10 วิธีถ่ายรูปแฟนยังไงไม่ให้โดนเกลียด

,

เรารู้ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับชาติของใครหลายๆคน!

แต่งตัวไปคอนเสิร์ตยังไงไม่ให้นก

Exclusive Interview “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม

ป๋าเต็ดเผยไต๋ BMMF2017 The Ocean Khaoyai ป๋ามีทีเด็ดซ่อนอยู่!

ป๋าเต็ด สาธยายความเว่อร์ของ Big Mountain “มันเว่อร์มาก”

,

 

จองแพ็คเกจที่พัก+รถรับส่งได้ที่ https://tickettail.com/package/bmmf

ตามไปได้! 5 พิกัดฮ่องกง ที่ต้องไปถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย

,

สถานที่ยอดฮิตที่ไปเที่ยวฮ่องกงแล้วต้องไปเช็คอินถ่ายรูปกันรัวๆ

5 Jazz Bar ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

TGIF thank god it’s Friday วันศุกร์แห่งชาติที่ทุกคนรอคอย ผ่านการทำงานเล่าเรียนหนังสือมาอย่างเหนื่อยล้า ตลอดทั้งสัปดาห์ เจอเสียงบ่น มลภาวะทางเสียงอะไรมาสารพัด

และเหมือนเดิมคอลัมม์ TKT TGIF ก็ไม่ลืมจะหาไอเดียเก๋ๆ Hang Out ในวันศุกร์มาฝาก โดยอาทิตย์นี้นำเสนอ 5 ร้าน Jazz บรรยากาศดี เพลงเพราะให้ได้ไปนั่งชิล ล้างหู ชีวิตจะได้ดี๊ดี ตลอดทั้งสุดสัปดาห์
ถ้าอ่านแล้วชอบ ถูกใจก็อย่าลืม กด Like หรือ กด Share  เพื่อให้กำลังใจทีมงาน Tickettail : Your Life Style Calendar ในการรวบรวมกิจกรรม อีเวนต์ ไอเดีย และ สถานที่ดีๆ ให้คุณใช้ชีวิตได้สนุกๆ ทุกๆวัน

1.Bamboo Bar

live Jazz bar แห่งแรกในประเทศไทย เปิดมานานกว่า 60 ปี คงไม่ต้องสาธยายเยอะถึงความเก๋าขลังของชื่อ Bamboo Bar บวกกับบรรยากาศเวอร์วังหรูไฮไซ เพลิดเพลินไปกับเพลง Jazz จากการบรรเลงด้วยนักดนตรีแต่ท่านฝีมือขั้นเทพ หูผู้ดีกลับบ้านฝันหวาน

Location:แมนดารินโอเรียนเต็ล

เวลาเปิดปิด:18:00-02:00 น. (live music 21:00)

เบอร์ติดต่อ:02-659-9000

http://www.mandarinoriental.com/bangkok/fine-dining/the-bamboo-bar/

2.The Living Room

เป็นอีกหนึ่ง Jazz Bar ที่อยู่ในขั้นพรีเมี่ยมของกรุงเทพฯ ทั้งบรรยากาศ,อาหาร และ การบริการ ใครมีโอกาสไป The Living Room จะต้องกลับไปอีกแน่นอน ดนตรี Jazz ที่นี้แต่ละคนชั้นครูทั้งนั้น เล่นได้สุดยอด คุณอาจจะไม่เคยคิดจะชอบเพลง Jazz  ลองไปฟังที่นี้อาจจะเปลี่ยนความคิดได้

Location:250 ถนนสุขุมวิท โรงแรมเชอราตัน แกรนด์

เวลาเปิดปิด:09:00-24:00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-649-8353

http://www.thelivingroomatbangkok.com

3.Brown Sugar : The Jazz Boutique

แม้จะเปลี่ยนโลเคชั่นร้านจากหลังสวนไปอยู่แถวบางลำภู แต่ดีกรีความเข้มข้นของดนตรีแจ๊สที่เสิร์พโดย Brown Sugar นั้นไม่เคยเปลี่ยน  กว่า 27 ปีที่บาร์และร้านอาหารแห่งนี้นั้นไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยดนตรีแจ๊สที่ทั้งหวาน ทั้งเข้มข้นสมกับชื่อ Brown Sugar จริงๆ


