แบกเป้ ขี่มอไซค์เที่ยวเท่ๆ 6 เกาะตะวันออก

แดดดีแบบนี้ถามหน่อยว่าอยากโดนทะเลกันบ้างไหม หากอยากโดนก็ขอบอกว่าช่วงนี้เหมาะอย่างยิ่งต่อการเที่ยวเกาะต่างๆ ในภาคตะวันออก เพราะอากาศกำลังดี น้ำทะเลสวยใส ที่สำคัญเที่ยวทะเลตะวันออกไม่ต้องใช้งบมากเหมือนทะเลใต้ อีกทั้งยังสามารถสนุกกับการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวให้ทั่วได้อีกต่างหาก

และนี่คือเกาะทะเลตะวันออก ซึ่งสวยงาม เที่ยวง่าย หาที่พักไม่ยาก สามารถ“เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยว”ด้วยตัวเอง ซึ่งผม นายสองสามก้าว และ Tickettail  ขอคัดสรรมานำเสนอ

ขอย้ำหนักแน่นสักหน่อยว่าการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวเกาะต้องใช้ทักษะพอสมควร และต้องระมัดระวังให้มาก ด้วยเพราะสภาพถนนต้องขึ้นเขาลงเขาแน่นอน ใครไม่ชำนาญการขี่มอเตอร์ไซค์มากพอ ขอแนะนำว่าแค่พักผ่อนเที่ยวทะเลสวยๆ ก็เพียงพอแล้วล่ะ

 

1. เกาะสีชัง, ชลบุรี

ท่าเรือ : เกาะลอย อ.ศรีราชา มีเรือโดยสารตั้งแต่เช้า-เย็น

ที่พัก : หาได้ทั่วไปบนเกาะ แต่ที่พักแบบริมหาดมีเฉพาะที่หาดถ้ำพัง

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : ท่าเรือหน้าเกาะ

เกาะท่องเที่ยวแห่งแรกสุดของทะเลตะวันออก มีสถานะเป็นอำเภอขนาดเล็กที่สุดในประเทศด้วย ไม่ใช่เกาะประเภทหาดทรายขาวเนียนแต่ก็เหมาะกับการพักผ่อนไม่เบา เพราะมีจุดชมวิวงามๆ ให้นั่งทอดกายมองผืนฟ้าผืนทะเลได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก
ส่วนใครยังคงรักการเล่นน้ำอาบแดดมีชายหาดสวยอยู่แห่งหนึ่งที่สามารถสลัดผ้าใส่บิกินี่ได้คือหาดถ้ำพัง และอย่าพลาดไปโรแมนติกกับสะพานไม้สีขาวเลื่องชื่อ ‘สะพานอัษฎางค์’ ซึ่งตั้งอยู่ในพระจุฑาธุชราชฐาน อดีตพระราชวังฤดูร้อนในสมัย ร.5 อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะ

 

2. เกาะล้าน, ชลบุรี

ท่าเรือ : แหลมบาลีไฮ พัทยา มีเรือโดยสารและสปีดโบ๊ทตั้งแต่เช้า-เย็น

ที่พัก : มีอยู่ทั่วเกาะ ทั้งริมหาด ใกล้ท่าเรือ และกลางเกาะไม่ติดทะเล ราคาสูงต่ำตามโลเกชั่น

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : บริเวณท่าเรือหน้าบ้าน และตามรีสอร์ทที่เข้าพัก

เมื่อพูดถึงสุดยอดเกาะหาดทรายสวย น้ำทะเลใสแจ๋วน่ากระโดดใกล้กรุง ไม่มีใครเกินหน้าเกินตาเกาะล้าน ขอบอกว่ามาที่นี่คุณไม่ต้องอายที่จะสลัดผ้าผ่อนเหลือเพียงชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วโชว์พุงน้อยๆ เพราะที่เกาะล้าน ฝรั่งมังค่าหัวทองหัวแดง อาเจ๊จีนหมวย เขาใส่กันทั้งหาด! ด้วยการอยู่ใกล้พัทยาเดินทางสะดวกจึงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากันเพียบไม่เว้นแต่ละวัน เขามาเล่นน้ำตั้งแต่เช้าพอตกเย็นก็กลับ แต่เราในฐานะเจ้าถิ่นแนะนำให้เสพสุขสักคืนสองคืนจะเพอร์เฟกต์มาก หาดที่นี่สวยทุกหาด น้ำใสทุกหาด และยังมีวิวสุดอลังการทั้งที่จุดชมวิวเจ้าแม่กวนอิม และจุดชมวิวกังหันลม

 

3. เกาะเสม็ด, ระยอง

ท่าเรือ : มีหลายท่าที่ อ.บ้านเพ มีเรือโดยสารและสปีดโบ๊ทตั้งแต่เช้า-เย็น และบางท่ามีสปีดโบ๊ท 24 ชม.

ที่พัก : มีให้เลือกริมหาดทุกหาด ตั้งแต่หลักใกล้พันจนถึงหลายพัน

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : บริเวณท่าเรือ และรีสอร์ทที่เข้าพัก

ไปเสม็ดเสร็จทุกรายตั้งแต่รุ่นพ่อ ถึงปัจจุบันเสม็ดก็ยังเป็นจุดหมายแรกๆ ในการแบ็กแพ็กเที่ยวเกาะของวัยรุ่น เพราะเสม็ดยังสวย เที่ยวง่าย เดินทางสะดวก ชอบคึกคักให้พักหาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ อ่าววงเดือน ชอบเงียบสงบต้องอ่าวนวล อ่าวเทียว อ่าวลุงดำ อยากเป็นส่วนตัวมี อ่าวหวาย อ่าวปะการัง และเดี๋ยวนี้ถนนหนทางบนเกาะซึ่งเคยย่ำแย่ปรับปรุงจนกลายเป็นคอนกรีตตลอดทั้งเส้น เราจึงสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวทุกหาดตั้งแต่หัวเกาะยันท้ายเกาะ วัดกันให้รู้ว่าหาดใดโดนใจวัยรุ่นที่สุด และห้ามพลาดกับการชมพระอาทิตย์ตกท้ายเกาะ แต่ก่อนไปยากเพราะถนนห่วยสุดๆ แต่เดี๋ยวนี้เที่ยวง่ายแล้ว

 

4. เกาะช้าง, ตราด

ท่าเรือ : อ.แหลมงอบ มีเรือเฟอร์รี่ (รถข้ามได้) ให้บริการสองท่าตั้งแต่เช้า-เย็น อยู่ไม่ไกลกันนัก

ที่พัก : มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกเรตราคา ทุกโลเกชั่น

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : ร้านเช่าตามหาดท่องเที่ยวต่างๆ และรีสอร์ทที่เข้าพัก

เกาะพี่ใหญ่แห่งทะเลตะวันออก ขนาดใหญ่สุดไม่มีใครเกิน การเที่ยวเกาะช้างมีหลายโซนให้เลือก ลงจากท่าเรือเลี้ยวขวาคือหาดท่องเที่ยว ทรายขาว คลองพร้าว ไก่แบ้ โลนลี่บีช จนสุดทางท่าเรือทางใต้ที่อ่าวบางเบ้า ขณะที่เลี้ยวซ้ายจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและบรรยากาศดิบกว่าที่บ้านสลักคอก สลักเพชร เจ๊กแบ้ ชุมชนประมง ป่าชายเลน และหาดลับแลไกลปืนเที่ยงอย่างหาดทรายยาว ถ้าใครชอบท่องป่า บนเกาะมีน้ำตกคลองพลู น้ำตกธารมะยม และน้ำตกขนาดย่อมอีกหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีทัวร์ไปดำน้ำที่หมู่เกาะรังให้บริการทุกวัน ถือเป็นเกาะซึ่งมีครบทุกอย่างเลือกเที่ยวได้หลายแนวทาง

 

5. เกาะหมาก, ตราด

ท่าเรือ : กรมหลวงชุมพรฯ อ.แหลมงอบ มีเรือสปีดโบ๊ทใหญ่ให้บริการสามบริษัท วันละประมาณ 2-3 รอบ ตามแต่ฤดูกาล

ที่พัก : มีรีสอร์ทให้เลือกพอประมาณตามหาดท่องเที่ยวต่างๆ

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : ร้านเช่าบนเกาะ และรีสอร์ทที่เข้าพัก

จะหาเกาะท่องเที่ยวแสนเงียบสงบในทะเลตะวันออก คงไม่มีที่ไหนเกินเกาะหมาก ที่นี่เขาสร้างตัวเองให้เป็นเกาะ Low Carbon เที่ยวแบบสร้างมลพิษน้อยที่สุด ที่ดินบนเกาะเป็นส่วนบุคคลของตระกูลเก่าแก่ญาติกันไม่กี่ตระกูลจึงสามารถคุมการเติบโตของเกาะได้ดี ไม่มีแสงสีคึกคักมากนัก มีแค่ร้านบรรยากาศชิลๆ ไม่มีมินิมาร์ทรายใหญ่ มีแต่กิจการของชาวบ้าน บนเกาะเต็มไปด้วยสวนมะพร้าว หาดยอดนิยมคืออ่าวขาว กับอ่าวสวนใหญ่ แต่ก็ยังมีหาดอื่นให้เลือกอยู่พอสมควร และมาเกาะหมากไม่ควรพลาดนั่งเรือไปเที่ยวเกาะสวยใกล้ๆ อย่างเกาะขาม เกาะกระดาน หรือเกาะระยั้ง

 

6. เกาะกูด, ตราด

ท่าเรือ : แหลมศอก, อ.เมือง มีเรือโดยสารให้บริการสองบริษัท วันละเที่ยว และเรือสปีดโบ๊ทสองบริษัทวันละ สองเที่ยว

ที่พัก : ตามชายหาดและจุดท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ มีให้เลือกหลายราคา หลายมาตรฐาน

ที่เช่ามอเตอร์ไซค์ : รีสอร์ทที่เข้าพัก

ปลายทะเลตะวันออก อีกนิดเดียวก็เข้าน่านน้ำเขมร นี่คือหนึ่งในสุดยอดเกาะน้ำใสของเมืองไทยและยังเป็นเกาะซึ่งเปี่ยมด้วยความสงบ ธรรมชาติ ถึงแม้ปัจจุบันจะเติบโตขึ้นตามกาลเวลาก็ตาม ชายหาดต่างๆ การันตีได้ว่าน้ำใสทุกหาด แต่ละหาดมีรีสอร์ทเพียงไม่กี่แห่ง บางหาดมีแค่รีสอร์ทเดียวด้วยซ้ำ แถมยังมาพร้อมกับกิจกรรมอื่นๆ อย่างพายเรือคายัคเที่ยวป่าชายเลนคลองเจ้า เที่ยวน้ำตกคลองเจ้า น้ำตกคลองยายกี๋ น้ำตกห้วงน้ำเขียว และสามารถนั่งเรือไปดำน้ำที่หมู่เกาะรัง นอกจากนี้เกาะกูดยังพัฒนาเรื่องการเดินทางมีบริษัทเรือรับ-ส่ง ระหว่างรีสอร์ทที่พักถึงท่าเรือ ทำให้เที่ยวง่ายดายมาก

Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

Chiang Mai Road Trip ขับให้ได้ ไปให้ถึง

 

สมัยอะไรก็ง่ายไปหมด ยิ่งออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งง่ายแสนง่าย แค่แบกเป้ออกไปใบเดียว คุณสามารถไปตามที่ต่างๆได้หลายวัน เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ต้องขนบ้าหอบฝ่างเหมือนอย่างสมัยก่อน

แต่สิ่งที่ต้องคิดเสมอเมืิ่อจะก้าวเท้าออกจากบ้านหรือคอนโด คือเรื่องการเดินทาง อันไหนประหยัดเวลาอันไหนสบาย แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล บ้างคนอาจจะชอบขับรถไปเอง เพราะจะได้แวะตามที่ต่างๆที่ตัวเองต้องการ หรือบางคนอินดี้หน่อย ก็โบกรถไป คนละฟีล

Tickettail มานำเสนออีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าประหยัดเวลาและสะดวกสบาย สมมติว่าเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ แทบจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากกรุงเทพแล้วตอนนี้ เดินทางสะดวกทั้ง เครื่องบิน,รถไฟ หรือว่า รถทัวร์ มีหมด

การเดินทาง

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วถึงการเดินทางไปเชียงใหม่ ว่าแสนจะสบายมีทุกช่องทาง แต่ขอเลือกบนฟ้าละกันเพราะเร็วดี เรื่องการซื้อตั๋วเครื่องบิน ต้องดูช่วงดีๆเพราะแต่ละสายการบิน Low cost มีโปรโมชั่น ออกมาแทบจะทุกเดือน เลือกดีๆรับรองได้ถูกยิ่งกว่านั่งแท็กซี่ไปกลับใน กรุงเทพเสียอีก

เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว นั่งกระดิกเท้าบนเครื่องแป๊บเดียวเหินฟ้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยกัน เมื่อเท้าเหยียบสนามบินเชียงใหม่ ถ้าใครมีเพื่อนมีฝูงหรือญาติโกโหติกา อยู่ที่นั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับการเดินทาง

แต่ถ้าคุณไม่รู้จักใครเลยมาแบบเอาดาบหน้า ของแนะนำวิธีที่จะทำให้คุณสามารถไปได้ทุกที่ที่คุณอยากไป นั้นคือการ เช่ารถขับเอง เพราะการจะไปเหมารถตู้หรือว่าสี่ล้อแดงที่ีเชียงใหม่ ราคาไม่ได้ห่างกับเช่าเอง

ซึ่งบริษัทใช้เช่ารถนั้นมีอยู่มากมายจนเลือกแทบไม่ถูก แต่ละเจ้านั้นมีโปรโมชั่นมาให้เลือก ลดแลกแจกแถมกันเพียบ

Journeycnx

เป็นบริษัทรถเช่าที่มีรถไว้บริการมากมาย ส่วนค่าเช่านั้น ถ้าเป็น วีออส แจ๊ซซ์ ซิตี้ รุ่นเก่าจะวัน 1,000 ถ้าเป็นรุ่นใหม่ จะเป็นวันละ 1,200 ส่วนในเรื่องของเอกสารที่ต้องมีคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิตเพื่อรูดไว้ 10,000 บาท เป็นเงินประกัน เราจะไปรับรถที่ไหนก็ได้ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆกับการไปส่งรถรับรถ จ่ายแค่ค่าเช่าว่าจะเช่ากี่วันเท่านั้นเอง

northcarrental

อีกหนึ่งบริษัทรถเช่าที่เชียงใหม่ ราคาค่าเช่าตกอยู่ที่วันละ 900 จะเป็นรถซิตี้คาร์ ใช้คล่องตัวในเมืองทั้ง ซิตี้ แจ๊ซ วีออส ถ้าเป็นโฉมใหม่จะเป็นราคา 1,100 บาท ส่วนเอกสารที่ต้องนำไปคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ และ มีเงินค้ำประกัน 3,000 บาท ถ้ารถไม่ได้ชนอะไรมา รับเงินคืนตอนเอารถมาส่ง และจะให้บริการส่งรถที่สนามบินเชียงใหม่เป็นหลัก

ตะวันมอเตอร์

ถ้าไปถามคนเชียงใหม่ รับรองว่าต้องรู้จัก ตะวันมอเตอร์ อย่างแน่นอน อยู่ตรงสี่แยกแสงตะวัน มีรถโตโยต้าทุกรุ่นให่้เช่าตั้งแต่ วีออส ไปจนถึง คัมรี่ ค่าเช่าอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อวัน เอกสารก็เหมือนๆกับที่อื่นคือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ และ เงินประกันอีก 5,000 บาท

 

สถานที่ท่องเที่ยว

เมื่อได้ยานพาหนะมาแล้ว ถึงเวลาที่เราจะไปตะลุยป่าเขาลําเนาไพร แมกไม้และสายธาร เพื่อเพิ่มพลังจากความเหนื่อยล้า ในการทำงาน สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในจังหวัดเชียงใหม่มีอยู่มากมายหลายที่ ได้สัมผัสธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม

หมู่บ้านแม่กำปอง

ใครอยากรู้ว่าชีวิต Slow life เป็นอย่างไร อยากจะให้เป็นสัมผัสที่หมู่บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน เพราะว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่ท่ามกลางหุบเขา แถมนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น บรรยากาศขอบอกว่าชิลล์เว่อร์!!

