251 ห้อง โดยแบ่งออกเป็นห้องพักแบบ Leisure Class 191 ห้อง Grand Leisure Class ห้องพักพร้อมระเบียงส่วนตัว 5 ห้อง Youth Class ห้องพักแบบ 3 เตียง 6 ห้อง และ Biz Class ห้องพักพร้อมอ่างอาบน้ำ 49 ห้อง โดยห้องพักทั้งหมดจะเริ่มจากชั้นที่ 7 ไปจนถึงชั้น 22 สไตล์การตกแต่งห้องพักและสถานที่ของที่นี่เน้นโทนสีสดใส โมเดิร์น มีผลงานศิลปะแบบ abstract แปลกตาอยู่ในทุกที่ ใครที่ชอบถ่ายรูปต้องเพลิดเพลินอย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

นอกจากสระว่ายน้ำแล้วที่นี่ยังมีห้องอาหารและบาร์ชั้นดาดฟ้า (Rooftop bar and restaurant) ที่เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ เข้ากับบรรยากาศโรแมนติกอีกด้วย โรงแรมดี สระว่ายน้ำเด็ด พร้อม rooftop bar ใครที่ติดใจความอาร์ตของที่นี่ลองเช็คราคาห้องก่อนได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/siamsiam-design-hotel-pattaya-1000000442277 แล้วเตรียมตัวไปว่ายน้ำดื่มด่ำบรรยากาศที่สวยๆกันได้เลย

ขอบคุณภาพจาก siamatpattaya.com

 

  1. รอยัล คลิฟ บีช โฮเต็ล (Royal Cliff Beach Hotel)

สระว่ายน้ำของที่นี่มาในคอนเซปท์อินฟินิตี้ คือเป็นสระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนจรดติดกับทะเลเลยล่ะค่ะ นับว่าเป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเลยทีเดียว นอกจากสระว่ายน้ำที่สวยงามแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ของ รอยัล คลิฟ บีช โฮเต็ลก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ที่นี่มีห้องคาราโอเกะ ห้อง Playroom สำหรับเด็ก ฟิตเนส สนามเทนนิส ห้องอาหารนานาชาติให้คุณเลือกสรร เช่น ห้องอาหารไทย ห้องอาหารอินเดีย และห้องอาหารจีน สำหรับใครที่สนใจเรียนทำอาหารก็สามารถเข้าร่วมชั้นเรียนการทำอาหารกับทางโรงแรมได้ หรือใครจะอยากนวดผ่อนคลายก็มีสปาชั้นนำเอาไว้บริการอีกด้วย

รอยัล คลิฟ บีช โฮเต็ล การันตีเรื่องความหรูหราและบรรยากาศสวยงามของสระว่ายน้ำได้เลย เนื่องจากตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก ล้อมรอบไปด้วยวิวภูเขาและทะเลให้บรรยากาศธรรมชาติและโรแมนติกสุด ๆ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับวัดเขาพระบาท สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของพัทยาอีกด้วย

รอยัล คลิฟ บีช โฮเต็ล มีห้องพักทั้งหมด 474 ห้อง แบ่งออกเป็นห้องพักแบบมินิสวีท (Mini Suite) 151 ห้อง แบบมินิสวีทพลัส ( Mini Suit Plus ) 306 ห้อง แบบธีมสวีท 1 ห้องนอน (Theme Suites 1 bedroom) 5 ห้อง และแบบธีมสวีท 2 ห้องนอน (Theme Suites 2 bedroom) 12 ห้อง โดยทุกห้องสวยงาม มีขนาดกว้างขวาง และสามารถเลือกวิวภูเขาหรือทะเลได้ตามความชอบ

ขอบคุณภาพจาก royalcliff.com

 

  1. แอตแลนติส คอนโด แอนด์ วอเตอร์พาร์ค พัทยา บาย เดอะ ซี (Atlantis Condo and Water Park Pattaya by the Sea)

เป็นอีกหนึ่งโรงแรมดีที่ Traveloka ต้องขอบอกว่าสระว่ายน้ำเด็ดมากเลยจริง ๆ ล่ะค่ะ จะเรียกว่าเป็นสวนน้ำเลยก็ว่าได้ Atlantis Condo and Water Park Pattaya by the Sea ตั้งอยู่บรเวณหาดจอมเทียน อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเช่น ตลาดน้ำสี่ภาคและมิโมซ่าพัทยา ห้องพักของที่นี่จะเป็นแบบห้องครอบครัว (Family Room) โดยมีให้เลือกสรรทั้งแบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน ห้องวิวสวน วิวสระว่ายน้ำ หรือห้องที่เชื่อมกับสระว่ายน้ำ สามารถลงว่ายน้ำได้เลย (Pool Access) การตกแต่งห้องพักของที่นี่เน้นโทนสีสันสดใส ให้ความรู้สึกสดชื่น

สระว่ายน้ำของ Atlantis Condo and Water Park Pattaya by the Sea เป็นแบบล้อมรอบตัวอาคาร ตกแต่งอย่างสวยงามและร่มรื่น มีสัญลักษณ์โดดเด่นคือน้ำตกและเรือโจรสลัดอยู่ตรงกลาง รวมถึงมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กในบริเวณสระ ใครที่พักอยู่ห้อง Pool Access ก็ลงว่ายน้ำได้อย่างสะดวกสบายเลยนะคะ นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว Atlantis Condo and Water Park Pattaya by the Sea ยังมีฟิตเนสให้บริการอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก atlantiscondoresort.com

  1. กรีนพาร์ท รีสอร์ท (Green Park Resort)

อีกหนึ่งโรงแรมดี สระว่ายน้ำเด็ด ที่จะตอบโจทย์การพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมของคุณ เราขอแนะนำ กรีนพาร์ท รีสอร์ท (Green Park Resort) ค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่ในพัทยาเหนือ ไม่ไกลจากถนนคนเดินพัทยา และท่าเรือแหลมบาลีฮาย การตกแต่งสถานที่และห้องพักของรีสอร์ทอยู่ในธีม Tropical Garden ห้องพักแบ่งออกเป็น 4 แบบหลัก ๆ คือ ห้องสแตนดาร์ด (Standard Room) ห้องซูพีเรีย (Superior Room) ห้องจูเนียร์สวีท (Junior Suit Room) และห้องแฟมิลี่สวีท (Family Suit Room)

สระว่ายน้ำของ กรีนพาร์ท รีสอร์ท (Green Park Resort) เป็นสระว่ายน้ำแบบวงกลมลากูน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ร่มรื่นเขียวขจี เหมาะกับวันพักผ่อนสบาย ๆ ให้คุณได้ดื่มด่ำธรรมชาติอย่างเต็มที่ ห้องอาหารของที่นี่แบ่งออกเป็น 2 ห้อง คือห้องอาหารหลักในร่ม และศาลาไทยพูลบาร์บริเวณสระน้ำ

ขอบคุณภาพจาก greenparkpattaya.com

 

 

นอกจาก 5 ที่พักข้างต้นแล้ว พัทยาก็ยังมีที่พักสวย ๆ อีกหลายที่ให้เลือกดู ใครอยากไปพักผ่อนริมทะเลสบาย ๆ แบบไม่ไกลกรุงเทพก็จองที่พักกันไว้แต่เนิ่นๆ แล้วเตรียมเก็บกระเป๋าไปเที่ยวพัทยากับ Traveloka กันดีกว่า