Location: 468 แยกวันชาติ ถนนพระสุเมรุ

เวลาเปิดปิด:17:00 – 01.00 น. วันศุร์ เสาร์ ถึง (2.00) ปิดวันจันทร์

เบอร์ติดต่อ: 081 805 7759​

http://www.brownsugarbangkok.com/

 

4.Saxophone

ร้านนี้จะอยู่ในอันดับต้นๆถ้าใครคิดอยากฟังเพลง Jazz ขอการันตีว่าไม่มีความว่าผิดหวัง เพราะวงดนตรีแต่ละวงที่หนุมเวียนมาเล่นที่ร้านนี้ระดับเทพทั้งนั้น บรรยากาศสลัวๆเครื่องดื่มชั้นเลิศ มีเสียง แซกโซโฟน เป่าคลอไปเรื่อยๆสบายหูอะไรอย่างงี้ TGIF แบบนี้ไม่ต้องคิดแล้ว รวบรวมสมัครพรรคพวกลุย!!

Location:3/8 พญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เวลาเปิดปิด:18:00 – 02.00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-246-5472

http://www.saxophonepub.com

5.Jazz Happens Bar

ถ้าต้องการความคึกคักขอแนะนำ Jazz Happens Bar เพราะดึกๆนี้บู๊ล้างผลาญ แต่ถ้าใครอยากชิลๆแนะนำตอนหัวค่ำ จะได้สัมผัสผับ Jazz บรรยากาศดี แนวอินดี้ ร้านนี้เกิดจากแนวความคิดของเหล่าอาจารย์สอนดนตรี แห่งคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร อยากให้ลูกศิษย์ได้สัมผัสโลกดนตรี Jazz นอกรั้วมหา’ลัย แต่การันตีว่าฝีมือไม่ธรรมดา Jazz Happens Bar เหมาะสำหรับ TGIF  ด้วยประการทั้งปวง


Location:62 ถนน พระอาทิตย์ ชนะสงคราม พระนคร

เวลาเปิดปิด:18.00 น.-24.00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-282-9934, 084-450-0505

www.facebook.com/jazZhappens

 


Article by ชัดเจน

ขอบคุณภาพประกอบจากร้าน Bamboo Bar, The Living Room, Brown Sugar, Saxophone และ Jazz Happens Bar

เที่ยวกุ้ยหลิน “นาขั้นบันได” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เที่ยวกุ้ยหลิน “นาขั้นบันได” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

หากพูดถึงประเทศจีน หลาย ๆ คนก็คงจะลังเลใจจากหลายเรื่องราวที่ได้ยินกันมา  แต่รู้หรือไม่ว่าประเทศจีนยังมีสถานที่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามและยังรอให้หลายคนเข้าไปสัมผัส อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสประสบการณ์สุดวิเศษแบบนี้

ทิคเก็ตเทลร่วมกับ tourkrub.co (ทัวร์ครับ) ศูนย์รวมแพ็คเกจทัวร์เที่ยวต่างประเทศ ขอแนะนำเมืองกุ้ยหลิน (Guilin) ที่มีความสวยงามและน่าสนใจไม่แพ้เมืองอื่นๆในจีนเลย ไปดูกันเลยดีกว่า

 

 

กุ้ยหลิน” พูดถึงกุ้ยหลินคุณนึกถึงอะไร ? ภูเขาสูง ถ้ำสวย แม่น้ำใส หรือนาขั้นบันได สิ่งเหล่านี้ทำให้กุ้ยหลินได้รับฉายาว่าเมืองสวรรค์บนพื้นพิภพ ที่เป็นไฮไลท์ของกุ้ยหลินเห็นทีจะหนีไม่พ้น “นาขั้นบันไดหลงจี้” ที่อยู่ตามหุบเขาสลับกันไป สร้างความสวยงามได้เป็นอย่างดี หากคุณมากุ้ยหลินแล้วจะชมแต่นาขั้นบันไดก็กลัวว่าจะเสียเที่ยว ไหน ๆ มาทัวร์กุ้ยหลินทั้งที ต้องจัดหนักจัดเต็มให้ครบสูตรค่ะ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

 