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ชมนกชมไม้กันบ้าง เพื่อจิตใจที่เบิกบาน การได้เห็นอะไรสวย        ๆงามๆ แถมยังได้ความรู้อีกต่างหาก เพราะเราจะได้เห็นพันธุ์ไม้แปลกที่เราไม่รู้จัก ร่วมถึงการดูแลรักษา อย่างต้นตะบองเพชรที่ตอนนี้หลายๆคนมักจะนำมาปลูกกันเพราะเชือว่าเป็นต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ

ดอยอินทนนท์

อากาศร้อนๆแบบนี้ขึ้นไปอยู่บนยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทยรับรองว่าอากาศยังไงก็เย็นกว่าพื้นที่ราบข้างล่างอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ไปสัมผัสอากาศอย่างเดียว บนดอยอินทนนต์ มีกิจกรรมให้ทำมากมายกราบศักการะ พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ,เดินป่าเข้าถ้ำบริจินดา,น้ำตกสิริธาร

 

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตง เผื่ออยากจะกระโดดน้ำ ท่ามกลางสายหมอก แมกไม้ สายลม และขุนเขา หลังจากลุยป่ามาเยอะ ฟินสุดๆ และมีแพที่พักให้คอยบริการมากมาย เหมาะแก่การพักผ่อน อ่างน้ำเหนือเขื่อนมีทัศนียภาพที่งดงาม

 

Cafe ฮิปฮิป

การได้นั่งทอดน่องสบายๆอามรณ์กันเครื่องดื่มดีๆ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ รวมทั้งดื่มด่ำกับบรรยากาศชิลๆที่ไม่เร่งรีบ มันเป็นอะไรที่สุขเว่อร์

 

เวียงจุมออน

Teahouse ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ต้องบอกว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการไปนั่งเม้าท์มอย หรือว่าหาเครื่องดื่มดับกระหาย เพราะทั้งบรรยากาศและรสชาติของเครื่องดื่มไม่ธรรมดา รวมทั้งยังมีขนมอร่อยๆให้เลือกมากมาย

 

The Giant

ครบเครื่องที่ในทีเดียว เป็นทั้งร้านกาแฟรสชาติเลิศและรีสอร์ทอันสวยงามท่ามกลางป่าเขา ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านป๊อก ห้วยแก้ว แม่ออน เด็กๆใครที่เคยฝันว่าอยากมีบ้านต้นไม้มาที่นี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

Nana Jungle

สุดยอดฟาร์มขนมปังสดใหม่ ต้องบอกว่ารีบตื่นแต่ไก่โห่ เพราะว่าคนเพียบจนล้น เพราะว่าขนมที่นี้อร่อยแสงออกปาก จนคุณอยากจะเปิดร้านขนมปังเลย เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติของที่นี้


บ้านใกล้เรือนเคียง

 

จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นๆทางภาคเหนือหลายจังหวัด ซึ่งสามารถจะขับรถไปได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น

ลำปาง

เมืองรถม้าขับรถจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ถ้าใครชอบแบบธรรมชาติขอแนะนำ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เพราะว่าธรรมชาติสวยงามมาก

พะเยา

ที่แรกทีต้องไปเมืื่อไปถึงจังหวัดพะเยา ถ้าไม่มาที่เหมือนมาไม่ถึง กว๊านพะเยา เป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือ จะได้ศักการะหลวงพ่อศิลา กลางกว๊านพะเยา ต้องนั่งเรือพายไป

 

เชียงราย

เหนือสุดของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายว่าจะเป็น บ้านดำ ไปดู ศิลปะของอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ หรือ วัดร่องขุ่นที่เลื่องชื่อของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อยากไปธรรมชาติหน่อยก็ ไร่ฉุยฟ่ง หรือ บุญรอดฟาร์ม

 

ที่พัก

เมื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวแน่นอนว่า รีสอร์ท กับ โรงแรม มีให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งในตัวเมืองและต่างอำเภอ และแต่ละทีต้องบอกว่าสวยงามอย่างมาก

 

พราวภูฟ้า

ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก เป็นรีสอร์ทที่ตอบโจทย์อย่างมากเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักมีให้เลือกหลากลายราคา แถมตกแต่งได้อย่างสวยงาม บวกกับบรรยากาศเดินไปไหนก็ได้ยินเสียงน้ำ เสียงนก สดชื่นอย่าบอกใคร

 

ปานวิมาน

สมกับชื่ออย่างแท้จริง เพราะสถานที่สวยงามถามท้องเรื่อง ตั้งอยู่บนเขาอย่างกับได้อยู่บนวิมาน ซึ่งทำให้เห็นทัศนียภาพรอบตัวอย่างชัดเจน สวยทั้งกลางวันและกลางคืน บรรยากาศดีเว่อร์ ไม่ไปสัมผัสเองไม่รู้หรอก ต้องหาโอกาสไป

 

Le Jardin de Maejo

ส่วนใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว รีสอร์ท เล็กๆน่ารักๆ ของแนะนำที่นี้เลย อยู่ที่อำเภอแม่โจ้ ไม่ได้ไกลจากจตัวเมืองเชียงใหม่ ขับรถแปปเดียวถึง      แต่ละห้องพักมีการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน สวยงามเหมือนอยู่ต่างประเทศ บรรยากาศเลิศมาก แต่ที่สำคัญคืออาหารอร่อยเว่อร์!!

ใครที่กำลังจะคิดไปเที่ยวทางภาคเหนือ อย่าได้รอช้า เพราะ มีข่าวดีมาบอกสำหรับแฟนๆ Tickettail คือไปนอนที่ Le Jardin de Maejo แถมรถเช่าไปให้เลยฟรีๆตามจำนวนวันที่เข้าพัก หรือ รถเช่าเล็กไม่รวมน้ำมัน เมื่อพัก 1 ห้อง 4-6 ท่าน 3950-5750 แต่ถ้ามา 8-10 ท่าน เช่า 2 ห้อง ให้รถตู้ ไม่รวมน้ำมัน สุดแสนสบาย เหินฟ้าจากเมืองหลวง พักที่โรงแรมน่ารักๆ มีรถขับไปเที่ยวฟรี จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกละ

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่

เช่าสองล้อตะลอนเชียงใหม่ เที่ยวง่าย 5 เส้นทาง วัดวาป่าเขาธรรมชาติครบรส

 

ให้บรรดานักเดินทางเลือกจังหวัดน่าเที่ยวสักสี่ห้าอันดับ รับรองว่าทุกลิสต์ต้องมีเชียงใหม่รวมอยู่ เพราะของเขาดีจริงมีทุกสิ่งให้เลือกสรร ยอดดอยเสียวสูง ธรรมชาติเขียวขจี ศิลปวัฒนธรรม แง่งามศาสนา เรียกว่าเป็นหนึ่งจุดหมายในฝันของคนเดินทางทั้งหลายไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือเซียนท่องเที่ยว

อย่างไรก็เถอะมักมีคำถามสำคัญของคนอยากเที่ยวเชียงใหม่คือ ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวจะเที่ยวยังไงให้สนุก ขอตอบเลยว่าทำได้ง่ายมากโดยไม่ต้องพึ่งพารถแดงแสนจะรีดราคาขูดเลือดขูดเนื้อ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสบาย ขอแค่ทักษะการซิ่งมอเตอร์ไซค์ของคุณแข็งแรงประมาณหนึ่ง สำหรับผมทำมาหลายครั้งและต้องมีครั้งต่อไป ฟันธง!

 

 

วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ด้วยมอเตอร์ไซค์ เลือกใช้บริการรถทัวร์สะดวกที่สุด เพราะมีร้านเช่ามอเตอร์ไซค์อยู่ตรงสถานีขนส่ง – คนเชียงใหม่เรียกว่าอาเขต พอลงรถทัวร์ปุ๊บเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ทันที วิธีคือจองตั๋วรถทัวร์รอบดึกมาถึงเชียงใหม่ตอนเช้า ร้านรถเช่าเดี๋ยวนี้มีหลายร้าน แต่ผมขอแนะนำร้าน Bikkey ข้างโรงแรมแกรนด์ ไดมอนด์ เช่ามาหลายครั้งไม่เคยมีปัญหา เกียร์ธรรมดา 200 บาท ออโต้ 250 บาท ออโต้ตัวใหญ่ 300 บาท เปิดหกโมงเช้ายันสามทุ่มทุกวัน ส่วนขากลับจองรถรอบหัวค่ำ เอามอเตอร์ไซค์มาคืนแล้วจะได้ไม่ต้องรอขึ้นรถนานเกินไป วางโปรแกรมแบบนี้ลงล็อกสุดๆ ถ้าหากใครนั่งรถไฟหรือขึ้นเครื่องบินก็ต้องเสียค่ารถไปเช่ามอเตอร์ไซค์อีก ต่อครับ หาเช่าแถวถนนห้วยแก้วก็ได้

 

ส่วนการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่แบบไม่ยากผมมีแนะนำ 5 เส้นทาง มีเวลากี่วัน อยากเที่ยวที่ไหนมากกว่ากันตัดสินใจเอาเองครับ…


Route 1 : 5 km : ท่องตัวเมือง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

วัดพระสิงห์ – วัดเจดีย์หลวง – วัดพันเตา – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ – วัดเชียงมั่น – วัดสวนดอก – วัดเจ็ดยอด – วัดศรีสุพรรณ

 

เมืองเชียงใหม่มีวัดเพียบ ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เส้นทางเที่ยวกลางเมืองจึงเน้นวัดเป็นหลัก เข้าวัดไหว้พระ ชื่นชมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาพื้นถิ่น ซึ่งผมขอคัดแค่วัดเด่นๆ น่าสนใจนะครับ ไม่อย่างนั้นมีหวังเที่ยวสามวันก็ไม่หมด

เริ่มต้นคือวัดพระสิงห์ สำคัญเพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองซึ่งจะอัญเชิญมาให้ประชาชนสรงน้ำในวันสงกรานต์นั่นไง องค์พระประดิษฐานในวิหารลายคำนะไม่ใช่วิหารหลวงด้านหน้า องค์พระสวยงามตามศิลปะล้านนาอย่างมาก ต่อมาคือวัดเจดีย์หลวง อันหมายถึงเจดีย์ใหญ่ ซึ่งยอดหักโค่นเหลือเพียงครึ่งจากเหตุการณ์ฝนตกแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2088 เจดีย์แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเมื่อครั้งองค์พระอยู่ที่เชียงใหม่ ขณะที่ติดกับวัดเจดีย์หลวงคือวัดพันเตา โดดเด่นด้วยวิหารหอคำหลวงสร้างด้วยไม้สัก

 

 

 

ลัดเลาะต่อมาถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คือพญามังราย อาณาจักรล้านนา พญางำเมือง อาณาจักรภูกามยาว (พะเยา) และพ่อขุนรามคำแหง อาณาจักรสุโขทัย ซึ่งตำนานว่าทำไมกษัตริย์ทั้งสามถึงมีความสัมพันธ์แนบแน่น และเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างไร หาอ่านได้เลยภายในศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เรียกว่าเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ ประกอบด้วยสามส่วนคือหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ กับหอประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ ส่วนพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดพิพิธภัณฑ์ที่ผมชื่นชอบมาก เช่นเดียวกับประวัติของกษัตริย์ทั้งสาม

 

 

 

ในคูเมืองยังมีอีกวัดน่าสนใจอีกคือวัดเชียงมั่น วิหารหลวงมีจิตรกรรมลายคำสวยงาม ส่วนวิหารหลังเล็กประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์สององค์ คือพระเสตังคมณี พระแก้วใสองค์สูงแค่ราวสิบห้าเซนติเมตร กับพระศิลา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักบนแผ่นหิน อายุนับพันปี

เพียงเท่านี้หากใครใช้เวลาเนิบนาบอิ่มเอมกับทุกอย่างน่าจะใช้เวลาจากเช้าจนบ่ายแก่ๆ แต่ถ้ายังไม่หนำใจ นอกคูเมืองมีวัดแนะนำอีกสามแห่งสามทิศทาง คือวัดสวนดอกทางตะวันตก วัดเจ็ดยอดทางตะวันตกเฉียงเหนือ และวัดศรีสุพรรณ ทางทิศใต้

วัดเจ็ดยอด อยู่บนทางหลวงหมายเลข 11 ซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ไม่ไกลจากทางขึ้นดอยสุเทพ มีเจดีย์สวยแปลกคือเป็นอาคารทรงเหลี่ยม ด้านบนมียอดเจดีย์เรียงรายกันเจ็ดยอด ส่วนวัดสวนดอกออกจากตัวเมืองทางประตูสวนดอก ในวัดมีกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือพระเจดีย์บรรจุอัฐิของเหล่าเจ้านายเจ้านครในอดีต แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดอยู่ในพระอุโบสถคือพระเจ้าเก้าตื้อ พระประธานปางมารวิชัย ซึ่งองค์ไม่ใหญ่นักทว่ามีความสวยงามเปล่งปลั่งที่สุด เป็นพระพุทธรูปซึ่งผมบอกเลยว่าสวยที่สุดองค์หนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา

 

 

 

และสุดท้ายวัดศรีสุพรรณ ไปทางใต้บนถนนวัวลาย มีป้ายชี้บอกหาไม่ยาก ถนนวัวลายเป็นแหล่งทำเครื่องเงินชั้นดี ทางวัดจึงผุดไอเดียสร้างพระอุโบสถทรงล้านนาจากเงินทั้งหลัง งานฝาผนังที่ปกติเป็นภาพจิตรกรรมเปลี่ยนเป็นงานแกะสลักเครื่องเงิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใช้ฝีมือขนาดไหน

 

ใครไปหมดแบบไม่ใช่ชะโงกทัวร์ เที่ยวชมเรียนรู้จริงจัง แค่นี้ต้องบอกว่าเหนื่อยแล้ว


Route 2 : 30 km : ดอยสุเทพ-ปุย บิดฉลุยจากตีนถึงยอด

สวนสัตว์เชียงใหม่ – อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย – น้ำตกห้วยแก้ว – น้ำตกมณฑาธาร – จุดชมวิว – วัดพระธาตุดอยสุเทพ – พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ – บ้านม้งดอยปุย – ขุนช่างเคี่ยน

 

เส้นทางยอดฮิตสำหรับนักบิดและท่องเที่ยว การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นดอยสุเทพคือความสนุกสนาน ถนนอย่างดี ไม่ชันเกินไป ที่เที่ยวรายทางเพียบ เกียร์ธรรมดาหรือออโต้ได้หมด ตีนดอยถึงยอดดอยแค่จิ๊บๆ แต่เที่ยวแค่วันเดียวไม่มีทางหมด ต้องเลือกคัดกรองจุดหมายเอาครับว่าอยากไปที่ใดบ้าง

จุดแรกสวนสัตว์เชียงใหม่ หากมาที่นี่ปิดประตูเที่ยวที่อื่นเลย อยู่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ถัดไปอีกนิดตรงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เลี้ยวเข้าไปจะพบน้ำตกห้วยแก้ว อยู่ในความดูแลของ อช.ดอยสุเทพ-ปุย ไม่เก็บค่าเข้าชมเพราะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มานั่งปิกนิกสบายดี แต่ความสวยงามอาจไม่มากเท่าไหร่

 

ใครอยากชมน้ำตกสวยกว่าต้องน้ำตกมณฑาธาร ขึ้นจากตีนดอยไปสัก 4 กิโลเมตร ผ่านด่านอุทยานฯ เสียตังค์เข้าไปอีกนิด ถนนลาดยางขี่สบาย ความจริงน้ำตกมีทั้งหมดเก้าชั้น แต่จำกัดการเที่ยวเพียงสองชั้น อยากผจญภัยชมน้ำตกสูงกว่าต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

 

ถัดจากน้ำตกมณฑาธารคือจุดชมวิวตัวเมืองเชียงใหม่ พอเลยจุดชมวิวเทโค้งไปเทโค้งมาขึ้นเขาสัก 5 กิโลเมตร จึงถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เผื่อใครไม่รู้ขอบอกว่าวัดเปิดถึงสามทุ่ม ใครมาหามุมถ่ายภาพยามเย็นตอนท้องฟ้ากำลังสีน้ำเงินเข้มตัดกับองค์พระธาตุสีทองซึ่งฉาบฉายด้วยแสงไฟจะได้ภาพงดงามมาก

 

 

กราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพเสร็จ จับระยะทางอีก 4 กิโลเมตร ถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระตำหนักเปิดขายบัตรถึง 15.30 น. เที่ยวชมด้านในได้ถึง 16.15 น. ค่าเข้าชมคนไทยแบงค์สีเขียวใบเดียว แต่ต้องแต่งกายเรียบร้อย มีเส้นทางเดินชมพรรณไม้กับสวนสวยๆ โดดเด่นที่สุดคือกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ที่รับรองว่าไม่เคยเห็นตามปากคลองตลาด

หลังจากตรงนี้ต้องใช้ฝีมือเพิ่มขึ้นเพราะถนนแคบลง (เลยพระตำหนักมาแล้วนี่นะ) สักพักพบสามแยก เบี่ยงไปทางซ้ายราว 2 กิโลเมตร จะถึงบ้านม้งดอยปุย แต่ก่อนอยู่กินกันตามวิถีคนดอย ปัจจุบันชาวม้งเล่นแท็บเล็ตกดไอโฟนสนุกสนาน ไม่ขอพูดว่าไปชมวิถีชาวเขาเพราะคงเป็นการโกหกกัน เอาเป็นว่าหากอยากสัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านบนดอยไปเชยชมสักหน่อยไม่เสียหาย