แม่น้ำหลีเจียง (Li River) การล่องแม่น้ำหลีเจียงเป็นกิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาทัวร์กุ้ยหลิน เป็นการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขา สายน้ำ และผืนป่า วิวของแม่น้ำหลีเจียงเป็นวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองกุ้ยหลิน ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก สองฟากฝั่งของแม่น้ำยังเป็นภูเขาสูง รูปทรงแปลกตา ทำให้เกิดภาพสะท้อนของยอดเขาบนผิวน้ำที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบเรือสีแดงของเรือหาปลา ที่มีความสวยงามหมือนดังภาพวาดของจิตกร

 

 

เขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill) เป็นหนึ่งในภูเขาที่ขึ้นชื่อของเมืองกุ้ยหลิน อยู่ริมแม่น้ำหลีเจียง ไกด์นำทัวร์กุ้ยหลินบอกว่าที่มาของชื่อว่าเขางวงช้างนั้น มาจากรูปร่างของภูเขาหินที่คล้ายกับงวงช้างที่กำลังโน้มลงเพื่อกินน้ำจากแม่น้ำหลีเจียงที่อยู่เบื้องล่างนั่นเอง และที่ใต้เขายังมี “ถ้ำคืนไข่มุก” ซึ่งเชื่อว่าเคยมีมังกรอาศัยอยู่ภายในถ้ำนี้ ปัจจุบันถ้ำคืนไข่มุกกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกุ้ยหลินเช่นกัน

 

 

ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) ซึ่งเส้นทางนี้ในแพ็คเกจทัวร์จีนก็มีมาให้จับจองกันอยู่บ่อยๆ ภายในถ้ำขลุ่ยอ้อ มีหินงอกหินย้อยงดงามตลอดทาง พร้อมภาพเขียนสีโบราณสมัยราชวงศ์ถัง  ทางเดินยังประดับประดาด้วยไฟหลากสี  เกิดเป็นความสวยงามที่ผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ถ้ำขลุ่ยอ้อยังมี “วังบาดาล” ซึ่งเป็นวังน้ำมีหินงอกหินย้อย ทอดเงาตกสะท้อนลงในวังน้ำ ภายใต้แสงไฟสีน้ำเงินที่ส่องประดับ ท่ามกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่ ดูแล้ววิจิตรสวยงามมาก

 

 

เขาเหยาซาน (Yaoshan Mountain)  เป็นจุดชมวิวเมืองกุ้ยหลินที่สวยที่สุด บนยอดเขาเหยาซาน สามารถชมภาพพาโนรามาจากมุมสูงของเมืองกุ้ยหลิน แทรกด้วยขุนเขาน้อยใหญ่นับร้อย รูปร่างแปลกตาสวยงามที่รวมกันเป็นหนึ่งจนแยกไม่ออกว่าเมืองอยู่ในหุบเขา หรือภูเขาอยู่ในเมือง การเดินทางขึ้นเขาเหยาซานนั้นลำบากพอสมควร ต้องนั่งกระเช้าขึ้นบนยอดเขา ถ้าไปกับทัวร์ก็หมดห่วง เพราะมีคนพาทัวร์ตลอดทริป ระหว่างทางก็จะได้เห็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่เบื้องล่าง และชมวิวที่สวยงามของภูเขาน้อยเรียงรายอยู่นับจำนวนไม่ถ้วน คุ้มค่าแก่การเดินทางเอามากๆเลยล่ะ

 

 

นาขั้นบันไดหลงเซิ่น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หลงจี้ (Longsheng or Longji Rice Terrace) อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แร่ธาตุ เพราะบริเวณนี้ไม่มีพื้นที่ราบ ชาวบ้านจึงทำนาบนภูเขาในลักษณะขั้นบันได โดยไล่ตั้งแต่ตีนเขาจนถึงยอดเขา เนินเขาเตี้ยก็ดูเหมือนกับขดก้นหอย ส่วนภูเขาสูงก็ดูเหมือนเจดีย์ แต่ละขั้นแต่ละชั้นสลับซ้อนเรียงกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ นาขั้นบันไดหลงเซิ่นเปรียบเสมือนเป็นแปลงนาขั้นบันไดบนสันหลังมังกร ที่ดูเหมือนกับมังกรเลื้อยรอบภูเขา สำหรับการเที่ยวชมนาขั้นบันได นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปเพื่อชมวิวได้ และในช่วงฤดูร้อนนาข้าวจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวของต้นข้าว หลังจากนั้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะพบกับนาข้าวสีทอง และในช่วงฤดูหนาว นาข้าวจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง ทำให้ภูเขากลายเป็นสีเงินที่สวยงามจับใจ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า นาขั้นบันไดหลงเซิ่นนี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในช่วงของราชวงศ์หมิง หรือประมาณ 500 ปีที่ผ่านมา