 

จากบ้านม้งดอยปุยย้อนกลับมาสามแยก อีกเส้นทางมุ่งสู่ขุนช่างเคี่ยนซึ่งเลื่องชื่อเรื่องดอกนางพญาเสือโคร่งนั่นไง ระยะทาง 5 กิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกินห้านาทีแน่นอน เส้นทางเพิ่มความแอ็ดวานซ์ในการขี่แมงกะไซค์ ระหว่างทางผ่านลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ผมนอนมาแล้วบรรยากาศเยี่ยม ตอนเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นจากศาลาชมวิว กระทั่งไฮไลท์สุดท้ายคือการตามล่าต้นซากุระเมืองไทย ณ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ป่าสีชมพูงามจับใจ ถือเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งใกล้ตัวเมืองที่สุด แต่เจ้าดอกไม้แสนสวยนี้ปกติจะบานราวเดือนมกราคม ระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์นะ ไม่ใช่มีให้ชมทั้งปี

 

 

จากตีนดอยถึงยอดดอยระยะทางแค่ 30 กิโลเมตร เที่ยวอะไรตามแต่สะดวกและเหมาะกับฤดูกาลนะครับ


Route 3 : 40 km : ซิ่งเส้นแม่ริม เอมอิ่มธรรมชาติ

ห้วยตึงเฒ่า – น้ำตกแม่สา – สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ – ม่อนแจ่ม

 

ม่อนแจ่มรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นได้ไหม ขอตอบว่าง่ายยิ่งกว่ารถยนต์หลายเท่า… ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง ได้รับการแซวเล่นว่าเป็นถนนสารพัดสัตว์ เพราะมีทั้งคุ้มเสือ ปางช้าง โชว์งู จระเข้ ลิง สวนสัตว์แมลง ทัวร์ต่างชาติชมโชว์เลยวิ่งกันพล่านไปหมด แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของผมหรอกครับ ถ่อมาเชียงใหม่ทั้งทีจะชมโชว์สัตว์ทำไมกันเล่า

ออกจากคูเมืองเชียงใหม่ที่ประตูช้างเผือกทางทิศเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ระหว่างทางผ่านแยกศูนย์ราชการซึ่งเป็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อยากแวะเที่ยวก็ลุยเลย มีหาดทรายและเพิงอาหารริมน้ำสมฉายาทะเลเชียงใหม่ ถ้าไม่แวะก็ตรงมาอีก 15 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอแม่ริมจนถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนนแม่ริม-สะเมิง ระหว่างทางนี้จะเจอโชว์สัตว์ กิจกรรมผจญภัย สารพัด รวมถึงสวนกล้วยไม้สองสามแห่ง

 

 

ตรงตามถนนแม่ริม-สะเมิง 5 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าน้ำตกแม่สา จ่ายสตางค์ค่าเข้าอุทยานฯ แล้วพร้อมลุย น้ำตกนี้อยู่ในเขต อช.ดอยสุเทพ-ปุย แต่เป็นอีกฝั่งหนึ่งของภูเขา มีทั้งหมดสิบชั้น แต่ละชั้นห่างกันไม่มาก ทางเดินดีเยี่ยม เราเริ่มต้นตรงชั้นสี่ เดินไม่เกินสี่สิบนาทีถึงชั้นบนสุด ส่วนชั้นแรกถึงชั้นสามค่อยลงมาเที่ยวทีหลัง เรื่องความสวยงามคงไม่โกหกพกลมว่าสุดสวยขนาดนั้น แต่ความน่าเที่ยวยกนิ้วให้ เพราะเป็นน้ำตกใหญ่เที่ยวง่าย เข้าถึงสะดวก มาถึงแม่ริมทั้งทีต้องแวะสักหน่อย

 

 

ถัดจากน้ำตกแม่สา ถนนเริ่มคดเคี้ยวเป็นทางขึ้นเขาซิ่งมอเตอร์ไซค์สนุกสนาน ต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงปางช้าแม่สา จากปางช้างอีก 2 กิโลเมตร ถึงสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ่ายตังค์แล้วเอามอเตอร์ไซค์เข้าไปเที่ยวตามสะดวก ภายในสวนใหญ่มากกกกก (ขอลากเสียงหน่อย) ดังนั้นจำต้องเลือกโซนเที่ยว น่าสนใจสุดต้องบนยอดเขาโน่นแหละ เป็นที่ตั้งของกลุ่มเรือนกระจกจัดแสดงพันธุ์ไม้หลายประเภท ไม้ทะเลทราย ไม้น้ำ บัว เฟิน ไม้ประดับ สับปะรดสี เด่นที่สุดคือเรือนใหญ่จำลองป่าดิบชื้นเล่นเอาอึ้งเหมือนเดินเข้าป่าจริงๆ

 

 

จากนั้นระหว่างทางขี่ลงมาจะผ่าน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ Natural Science Museum จอดรถแล้วแวะชมเลยไม่เสียสตางค์เพิ่ม จัดทำค่อนข้างดี มีภาพสามมิติให้ถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยด้วย

 

จากสวนพฤกษศาสตร์ บิดมอเตอร์ไซค์ต่อ 3 กิโลเมตร ถึงแล้วครับทางเลี้ยวขวาขึ้นเขาสู่โครงการหลวงหนองหอยหรือที่คุ้นปากว่าม่อนแจ่ม เข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ใครมาเยือนแล้วประทับใจสุดๆ หรือไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษอยู่ที่ทัศนะส่วนบุคคล โดยมากนิยมขึ้นไปกินข้าวชมวิวสบายๆ และถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ที่เขาจัดทำไว้ ใกล้เคียงมีที่เที่ยวอื่นชื่อม่อนโน้นม่อนนี้ตามกระแสเต็มไปหมด ก็แล้วแต่สะดวกอยากไปตรงไหนตามใจเลย

 

โดยสรุป ทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง น่ารักน่าหลงน่าเที่ยวและขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวง่ายมาก


Route 4 : 30 km : สายธารแม่ขาน ตำนานดอยคำ

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ – วัดพระธาตุดอยคำ – เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี – วัดต้นเก๋วน – อช.ออบขาน

 

เส้นทางโปรดของผม ขี่มอเตอร์ไซค์ง่าย รถโล่งซิ่งสบาย สำคัญคือมุ่งหน้าไปทางอุทยานแห่งชาติซึ่งผมหลงรักหัวปักหัวปำ อช.ออบขาน แห่งอำเภอหางดง แถมระหว่างทางยังมีที่เที่ยวชื่อดังรออยู่อีกเพียบ ซึ่งผมขอเน้นเที่ยวออบขานเป็นอันดับแรก แล้วค่อยย้อนกลับมาครับ ตามใจคนเขียนล้วนๆ (ฮา…)

จากตัวเมืองลงใต้ผ่านประตูเชียงใหม่วิ่งเข้าถนนวัวลายออกสู่ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-ฮอด มาเลี้ยวขวาที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (ชื่อเขาจริงๆ นะ) เข้าทางหลวงหมายเลข 121 วงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ (สายนี้เลี้ยวซ้ายมาจากแยกที่ถนนห้วยแก้วทางขึ้นดอยสุเทพก็ได้) ไปเรื่อยๆ สุดถนนถึงสี่แยกต้นเก๋วน ตรงเข้าทางหลวงชนบท ชม.3035 เลียบคลองชลประทาน จนพบป้ายเลี้ยวขวาเข้าอุทยานฯ จากปากทางนับอีก 12 กิโลเมตร ถนนลาดยางวิ่งคดเคี้ยวดั่งงูเมายาจนถึงด่านตรวจ จากนั้นจึงเป็นทางลูกรังรถยนต์อาจต้องระวัง แต่รถมอเตอร์ไซค์สบายบรื๋อ

คำว่าออบหมายถึงช่องแคบหรือร่องผาซึ่งมีลำน้ำไหลผ่านด้านล่าง ออบขานจึงหมายถึงออบที่แม่น้ำขานไหลผ่าน ปัจจุบันเป็นอุทยานฯ ซึ่งยังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ใครอยากเล่นน้ำเตรียมชุดมาเปลี่ยนได้เลย

 

ออบขานอยู่ห่างจากลานจอดรถแค่ไม่กี่ร้อยก้าว ทางเดินศึกษาธรรมชาติเริ่มต้นด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เลียบหน้าผาไปเรื่อยๆ คือออบขาน สวยงามแปลกตา พ้นจากออบขานจะถึงแม่น้ำขานช่วงที่เราสามารถลงเล่นสนุกชื่นฉ่ำ เส้นทางเลียบแม่น้ำขานยาวประมาณ 1 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่ออบไฮ ออบอีกแห่งหนึ่งเล็กกว่าออบขาน จากนั้นทางเดินจะเลี้ยวเข้าป่าวนกลับถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ใครอยากเดินเชิญตามสบาย แต่ผมเลือกเลาะแม่น้ำขานกลับได้อรรถรสทางสายตามากกว่าครับ

 

หากไม่อยู่ที่ออบขานจนเย็นย่ำสามารถซิ่งมอเตอร์ไซค์แวะที่เที่ยวเจ๋งๆ ตามรายทางขากลับ ย้อนมาถึงแยกต้นเก๋วน เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าสู่วัดต้นเก๋วน วิหารของวัดต้นเก๋วนเป็นต้นแบบหอคำหลวง ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จากนั้นกลับเข้าถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ หรือทางหลวงหมายเลข 121 สัก 8 กิโลเมตร จะถึงสี่แยกราชพฤกษ์ ให้เลี้ยวเข้าสู่อุทยานหลวงฯ ได้เลย ชมดอกไม้และการจัดสวนสวนหลากหลายรูปแบบตามใจชอบ

 

หากมีเวลาอยากให้แวะวัดพระธาตุดอยคำ อีกหนึ่งพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ไม่แพ้พระธาตุดอยสุเทพ มีตำนานว่ากาลก่อนดอยคำเป็นที่อยู่ของยักษ์สองตนคือปู่แสะย่าแสะ ผู้เป็นพ่อแม่ของเทวฤๅษี (ดอยสุเทพตั้งชื่อมาจากเทวฤๅษีนี่แหละ และเทวฤๅษีคือพ่อบุญธรรมของพระนางจามเทวี กษัตรีแห่งอาณาจักรหริภุญชัย – ว่ากันตามตำนานสนุกๆ นะครับ) ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่รับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่เกิดจากปู่แสะย่าแสะ จึงแสดงธรรมจนยักษาเกิดความเลื่อมใส พระพุทธเจ้ามอบพระเกศาธาตุให้แก่ยักษ์ทั้งสองตน อันกลายเป็นที่มาของพระธาตุดอยคำนั่นเอง

นอกจากพระธาตุดอยคำสีทองอร่าม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี รูปปั้นปู่แสะย่าแสะ สุเทวฤๅษี ทางวัดยังสร้างจุดชมวิวสวยๆ มองลงไปเห็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์เหลือเล็กนิดเดียว

 

 

ทางเส้นนี้ที่เที่ยวไม่เยอะแต่เล่นเอาเหนื่อย… อะไรนะ ยังเหลือ ไนท์ ซาฟารี พลาดไม่ได้เสียด้วยสิ (เห็นเขาว่าเวิลด์คลาส)


Route 5 : 40 km : ปลดตัวอาบน้ำแร่ เปลื้องเท้าแช่น้ำร้อน

ศูนย์อุตสาหกรรมร่มบ่อสร้าง – ถ้ำเมืองออน – น้ำพุร้อนสันกำแพง

 

ปิดท้ายกับเส้นทางแนะนำสำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสผจญภัยเที่ยวเชียงใหม่หลายวัน เพราะยามหนังใกล้เก็บฉากจะมีอะไรดีกว่าการผ่อนคลายสลัดความเมื่อยล้า ชื่อเสียงของน้ำพุร้อนสันกำแพงได้ยินมานานต้องขอโดนสักหน่อย ระยะทางไกลแต่จุดหมายไม่เยอะ ใช้เวลาได้เต็มที่

เที่ยวอำเภอสันกำแพง-แม่ออน ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่ประตูท่าแพ วิ่งมาทิศตะวันออกอย่างเดียวเข้าทางหลวงหมายเลข 1006 เชียงใหม่-สันกำแพง ผ่านบ้านบ่อสร้าง อยากชมเขาทำร่มและซื้อสินค้าหัตถกรรมติดไม้ติดมือแวะเลยที่ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม พอเสร็จสรรพค่อยตรงไปจนถนนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1317 หรือถนนเชียงใหม่-สันกำแพง สายใหม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำพุร้อน แต่หากใครไม่สนใจดูการทำร่มบ่อสร้าง แนะนำให้ออกจากเมืองเชียงใหม่มาทางสนามบิน ถึงแยกดอนจั่น แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1141 ดอนจั่น-เชียงใหม่ จนเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1317 ได้เลยจะไม่ต้องผ่านตัวอำเภอสันกำแพง

 

ริมทางหลวงหมายเลข 1317 ผ่านอำเภอสันกำแพงจนถึงอำเภอแม่ออน จะเห็นป้ายบอกทางเข้าถ้ำเมืองออน ฟังชื่อน่าสนเลี้ยวรถโดยพลัน ถ้ำเมืองออนไม่ใช่ถ้ำแบบเที่ยวธรรมชาติ แต่เป็นถ้ำซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานเต็มไปหมด มีไฮไลท์ตรงพระธาตุนมผาซึ่งเป็นหินงอกขนาดใหญ่แลดูคล้ายพระสถูปเจดีย์ ขณะที่บนเขาด้านบนยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ รูปหล่อครูบาศรีวิชัย และพระธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิของท่าน บอกเลยว่าเดินขึ้นไปหอบใช่เล่นแต่คุ้มค่าอยู่

 

ออกจากถ้ำเมืองออน อีกกิโลเมตรเดียวก็ถึงน้ำพุร้อนสันกำแพง หลายคนคงงงว่าเราผ่านอำเภอสันกำแพงมาแล้วนี่ ความจริงคือตอนจัดสร้างน้ำพุร้อนสันกำแพง แม่ออนยังเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสันกำแพง จนภายหลังยกฐานะเป็นอำเภอแม่ออน ทว่าก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อน้ำพุร้อนแต่อย่างใด เท่ากับว่าน้ำพุร้อนสันกำแพงอยู่ที่อำเภอแม่ออน ไม่ใช่อำเภอสันกำแพง

ที่น้ำพุร้อนมีค่าเข้าเล็กน้อย มาถึงแล้วกิจกรรมยอดฮิตคือการกินไข่ต้มใบน้อย จากนั้นค่อยถึงเวลาแช่น้ำร้อน มีให้เลือกหลากรายการ ห้องอาบส่วนตัว ตักอาบ แช่อาบ สระน้ำรวม หากไม่ต้องการขนาดนั้นขอแค่นั่งแช่เท้าอุ่นๆ ให้เลือดไหลเวียนก็ผ่อนคลายแล้ว แช่เท้าจนหนำใจค่อยเดินไปอาคารนวดแผนไทย นวดตัว นวดฝ่าเท้า สนนราคาคนไทยชั่วโมงละ 140 บาท ต้องจัดไปอย่าให้พร่อง ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร

 

ที่น้ำพุร้อนสันกำแพงมีนักท่องเที่ยวเยอะทุกวัน ทั้งชาวบ้าน ชาวไทย รวมถึงต่างชาติ หยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งคนตรึม เขามีที่พักค้างแรมด้วยนะ ทั้งแบบบ้านพักหรือกางเต็นท์นอน เบ็ดเสร็จครบวงจร

ก่อนกลับบ้านจัดสบายเสียหนึ่งวัน เที่ยวเชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องขึ้นดงดอยสูงเสียดฟ้าเสมอไป เลือกเที่ยวได้หลายสไตล์ตามความชอบ รับรองมอเตอร์ไซค์คันเดียวเอาอยู่… จริงๆ นะจะบอกให้


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

IMG_7214

10 Islands 10 Styles


ลาพักร้อน… ไปนอนอาบแดด


10 เกาะ 10 สไตล์ ทะเลไทยสวยใสเที่ยวง่าย จากตะวันออก อ่าวไทย ถึงอันดามัน

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อน จริงๆ ไม่ต้องประกาศก็รู้กันเองอยู่แล้วล่ะนะเรื่องแบบนี้ เชื่อว่าพอเข้าหน้าร้อนปุ๊บหลายคนคงวางแผนเตรียมเก็บกระเป๋าเที่ยวทะเลทันที แหม… จะมีฤดูไหนที่เหมาะกับการท่องทะเลเท่าตอนแดดแรงๆ อีกล่ะ ว่าแล้วเลยขอหยิบยกเอาเกาะในทะเลไทยสักหอมปากหอมคอ 10 เกาะ มาแนะนำเป็นตัวเลือกสำหรับออกทริปเที่ยวทะเลฤดูร้อนนี้กัน ชอบใกล้หรือไกล สไตล์ชิลๆ หรือแบกเป้เที่ยวก็เลือกเอาตามสะดวกครับ