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับทัวร์กุ้ยหลินสถานที่เที่ยวที่ถูกรังสรรค์ด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ก็สามารถเที่ยวนาขั้นบันไดที่กุ้ยหลินได้ โดยจะต่างกันที่สีสันของผืนนานั่นเอง หากคุณอยากไปสัมผัสประสบกาณ์นาขั้นบันได แบบไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาและการเดินทาง สามารถเลือกดูแพ็คเกจกุ้ยหลินได้ที่ https://tourkrub.co/ทัวร์จีน  รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจกลับไปแน่นอน

 

ไม่ว่าจะเดินทางเที่ยวเองหรือซื้อแพ็คเกจทัวร์มาเป็นครอบครัว ถ้าเป็นบริษัททัวร์จีนที่เชื่อถือได้แล้วล่ะก็ ลองดูได้ที่ https://tourkrub.co ทัวร์ครับ ศูนย์รวมแพ็คเกจทัวร์เที่ยวต่างประเทศ หมดห่วงเรื่องความวุ่นวายในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หรือจะเป็นปัญหาด้านการสื่อสารและภาษาเพราะมีไกด์ทัวร์ที่เชี่ยวชาญ มากพร้อมด้วยประสบการณ์ ที่คอยช่วยเหลือ และดูแลคุณอย่างดี

 

 

Ultra Beach Bali งาน EDM สุดจ๊าบ พร้อมวาร์ปริมชายหาด

Ultra Beach Bali งาน EDM สุดจ๊าบ พร้อมวาร์ปริมชายหาด

เหลืออีกแค่เดือนเดียวแล้ว ที่ชาวสาวกจะได้ไปสัมผัสงานเทศกาลดนตรีอิเล็คทรอนิกส์สุดจ๊าบแห่งปี ที่จะทำให้คุณวาร์ปแบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ กับงาน EDM สุดอลังการริมชายหาด Ultra Beach Bali ที่มีดีกรีงานเทศกาลดนตรีริมชายหาดน่าไปแห่งปี พร้อมดีเจตัวท็อประดับโลกที่จะทำให้คุณแดนซ์ท่ามกลางแสงแดดและย่อลงบนผืนทรายถึง 2 วันเต็มๆ ใครอยากมีโมเมนท์ดีๆแบบนี้ รีบโทรหาเพื่อนซี้ แล้วจองบัตรด่วนเลยจ้า!

Ultra Beach Bali คือ เทศกาลดนตรีอิเล็คทรอนิกส์กลางแจ้งริมชายหาดสุดอลังการในแถบเอเชีย ที่อยู่ในเครือ Ultra Music Festival‘s worldwide expansion ที่มีรายชื่อประเทศที่เข้าร่วมมากถึง 20 ประเทศ และทุกๆปีงาน EDM สุดประทับใจงานนี้จะจัดขึ้นที่ the Potato Head Beach Club เกาะบาหลี ประเทศอินโดนิเซีย

Ultra Beach Bali เทศกาลดนตรี EDM ริมชายหาดในเกาะบาหลี ที่ถูกจำลองความมันส์และบรรยากาศมาจาก งานเทศกาลดนตรีอิเล็คทรอนิกส์จากเวทีในตำนานอย่าง Ultra Music Festival ที่ South Beach ไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2015 ที่ the Potato Head Beach Club เกาะบาหลี ประเทศอินโดนิเซีย และมีจำนวนชาวสาวกมาร่วมงานเกินคาด มากถึง 10,000 คน และทุกคนล้วนเต็มอิ่มกับความมันส์ของเสียงดนตรี และความสุนทรีของธรรมชาติ และช่วงเวลาดีๆแบบนี้กำลังจะหวนมาอีกครั้งในปีนี้