เกาะล้าน ชลบุรี

 

รู้จักสักหน่อย : เกาะน้ำใสใกล้กรุง อยู่แค่พัทยานี่เอง เกาะล้านเป็นชุมชนใหญ่ แต่มีชายหาดหลายแห่ง โดดเด่นคือหาดตาแหวน หาดเทียน หาดแสม แต่ละวันฝรั่งตี๋หมวยจากพัทยาข้ามไปเล่นน้ำอาบแดดกันเพียบ ส่วนเราจะเที่ยววันเดียวก็ได้หรือนอนค้างก็ดี บนเกาะมีที่พักกับร้านอาหารเพียบ แถมหลายสไตล์ทั้งแหววๆ หรือแบบเหมาะกับก๊วนเฮฮา

ไปง่ายๆ ไปยังไง : จับรถหรือขับรถตามสบายไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา หากเดินทางจาก กทม. มีรถตู้ย่านอนุสาวรีย์ชัยส่งถึงท่าเรือ สำหรับเรือโดยสารมีบริการตลอดตั้งแต่เช้าถึงเย็น สลับกันลงเกาะล้านที่ท่าหน้าบ้าน กับหาดตาแหวน

ไปแล้วห้ามพลาด : จุดชมวิวเขาหน้ายักษ์ หรือบ้างเรียกจุดชมวิวกังหัน มองลงมาเห็นหาดแสมมุมสูงลิบ มีแนวกังหันลมใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมเป็นพร็อพเก๋ๆ

 

เกาะแสมสาร ชลบุรี


รู้จักสักหน่อย :
เกาะเขตทหารเรือในอ่าวแสมสาร อำเภอสัตหีบ อยู่ใกล้ฝั่งนิดเดียว แต่ทะเลสวยใสจนต้องร้องโอ้โฮ เที่ยวที่นี่รับประกันว่าได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารเรือ มีพาไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นซึ่งกำลังฟื้นฟูด้วย (แต่อย่าคาดหวังว่าจะสวยมากนะ) หรือปั่นจักรยานเที่ยวบนเกาะก็สนุกดี เปิดเฉพาะไปเช้า-เย็นกลับ ไม่อนุญาตให้ค้างคืนนะ

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่ท่าเรือเขาหมาจอ ตรงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย บัตรราคาเต็มผู้ใหญ่ 250 บาท ขับรถส่วนตัวสะดวกสุด หากไม่มีรถต้องนั่งไปตลาดสัตหีบ แล้วต่อสองแถวสัตหีบ-ช่องแสมสาร ขากลับอาจต้องขอเบอร์โทรศัพท์นัดแนะโชเฟอร์ เพราะปกติสองแถวไม่มารับคนที่พิพิธภัณฑ์ฯ

ไปแล้วห้ามพลาด : ไม่ได้อยู่บนเกาะ แต่แนะนำให้ขึ้นไปชมวิวทะเลช่องแสมสารบนยอดเขาหมาจอ ด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ฯ จะเห็นเกาะแสมสาร และเกาะน้อยใหญ่ โดยรอบสวยสุดๆ

 

เกาะเสม็ด ระยอง

 

รู้จักสักหน่อย : นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ไปเสม็ดก็ยังเสร็จทุกรายและทุกทีเพราะสวยไม่เคยสร่าง (บางคนก็ไม่เคยสร่างเมา!) เดี๋ยวนี้เสม็ดเติบโตขึ้นมาก เพียบพร้อมทั้งรีสอร์ต บ้านพัก 7-11 ร้านอาหาร ผับบาร์ริมทะเล โดยเฉพาะแถวหาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ อ่าววงเดือน ส่วนใครอยากผ่อนคลายสบายๆ หนีห่างจากสามอ่าวนั้นมาก็ใช้ได้แล้ว

ไปง่ายๆ ไปยังไง : เรือข้ามไปเสม็ดมีหลายท่าเรียงรายที่ตำบลบ้านเพ จิ้มเลือกกันตามสะดวก เกือบทุกท่ามีบริการรับฝากรถยนต์ ใครไม่ขับรถก็จับรถโดยสารไปบ้านเพ จากกรุงเทพขึ้นที่ขนส่งเอกมัย หรือจะใช้รถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยก็สะดวกดี เรือข้ามเกาะวิ่งเช้ายันค่ำไม่มีขาด

ไปแล้วห้ามพลาด : จุดชมวิวท้ายเกาะ ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ อ่าวปะการัง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยมาก แต่ก่อนไปยากเพราะถนนเป็นลูกรัง เดี๋ยวนี้ปั๊ดตะนาเป็นคอนกรีตอย่างดีทั้งหมดแล้ว

 

เกาะช้าง ตราด

 

รู้จักสักหน่อย : เกาะใหญ่ที่สุดของทะเลตะวันออก เต็มไปด้วยรีสอร์ต โรงแรมหรูไฮโซ และบังกะโลเกสต์เฮ้าส์ริมชายหาด แต่ถึงอย่างนั้นยังคงสมบูรณ์ด้วยผืนป่าและน้ำตกขนาดย่อมที่มีให้เที่ยวอยู่หลายแห่ง ขาลุยจะรู้ดีว่าเกาะช้างฝากตะวันตกอาจเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง แต่ฝากตะวันออกยังดิบๆ เหมาะกับคนชอบแอดเวนเจอร์

ไปง่ายๆ ไปยังไง : มีเรือเฟอร์รี่ (นำรถข้ามได้) สองบริษัทข้ามไปเกาะช้าง คือท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง กับท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ ถ้านั่งรถโดยสารมาลงที่สถานีขนส่งตราด ต้องต่อสองแถวไปท่าเรืออีกที สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพ มีรถตู้บริการที่อนุสาวรีย์ชัยถึงท่าเรือด้วย ส่วนรถทัวร์มีทั้งไปสถานีขนส่งและท่าเรือ

ไปแล้วห้ามพลาด : เอาแบบชิลๆ ต้องซื้อทัวร์เดย์ทริปไปชมทะเลดำน้ำตื้นดูปะการังและแหวกว่ายกับฝูงปลาที่หมู่เกาะรัง มีทั้งแบบเรือไม้ลำใหญ่และสปีดโบ๊ตหลายบริษัท เลือกกันตามสะดวก ไม่ต้องจองล่วงหน้าไปหาซื้อบนเกาะช้างได้เลย

เกาะกูด ตราด


รู้จักสักหน่อย :
ปลายภาคตะวันออกน่านน้ำไทย พ้นจากนี้ไม่นิดเดียวก็เขมรแล้วล่ะ เป็นเกาะใหญ่ที่ยังคงดิบอยู่พอตัว น้ำทะเลใสกริ๊ง หาดทรายขาวสวย เปรียบดั่งไข่มุกแห่งตะวันออกสวยไม่แพ้ฝั่งอันดามัน แถมเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ไม่ค่อยมีแสงสี เหมาะกับขาแบ็กแพ็กรักความสงบ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ็กแพ็กเที่ยวทะเลก็ได้

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่แหลมศอก มีเรือโดยสารสองเจ้าคือเกาะกูดปริ๊นเซส กับเกาะกูดเอ๊กเพรส ออกจากฝั่งวันละเที่ยวประมาณเที่ยง เขาบริการตั้งแต่รับ-ส่งฟรีจาก บขส. ไปท่าเรือ พอขึ้นเกาะแล้วก็ส่งถึงรีสอร์ตที่พักอีกต่างหาก ราคาทุกอย่างเบ็ดเสร็จประมาณ 350 บาท หรือใครขับรถไปมีบริการฝากรถอย่างดี ไม่เช่นนั้นก็ต้องเดินทางกับสปีดโบ๊ทของรีสอร์ตต่างๆ ด้วยราคาแพงขึ้น

ไปแล้วห้ามพลาด : ชายหาดสวยของเกาะกูดมีเยอะ แต่น่าเที่ยวที่สุดคือหาดบางเบ้า เพราะอยู่ในอ้อมโอบของปลายแหลมสองฝั่ง คลื่นลมจึงค่อนข้างสงบ น้ำนิ่งและใสมาก บรรยากาศสบายที่สุดในบรรดาทุกหาด

เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี


รู้จักสักหน่อย :
เกาะใหญ่ยักษ์ เปรียบเทียบเหมือนกับภูเก็ตแห่งทะเลอ่าวไทย เที่ยวสมุยมีกิจกรรมให้ทำทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เล่นทะเล อาบน้ำ เที่ยวน้ำตก เดินตลาด ปาร์ตี้กลางคืน สารพัดจะสาธยาย และหาดสวยๆ มีให้เลือกเพียบ เฉวง ละไม แม่น้ำ บ่อผุด ฯลฯ ที่พักมีตั้งแต่ครึ่งดาวยันห้าดาวครึ่ง!

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขับรถไปเอารถข้ามเกาะได้เลย มีท่าเรือเฟอร์รี่สองท่าคือ ซีทรานเฟอร์รี่ กับราชาเฟอร์รี่ หรือถ้าเดินทางจากกรุงเทพมีรถโดยสาร กรุงเทพ-เกาะสมุย ขึ้นเรือไปกับรถนั่นแหละ (แต่ต้องซื้อตั๋วเรือต่างหากนะ) ไม่เช่นนั้นไฮโซขึ้นเครื่องบินก็ได้ มีสายการบินทั้งบินตรงไปเกาะ หรือไปลงสุราษฎร์ ลงนครศรีธรรมราช แล้วมีรถรับส่งทรานเฟอร์สไปต่อเรืออีกที

ไปแล้วห้ามพลาด : ที่สมุยมีถนนคนเดินหลายแห่งเวียนกันไปตลอดทั้งสัปดาห์ แต่แนะนำสุดๆ คือถนนคนเดินบ่อผุดซึ่งปิดถนนย่านหาดบ่อผุด ชุมชนประมงเก่า หรือเรียกภาษาปะกิตเก๋ๆ ว่า ฟิชเชอร์แมน วิลเลจ บรรยากาศคึกคัก ของกินของขายเยอะที่สุด ที่นี่มีทุกวันศุกร์นะไปวันอื่นก็อดตามระเบียบ

เกาะพยาม ระนอง


รู้จักสักหน่อย :
เกาะแรกๆ ทางทะเลอันดามัน ใครคุยว่าเป็นแบ็กแพ็กเกอร์แล้วไม่เคยแบ็กแพ็กมาเกาะพยามถือว่ายังไม่ใช่แบ็กแพ็กเกอร์ตัวจริง แม้จะมีรีสอร์ตดังโปรโมตภาพให้เกาะพยามเป็นประหนึ่งมัลดีฟส์  แต่ตัวตนของเกาะพยามจริงๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เกาะพยามของแท้ต้องแบ็กแพ็ก นอนบังกะโลริมหาดถูกๆ ที่มีไฟใช้วันละไม่กี่ชั่วโมง ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ นั่นถึงจะฟินกับที่นี่

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ขึ้นเรือที่ท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ เรือโดยสารไม้ลำใหญ่มีวันละหนึ่งหรือสองเที่ยวตามแต่ฤดูกาล โดยมีสปีดโบ๊ตเพิ่มเติมอีกสองถึงสามเที่ยวพร้อมราคาที่แพงขึ้น การไปท่าเรือก็นั่งรถไปลง สถานีขนส่งระนอง แล้วต่อรถรับจ้างไปสบายๆ ไม่แนะนำให้ขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ท่าเรือ

ไปแล้วห้ามพลาด : อ่าวกวางปีบ ตอนเหนือสุดของเกาะพยาม เป็นอ่าวเล็กๆ มีความเป็นส่วนตัวสูง จะนอนพักที่ไหนบนเกาะก็ได้แต่ควรแวะมาเที่ยวที่นี่ด้วย

เกาะตาชัย พังงา


รู้จักสักหน่อย :
เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้รับการผนวกเข้ามาภายหลัง กำลังโด่งดังและโดดเด่นทั่วคุ้งแคว้นแดนสยามเพราะน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส กับชายหาดทรายขาวละเอียดราวแป้งฝุ่นทอดตัวยาวเกือบกิโลเมตร ที่นี่ไม่ใช่แหล่งดำน้ำตื้นเลิศหรูที่สุด แต่มีชายหาดและสีน้ำทะเลที่สุดยอดกว่าที่ใด ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการค้างแรมบนเกาะ

ไปง่ายๆ ไปยังไง : ง่ายดายมากเพราะยังไงก็ต้องพึ่งพาบริษัททัวร์ การเดินทางต้องออกตัวจากท่าเรือทับละมุ เขาหลัก จังหวัดพังงา โดยบริษัททัวร์ต่างๆ จะมีบริการรถรับส่งจากโรงแรมที่พักในโซนเขาหลัก (ฟรี) และจังหวัดภูเก็ต (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ราคาเดย์ทริปด้วยเรือสปีดโบ๊ตทั่วไปอยู่ราว 2,000 – 2,5000 บาท ต่อคน

ไปแล้วห้ามพลาด : กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วมาว่าเที่ยวตาชัยต้องกระโดด ใครเป็นคนต้นคิดไม่รู้ แต่รู้ว่ามีคนทำตามเพียบ!

เกาะห้อง กระบี่

รู้จักสักหน่อย : ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้องโดดเด่นด้วยทะเลสีเขียวมรกตที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนแสนอลังการ ขณะที่อีกด้านของเกาะมีชายหาดสีขาวนวล เราสามารถค้างแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่ต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไปเอง ดังนั้นคนเลยนิยมเที่ยวแบบเดย์ทริปมากกว่า

ไปง่ายๆ ไปยังไง :  วิธีง่ายที่สุดในการเที่ยวเกาะห้องคือการซื้อทัวร์นำเที่ยวหนึ่งวันจากผู้ประกอบการที่อ่าวนางซึ่งมีอยู่หลายบริษัทให้เลือก ราคาเรือสปีดโบ๊ตประมาณ 1,200 – 1,500 บาทต่อคน ส่วนเรือหัวโทงถูกกว่าอีกหลายร้อยบาท สำหรับเรือโดยสารนั้นยังไม่มีบริการ

ไปแล้วห้ามพลาด : ผจญภัยพายเรือคายัคเที่ยวอ่าวห้องหรือทะเลในที่โอบล้อมด้วยขุนเขา เป็นหนึ่งในฉากแสนสวยของทะเลกระบี่ที่สักครั้งในชีวิตต้องมาสัมผัส

เกาะหลีเป๊ะ สตูล


รู้จักสักหน่อย :
เกาะสุดท้ายตอนใต้ของสยามประเทศติดกับน่านน้ำมาเลเซีย สวยใสทั้งน้ำทะเลและมวลหมู่ปะการัง จัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งดำน้ำทั้งตื้นและลึกสวยที่สุด หลีเป๊ะนั้นเป็นหนึ่งในเกาะของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แต่ได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษให้อยู่นอกเหนืออำนาจอุทยานฯ เลยพัฒนาเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยรีสอร์ตแบบที่เรารู้กัน

ไปง่ายๆ ไปยังไง : มีบริการเครื่องบิน ต่อรถ ต่อเรือ ถึงหลีเป๊ะจากหลายสายการบิน โดยขึ้นเครื่องไปลงที่อำเภอหาดใหญ่ สงขลา ต่อรถมาท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล รวมถึงล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทยก็เอากับเขาด้วยคือนั่งรถไฟไปหาดใหญ่ก่อนต่อรถและต่อเรือตามลำดับ แต่ใครไม่ชอบแบบนั้นสามารถนั่งรถทัวร์โดยสารไปลงอำเภอละงู แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือสองแถวไปท่าเรือปากบาราได้เช่นกัน

ไปแล้วห้ามพลาด : นอกจากการดำน้ำตามเกาะต่างๆ ต้องขึ้นไปชมวิวที่ผาชะโด เกาะอาดัง ซึ่งอยู่ใกล้กับหลีเป๊ะนั่นแหละ มองลงมาจะเห็นหลีเป๊ะทั้งเกาะลอยเด่นกลางทะเลสีเขียวคราม


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

 

FB570423_01

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


โหลดแอพพลิเคชั่นทิคเก็ตเทลได้แล้ววันนี้!

 

 

10 รีสอร์ทริมทะเลในไทย ที่ดังระดับโลก

10 รีสอร์ทริมทะเลในไทย…..ที่ดังระดับโลก

ซัมเมอร์กำลังจะมาถึงแล้ว นั่นหมายความว่า เทศกาลวันหยุดของเพื่อนๆกำลังจะมาถึงเช่นกัน ฮูเล่!! วันหยุดเราก็ต้องนึกถึงการพักผ่อน หลายคนอาจกำลังหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสวยๆ ดุจดั่งวิมานเมฆ แต่คนส่วนใหญ่ก็จะคิดถึงศรีพันวาไม่ก็เมืองนอกเมืองนอกมากกว่าเมืองไทยแต่หารู้ไม่ เมืองไทยก็มีที่พักสวยๆ อีกเยอะแยะมากมาย ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกนะจ๊ะ ขนาดที่ว่าชาวต่างชาติต่างกรูกันเข้ามาจองกันแทบตลอดทั้งปีก็ว่าได้

 

ฉะนั้นของที่อยู่ในบ้านเรา เราจะช้าอยู่ใย วันนี้ ทิคเก็ตเทล เลยคัดสรรที่พักสวยๆ บรรยากาศงามๆ มาให้เพื่อนๆเป็นตัวเลือกในหน้าร้อนปีนี้มาดูกันว่ารีสอร์ทอลังการงานสร้างริมทะเลสุดเจ๋งในไทยนั้น…ไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมดูๆไปจะรู้ว่า…สวรรค์มีอยู่จริง

 

image002 (3)


1. CASA DE LA FLORA 
@หาดบางเหนียง เขาหลัก จ.พังงา


ที่สุดแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ กับรีสอร์ทติดทะเลกับดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย  ด้วยห้องพักลักษณะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ทุกหลังเป็น Pool Villa ให้คุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนงามยามพระอาทิตย์ตกได้อย่างเต็มที่ จนทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึงโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญถ้าคุณชอบถ่ายรูปที่นี้มีมุมสวยๆให้คุณเล่นเยอะแยะมากมาย โดนใจตากล้องสุดๆ

 

image004


2. 
THE RACHA @เกาะรายา จ.ภูเก็ต
ที่พักหรูริมชายหาด ดูสะอาดตาด้วยอาคารสีขาว พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา และสระว่ายน้ำส่วนตัว แม้จะต้องนั่งเรือข้ามมายังเกาะ….แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะที่นี่เหมือนพาคุณหลุดไปอีกโลกหนึ่ง ที่ขาวสะอาดทั้งหาดทราย และสิ่งก่อสร้าง ฟิน!!

image006

 

3. VILLA AMANZI @หาดกมลา จ.ภูเก็ต
ช่างเก๋กู๊ดจริงๆกับที่พักบนเนินเขากะตะน้อย กับการตกแต่งโมเดิร์นทันสมัยราวกับอยู่บ้านเศรษฐีที่ต่างประเทศ ที่นี้เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการพักผ่อนกินลมชมวิวที่สุด เพราะที่นี้วัสดุส่วนใหญ่จะเป็นกระจกซึ่งจะทำให้ผู้ที่พักอาศัยรู้สึกโล่งโปร่งสบาย แถมสระว่ายน้ำกลางแจ้งและที่นอน เห็นวิวชัดสุดๆเลย ขอบอก สิ่งอำนวยความสะดวกเขาก็เลิศน้า มีบาร์ ทระเบียงอาบแดด ห้องสมุด ห้องซาวหน้า สวน และที่ทำบาร์บีคิว คือครบ จนไม่อยากออกไปไหนแล้วอะ

image008

 

4. PARESA @หาดกมลา จ.ภูเก็ต

 

        สุดยอดที่พักของคนรักทะเล เพราะไม่ว่าเพื่อนๆจะทำอะไร นอนเล่น กินข้าว ดื่มกาแฟ แช่อ่างอาบน้ำ หรือว่ายน้ำ ก็จะเห็นแต่วิวสวยๆของทะเลจนจุใจ ห้องพักก็กว้าง อาหารก็อร่อย และด้วยสุดยอดโลเคชั่น….บนเนินเขา หลายคนจึงเปรียบ PARESA ว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” ดีๆนี่เอง

image010


5. 
RAYAVADEE @กระบี่
รีสอร์ทติดทะเลที่มีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน พร้อมรางวัลการันตีมากมาย บนพื้นที่สวนอันกว้างใหญ่ ของสามหาด คือหาดไร่เลย์ หาดน้ำเมา และก็อ่าวพระนาง  บนพื้นที่เขียวชอุ่ม ให้ความเป็นธรรมชาติสุดๆ ที่โอบล้อมด้วยหุบเขา ผสานสไตล์ของการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร ที่จะทำให้เพื่อนๆ หลงรักรีสอร์ทแห่งนี้อย่างหมดหัวใจ…อย่างไม่ทันตั้งตัว

image012


6. 
SALA @หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต
เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ สำหรับวันหยุดหน้าร้อนแบบนี้ ยิ่งถ้ามากับคู่รักล่ะก็รับลองหวานน้ำตาลขึ้นเลยหละ เพราะ ห้องพัก Pool villa ที่นี้ เป็นห้องพักที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่หน้าห้อง พร้อมอ่างอาบน้ำ โซฟา outdoor แบบสุดๆ มีมุมให้เลือกตามถนัดเลยคะ นอกจากดีไซน์ที่ให้อารมณ์ผ่อนคลายแบบสุดๆแล้ว ส่วนกลางเขาก็เลิศหรูอลังการไม้แพ้กันนะคะ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง มองเห็นวิวทะเล ใกล้มีเดย์เบดขนาดมหึมา นั่งรับลม ชิลจนคุณจะลืมความสบายนี้ไม่ลงเลยหละ

image014

7. POINT YAMU BY COMO @แหลมยามู จ.ภูเก็ต

ซัมเมอร์พลาดไม่ได้ กับที่พักที่เปิดตัวได้ไม่นาน บนแหลมยามู คณจะได้เห็นวิวสวยๆของทะเลอันดามันสีฟ้าคราม ของอ่าวพังงา ผ่านสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งสริมกับการออกแบบตกแต่งที่ทันสมัยเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ที่ใช้สีหลักส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวให้อารมณ์ขาวสะอาดตาน่ามอง ไฮไลท์ของที่นี้คือ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ถ้าคุณยังอยู่นี้ไม่ว่าคูณจะเดินไปไหน ทะเลก็จะตามคุณไปทุกที เพราะรีสอร์ทที่นี้เห็นความงดงามของทะเลได้ทุกมุมนะจ๊ะ เลิศอะ ปรบมิอ!!!

image016


8. HOTEL DE LA PIAX @ชะอำ จ.เพชรบุรี

ต้องบอกว่าเป็นที่พักที่โดดเด่น เท่ห์ ไม่เหมือนใคร ตกแต่งด้วยปูนเปลือยและหินเป็นส่วนใหญ่ เห็นดิบๆแบบนี้แต่หรูหราอลังการนะค้า ดีไซน์ดีวิวสวย ติดชายหาด และที่สำคัญ “สระว่ายน้ำสีดำ” ที่ไม่ซ้ำใคร อ่อตอนกลางคืน แสงสีที่นี้ก็เลิศนะจ้า สระว่ายน้ำจัดไฟสวยสุดๆ ข้างๆสระมี Red Bar นั่งจิบเบียร์ชิล รู้เรื่องเลยงี้

image018


9. 
INIALA @ภูเก็ต
รีสอร์ทสุดหรู หรูสุด ในภูเก็ต จุดเด่นคือ คอนเซปต์ดีไซน์ “ห้องทุกห้องต้องไม่ซ้ำกัน” และห้องทุกห้องจะถูกออกแบบโดยดีไซน์เนอร์คนละคน รวมทั้งสระว่ายน้ำและระเบียง พูดง่ายๆ ถ้าคุณมาพักที่นี้กี่ครั้ง คุณจะเหมือนมาครั้งแรก นอกจากจะได้นอนห้องสวยๆแล้ว ยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆเสมอ น่าลองมะ?

image020


10. THE NAKA PHUKET @กระทู้ จ.ภูเก็ต


สำหรับคนที่มองหาที่ชาร์ตแบตชีวิตดีๆในวันหยุด ต้องที่นี้เลย เพราะสถาปนิกทรงเรขาคณิตที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ดวงฤทธิ์ บุนนาค จะทำให้คุณมองเห็นวิวได้อย่างเต็มพิกัด เพราะวิลล่าแต่ละหลังนั้นเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ จนคุณเห็นความงามของธรรมชาติของ ภูเขา ท้องฟ้า ทะเล โดยไม่ถูกบดบัง พร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวในห้องพักที่กว้างขวางสไตล์โมเดิร์น ที่นี้ยังมีสระว่ายน้ำกลางติดชายหาด ห้องอาหารหลากหลายเมนู และหอประชุมอันโอ่อ่าสะดุดตา ที่จะสามารถเติมเต็มวันพักผ่อนของคุณได้สุดประทับใจ สรรพคุณดีเลิศมากมายขนาดนี้ จะรอช้าทำไม? เก็บกระเป๋า แพ็คของกันเร๊วววว
หยุดยาวครั้งนี้ต้องไปเหยียบสถานที่เหล่านี้นี้ให้ได้….อย่างน้อยซักที่หนึงน่า…พูดเลย!!!


TKT Team

 

ไม่ต้องช้ำชอก ย่ำบางกอกไม่มีเบื่อ…

“อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้ พี่เคยไปมาแล้วน้องแก้วเอ๋ย จะบอกเจ้าเอาบุญคนคุ้นเคย อย่าไปเลยบางกอกช้ำชอกใจ”

 

เสียงเพลงสวัสดีบางกอกแผ่วแว่วเข้าหูทีไรไม่ว่าฉบับไหนเวอร์ชั่นใครร้อง ผมต้องคล้อยตามความหวานความไพเราะคล้องจองของเนื้อเพลงและดนตรีอยู่เสมอ แต่พอจบเพลงมักต้องขมวดคิ้วสงสัยทุกทีว่าคนบางกอกเลวร้ายอย่างนั้นเชียว เมืองบางกอกไม่น่าอยู่ขนาดนั้นเชียว ยิ่งเฉพาะเทศกาลวันวาเลนไทน์ขยับเข้าใกล้ด้วยแล้ว พอฟังท่อน “คนบ้านนอกคอกนาปัญญาเบา เหมือนนกเขลาพรานซ้ำด้วยชำนาญ ควักหัวใจไปกินจนสิ้นหมด แล้วปล่อยปลดคืนกายที่ตายด้าน ขยี้เนื้อเหลือกายไว้ประจาน ต้องซมซานกลับรังตายทั้งเป็น” แล้วถึงกับขนลุกซู่ว่าทำไมคนบางกอกหรืออีกนัยคือหนุ่มบางกอกโหดร้ายกับสาวบ้านนาขนาดนั้น

แต่สุดท้ายเพลงก็คือแค่เพลง แม้ตัวเองมีความรู้สึกอยู่บ้างว่าหากเป็นไปได้ก็อยากอำลาเมืองกรุงยุ่งเหยิงมุ่งไปใช้ชีวิตต่างจังหวัด ทว่าด้วยความเป็นบางกอกเกี้ยนทั้งตัวโดยกำเนิดเลยจำต้องดำรงอยู่ในเมืองหลวงแบบตัดเสียมิได้ และถึงมันไม่ใช่เมืองที่มีเทพเป็นผู้สร้างเหมือนคำขวัญสวยหรู บางกอกหรือแบงค็อกคือบ้านของผม หากมองภาพแย่ๆ ภายในบ้านตัวเองคงกระไรอยู่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ คงไม่พ้นต้องอยู่จนแก่เฒ่าและตายที่นี่ ดังนั้นเลือกมองบ้านในมุมที่ดีน่าจะอภิรมย์มากกว่า

ข้อสำคัญ ผมคิดว่าบางกอกไม่ได้เป็นสถานที่โหดร้ายแบบเนื้อเพลงว่าไว้ขนาดนั้น อาจมีสถานที่ – รวมถึงผู้คนจำนวนหนึ่งที่ทำไม่ดีไม่งามกับความรักอยู่บ้าง ทว่ามองอีกด้านก็ยังมีสถานที่อีกมากมายซึ่งอบอวลด้วยความรักหวานแหวว รักแท้ รักจริงไม่กลิ้งกลอก ให้เราเที่ยวกันวันวาเลนไทน์

และเพื่อไม่ให้ใครมองว่าการควงคู่คนรักเที่ยววันแห่งความรักจะมีแต่ความฟุ่มเฟือย ลองเปลี่ยนมาเที่ยวแบบสร้างสรรค์ดูบ้างไหมครับ ไม่จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างจองร้านอาหารสุดหรู ดินเนอร์สุดสวีท ให้ของขวัญคนรักราคาแพงๆ ก็สามารถเติมความรักให้เต็มหัวใจไม่แพ้คู่ไหนใครอื่น

ผมมีบางสถานที่ในเมืองหลวงที่เปิดโอกาสให้เราเที่ยวแบบสร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ใครอยากลองไปด้วยกันเชิญเลยครับ

สวนหลวง ร.9

 

มหึมากว้างขวางใหญ่โต ตามข้อมูลบอกว่าพื้นที่ตั้งกว่าห้าร้อยไร่ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดของมหานครกรุงเทพ ทว่าถึงจะกว้างขนาดนั้นผมก็แทบหลับตาเดินแล้วไม่หลง! สวนหลวง ร.9 เป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ซึ่งผมมักคิดถึงหากมีเวลาว่างสักวันแล้วปลงไม่ตกว่าควรเดินเล่นหรือถ่ายรูปเล่นที่ไหนดี ที่นี่มีดอกไม้ค่อนข้างสวย (แล้วแต่ช่วงเวลา) นกค่อนข้างเยอะ (แล้วแต่ช่วงเวลาอีกนั่นแหละ) จัดแต่งสวนหลากหลายรูปแบบ มีมุมมองเก๋ๆ สำหรับถ่ายแลนด์สเคปหรือเป็นฉากถ่ายพอร์ตเทรตตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเก็บแสงผีตากผ้าอ้อมยามเย็น ดังนั้นถ้าจะให้เหมาะกับวันวาเลนไทน์ขอกระซิบว่าคุณสาวๆ ว่าลองพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวสักนิด เลือกชุดที่หนุ่มของคุณต้องชอบ แปลงกายเป็นซูเปอร์โมเดลโพสท่าคู่กับดอกไม้ใบหญ้าให้คนรักลั่นชัตเตอร์หรือจิ้มโทรศัพท์เก็บภาพ โอ๊ย… วันนี้ไม่หวานไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

สวนหลวง-ร-(1)

สวนหลวง-ร-(2)

สวนหลวง-ร-(3)

สวนหลวง-ร-(4)

สวนหลวง-ร-(5)



 เขาดิน

 

เพราะพวกมันไม่มีอิสระ กี่ปีผ่านไปก็ยังอยู่ในกรง ดังนั้นไปเยือนกี่ทีกี่หนพวกมันจึงยังอยู่ให้ถ่ายภาพจนกว่าตายกันไปข้าง แม้หลังลูกกรงมักเต็มไปด้วยแววตาเศร้าสร้อยของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย แต่มองโลกในแง่ดีนี่คือแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความที่เดินทางค่อนข้างง่ายผมเลยแวะเวียนไปเยือนเขาดินสม่ำเสมอ อยากบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาสวนสัตว์น่าเที่ยวเชียวล่ะ มีสกายวอล์คเดินชมจากมุมสูง รถรางพาชมสวน จักรยานให้เช่า ปั่นจักรยานน้ำ มีโซนโชว์แมวน้ำเพิ่มขึ้นมา พร้อมโซนสัตว์น้ำขนาดย่อม คู่รักคู่ไหนควงคู่ตุนาหงันกันมาเดินเที่ยวสามารถอยู่ได้เป็นวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เป็นที่เหมาะเจาะสำหรับกิจกรรมวันวาเลนไทน์แบบสร้างสรรค์เหลือเกิน

เขาดิน-(1)

เขาดิน-(2)

เขาดิน-(3)

เขาดิน-(4)

เขาดิน-(5)



ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา – ท้องฟ้าจำลอง

ย้อนความจำสมัยยังตัวกระเปี๊ยก ท้องฟ้าจำลองช่างอลังการ ปัจจุบันมองเข้าไปกลับหดหู่ ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอาภัพอับเฉาเสียจริง ส่วนหนึ่งคิดว่าหลังจากกระทรวงศึกษาฯ สร้างท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่ทันสมัยและใหญ่กว่าแถวรังสิตในชื่อศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต รวมถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สร้างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อวพช.) เลยหยุดพัฒนาท้องฟ้าจำลองหลังเก่าที่มีอายุรุ่นคุณทวดโดยปริยาย แต่กระนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ดีมากสำหรับการเดินเที่ยวเล่น เพราะค่าตั๋วแสนถูก มีความรู้ให้เพลิดเพลินหลายด้าน ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา ระบบนิเวศธรรมชาติ โลกใต้น้ำ แมลง นก ไดโนเสาร์ หุ่นยนต์ เครื่องยนต์กลไก ปิโตรเคมี ฯลฯ อาจเป็นความรู้ทั่วไปจากการอ่านข้อมูลผ่านนิทรรศการ แต่ถ้าลองเปิดใจมาเที่ยวชมจะรู้ว่าสนุกสนานอย่างยิ่ง ที่สำคัญหากอยากระซิบรักกันที่ทางช้างเผือกไม่ต้องข้ามจักรวาลไปไหนไกล ที่นี่เขามีให้ (ฮา…)

ท้องฟ้าจำลอง-(1)

ท้องฟ้าจำลอง-(2)

ท้องฟ้าจำลอง-(3)