แน่นอนว่าจุดเด่นที่ทำให้ Ultra Beach Bali นั้นน่าไปในทุกปี คงหนีไม่พ้นในเรื่องของบรรยากาศ ของความชิวริมชายหาดและเสียงคลื่น ที่ทำให้คุณผ่อนคลายเป็นที่สุด แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณอยากจะไปในงานนี้ก็คือ ชาวต่างชาติ ในชุดบิกีนี่ตัวจิ๋ว และกางเกงริมชายหาดที่มาพร้อมซิคแพ็คอันกำยำ เอาเป็นว่าดนตรีก็ถูกใจสายย่อ ส่วนคนก็ถูกใจสายฝอไม่แพ้กัน

และความพิเศษสำหรับคนที่ซื้อ VVIP Ultra Pool suite คุณจะได้แหวกว่ายและแด๊นซ์ใต้น้ำกับเพื่อนในแก๊งค์บนสระน้ำที่ติดชิดขอบเวที ที่จะทำให้คุณเห็นหน้า DJ ที่ชื่นชอบอย่างชัดเจนแบบชนิดที่ความละเอียดบนจอ HD ยังยอมแพ้ แค่คิดก็ฟินไปไกลถึงเกาะบาหลีแล้วอะเธอ

ปรากฎการณ์ความฟิน ยังไม่ได้จบลงแค่นี้ เพราะปี 2016 นี้ ทางผู้จัด Ultra Beach Bali ยังเอาใจชาวสาวก ด้วยการประกาศรายชื่อดีเจสุดฮิตที่จะมาสร้างบรรยากาศความมันส์ผ่านเสียงดนตรี ที่จะทำให้คุณย่อโต้สายลมจนลืมวันลืมคืน อย่าง Afrojack, deadmau5, Dubfire และ Martin Garrix มากกว่านี้ยังมีเหล่าดีเจ Support ชื่อดังอีกมากมาย อาทิ Galantis, Mashmello และ Gryffin และที่สุดของความมันส์คือ งานนี้ มีเวทีให้คุณเลือกตามอรรถรสถึง 3 เวทีด้วยกัน โดยแบ่งเป็น Main Stage, Resistance Stage และ UMF Radio Stage รอให้คุณขึ้นยานแม่กลางเกาะบาหลีพร้อมกันแล้ววันนี้

สนใจซื้อบัตรติดต่อ 064-279-9475

Date :      15-16 September 2016

Location : the Potato Head Beach Club เกาะบาหลี ประเทศอินโดนิเซีย
Website:  https://ultrabali.com/

ปักหมุดเช็คอิน 7 ย่านเที่ยวชิล บนถนนแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลก

ปักหมุดเช็คอิน 7 ย่านเที่ยวชิล บนถนนแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลก

 

เมื่อออกไปเที่ยวตามต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ในแพลนการเที่ยวของคุณ ย่อมมีการไปเยือนตามแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของที่นั้นๆ อย่างแน่นอน นอกเหนือจากนั้น คงเป็นการช้อปปิ้ง กิน และเที่ยวตามแหล่งที่คุณสนใจ และหากคุณเป็นสายฮิปสเตอร์ ชอบแวะที่ฮิป ทำกิจกรรม Café Hopping และช้อปปิ้งดูของมีสไตล์

TicketTail ร่วมกับ Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักชั้นนำ และกูรูเรื่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้รวบรวม 7 ย่านสุดฮิปทั่วโลก เอาไว้ให้คุณไปปักหมุดเที่ยวกัน

 

1. Haji Lane @ Singapore

 

 

สำหรับที่แรกที่เราจะมาแนะนำกัน ก็ต้องที่สิงคโปร์ (ซึ่ง Traveloka แอบกระซิบบอกเราว่าตั๋วเครื่องบินราคาถูกหาง่ายกว่าที่คิดและจองได้ทุกช่วงเวลา อย่างสายการบินไทเกอร์แอร์ก็น่าสนใจไม่น้อย ลองเช็คราคาได้ที่ Traveloka)  ชื่อว่า ฮาจิเลน (Haji Lane) ที่อยู่ในย่านบูกิส ที่นี่แหละย่านฮิปของสิงคโปร์ รวมร้านช้อป กิน เที่ยว ดื่ม ตลอดสาย สองข้างทางก็เต็มไปด้วยกำแพงที่มีสีสันจากกราฟฟิตี้ ถ่ายรูปได้ชิค สวยครบทุกมุมบอกเลย

2. Wan Chai @ Hong Kong

 

ถัดมาประเทศที่สอง ก็ยังคงเป็นประเทศยอดฮิตสำหรับชาวไทยที่ชอบไปเที่ยว ไหว้พระ และช้อปปิ้ง ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก แถมตั๋วเครื่องบินก็จองง่าย ราคาโปรโมชั่นมีออกมาให้เห็นกันตลอด นั่นก็คือที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ที่ฮ่องกงจะมีหลายที่ฮิปให้คุณได้ร้องว๊าว ไม่ว่าจะเป็น ย่านหว่านจ๋าย (Wan Chai) ย่านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นฮ่องกงในแบบออริจินอลเอาไว้ ด้วยเส้นทางท่องเที่ยวย้อนอดีตอย่าง Wan Chai Heritage Trail ให้คุณได้เดินเพลินๆ ถ่ายรูป หรือสำหรับใครที่อยากเห็นความฮิปแบบสมัยใหม่ในฮ่องกง ก็ลองไปที่ PMQ ศูนย์รวมความครีเอทีฟ ที่ในอาคารก็มีทั้งคาเฟ่ชิคๆ ร้านขายของเก๋ๆ และการแสดงผลงานต่างๆ ทางศิลปะให้ได้เดินดูเพลินๆ

 

3.  Garosu-gil @ Seoul, South Korea

 

พลาดไม่ได้อีกแห่งก็ต้อง โซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคนไทยอีกหนึ่งแห่ง ที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีที่เที่ยวฮิปๆ มากมาย ชนิดที่ว่าทั่วทุกมุมเมือง ตั้งแต่แลนด์มาร์คสุดทันสมัยอย่าง DDP (Dongdaemun Design Plaza) ไปจนถึงย่านย้อนยุค ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นเกาหลี แต่ทีนี้หากคุณชอบที่จะ Café Hopping และช้อปปิ้งแฟชั่นเกาหลีที่ทันสมัย ในโซลก็มีย่านฮิปที่ควรวางแผนไป นั่นก็คือ กาโรซูกิล (GarosuGil) ซึ่งเป็นถนนชื่อดังในย่านชินซา (Sinsa) โดยที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุโรปในโซล ด้วยสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย เรียงรายไปด้วยร้านค้าเก๋มีสไตล์ โดยเฉพาะร้านกาแฟที่หันไปทางไหนก็มี ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศน่าเที่ยว เดินได้ทั้งวันจริงๆ

 

4.  Shimokitazawa @ Tokyo, Japan

 

พูดถึงเกาหลีแล้ว ไม่พูดถึงประเทศญี่ปุ่นคงไม่ได้ ในโตเกียว ปักหมุดไปเที่ยวกันเลยที่ย่านชิโมคิตะซาว่า(Shimokitazawa) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นย่านเด็กแนวของหนุ่มสาวชาวโตเกียวเลยจริงๆ แถมมาก็ง่าย เพียงนั่งรถไฟสาย Odakyu Line ลงที่สถานี Shimokitazawa ถ้ามาจากชินจุกุนี่ไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ พอมาถึงคุณก็จะได้เจอกับแหล่งรวมร้านค้าวินเทจที่มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน และงานศิลปะอื่นๆ อีกเพียบ แถมที่นี่ยังมีคาเฟ่เก๋ๆ หลากหลายแบบทั้งคาเฟ่แมว สัตว์เลี้ยง คาเฟ่เพื่อสุขภาพต่างๆ ร้านแพนเค้กอร่อยๆ เอาเป็นว่าใครเป็นสายฮิปสเตอร์ก็ต้องมาให้ได้สักครั้ง

 

5.  Shoreditch @ London, UK

 

ย้ายออกมาจากประเทศในแถบเอเชียกันบ้าง เราและ Traveloka จะพาคุณไปยังลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะนอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ชื่อดังอย่าง Harrods และ Selfridges หรือแม้กระทั่งแลนด์มาร์คต่างๆ ถ้าหากสายฮิปอยากจะสัมผัสวิถีฮิปส์เตอร์ของชาวลอนดอนกันดูบ้าง ก็ต้องมาที่ย่านชอร์ดิทช์ (Shoreditch) ซึ่งก็เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นที่นี่ โดยมีถนน Brick Lane ที่น่าสนใจ เพราะมีร้านเก๋ๆ มากมาย โดยเฉพาะร้านเบเกิ้ลชื่อดังอย่าง Beigel Bake ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และร้านซีเรียลอย่าง Cereal Killer Café นี่ยังไม่รวมถึงร้านกาแฟ ที่มีแต่คนคูลๆ มานั่งทำงาน และงานอาร์ทตามกำแพงถนนที่ถ่ายรูปได้ชิคชัวร์ๆ