ท้องฟ้าจำลอง-(4)

ท้องฟ้าจำลอง-(5)



ซาฟารีเวิลด์

 

ถูกต้องว่าค่าตั๋วค่อนข้างแพง ไปสองคนกับหวานใจเฉพาะควักสตางค์ทะลักหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าต้นทุนเขามหาศาล ในความรู้สึกของผม ซาฟารีเวิลด์เป็นที่ที่ดีในการเที่ยวปีละครั้งหรือสองปีครั้ง โดยเฉพาะวันวาเลนไทน์ล่ะเหมาะเหม็ง กว้างขวางใหญ่โต ร่มรื่น จัดโซนต่างๆ สวยดี สวนสัตว์เปิดน่าตื่นตาตื่นใจ (เคยแต่นั่งรถโค้ชของเขายังไม่เคยขับรถส่วนตัวเข้าไปสักที) ครั้งหนึ่งเคยเห็นกวางออกลูกเต็มสองตามาแล้ว โชว์ต่างๆ ดูกี่ครั้งยังน่ารักน่าประทับใจเสมอ ไปทีไรผมอยู่ตั้งแต่เช้าสวนเปิด ออกมาตอนสวนปิดยามเย็นเจ้าหน้าที่แทบต้องกราบเชิญให้กลับบ้าน ใช้เวลาคุ้มค่าตั๋วทุกเม็ดทุกบาท หากอยากดูโชว์ครบทุกรายการอาจมีเวลาเดินชมพื้นที่อื่นๆ นิดเดียว ส่วนมากเลยเลือกชมแค่โชว์ที่อยากดู นก แมวน้ำ โลมา แค่สามสามสี่โชว์ จะได้เพิ่มเวลาเดินถ่ายรูปเล่นในโซนอื่นๆ ยิ่งหากมากันกระหนุงกระหนิงมีมุมถ่ายรูปน่ารักเยอะมาก เป็นอีกที่แนะนำสำหรับการออกเดทในวันแห่งความรักครับ

ซาฟารี-เวิลด์-(1)

ซาฟารี-เวิลด์-(2)

ซาฟารี-เวิลด์-(3)

ซาฟารี-เวิลด์-(4)

ซาฟารี-เวิลด์-(5)



วัดพระแก้ว – พระบรมมหาราชวัง

 

คงไม่เว่อร์เกินไปหากบอกว่า วัดพระแก้วหรือชื่อเต็มแสนเสนาะหูว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ครูให้ท่องตั้งแต่เรียนประถมใช่ไหม) บวกกับพระบรมมหาราชวัง คือไฮไลท์อันดับแรกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้มาเยือนบางกอก แม้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจจัดให้ที่นี่เป็นอันดับสองรองจากซอยพัฒน์พงศ์ก็เถอะ! คนไทยไม่เสียสตางค์ ทว่าต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามเสื้อไม่มีแขน แขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้น กางเกงเลกกิ้งรัดรูปไม่ได้ กางเกงยีนส์หากมีรอยขาดไม่ว่าจะเป็นดีไซน์เพิ่มความเก๋หรือขาดวิ่นตามสภาพก็ไม่ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าแต่งให้ดูดีเหมาะกับการเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง ความสวยงามและสิ่งน่าสนใจของวัดพระแก้วกับพระบรมมหาราชวังคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ รู้เพียงว่าไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้งก็มีอะไรให้ได้ชื่นชม แล้วอย่าลืมแวะศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ ตรงทางเข้าวัด ค่าเข้าชมสิบบาทเอง บอกเลยว่าการควงกันไปเที่ยววัดพระแก้ว – พระบรมมหาราชวัง สามารถเติมความหวานในอีกฟีลลิ่งได้เป็นอย่างดี

วัดพระแก้ว-(1)

วัดพระแก้ว-(2)

วัดพระแก้ว-(3)

วัดพระแก้ว-(4)

วัดพระแก้ว-(5)



วัดพระเชตุพนฯ

 

วัดซึ่งผมไปเยือนบ่อยที่สุดของที่สุด วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือเราคุ้นกันดีว่าวัดโพธิ์ ทุกวันนี้ยังแวะเวียนไปเป็นประจำ ส่วนหนึ่งเพราะเดินทางสะดวกนั่งรถเมล์สายเดียวจากที่พักถึงข้างวัด แต่แน่นอนว่าไม่ได้มีดีแค่เดินทางสะดวก วัดโพธิ์เป็นวัดที่มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะเหมาะกับการพกกล้องไปเที่ยวถ่ายรูป พระนอนหรือพระพุทธไสยาส (ทั่วไปเขียนว่าไสยาสน์ ส่วนวัดโพธิ์เขียนว่าไสยาส) เป็นหนึ่งในมุมมหาชนของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเทพ พระพุทธเทวปฏิมากรในพระอุโบสถ พระมหาเจดีย์สีรัชกาล พระยืนนับร้อยองค์รอบระเบียงพระมหาเจดีย์ พระพุทธรูปในวิหารทิศ ตุ๊กตาหินอับเฉา ฯลฯ สถาปัตยกรรมและประติมากรรมภายในวัดแบบไทยผสมจีนล้วนดึงดูดใจ การพาหวานใจมาเที่ยวเชิงศึกษาศาสนา เรียนรู้ศิลปะ ชื่นชมสถาปัตยกรรม เป็นอีกหนึ่งการเที่ยวสร้างสรรค์ที่จะเพิ่มความสุขแบบไม่รู้ตัว
วัดโพธิ์-(1)

วัดโพธิ์-(2)

วัดสระเกศ-(1)

วัดโพธิ์-(4)

วัดโพธิ์-(5)



วัดอรุณฯ – สวนนาคาภิรมย์

 

มีวัดโพธิ์ก็ต้องมีวัดแจ้ง และวัดแจ้งมีชื่อเต็มหรือชื่อทางการว่าวัดอรุณราชวราราม โด่งดังเพราะพระปรางค์องค์สูงใหญ่ที่สุดในบางกอก จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเที่ยวชมวัดอรุณแบบสุดแสนจะโรแมนติก แนะนำว่าให้มาเที่ยวทางฝั่งพระนครที่วัดพระแก้ว หรือวัดโพธิ์ จากนั้นนั่งเรือตรงท่าเตียนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดอรุณฯ เดินขึ้นพระปรางค์ชมวิวแม่น้ำมุมสูง พอตกเย็นก็นั่งเรือกลับมาท่าเตียน ว่ากันว่ามีจุดชมพระปรางค์วัดอรุณฯ สวยงามที่สุดอยู่ตรงร้านอาหาร The Deck ท่าเตียน นับเป็นร้านที่เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์มาก แต่คนเบี้ยน้อยหอยนิดอย่างผมขอชมแบบฟรีๆ ที่สวนสาธารณะนาคาภิรมย์ติดกับท่าเตียนดีกว่า มุมเยื้องมาอีกนิดแทบไม่เห็นความแตกต่าง เที่ยวแบบนี้จึงถือเป็นการชมวัดอรุณฯ ครบทุกมุมมอง ลองนึกดูสิว่าเย็นย่ำมานั่งชมพระอาทิตย์ริมเจ้าพระยา มีพระปรางค์วัดอรุณฉาบฉายด้วยแสงไฟสปอตไลท์เป็นประจักษ์พยานรัก… รักนี้ยืนยงยืดยาวแน่นอน สาวคนไหนกลัวหนุ่มปันใจขอกระซิบว่าให้พามาสาบานต่อพระปรางค์เลยแล้วกัน (ฮา…)

วัดอรุณ-(1)

วัดอรุณ-(2)

วัดอรุณ-(3)

วัดอรุณ-(4)

วัดอรุณ-(5)



สวนสิริกิติ์

 

สมัยวัยรุ่นเดินเล่นสวนรถไฟแล้วทะลุต่อเข้ามาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นครั้งแรกแล้วเกิดความรู้สึกอึ้ง… นี่มันสวนสวรรค์ชัดๆ สำหรับผมตอนนั้นมองว่าสวนสิริกิติ์สวยมากมาย บรรยากาศโรแมนติกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไป ผ่านมาสิบกว่าปีเริ่มรู้สึกเรียบเฉยเสียแล้วเพราะช่างคุ้นตาทุกมุมมอง แผนที่สวนทุกโซนทุกจุดฝังแน่นในสมอง แต่บอกได้ว่าหากใครเพิ่งเคยไปหรือไม่ได้ไปบ่อยเหมือผม จะต้องรู้สึกว่าที่นี่เป็นสวนที่รื่นรมย์มาก ในบรรดาสวนสาธารณะทั้งหมดของกรุงเทพ สวนสิริกิติ์ไม่เพียงจัดสวนสวยที่สุด บรรยากาศดีที่สุด โรแมนติกที่สุด ยังมีพรรณไม้สวยที่สุดด้วยโดยเฉพาะดอกบัว เหมาะกับการถ่ายภาพทุกประเภททั้งถ่ายดอกไม้ ถ่ายนก ปัจจุบันเป็นสวนยอดฮิตถ่ายภาพพอร์ตเทรตอีกต่างหาก มุมเพียบเชียวครับ งานนี้เก็บรอยยิ้มของคนรักใส่กล้องถ่ายรูปได้เป็นกระบุงโกย

สวนสิริกิติ์-(1)

สวนสิริกิติ์-(2)

สวนสิริกิติ์-(3)

สวนสิริกิติ์-(4)

สวนสิริกิติ์-(5)



ถนนราชดำเนิน

 

ถนนเส้นที่สวยและร่มรื่นที่สุดในกรุงเทพแบบไม่ต้องเฟค ไม่เฟคเพราะมันเป็นแบบนี้ของมันมาตั้งแต่ต้น ผมชอบเดินเล่นบนถนนสายนี้โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ (บังเอิญวาเลนไทน์ปีนี้วันเสาร์เสียด้วยสิ) หน่วยงานราชการปิดหมด ถนนโล่ง ผู้คนน้อย บรรยากาศดี พูดถึงถนนราชดำเนิน ราชดำเนินนอกคือจากลานพระบรมรูปทรงม้าจนถึงแยกผ่านฟ้า ตรงพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดถนนมีอะไรให้แวะชมเยอะแยะ เริ่มต้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้ามีพระที่นั่งอนันตสมาคม เดินมาแยกมัฆวานรังสรรค์ ข้างหน้าคือตึกยูเอ็น เลี้ยวขวาวัดมกุฎกษัตริย์ เลี้ยวซ้ายวัดโสมนัส ผ่านกองทัพบกกับสนามมวยราชดำเนินถึงแยกผ่านฟ้ามองเห็นภูเขาทอง วัดสระเกศ เด่นตระหง่านตรงหน้า จากจุดนั้นจนถึงสนามหลวงคือราชดำเนินกลาง มีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นจุดเด่น ทะเลไปตรอกข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ก็ง่าย การมีกล้องสักตัวกับนางแบบสักคนสามารถสร้างสตรีทพอร์ตเทรตเก๋ๆ ได้สบาย เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าเหมาะสำหรับการมาเดินเที่ยวเล่นในวันแห่งความรักตรงไหน

ราชดำเนิน (1)

ราชดำเนิน (2)

ราชดำเนิน (3)

ราชดำเนิน (4)

ราชดำเนิน (5)



วัดสุทัศน์ฯ

 

ยามผมต้องการลับสมองเค้นไอเดียถ่ายภาพพระพุทธรูป ต้องนี่เลยวัดสุทัศนเทพวราราม วัดแห่งนี้ใหญ่มาก (หมายถึงฐานะ) เพราะเป็นเพียงหนึ่งในหกวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร (อีกห้าวัดไปหาข้อมูลกันเอง บอกให้ว่ามีวัดโพธิ์กับวัดแจ้งรวมอยู่ด้วย) ความน่าสนใจมีอยู่ทั่ววัด หลายคนมาเยือนเพราะอยากดูเปรตวัดสุทัศน์ มีจริงครับแต่เป็นแค่ภาพจิตรกรรมฝาผนังตรงเสาต้นหนึ่งในวิหารหลวง ภาพเปรตนอนเหยียดกายอยู่มีพระสงฆ์ล้อมรอบ ส่วนเปรตในตำนานมีคำค้านบอกว่าแท้จริงคือเสาชิงช้าสูงโย่งหน้าวัดนั่นไง แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจที่สุด ผมชอบพระระเบียงรอบวิหารหลวงมากกว่าที่ใด ประดิษฐานองค์พระสีทองบ้างสลับสีดำบ้าง ผนังพระระเบียงแผ่นปูนหลุดร่อนผุผังบางจุด มุมพระระเบียงทั้งสี่ทิศมีแสงเงาฉายลงพระพุทธรูปงดงามมาก สำหรับคู่รักที่อยากมาไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กันและกัน นี่คืออีกหนึ่งวัดที่แนะนำ สำหรับบริเวณเสาชิงช้าเป็นหนึ่งในที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งยอดฮิตที่สุดของคนกรุง

วัดสุทัศน์-(1)

วัดสุทัศน์-(2)

วัดสุทัศน์-(3)

วัดสุทัศน์-(4)

วัดสุทัศน์-(5)



วัดสระเกศ

 

เปรตวัดสุทัศน์ก็ต้องคู่กับแร้งวัดสระเกศ… เหล่านักเดินทางมักพูดกันว่าหากอยากลองพิสูจน์รักแท้ของบรรดาคู่รักต้องพากันมาพิชิตยอดภูกระดึง แต่เมื่ออยู่ในเมืองกรุงการไปถึงภูกระดึงคงเป็นเรื่องยากเกิน ลองลดระดับลงหน่อยเป็นพิชิตภูเขาทองดูไหมล่ะ? แม้จะไม่สูงเสียดฟ้าแต่ด้านบนพระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง วัดสระเกศ คือจุดชมวิวนครบางกอกที่สวยดีไม่หยอก หนำซ้ำยังได้ออกกำลังกายพอประมาณ มีใครคนหนึ่งเล่าว่าถ้าคู่รักพากันขึ้นมาพิชิตยอดภูเขาทองและขอพรให้รักกันยืนยาวมั่นคงตลอดไป พวกเขาทั้งสองจะสมหวัง… ใครคนที่ว่าคือผมเองนี่แหละ ก็แหมควงกันมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนี้ เชื่อเถอะว่ารักของคุณต้องเป็นรักแท้แน่ๆ!

วัดสระเกศ-(1)

วัดสระเกศ-(2)

วัดสระเกศ-(3)

วัดสระเกศ-(4)

วัดสระเกศ-(5)



มิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

 

พิพิธภัณฑ์ก็เป็นสถานที่เที่ยวที่เหมาะสมในวันแห่งความรักได้เช่นกัน ถ้าบรรยากาศทั้งหมดทั้งมวลเป็นใจ และไม่ได้แค่จะทำให้รักกันมากขึ้น แต่ยังจะรักประเทศไทย รักผู้คนในบ้านของเรามากขึ้นด้วยนะเอ้อ มิวเซียมสยามจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่น่าเที่ยวชมค่อนข้างมากในความรู้สึกผม มีทั้งห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร เล่าเรื่องแผ่นดินไทยตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน และนิทรรศการหมุนเวียน กับนิทรรศการพิเศษอีกมากมายที่ผลัดกันมาให้ความรู้ความสนุกสนาน และตอกย้ำชัดเจนว่าการเรียนรู้คือความสนุกรูปแบบหนึ่ง และการเรียนรู้ยังช่วยเติมความรักแก่กันได้ด้วย แถมเป็นรักที่มีประโยชน์อีกต่างหาก

มิวเซียมสยาม (1)

มิวเซียมสยาม (2)

มิวเซียมสยาม (3)

มิวเซียมสยาม (4)

มิวเซียมสยาม (5)


About Author:

นายสองสามก้าว จากมนุษย์เงินเดือนอาชีพมั่นคงคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดเบื่อโลกสี่เหลี่ยม เบื่อห้องแอร์ เพ้อฝันอยากเป็นนักเดินทาง ใช้ชีวิตกลางแดด ตัดสินใจเด็ดขาดยื่นใบลาออกมันซะดื้อๆ ตั้งแต่บัดนั้น… ก็ทานแกลบแทนข้าว! แล้วทุกวันนี้ตามความฝันมาไกลขนาดไหน คงตอบได้เพียง แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง

 

IMG_7214FB570423_01

5 Jazz Bar ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

TGIF thank god it’s Friday วันศุกร์แห่งชาติที่ทุกคนรอคอย ผ่านการทำงานเล่าเรียนหนังสือมาอย่างเหนื่อยล้า ตลอดทั้งสัปดาห์ เจอเสียงบ่น มลภาวะทางเสียงอะไรมาสารพัด