 

6.  Williamsburg @ New York, USA

 

จุดหมายปลายทางในฝัน นิวยอร์ค เมืองที่เคยหลับใหลในสหรัฐอเมริกา ที่นี่มีแหล่งฮิปที่รวบรวมวัฒนธรรมทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น ดนตรีทุกแขนง โรงละคร แกลอรี่ เทศกาลต่างๆ ตลาดนัด คาเฟ่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก็คือที่ ย่านวิลเลี่ยมส์เบิร์ก (Williamsburg) ชุมชนฮิปสเตอร์อันดับหนึ่ง แต่หากใครยังไม่ร้องอ๋อ ก็จะบอกว่าที่นี่ตั้งอยู่ในบรู้คลิน (Brooklyn) นั่นเอง โดยนี่อาจทำให้คุณนึกภาพความดิบ เถื่อน เท่ในแบบฮิปสเตอร์ของนิวยอร์คออก รวมไปถึงบรรยากาศร้านรวงต่างๆ และ Flea Market ที่น่าสนใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

7. Chareon Krung @ Bangkok, Thailand

 

ปิดท้ายแบบไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปไหนไกล เอาที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณอยากไปฮิป เราขอยกให้ที่ย่านเจริญกรุง ของเรานี่แหละเวิร์คสุด โดยอย่างที่รู้กันว่าถนนเส้นนี้ นับเป็นถนนสายแรกในประเทศไทยที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เต็มไปด้วยกลิ่นอายในยุคเก่าก่อนที่ยังคงเหลือไว้ แถมปัจจุบันก็ยังมีการผสมผสานเอาความทัยสมัยเข้ามา ทำให้ย่านนี้เต็มไปด้วยความน่าสนใจ อย่างเช่นสตรีทอาร์ทต่างๆ และอาคารเก่าแก่ในบางรัก รวมไปถึงแหล่งฮิปที่กำลังเป็นที่สนใจของวัยรุ่นอย่างซอยนานา วงเวียน 22 กรกฎาคม ที่มีบาร์เก๋ๆ คาเฟ่น่ารักๆ และแกลอรี่ สำหรับคนชอบชิลและเสพย์ผลงานศิลปะ เป็นต้น

 

อ่านมาถึงตรงนี้ ชักอยากไปชิล 7 ย่านแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลกกันดูบ้างแล้วใช่ไหมละ ทีมงาน TicketTail ขอให้ทุกๆคนเที่ยวให้สนุก ไปที่ไหนก็ไปให้ทั่วให้คุ้มกับการเดินทางนะจ๊ะ  กระซิบนิดก่อนจะไปหากจะจัดการเรื่องเที่ยวทั้งจองตั๋วเครื่องบินแบบสบายๆ ในราคาถูก รวมไปถึงที่พัก ไม่ว่าจะที่ไหน ก็อย่าลืมให้ Traveloka เค้าจัดการให้ล่ะกัน

สำรวจ 3 ที่เที่ยวโครงการหลวง ตามรอยพระบาทที่จังหวัดน่าน

สำรวจ 3 ที่เที่ยวโครงการหลวง ตามรอยพระบาทที่จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดอันแสนเงียบสงบ และน่าไปเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่งของทางภาคเหนือไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ ซึ่งภายในจ. น่าน นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามอันเก่าแก่สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ดอยและภูเขาสวยงามก็มีมากมายให้ได้เลือกเที่ยว ที่สำคัญมีโครงการหลวงตั้งอยู่อย่างมากมาย เหมาะกับการไปเที่ยวและสูดอากาศบริสุทธิ์ในช่วงหน้าหนาวเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าควรจดไว้เป็นลิสต์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหนาวนี้เป็นที่สุด

  1. สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง บ้านสะจุกสะเกี้ยง

 

โครงการหลวงที่แรกที่เราแนะนำให้ไปก็คือ สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง บ้านสะจุก-สะเกี้ยง โครงการหลวงที่มีวิวอันสวยงาม ซึ่งมองๆ ดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าในอดีตที่แห่งนี้เคยมีปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ แต่เพราะมีโครงการพัฒนาการเกษตรขึ้นในบริเวณนี้ ทำให้ป่าที่เคยโดนทำร้าย กลับมาเป็นภูเขาที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ แถมยังทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้จากการปลูกพืชผักและการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวอีกด้วย แถมปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็ยังมีไม่มาก เรื่องความสวยงามของวิวนั้นเรียกได้ว่าหลักล้านเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ลองจินตนาการภาพการตื่นเช้ามาพบกับภูเขาสีเขียวทั้งลูก ได้เห็นนาข้าวขั้นบันได ได้เจอกับอากาศเย็นๆ ตลอดทั้งปี พร้อมกับเจอะเจอชาวบ้านที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด รับรองว่าคุณจะได้ความรู้สึกอิ่มเอมหัวใจกลับบ้านไปอย่างแน่นอน 

ค่าเข้า : ฟรี

วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่อยู่ : พื้นที่ดอยขุนน่าน ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

เบอร์โทรศัพท์ : 084 818 1008

 

  1. ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ภาพจาก : http://70routesofking.tourismthailand.org

พูดถึงศูนย์ภูฟ้าพัฒนา หลายคนอาจไม่คุ้น แต่หากพูดถึงร้านภูฟ้าคงจะพอนึกออกกันบ้าง โดยศูนย์ภูฟ้านี้เองที่เป็นต้นแบบของการพัฒนาแบบดั้งเดิมของร้านภูฟ้า ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาทั้งธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยบนภูเขา รวมถึงนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางไปเที่ยวเรียนรู้สัมผัสธรรมชาติกันได้เช่นเดียวกัน การไปเที่ยวที่ศูนย์ภูฟ้าแห่งนี้เพื่อนๆ ก็จะได้ไปชมพระตำหนักภูฟ้า เรือนเพาะชำกล้าไม้ วิธีการทำการเกษตร และไฮไลท์คงหนีไม่พ้นการชมไร่ชา แถมขากลับยังสามารถแวะซื้อผลิตภัณฑ์ภูฟ้ากลับมาเป็นของฝากได้อีกด้วย

ค่าเข้า : ฟรี

วันและเวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 08.30 – 16.30 น.

ที่อยู่ : ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
เบอร์โทรศัพท์ : 054 710 610

 

  1. โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (พื้นที่ 1-10) จังหวัดน่านพื้นที่ที่ 2 บ้านดอนไพรวัลย์
 ภาพจาก : http://royal.dnp.go.th
ภาพจาก : http://km.rdpb.go.th

สถานที่สุดท้ายที่จะพาไปดูคือโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน บริเวณบ้านดอนไพรวัลย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงริมแนวชายแดน เสริมสร้างให้ประชาชนสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ มีทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่จำเป็นต้องให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ถิ่นฐาน ประชาชนก็มีความเป็นอยู่ที่ดี บริเวณนี้มีทิศตะวันออกติดกับเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูเขา และทิศตะวันตกติดกับป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่น้ำน่าน ทำให้มีป่าและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ บอกเลยว่าหากเพื่อนๆ ได้แวะไปเที่ยวก็จะต้องหลงรักชุมชนแห่งนี้ เพราะชาวบ้านที่นี่มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เพื่อนๆ ก็จะได้พักผ่อนกินอยู่แบบเรียบง่าย และได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามอีกด้วย

ค่าเข้า : ฟรี

วันและเวลาทำการ: ตลอดเวลา

ที่อยู่ : บ้านแม่สะนาน หมู่ 11 ตำบล พงษ์ อำเภอ สันติสุข จังหวัด น่าน

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการตามพระราชดำริฯ ในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือ และพัฒนาผู้คนในชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น แถมยังอนุรักษ์ผืนป่าของน่านที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับกลายมาเป็นธรรมชาติอันสวยงาม อุดมสมบูรณ์ รอให้เพื่อนๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว หากใครพร้อมออกเดินทางไปตะลุยธรรมชาติแล้ว ก็รีบจองที่พักน่านกับ Traveloka รับรองว่าเรามีที่พักน่านหลากหลายให้เพื่อนๆ เลือกไปนอนอิงแอบแนบธรรมชาติกันแน่นอน ยิ่งฤดูหนาวนี้รับรองบรรยากาศดีสุดๆ ไปเลย