และเหมือนเดิมคอลัมม์ TKT TGIF ก็ไม่ลืมจะหาไอเดียเก๋ๆ Hang Out ในวันศุกร์มาฝาก โดยอาทิตย์นี้นำเสนอ 5 ร้าน Jazz บรรยากาศดี เพลงเพราะให้ได้ไปนั่งชิล ล้างหู ชีวิตจะได้ดี๊ดี ตลอดทั้งสุดสัปดาห์
ถ้าอ่านแล้วชอบ ถูกใจก็อย่าลืม กด Like หรือ กด Share  เพื่อให้กำลังใจทีมงาน Tickettail : Your Life Style Calendar ในการรวบรวมกิจกรรม อีเวนต์ ไอเดีย และ สถานที่ดีๆ ให้คุณใช้ชีวิตได้สนุกๆ ทุกๆวัน

1.Bamboo Bar

live Jazz bar แห่งแรกในประเทศไทย เปิดมานานกว่า 60 ปี คงไม่ต้องสาธยายเยอะถึงความเก๋าขลังของชื่อ Bamboo Bar บวกกับบรรยากาศเวอร์วังหรูไฮไซ เพลิดเพลินไปกับเพลง Jazz จากการบรรเลงด้วยนักดนตรีแต่ท่านฝีมือขั้นเทพ หูผู้ดีกลับบ้านฝันหวาน

Location:แมนดารินโอเรียนเต็ล

เวลาเปิดปิด:18:00-02:00 น. (live music 21:00)

เบอร์ติดต่อ:02-659-9000

http://www.mandarinoriental.com/bangkok/fine-dining/the-bamboo-bar/

2.The Living Room

เป็นอีกหนึ่ง Jazz Bar ที่อยู่ในขั้นพรีเมี่ยมของกรุงเทพฯ ทั้งบรรยากาศ,อาหาร และ การบริการ ใครมีโอกาสไป The Living Room จะต้องกลับไปอีกแน่นอน ดนตรี Jazz ที่นี้แต่ละคนชั้นครูทั้งนั้น เล่นได้สุดยอด คุณอาจจะไม่เคยคิดจะชอบเพลง Jazz  ลองไปฟังที่นี้อาจจะเปลี่ยนความคิดได้

Location:250 ถนนสุขุมวิท โรงแรมเชอราตัน แกรนด์

เวลาเปิดปิด:09:00-24:00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-649-8353

http://www.thelivingroomatbangkok.com

3.Brown Sugar : The Jazz Boutique

แม้จะเปลี่ยนโลเคชั่นร้านจากหลังสวนไปอยู่แถวบางลำภู แต่ดีกรีความเข้มข้นของดนตรีแจ๊สที่เสิร์พโดย Brown Sugar นั้นไม่เคยเปลี่ยน  กว่า 27 ปีที่บาร์และร้านอาหารแห่งนี้นั้นไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยดนตรีแจ๊สที่ทั้งหวาน ทั้งเข้มข้นสมกับชื่อ Brown Sugar จริงๆ


Location: 468 แยกวันชาติ ถนนพระสุเมรุ

เวลาเปิดปิด:17:00 – 01.00 น. วันศุร์ เสาร์ ถึง (2.00) ปิดวันจันทร์

เบอร์ติดต่อ: 081 805 7759​

http://www.brownsugarbangkok.com/

 

4.Saxophone

ร้านนี้จะอยู่ในอันดับต้นๆถ้าใครคิดอยากฟังเพลง Jazz ขอการันตีว่าไม่มีความว่าผิดหวัง เพราะวงดนตรีแต่ละวงที่หนุมเวียนมาเล่นที่ร้านนี้ระดับเทพทั้งนั้น บรรยากาศสลัวๆเครื่องดื่มชั้นเลิศ มีเสียง แซกโซโฟน เป่าคลอไปเรื่อยๆสบายหูอะไรอย่างงี้ TGIF แบบนี้ไม่ต้องคิดแล้ว รวบรวมสมัครพรรคพวกลุย!!

Location:3/8 พญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เวลาเปิดปิด:18:00 – 02.00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-246-5472

http://www.saxophonepub.com

5.Jazz Happens Bar

ถ้าต้องการความคึกคักขอแนะนำ Jazz Happens Bar เพราะดึกๆนี้บู๊ล้างผลาญ แต่ถ้าใครอยากชิลๆแนะนำตอนหัวค่ำ จะได้สัมผัสผับ Jazz บรรยากาศดี แนวอินดี้ ร้านนี้เกิดจากแนวความคิดของเหล่าอาจารย์สอนดนตรี แห่งคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร อยากให้ลูกศิษย์ได้สัมผัสโลกดนตรี Jazz นอกรั้วมหา’ลัย แต่การันตีว่าฝีมือไม่ธรรมดา Jazz Happens Bar เหมาะสำหรับ TGIF  ด้วยประการทั้งปวง


Location:62 ถนน พระอาทิตย์ ชนะสงคราม พระนคร

เวลาเปิดปิด:18.00 น.-24.00 น.

เบอร์ติดต่อ:02-282-9934, 084-450-0505

www.facebook.com/jazZhappens

 


Article by ชัดเจน

ขอบคุณภาพประกอบจากร้าน Bamboo Bar, The Living Room, Brown Sugar, Saxophone และ Jazz Happens Bar

ปักหมุดเช็คอิน 7 ย่านเที่ยวชิล บนถนนแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลก

ปักหมุดเช็คอิน 7 ย่านเที่ยวชิล บนถนนแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลก

 

เมื่อออกไปเที่ยวตามต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ในแพลนการเที่ยวของคุณ ย่อมมีการไปเยือนตามแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของที่นั้นๆ อย่างแน่นอน นอกเหนือจากนั้น คงเป็นการช้อปปิ้ง กิน และเที่ยวตามแหล่งที่คุณสนใจ และหากคุณเป็นสายฮิปสเตอร์ ชอบแวะที่ฮิป ทำกิจกรรม Café Hopping และช้อปปิ้งดูของมีสไตล์

TicketTail ร่วมกับ Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักชั้นนำ และกูรูเรื่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้รวบรวม 7 ย่านสุดฮิปทั่วโลก เอาไว้ให้คุณไปปักหมุดเที่ยวกัน

 

1. Haji Lane @ Singapore

 

 

สำหรับที่แรกที่เราจะมาแนะนำกัน ก็ต้องที่สิงคโปร์ (ซึ่ง Traveloka แอบกระซิบบอกเราว่าตั๋วเครื่องบินราคาถูกหาง่ายกว่าที่คิดและจองได้ทุกช่วงเวลา อย่างสายการบินไทเกอร์แอร์ก็น่าสนใจไม่น้อย ลองเช็คราคาได้ที่ Traveloka)  ชื่อว่า ฮาจิเลน (Haji Lane) ที่อยู่ในย่านบูกิส ที่นี่แหละย่านฮิปของสิงคโปร์ รวมร้านช้อป กิน เที่ยว ดื่ม ตลอดสาย สองข้างทางก็เต็มไปด้วยกำแพงที่มีสีสันจากกราฟฟิตี้ ถ่ายรูปได้ชิค สวยครบทุกมุมบอกเลย

2. Wan Chai @ Hong Kong

 

ถัดมาประเทศที่สอง ก็ยังคงเป็นประเทศยอดฮิตสำหรับชาวไทยที่ชอบไปเที่ยว ไหว้พระ และช้อปปิ้ง ด้วยระยะเวลาการเดินทางที่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก แถมตั๋วเครื่องบินก็จองง่าย ราคาโปรโมชั่นมีออกมาให้เห็นกันตลอด นั่นก็คือที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ที่ฮ่องกงจะมีหลายที่ฮิปให้คุณได้ร้องว๊าว ไม่ว่าจะเป็น ย่านหว่านจ๋าย (Wan Chai) ย่านที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นฮ่องกงในแบบออริจินอลเอาไว้ ด้วยเส้นทางท่องเที่ยวย้อนอดีตอย่าง Wan Chai Heritage Trail ให้คุณได้เดินเพลินๆ ถ่ายรูป หรือสำหรับใครที่อยากเห็นความฮิปแบบสมัยใหม่ในฮ่องกง ก็ลองไปที่ PMQ ศูนย์รวมความครีเอทีฟ ที่ในอาคารก็มีทั้งคาเฟ่ชิคๆ ร้านขายของเก๋ๆ และการแสดงผลงานต่างๆ ทางศิลปะให้ได้เดินดูเพลินๆ

 

3.  Garosu-gil @ Seoul, South Korea

 

พลาดไม่ได้อีกแห่งก็ต้อง โซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคนไทยอีกหนึ่งแห่ง ที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีที่เที่ยวฮิปๆ มากมาย ชนิดที่ว่าทั่วทุกมุมเมือง ตั้งแต่แลนด์มาร์คสุดทันสมัยอย่าง DDP (Dongdaemun Design Plaza) ไปจนถึงย่านย้อนยุค ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นเกาหลี แต่ทีนี้หากคุณชอบที่จะ Café Hopping และช้อปปิ้งแฟชั่นเกาหลีที่ทันสมัย ในโซลก็มีย่านฮิปที่ควรวางแผนไป นั่นก็คือ กาโรซูกิล (GarosuGil) ซึ่งเป็นถนนชื่อดังในย่านชินซา (Sinsa) โดยที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุโรปในโซล ด้วยสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย เรียงรายไปด้วยร้านค้าเก๋มีสไตล์ โดยเฉพาะร้านกาแฟที่หันไปทางไหนก็มี ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศน่าเที่ยว เดินได้ทั้งวันจริงๆ

 

4.  Shimokitazawa @ Tokyo, Japan

 

พูดถึงเกาหลีแล้ว ไม่พูดถึงประเทศญี่ปุ่นคงไม่ได้ ในโตเกียว ปักหมุดไปเที่ยวกันเลยที่ย่านชิโมคิตะซาว่า(Shimokitazawa) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นย่านเด็กแนวของหนุ่มสาวชาวโตเกียวเลยจริงๆ แถมมาก็ง่าย เพียงนั่งรถไฟสาย Odakyu Line ลงที่สถานี Shimokitazawa ถ้ามาจากชินจุกุนี่ไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ พอมาถึงคุณก็จะได้เจอกับแหล่งรวมร้านค้าวินเทจที่มีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน และงานศิลปะอื่นๆ อีกเพียบ แถมที่นี่ยังมีคาเฟ่เก๋ๆ หลากหลายแบบทั้งคาเฟ่แมว สัตว์เลี้ยง คาเฟ่เพื่อสุขภาพต่างๆ ร้านแพนเค้กอร่อยๆ เอาเป็นว่าใครเป็นสายฮิปสเตอร์ก็ต้องมาให้ได้สักครั้ง

 

5.  Shoreditch @ London, UK

 

ย้ายออกมาจากประเทศในแถบเอเชียกันบ้าง เราและ Traveloka จะพาคุณไปยังลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะนอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ชื่อดังอย่าง Harrods และ Selfridges หรือแม้กระทั่งแลนด์มาร์คต่างๆ ถ้าหากสายฮิปอยากจะสัมผัสวิถีฮิปส์เตอร์ของชาวลอนดอนกันดูบ้าง ก็ต้องมาที่ย่านชอร์ดิทช์ (Shoreditch) ซึ่งก็เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นที่นี่ โดยมีถนน Brick Lane ที่น่าสนใจ เพราะมีร้านเก๋ๆ มากมาย โดยเฉพาะร้านเบเกิ้ลชื่อดังอย่าง Beigel Bake ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และร้านซีเรียลอย่าง Cereal Killer Café นี่ยังไม่รวมถึงร้านกาแฟ ที่มีแต่คนคูลๆ มานั่งทำงาน และงานอาร์ทตามกำแพงถนนที่ถ่ายรูปได้ชิคชัวร์ๆ

 

6.  Williamsburg @ New York, USA

 

จุดหมายปลายทางในฝัน นิวยอร์ค เมืองที่เคยหลับใหลในสหรัฐอเมริกา ที่นี่มีแหล่งฮิปที่รวบรวมวัฒนธรรมทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น ดนตรีทุกแขนง โรงละคร แกลอรี่ เทศกาลต่างๆ ตลาดนัด คาเฟ่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก็คือที่ ย่านวิลเลี่ยมส์เบิร์ก (Williamsburg) ชุมชนฮิปสเตอร์อันดับหนึ่ง แต่หากใครยังไม่ร้องอ๋อ ก็จะบอกว่าที่นี่ตั้งอยู่ในบรู้คลิน (Brooklyn) นั่นเอง โดยนี่อาจทำให้คุณนึกภาพความดิบ เถื่อน เท่ในแบบฮิปสเตอร์ของนิวยอร์คออก รวมไปถึงบรรยากาศร้านรวงต่างๆ และ Flea Market ที่น่าสนใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

7. Chareon Krung @ Bangkok, Thailand

 

ปิดท้ายแบบไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปไหนไกล เอาที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณอยากไปฮิป เราขอยกให้ที่ย่านเจริญกรุง ของเรานี่แหละเวิร์คสุด โดยอย่างที่รู้กันว่าถนนเส้นนี้ นับเป็นถนนสายแรกในประเทศไทยที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เต็มไปด้วยกลิ่นอายในยุคเก่าก่อนที่ยังคงเหลือไว้ แถมปัจจุบันก็ยังมีการผสมผสานเอาความทัยสมัยเข้ามา ทำให้ย่านนี้เต็มไปด้วยความน่าสนใจ อย่างเช่นสตรีทอาร์ทต่างๆ และอาคารเก่าแก่ในบางรัก รวมไปถึงแหล่งฮิปที่กำลังเป็นที่สนใจของวัยรุ่นอย่างซอยนานา วงเวียน 22 กรกฎาคม ที่มีบาร์เก๋ๆ คาเฟ่น่ารักๆ และแกลอรี่ สำหรับคนชอบชิลและเสพย์ผลงานศิลปะ เป็นต้น

 

อ่านมาถึงตรงนี้ ชักอยากไปชิล 7 ย่านแหล่งฮิปสเตอร์ทั่วโลกกันดูบ้างแล้วใช่ไหมละ ทีมงาน TicketTail ขอให้ทุกๆคนเที่ยวให้สนุก ไปที่ไหนก็ไปให้ทั่วให้คุ้มกับการเดินทางนะจ๊ะ  กระซิบนิดก่อนจะไปหากจะจัดการเรื่องเที่ยวทั้งจองตั๋วเครื่องบินแบบสบายๆ ในราคาถูก รวมไปถึงที่พัก ไม่ว่าจะที่ไหน ก็อย่าลืมให้ Traveloka เค้าจัดการให้ล่ะกัน

TicketTail Pass EP1: ยอดเขาที่สองเราต้องพิชิต

TicketTail Pass EP1: ยอดเขาที่สองเราต้องพิชิต

 

เดือนแห่งความรัก อะไรก็เป็นสีชมพูไปหมด เดินไปทางไหนเจอแต่คู่รัก สวีต หวานเจี๊ยบ กันทั้งนั้น ช่างเป็นช่วงเวลาที่คนมีคู่แฮปปี้ซะเหลือเกิน แต่คนไม่มีคู่ใช่ว่าจะห่อเหี่ยว ความรักมีหลายรูปแบบ ที่จะเติมความหวานให้กับหัวใจของคุณ

เบื่อมั้ยกับการทำอะไรเดิมๆ จูงมือกันไป ดูหนัง กินข้าว ดินเนอร์ ใต้แสงเทียน วันนี้ Tickettail ขอนำเสนอ กิจกรรมสนุกๆ สำหรับคู่รักทรหด แบกเป้ออกไป ตะลุยป่า ระเบิดภูเขา เผากระท่อม นอน ดินเนอร์ใต้แสงดาว พร้อมไปกับการพิชิตยอดภูยอดเขาสูงในประเทศไทย ซึ่งแต่ละที่นั้นการันตีว่าเดินไปถึงยอดแล้วหายเหนื่อยแน่นอน  มีที่ไหนบ้างเลื่อนลงมาอ่านข้างล่างนะจ๊ะ

 

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะรู้ว่า ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย แต่ใครจะรู้ว่า ดอยผ้าห่มปก คือเบอร์สอง ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,285 เมตร มีหมอกปกคลุมจัดและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี น่าไปอย่าบอกใครเชียว ตื่นเช้ามาควงคู่กันไปดูทะเลหมอก ฟินาเล่มาก

 

 

เดินทาง

รถส่วนตัว จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตัวเมืองฝางตรงไปจนพบสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไป 9 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทาง เป็นถนนลาดยาง จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ

รถประจำทางปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งจำกัด และบริษัทรถร่วมเอกชน เส้นทาง กรุงเทพ-ฝาง หรือ เชียงใหม่-ฝาง เมื่อถึง อ.ฝาง จะมีรถรับจ้างคอยบริการรับส่งสู่ที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 10 กิโลเมตร

ค่าเสียหาย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องจะไปชมความงามบนดอยผ้าห่มปก มีที่พักแบบเต้นท์ คือ กางบนลานกิ่วลม โดยสามารถเช่าเต้นของทางอุทยาน ในราคา 225 บาท ต่อ 1 หลัง เครื่องนอนประกอบด้วย ถุงนอน 30 บาท แผ่นรองนอน 20 บาท หมอน 10 บาท หรือว่าจะเอามาเองเสียค่าบำรุงสถานที่

 

 

ช่วงเวลาสวีท

จากที่กางเต็นท์บนลานกิ่วลม ไปบนยอดเขา ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับ 3-4 ช.ม ฟิตร่างกายให้พร้อม และต้องตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่งเพื่อขึ้นไปชมทะเลหมอก ในยามเช้า ถ่ายรูปหวานๆกันให้เต็มเหนี่ยว

ติดต่อ-สอบถาม: อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โทรศัพท์ 053-453-517-8

 

ดอยหลวงเชียงดาว

 

ยังคงอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ข้างบนเบอร์ 2 ครั้งล่างนี้ เบอร์ 3 เจ้าคร่าาา ดอยหลวงเชียงดาว เป็นอีกหน่งยอดดอยที่ฮิตสุดๆ นักท่องเทียวหลายคนอยากจะไปพิชิตให้ได้ เหมือนกับพิชิตใจหญิง บนยอดดอยหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ทีเด็ดของดอยหลวงเชียงดาวคือสามารถมองวิวได้แบบ 360 องศา ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา

จะไปต้องเลือกวันให้ดีนะจ๊ะ เพราะทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียเชียงดาวเปิดให้ท่องเที่ยวได้เป็นเวลา 5 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 31 มี.ค. ของทุกปี

เพื่อพิสูจน์ความรักกันต้องลำบากกินนิดนึง บนบนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรทั้งสิ้น ต้องเตรียมอาหาร และน้ำดื่ม จะเตรียมไปเอง รวมไปถึงสัมภาระต่างๆ ค่าลูกหาบวันละ 350-400 บาท 1 คนแบกน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม

เดินทาง

รถยนต์ส่วนตัวใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาวเข้าสู่ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถจอดรถไว้ที่เขตรักษา ฯ และนั่งรถกระบะรับจ้างไป

รถประจำทางสามารถเดินทางโดยรถทัวร์ มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ(หมอชิต 2) มีรถทัวร์ 2 บริษัทสายกรุงเทพฯ-ท่าตอนไปถึง อ.เชียงดาวโดยตรงลงที่หน้าโรงแรมเชียงดาวอินน์หรือจากตัวเมืองเชียงใหม่ต่อรถเข้าไป อ.เชียงดาวอีก 70 ก.ม. ทั้งสองวิธีต้อง ต่อรถเข้าไปที่ สนง.เขตฯเชียงดาวอีก 5 ก.ม.โดยสามารถนัดรถกระบะรับจ้างหรือทัวร์ท้องถิ่นที่ติดต่อไว้เหมารับได้

ค่าเสียหาย

ค่าธรรมเนียมเข้าเขตฯคนละ 20 บาท,ค่าธรรมเนียมนำรถเข้าเขตฯคันละ 30 บาท,ค่าธรรมเนียมตั้งเต็นท์ต่อวันหลังละ 30 บาท,ค่ามัดจำขยะคณะละ 600 บาท(ให้นำขยะกลับลงมาแลกเงินคืนภายหลัง)ที่พักบนยอดดอยหลวงเชียงดาว มีเพียงแห่งเดียวที่อนุญาตให้พักแรม คือ บริเวณอ่างสลุง

ช่วงเวลาสวีท

ต้องตื่นกันตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน เพื่อมาชมทะเลหมอก หรือว่าใครที่ยากจะตามล่าช้าง สามารถลุกจากที่นอนขึ้นมาชมได้ เพราะช่วงรุ่งเช้า จะได้เห็นแนวใจกลางทางช้างเผือก เพลินแน่นอนรับประกัน

 

ติดต่อ-สอบถาม:  สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทร. 053 456 623

 

ยอดเขาโมโกจู

 

เรียงลำดับไหล่กันนิดนึง เพราะว่า ยอดเขา โมโกจู ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ทีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นอันดับ 4 ของประเทศ มีระดับความสูง 1,964เมตรจากน้ำทะเล และที่สำคัญที่ทำให้ยอดเขาโมโกจูน่าไปสัมผัสเพราะว่าทางเดินขึ้นนั้นลาดชั้นอย่างหนัก ท้าทายร่างกายอย่างยิ่ง แต่ของบอกว่าถ้าขึ้นไปถึงยอดเห็นวิวแล้ว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

เดินทาง

รถยนต์ส่วนตัววิ่งจากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางไปกำแพงเพชร-คลองลาน สู่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตามทางหลวงหลายเลข 1117 กิโลเมตรที่ 65 ถนนคลองลาน-อุ้มผาง

รถประจำทางขึ้นได้ที่หมอชิต รถ บขส สาย กรุงเทพฯ-คลองลาน มีรถออกตลอดทั้งวัน ทุกๆ2ชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึง 4 ทุ่ม ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

 

ค่าเสียหาย

ค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท โดยอุทยานมีบ้านพัก และเต็นท์ให้เช่า ถ้านำเต็นท์มาเอง มีค่าธรรมเนียมกางเต็นท์คนละ 30 บาท

ช่วงเวลาสวีท

ใครอยากจะดูดาวเต็มท้องฟ้า ต่อด้วยทะเลหมอก พร้อมกับสูดอากาศเย็นๆในช่วงเช้า ต้องตื่นกันตั้งแต่เช้ามืด ตี4-5  ล้างหน้าแปรงฟัน แต่งหน้าให้แน่นเพื่อถ่ายรูปลง Facebook หรือInstragram

ยอดเขาโมโกจูเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เลือกกันตามใจชอบว่าจะดูวิวจากโซนไหนเพราะมีให้จิ้ม 2 โซน กำแพงเพชรหรือว่านควสวรรค์ แต่ถ้าอยากจะไปพิชิตยอดเขาโมโกจู ต้องมาที่โซนนครสวรรค์นะจ๊ะ

ติดต่อ-สอบถาม : โซนกำแพงเพชร 090-457-9291 โซนนครสวรรค์ 098-7973197

 

เขาช้างเผือก

 

 

ต้องบอกว่า ฮอตฮิตมากสำหรับ เขาช้างเผือกในยามนี้ หลังจากปิดไป 2 ปี เพื่อให้ธรรมชาติยังคงสวยงาม โดยตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คู่รักคู่ไหนชอบการผจญภัยแบบหวาดเสียวหน่อยๆ ที่นี้เหมาะอย่างยิ่ง เพราะว่าทีเด็ดของเขาช้างเผือกคือ สันคมมีด หรือ สันวัดใจ เพราะจะเป็นสันเขาบางๆแคบๆให้นักท่องเทมี่ยวเดินเรียงแถวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สูงอะไรมาก  แต่เชื่อว่าได้ลุ้นกันทุกๆก้าวที่เดิน

เสน่ห์ของ เขาช้างเผืิอกคือ จะจำกัดจำนวนวันละไม่เกิน 60 คน และต้องจองล่วงหน้า 7 วัน พร้อมส่งชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ให้ทางอุทยานฯ อะไรที่มันยากๆเนี่ยชอบ

 

 

เดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ​ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ประมาณ 24 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ทางขวามือ

รถประจำทาง ขึ้่นรถทัวร์ บขส.999 ที่ขนส่งหมอชิต (ชั้น 1 ช่องที่ 21) กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์ รอบ 5.00 น. (ต้องขึ้นเที่ยวนี้เท่านั้น เพื่อให้ทันรถสองแถวเที่ยวสุดท้ายไปอุทยานฯ)ราคาประมาณ 227 บาท ลงรถทัวร์ที่อำเภอทองผาภูมิ แล้วไปต่อรถสองแถวสีเหลือง ที่ตลาดทองผาภูมิ ไปบ้านอีต่อง (รถออกประมาณ 10.30 น.) ค่ารถสองแถวราคาประมาณ 70 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ​ 2 ชั่วโมง ขากลับมีรถสองแถววิ่งมาจากหมู่บ้านอีต่องไปยังอำเภอทองผาภูมิในช่วงเช้า (ประมาณ 8.00 น.) ควรสอบถามเวลาที่แน่นอนจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีกครั้ง

ค่าเสียหาย

ค่าเข้าอุทยาน 30 บาท/คน,เอารถเข้าอุทยาน 40 บาท/คัน,กางเต็นท์ 30 บาท/คน,นำทาง 1,200 บาท (นำได้ 10 คน),ค่าลูกหาบคนละ 1,100 บาท (2 วัน 1 คืน)

ช่วงเวลาสวีท

ไม่มีเวลาไหนจะเหมาะไปกว่าตอนเช้าอีกแล้วครับท่าน เพราะจะได้สัมผัสบรรยากาศเย็น ยืนกอดกันเพื่อให้ความอบอุ่นกัน แม้ว่าจะมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,249 เมตร แต่ว่าอากาศดีอย่างบอกใคร หลังจากชมวิวเสร็จแล้วไปวัดใจกันต่อจูงมือไปลุย สัมคมมีด

 

ติดต่อ-สอบถาม ตู้ ปณ. 18 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180 โทร 034-532-114, 034–510-979, 08-1382-0359


TicketTail Pass Episode 1

อ่านกันมาถึงตรงนี้ หลายๆคนคงอยากลองสัมผัสประสบการณ์จริงแล้วใช่มั้ยละ ทีมงานทิคเก็ตเทลของเราได้คัดเลือกทริปที่น่าสนใจมาให้เพื่อนๆลองพิจารณาดู ถ้าถูกใจก็คลิกซื้อได้เลยจ้า


เดินป่าสายชิล

เบตง, จ. ยะลา  April 13 April 15

คลิกซื้อ/อ่านรายละเอียด


Chic Chill Trip

เบตง, จ. ยะลา April 29 May 2

คลิกซื้อ/อ่านรายละเอียด

ชี้เป้า 5 เอาท์เล็ทฮ่องกง ขาช้อปห้ามพลาด

ชี้เป้า 5 เอาท์เล็ทฮ่องกง ขาช้อปห้ามพลาด

ไม่ต้องรอให้ถึงเทศกาลฮ่องกงลดทั้งเกาะ ถ้าคุณมีแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกงเร็วๆ นี้ นอกจากเรื่องเช็คอิน กิน เที่ยว แวะไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาทำกันที่นี่แล้ว ฮ่องกงก็ยังจัดเป็นแหล่งช้อปชื่อดังในโซนเอเชียที่มีของดีราคาถูก อีกทั้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ทีครบครัน แต่ทีนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเซลล์ เพราะครั้งนี้ เราจะมาชี้เป้า 5 เอาท์เล็ตในฮ่องกง ที่ชาช้อปห้ามพลาด

ซึ่งก่อนจะไปดูว่ามีที่ไหนบ้าง นอกจากตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็อย่าลืมจองที่พักฮ่องกงที่เดินทางง่ายเอาไว้ก่อน หากไม่รู้จะจองจากไหน ยังไงดีให้ได้ที่พักราคาถูก คุ้มค่า แนะนำให้ลองเช็คกับ Traveloka ตรงนี้ >>https://www.traveloka.com/th-th/hotel/hong-kong คุณจะเจอที่พักฮ่องกงราคาถูกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นที่พักย่านจิมซาจุ่ย มงก๊ก จะย่านไหนๆ  Traveloka เขาก็ไม่มีบวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม เหลือเงินให้ไปช้อปตามเอาท์เล็ทนี้เลย

1.  Citygate Outlets

พิกัด: MTR Tung Chung Station ทางออก C

เรียกได้ว่าเป็นเอาท์เล็ทอันดับต้นๆ ในฮ่องกงและเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เพราะ Citygate Outlets เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปขึ้นกระเช้านองปิง 360 (Ngong Ping 360) เพื่อที่จะไปเที่ยวเกาะลันเตา ส่วนในเอาท์เล็ทนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ก็คงจะเป็นสินค้ากว่า 80 แบรนด์ชั้นนำที่พร้อมใจกันลดราคา 30-70% ยกตัวอย่างแบรนด์ เช่น Guess, Armani Exchange, Juicy Couture, Calvin Klein, Nike, The Body Shop และอื่นๆ อีกมากมาย

2.   Horizon Plaza

ขอบคุณรูปภาพจาก: discoverhongkong.com

พิกัด: MTR Diamond Hill Station ทางออก C2 จากนั้น นั่งรถบัสสาย 671 ซึ่งจะจอดใกล้ๆ กับ Horizon Plaza

ถึงแม้ด้านนอกจะดูเป็นศูนย์การค้าเก่าๆ ไปซะหน่อย แต่ด้านในของที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง Horizon Plaza เป็นอาคารที่มีทั้งหมด 27 ชั้น เต็มไปด้วยแบรนด์ดังๆ มากมายที่ลดราคาตั้งแต่ 30-80% โดยเฉพาะแบรนด์ไฮเอ็นด์ต่างๆ อาทิ  Vivienne Westwood, Marc Jacob, ARMANI, YSL, Jimmy Choo, MARNI และอื่นๆ ซึ่งที่นี่อาจไม่เป็นที่คุ้นหูสำหรับคนไทยเท่าไหร่ แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงด้วยกัน ฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้คุณอาจต้องหลีกเลี่ยงการมาที่นี่ช่วงสุดสัปดาห์ ที่มีคนมาช้อปมากเป็นพิเศษ และควรช้อปปิ้งจากชั้นบนลงล่าง เนื่องจากลิฟท์ที่นี่รอนานมาก

3.  Prada Outlet Store

พิกัด: MTR Central ทางออก A จากนั้นเดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้าม ยัง Exchange Square เพื่อนั่งรถบัสสาย 590 ไปลงที่ South Horizons หรือ Marina Square East Wing โดยเอาท์เล็ทตั้งอยู่ติดกับ Marina Square East Market

เอาท์เล็ทนี้สาวกแบรนด์ Prada บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เพราะนอกเหนือจากแบรนด์ Prada เองแล้ว ที่นี่ก็ยังมีแบรนด์พี่น้องอย่าง Miu Miu ขายอยู่ที่นี่เช่นกัน ทั้งเครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า แอ็กเซสเซอรี่ และเสื้อผ้าต่างๆ ซึ่งถึงแม้บางอย่างจะตกรุ่นไปแล้ว แต่คุณก็สามารถหาไอเท็มคลาสสิคของแบรนด์ได้ที่นี่เช่นกัน ด้วยราคาปกติที่ลดอยู่ประมาณ 50% ซึ่งบางช่วงก็ลดถึง 80% เลยทีเดียว แต่ว่าที่นี่ปิดทุกวันจันทร์นะ

4.    Spring Garden Lane, Wan Chai

พิกัด: MRT Wan Chai ทางออก A3, Spring Garden Lane

สำหรับใครที่ชอบเดินช้อปปิ้งชิลๆ ไปตามถนน เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ สัมผัสกับบรรยากาศข้างทางที่ไม่ใช่อยู่ในตัวตึก ในย่าน Wan Chai นี้ถือว่าเหมาะเจาะเลยทีเดียว โดยที่นี่คุณจะได้พบเห็นร้านค้าเอาท์เล็ทสตรีทแบรนด์ที่มีราคาปานกลางอยู่ รวมไปถึงถนน Spring Garden Lane นี้ยังเป็นถนนที่คู่ขนานไปกับถนนของเล่นหรือ Tai Yuen Street อีกด้วย ซึ่งการมาช้อปปิ้งที่นี่ก็สามารถมาได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา  11:00 – 19:00 . นอกเหนือจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งที่พักฮ่องกงที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เนื่องจากเดินทางสะดวก มีที่เที่ยวที่ช้อปเก๋ๆ เพียบ

5.  China Hong Kong City, Tsim Sha Tsui

 

ขอบคุณรูปภาพจาก: discoverhongkong.com

พิกัด: MTR Tsim Sha Tsui ทางออก A1 หรือ MTR Austin ทางออก F

ปิดท้ายกันที่เอาท์เล็ทในย่านช้อปปิ้งและย่านที่พักฮ่องกงสุดฮิต ซึ่งเดินทางง่ายอย่างแน่นอน China Hong Kong City เป็นห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ข้างๆ กับห้างHabour City โดยที่นี่มีร้านค้าที่เป็นเอาท์เล็ทกว่า 20 ร้านแบรนด์ดัง อาทิ SIXTY, ESPRIT, G2000 และ Samsonite เป็นต้น ที่คุณจะได้พบสินค้าลดสูงสุดกว่า 70%ซึ่งใครที่ไม่มีเวลาไปถึง Citygate Outlets ที่นี่ก็นับว่าเหมาะเจาะเช่นกัน

ขาช้อปรออะไร รีบจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักฮ่องกงกันได้เลย ซึ่งถ้าใครไม่อยากเข้าหลายเว็บ เช็คราคาให้วุ่นวาย เราก็แนะนำให้เข้ามาที่ Traveloka ที่เดียว จัดการเรื่องเที่ยวทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก แป๊ปเดียวก็เสร็จ แถมได้ราคาถูก เหลือเงินไว้ช้อปอีกต่างหาก ทีนี้ก็เหลือแต่เก็บเงิน แพ็คกระเป๋าเตรียมมาช้อปปิ้งอย่างเดียวแล้ว